เหตุผล 4 ประการที่ทําให้ อีโบลา ยังไม่หยุดระบาด - National Geographic Thailand

เหตุผล 4 ประการที่ทําให้อีโบลายังไม่หยุดระบาด

(ภาพปก) เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพได้รับการฉีดสเปรย์น้ำคลอรีน หลังจากนำส่งผู้ป่วยที่คาดว่าติดเชื้อ อีโบลา ไปยังรถพยาบาล ภาพถ่ายโดย 


การระบาดเชื้อ อีโบลา ในรอบใหม่ที่คองโก ได้คร่าชีวิตผู้คนนับพันให้ล้มตาย นี่คือเหตุผล 4 ประการที่โลกยังไม่สามารถหยุดเชื้อนี้ได้

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกได้ประกาศภาวะวิกฤตโรคการระบาดของเชื้ออีโบลา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกว่าเป็น ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แล้ว โดยมีผู้เสียชีวิตในคองโกแล้วราว 1,600 คน

โดยในระหว่างปี 2014-2016 โลกทั้งโลกต่างจับจ้องและมีความกังวลในพื้นที่แอฟริกาตะวันตก เนื่องจาก การระบาดของเชื้ออีโบลา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 11,000 คน

หลังจากนั้น ราว 2 ปีต่อมา ในปี 2018 ได้มีการแพร่ระบาดครั้งที่สอง ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม 2018 ในจังหวัดคิวูเหนือ และจังหวัดอิตูรีในคองโก มีผู้ติดเชื้อกว่า 2,500 คน และมีผู้เสียชีวิตราว 1,676 คน

อีโบลา
เด็กหญิงที่เพิ่งเสียชีวิตหลังจากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ไม่นานคนนี้กำลังถูกนำไปชัณสูตรหาเชื้ออีโบลา โดยคนไข้ทุกคนที่เสียชีวิตในเมือง Kyondo ประเทศคองโก จะได้รับการฝังศพอย่างมีเกียรติไม่ว่าจะเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ภาพถ่ายโดย NICHOLE SOBECKI

ดร. เทดรอส อดานอม เกเบรเยซุส (Dr. Tedros Adhanom Ghebreyesus) อธิบดีองค์การอนามัยโลกได้อธิบายว่า การระบาดในครั้งนี้คือการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสที่อันตรายที่สุดของโลกในพื้นที่ที่อันตรายที่สุดในโลก ด้านบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตืนว่า การระบาดที่ยากจะทำให้สงบนี้หมายความว่ามันอาจระบาดต่อไปจนถึงปีหน้าด้วย

อีโบลาคืออะไร

อีโบลาคือเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้แบบฉับพลันในระยะแรก ร่างกายอ่อนแอ ปวดกล้ามเนื้อและเจ็บคอ จากนั้นจะก่อให้เกิดอาการอาเจียน ท้องร่วง และเลือดออกทั้งภายนอกและภายในร่างกาย โดยคนสามารถติดเชื้อได้โดยการติดต่อผ่านร่างกายที่มีแผล ทางปาก จมูก ผ่านทางเลือด อาเจียน อุจจาระ และสารคัดหลั่งของร่างกายผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งคนไข้มักเสียชีวิตจากการขาดน้ำ และภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายอวัยวะ (multiple organ failure)

เหตุผลสี่ประการที่ทําให้อีโบลายังไม่หยุดระบาด

ในรอบ 25 ปี อีโบลาเป็นไวรัสที่ได้รับการพิสูจน์ แล้วว่าอันตรายที่สุด ตอนนี้ อีโบลาทำให้คนนับร้อยๆ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกถึงแก่ชีวิตในการระบาดครั้งใหญ่อันดับสองตั้งแต่มีการค้นพบไวรัสดังกล่าวในปี 1976

อีโบลา
ภาพถ่ายเชื้ออีโบลา

การระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นระหว่างปี 2014 ถึง 2016 ในชาติแอฟริกาตะวันตกสามประเทศเป็นผลให้มีผู้ป่วย 30,000 คน เกือบครึ่งเสียชีวิต ความช่วยเหลือขนานใหญ่จากนานาชาติช่วยบรรเทาการระบาดของอีโบลาในช่วงเวลานั้นแต่ไม่มีสิ่งใดประกันว่าไวรัสดังกล่าวจะหยุดโจมตีเผ่าพันธุ์มนุษย์ อีโบลานั้นยากต่อการควบคุมด้วยสาเหตุอันซับซ้อนหลายประการ แต่นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามอยู่ และสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจะช่วยให้เราเตรียมรับมือกับไวรัสตัวนี้และที่อาจจะร้ายกาจกว่านี้ในอนาคต

เหตุใดอีโบลาจึงกำจัดยาก

1. ข้อจํากัดของวัคซีน
วัคซีนอีโบลาต้องเก็บไว้ในที่เย็น แต่ในพื้นที่เขตร้อนที่มีตู้เย็นอยู่น้อย วัคซีนจะเสียอย่างรวดเร็ว และเรายังไม่มีวัคซีนแบบแห้งหรือแบบไม่เสื่อมสภาพ
2. ข้อบังคับต่างๆ และต้นทุนของยาใหม่ๆ
มียาจากการตัดต่อพันธุกรรมต่างๆที่ยังอยู่ระหว่างการทดลอง แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะให้ผลกว้างขวางและไม่แพงเกินกว่าจะใช้รักษาคนจำนวนมากที่ติดเชื้ออีโบลา
3. ความล้มเหลวของวิธีที่เคยใช้หยุดไวรัส
ในปี 1966 ระหว่างการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสไข้ทรพิษเหล่าผู้ฉีดวัคซีนใช้เทคนิคที่เรียกว่าการฉีดวัคซีนแบบวงแหวนรอบจุดเกิดโรคด้วยการฉีดวัคซีนในคนรอบข้างผู้ติดเชื้อ วิธีนี้จำกัดเชื้อไวรัสเอาไว้ได้ด้วยกำแพงของคนที่มีภูมิต้านทานและหยุดการแพร่กระจาย แต่ความพยายามในการใช้เทคนิคดังกล่าวกับอีโบลาต้องประสบปัญหา เนื่องจากจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและหน่วยงานอื่นๆ ที่รักษาระเบียบของสังคม แต่พื้นที่ระบาดของอีโบลาในคองโกถูกควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ยินยอมให้ผู้ฉีดวัคซีนเข้าไปทำงาน
4. เรายังไม่เข้าใจถึงกลไกการทําลายของอีโบลาดีพอ
อีโบลายังคงเป็นปริศนานักวิทยาศาสตร์ยังไม่อาจเข้าใจถึงกลไกของไวรัสดังกล่าวและไม่แน่ใจว่าอีโบลาทำให้มนุษย์ตายได้อย่างไร

เรื่อง ริชาร์ด  เพรสตัน

แหล่งอ้างอิง

นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนพฤษภาคม 2562

DR Congo Ebola outbreak declared global health emergency

Ebola Outbreak in Congo Is Declared a Global Health Emergency 


อ่านเพิ่มเติม ซิฟิลิส: กามโรคที่ไม่เคยห่างหายไปจากมนุษย์

เรื่องแนะนำ

ความรุนแรงของพายุ ที่เกิดขึ้นบนโลก

ความรุนแรงของพายุ สามารถจำแนกได้จากความเร็วลมใกล้จุดศูนย์กลาง พายุ (Storm) ขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นทั้งบนภาคพื้นทวีปและในมหาสมุทร เมื่อพัฒนาจนกลายเป็นพายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) ที่สามารถสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งมีชีวิต บนพื้นผิวโลก  นักพยากรณ์อากาศจะจัด ความรุนแรงของพายุ ตามมาตรวัดของสำนักงานหรือกรมอุตุนิยมวิทยาในแต่ละภูมิภาคที่พายุเหล่านั้นก่อตัวขึ้น ในเบื้องต้น พายุหมุนเขตร้อนจะถูกจัดประเภทตามหลักเกณฑ์พื้นฐาน คือ พายุดีเปรสชันเขตร้อน (Tropical Depression) มีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางไม่เกิน 63 กิโลเมตร/ชั่วโมง พายุโซนร้อน (Tropical Storm) มีความเร็วลมสูงสุดไม่เกิน 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไต้ฝุ่น (Typhoon) หรือ เฮอร์ริเคน (Hurricane) มีความเร็วลมสูงสุดมากกว่า 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่เมื่อพายุหมุนเขตร้อนพัฒนาจนกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น ไซโคลน หรือ เฮอร์ริเคน จะมีการจัดระดับความรุนแรงภายในขึ้นอีกครั้ง โดยพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกหรือที่เรียกว่า “ไต้ฝุ่น” จะถูกจัดระดับความรุนแรงตามเกณฑ์ของคณะกรรมการไต้ฝุ่นและองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ESCAP/WMO) รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยาของแต่ละประเทศในภูมิภาคดังกล่าว ระดับความรุนแรง ความเร็วลมสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง) ญี่ปุ่น จีนและฮ่องกง ทวีปแอฟริกา ไต้ฝุ่น/ไซโคลน […]

ส่องอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้า มาแน่ในอีกไม่กี่ปี

ในหลายประเทศออกนโยบายอ้าแขนรับการมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว มาดูกันว่าในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมามีรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายใดบ้างที่น่าสนใจ

ความรู้ประจำวัน : ลงจอดยานบนดาวอังคารไม่ใช่เรื่องง่าย

จินตนาการว่าคุณมีโอกาสได้ไปสำรวจดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง คุณจะลงจอดตรงไหน? ที่ดาวอังคารหุ่นยนต์สำรวจช่วยเราไขคำตอบเกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนี้มากมาย ว่าแต่ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไร ว่าบริเวณไหนที่ควรสำรวจเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับดาวอังคารมากที่สุด Bethany Ehlmann นักธรณีวิทยาดาวเคราะห์ไขข้อข้องใจนี้ให้ฟังว่า เกณฑ์ในการพื้นที่ลงจอดประกอบไปด้วยความปลอดภัย, ข้อมูลประเภทไหนที่เราต้องการ และวิธีการลงจอด ยกตัวอย่างในการจะหาคำตอบว่าเหตุใดดาวอังคารทีเคยมีมหาสมุทรจึงกลายเป็นดาวเคราะห์แห้งเหือดเช่นในปัจจุบัน ทีมนักวิทยาศาสตร์อาจเลือกที่จะลงจอดยานสำรวจของพวกเขาลงในแอ่งทะเลสาบโบราณหรืออดีตภูเขาไฟ พื้นที่พิเศษเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาได้ข้อมูลที่มากขึ้น แน่นอนว่าไม่มีถูกมีผิดในงานวิทยาศาสตร์และทุกย่างก้าวของการสำรวจ ช่วยให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์สีแดงนี้มากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : ความรู้ประจำวัน : มหาสมุทรบนดาวอังคารหายไปไหน?, สำรวจชีวิตบนดาวอังคารแบบ 360 องศา