ดวงจันทร์ : ย้อนรอยภารกิจ 50 ปี มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์  - National Geographic

ดวงจันทร์ : ย้อนรอยภารกิจ 50 ปี มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ 

ย้อนรอยภารกิจ 50 ปี มนุษย์คนแรกบน ดวงจันทร์ 

ดวงจันทร์ คือสนามประลองและจุดหมายปลายทางของการแข่งขันสู่ห่วงอวกาศในศตวรรษที่ 20 และในที่สุด เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 1969 หรือ 50 ปีก่อน มนุษย์คนแรกก็สามารถขึ้นไปเดินบนดวงจันทร์ได้ ความสำเร็จของภารกิจอะพอลโล 11 ที่เกิดขึ้นหลังการบินครั้งแรกของพี่น้องตระกูลไรต์เพียง 66 ปี เป็นการประกาศความเก่งกาจและฉลาดเฉลียวของมนุษยชาติ ปัจจุบัน ดวงจันทร์ กลับมาอยู่ในสายตาของเราอีกครั้ง คนรุ่นนี้จะทดสอบว่าวิทยาศาสตร์กับกำไรทางธุรกิจจะลงตัวกันตรงจุดไหน

ดวงจันทร์
ภาพโลกปรากฏขึ้นขณะที่นักบินอวกาศ นีล อาร์มสตรอง และบัซ อัลดริน เตรียมออกจากยานลูนาร์โมดุล และจะกลายเป็นมนุษย์สองคนแรกที่ได้เดินบนดวงจันทร์ (ภาพถ่าย: NASA / NEWSMAKERS / GETTY IMAGES)

นักบุกเบิก : คลื่นนักเดินทางอวกาศระลอกแรก อันได้แก่ ยูริ กาการิน, อลัน เชปเพิร์ด, จอห์น เกล็นน์ และนีล อาร์มสตรอง เป็นมนุษย์อวกาศที่ฝึกจากกองทัพ พวกเขาถูกมองว่าเป็น “คนที่ใช่” สำหรับภารกิจเสี่ยงภัย

แต่การบินอวกาศยุคแรกไม่ได้เป็นอาชีพเฉพาะของผู้ชายเท่านั้น และไม่ใช่ของผู้คนด้วยซ้ำ แมลงวันผลไม้ ลิง หนู สุนัข กระต่าย และหนูข้างถนน ล้วนบินสู่อวกาศก่อนมนุษย์เสียอีก

กว่าสามปีก่อนมนุษย์คนแรกในอวกาศ สหภาพโซเวียตสร้างชื่อโดยการส่งสุนัขจรจัดขึ้นไป ไลกาเป็นสัตว์ตัวแรกที่โคจรรอบโลก แต่มันตายในเที่ยวบินนั้นเอง สหรัฐฯส่งชิมแปนซีชื่อแฮมขึ้นสู่อวกาศ น่ายินดีที่มันรอดชีวิตและเบิกทางให้แก่เชปเพิร์ดผู้กลายเป็นชาวอเมริกันคนแรกในอวกาศเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1961

ดวงจันทร์
จอห์น เกลนน์ ขึ้นโคจรรอบโลกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ปี 1962 โดยสวมชุดอวกาศชุดนี้ซึ่งประกอบด้วยซิป 27 อัน  เพื่อความกระชับ

แม้จะถูกเลือกปฏิบัติ ผู้หญิงก็เป็นนักบุกเบิกเช่นกัน บางคนอยู่เบื้องหลัง เช่น นักคณิตศาสตร์ แคเทอรีน จอห์นสัน เธอใช้มือคำนวณรายละเอียดแนววิถีการบินซึ่งจะทำให้จอห์น เกล็นน์ ได้เป็นชาวอเมริกันคนแรกผู้โคจรรอบโลกในปี 1962 วาเลนตีนา เตเรชโควา มนุษย์อวกาศรัสเซียยุคแรก เป็นผู้หญิงคนแรกในวงโคจรเมื่อปี 1963 ต้องรออีกสองทศวรรษ เมื่อแซลลี ไรด์ บินขึ้นไปกับกระสวยอวกาศ แชลเลนเจอร์ จึงจะมีผู้หญิงอเมริกันคนแรกไปถึงอวกาศ

ดวงจันทร์
เครื่องยนต์รูประฆังห้าเครื่องให้พลังงานแก่ท่อนแรกของจรวดแซตเทิร์น 5 ซึ่งพาภารกิจอะพอลโลเกือบทุกภารกิจไปพ้นวงโคจรรอบโลก และพามนุษย์อวกาศไปจนถึงดวงจันทร์ในที่สุด เครื่องยนต์ทั้งห้ารวมกันปลดปล่อยพลังงานมากเท่ากับเขื่อนฮูเวอร์ 85 เขื่อน

ไปให้ถึงจุดหมาย : คอนสตันติน ซีออลคอฟสกี ชาวรัสเซียไว้เครา ใส่แว่น รักสันโดษและชอบนิยายวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าชะตากรรมของมนุษยชาติฝากไว้ท่ามกลางดวงดาว พอถึงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ เขาก็แก้สมการสำหรับส่งมนุษย์ไปพ้นแรงโน้มถ่วงของโลกได้แล้ว เขายังจินตนาการไว้ด้วยว่า จรวดไปดวงจันทร์จะทำงานอย่างไร นั่นคือโดยการใช้ตัวขับเคลื่อนที่ผสมเชื้อเพลิงเหลว และการจุดระเบิดหลายท่อน

ในการคำนวณที่ทำต่างหาก แฮร์มันน์ โอแบร์ท กับโรเบิร์ต ก็อดดาร์ด ได้ข้อสรุปทำนองเดียวกัน

สี่ทศวรรษให้หลัง ความคิดของทั้งสามเป็นจริงขึ้นมาอย่างกึกก้องในรูปของจรวดแซตเทิร์น 5 ขนาดมหึมาซึ่งพาลูกเรืออะพอลโลสู่อวกาศ จรวดแซตเทิร์น 5 สูง 111 เมตร ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเหลว ออกซิเจนเหลว และน้ำมันก๊าด มันเป็นจรวดทรงพลังที่สุดที่เคยสร้างกันมา เป็นผลงานวิศวกรรมของแวร์นเฮอร์ ฟอน เบราน์ นักวิทยาศาสตร์ด้านจรวดของพรรคนาซีในเยอรมนี ผู้ยกทีมงานส่วนใหญ่ไปทำงานให้สหรัฐฯหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตัวจรวดแบ่งเป็นสามท่อนซึ่งจุดระเบิดตามลำดับ งานสร้างจรวดยังคงใช้สมการของซีออลคอฟสกี แต่ไม่มีจรวดใดก้าวล้ำแซตเทิร์น 5 ซึ่งพามนุษย์เข้าใกล้ดวงดาวได้มากกว่าที่เคยเป็นมา

ดวงจันทร์
ยานอวกาศโซยุซถูกลากไปยังฐานส่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่ไบโคนูร์คอสโมโดรม สหภาพโซเวียตพัฒนายานโซยุซขึ้นในทศวรรษ 1960 แบบอันทนทานของมันยังใช้อยู่ในโครงการอวกาศของรัสเซีย นับตั้งแต่กระสวยอวกาศลำสุดท้ายปลดระวางเมื่อปี 2011 มนุษย์อวกาศสหรัฐฯก็ต้องอาศัยยานโซยุซไปสถานีอวกาศนานาชาติ

สถานที่ซึ่งเราไปเยือน : ในทศวรรษ 1960 ดวงจันทร์ของเรายังคงเป็นปริศนาอยู่มาก เพื่อเรียนรู้ให้มากที่สุดจากการเยือนของอะพอลโล องค์การนาซาจึงเลือกพื้นที่ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่หลากหลาย รวมถึงที่ราบสีเข้มอันเกิดจากมหาสมุทรลาวาที่หายไปแล้วและที่สูงซึ่งเกิดจากการชนของอุกกาบาต

จากปี 1969 ถึง 1972 มนุษย์อวกาศสหรัฐฯลงจอดบนพื้นที่หกแห่ง แต่ละแห่งถูกเลือกเพื่อจุดประสงค์ทางวิทยาศาสตร์ที่ต่างกัน ทั้งหมดอยู่บนด้านใกล้อันด่างดำของดวงจันทร์ ซึ่งภูมิประเทศได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงจากยานโคจรรอบดวงจันทร์ และศูนย์ควบคุมภารกิจสามารถติดต่อกับมนุษย์อวกาศได้โดยตรงตลอดเวลา

องค์การอวกาศหลายองค์การได้ส่งยานสำรวจไร้มนุษย์ขึ้นไปเช่นกัน ยานเหล่านี้ได้สำรวจดวงจันทร์ดวงอื่นแล้ว 60 ดวง และยังได้ลงจอดบนดวงหนึ่งด้วย นั่นคือดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ ส่วนดวงจันทร์ของเราเอง รถสำรวจแบบหุ่นยนต์ได้ทิ้งรอยล้อไว้บนพื้นที่สี่แห่ง

ประเทศจีนสร้างประวัติศาสตร์เมื่อต้นปีนี้ด้วยการส่งยานฉางเอ๋อ 4 ไปลงบนด้านไกลของดวงจันทร์

ยานลงจอดเอกชนลำแรกที่ไปถึงดวงจันทร์ตกเมื่อเดือนเมษายน แต่องค์กรไม่แสวงกำไรของอิสราเอลผู้อยู่เบื้องหลังประกาศอย่างรวดเร็วว่ามีแผนจะลองอีกครั้ง

สหรัฐฯ มีแผนส่งยานลงจอดชุดหนึ่งพร้อมเทคโนโลยีใหม่เพื่อวางรากฐานให้แก่การส่งมนุษย์อวกาศไปดวงจันทร์อีกครั้ง

ดวงจันทร์
ยาน วีเอสเอส ยูนิตี ของบริษัทเวอร์จินกาแลกติก ในภาพถ่ายปี 2015 บินได้สูงกว่า 80 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะที่องค์การนาซาถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นอวกาศ
ดวงจันทร์
เพื่อการขุดลอก ขนย้าย และทิ้ง ชั้นฝุ่นและหินที่พบบนพื้นผิวดวงจันทร์ องค์การนาซาได้ออกแบบหุ่นยนต์จักรกลชื่อ เรสเซอร์  (RASSOR) ดังในภาพที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี เพื่อให้ทำงานในสภาพแวดล้อมแรงโน้มถ่วงต่ำ ประกอบด้วยถังลูกโม่สองด้านที่หมุนไปคนละทาง จึงไม่ต้องพึ่งแรงฉุดลากหรือน้ำหนัก

ของที่เรานำกลับมา : กว่าสี่ปีที่มนุษย์อวกาศขององค์การนาซาลำเลียงหินดวงจันทร์รวม 382 กิโลกรัมกลับโลก แต่ของที่ระลึกซึ่งจับใจที่สุดไม่มีน้ำหนักเลย นั่นคือภาพถ่ายโลก วิลเลียม แอนเดอร์ส มนุษย์อวกาศของยานอะพอลโล 8 ถ่ายภาพบันลือโลกไว้ในวันก่อนวันคริสต์มาสเมื่อปี 1968 ภาพนั้นแสดงดาวเคราะห์สีน้ำเงินของเราลอยอยู่ในความมืด เหนือขอบฟ้าไร้ชีวิตอันเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตของดวงจันทร์

ดวงจันทร์
นักบินอวกาศ วิลเลียม แอนเดอร์ส ถ่ายภาพในตำนานที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “โลกอุทัย” (Earthrise) ระหว่างปฏิบัติภารกิจโคจรรอบดวงจันทร์ในยานอะพอลโล 8

มนุษย์อวกาศไม่เพียงถ่ายภาพและเก็บหินดวงจันทร์ พวกเขายังนำวัตถุต่างๆมากมายจากโลกติดตัวไปในอวกาศด้วย

จอห์น ยัง (ยานเจมินี 3) แอบเอาแซนด์วิชคอร์นบีฟขึ้นยานและแบ่งกับกัส กริสซัม ลูกเรือลำเดียวกัน เป็นเรื่องเล่าลือมาก กริสซัมต้องรีบเก็บแซนด์วิชเข้าประเป๋าตอนเศษขนมปังเริ่มลอยไปรอบๆห้องโดยสาร

บัซ อัลดริน (ยานอะพอลโล 11) เอาไปทั้งเหล้าองุ่น แผ่นปัง และจอก เพื่อทำพิธีศีลมหาสนิท นีล อาร์มสตรอง เพื่อนร่วมยานของเขา นำชิ้นส่วนใบพัดไม้จากเครื่องบินของพี่น้องตระกูลไรต์ไปด้วย อลัน เชปเพิร์ด (ยานอะพอลโล 14) ใช้ถุงเท้าซ่อนหัวไม้กอล์ฟเหล็กหกไปด้วย เขาใช้หัวเหล็กติดก้านเครื่องมือตีกอล์ฟสองลูกบนดวงจันทร์ ชาร์ลส์ ดุ๊ก (ยานอะพอลโล 16) พกภาพถ่ายครอบครัวไปทิ้งไว้ในที่สูงเดการ์ต

บางทีของที่ระลึกที่สะเทือนใจที่สุดบนพื้นผิวดวงจันทร์น่าจะเป็นรูปคนขนาดเล็กทำจากอะลูมิเนียม ซึ่งเดวิด สกอตต์ จากยานอะพอลโล 15 วางไว้ข้างแผ่นประกาศที่บันทึกชื่อมนุษย์อวกาศผู้ล่วงลับ 14 คน

ดวงจันทร์
ตัวอย่างจากดวงจันทร์หมายเลข 15016 ซึ่งเป็นหินบะซอลต์รูปแบบหนึ่ง ได้รับการรักษาไว้ในตู้เหล็กกล้าไม่เป็นสนิมที่มีแก๊สไนโตรเจนบริสุทธิ์ไหลเวียน

เรื่อง นาเดีย เดรก

ภาพถ่าย แดน วินเทอร์

*อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม 2562


อ่านเพิ่มเติม

ดวงจันทร์ : ภาพถ่ายจากโครงการอะพอลโล

เรื่องแนะนำ

เกิดอะไรขึ้นในหายนะนิวเคลียร์แห่งเชอร์โนบิล

เหตุการณ์โรงงานนิวเคลียร์ระเบิดที่ เชอร์โนบิล ทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวน อีกทั้งเปลี่ยนภูมิภาคนี้ไปตลอดกาล นอกจากนี้ ยังทิ้งคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอีกมากมาย เมื่อวันที่ 25-26 เมษายน 1986 เกิดอุบัติเหตุเตาปฏิกรณ์ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่เลวร้ายที่สุดในโลก ในพื้นที่ที่ปัจจุบันคือเมือง เชอร์โนบิล ซึ่งตั้งอยู่ ทางตอนเหนือของประเทศยูเครน โดยหลังจากผ่านมากว่า 30 ปี นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าพื้นที่รอบๆ โรงงานไม่สามารถอยู่อาศัยไปอีกราว 20,000 ปี โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 1977 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวโซเวียต ได้ติดตั้งเตาปฏิกรณ์แบบแชนแนลแกรไฟต์ (graphite channel reactor) หรือ RBMK (reaktor bolshoy moshchnosti kanalniy) ไว้ที่โรงงานแห่งนี้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1986 ขณะเจ้าหน้าที่กำลังจัดการทดสอบเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 ว่า ระบบหล่อเย็นยังคงทำงานได้ตามปกติหรือไม่ หากไม่มีพลังงานไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ระหว่างการทดสอบ เจ้าหน้าที่ได้ละเมิดเกณฑ์ความปลอดภัย และพลังงานในเตาปฏิกรณ์ได้พุ่งสูงขึ้น แม้จะพยายามปิดระบบเตาปฏิกรณ์ทั้งหมดแล้ว แต่พลังงานที่เพิ่มขึ่นก่อให้เกิดปฏิกริยาลูกโซ่ของการระเบิดภายใน ในที่สุด แกนหลักของนิวเคลียร์เกิดระเบิด และได้ปล่อยวัตถุกัมมันตรังสีสู่ชั้นบรรยากาศ แม้จะเกิดระเบิดขึ้น […]

ภิกษุณี : หนึ่งในสี่พุทธบริษัทที่ขาดหาย

แม้สามเณรีและภิกษุณียังไม่ได้รับการยอมรับจากคณะสงฆ์ไทยอย่างเป็นทางการ อีกทั้งไม่มีสถานะนักบวชตามกฎหมายไทย แต่นั่นหาได้เป็นอุปสรรคต่อความพยายามฟื้นฟูภิกษุณีสงฆ์ขึ้นในประเทศไทยอีกครั้งของภิกษุณีธัมมนันทา หรืออดีต รศ.ดร. ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ ผู้เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า "เราไม่ได้บวชผู้หญิงเพื่อผู้หญิง แต่เป็นการบวชผู้หญิงเพื่อพัฒนาสังคม เพื่อรักษาและสืบสานพระศาสนา"