ระบบกล้ามเนื้อ ทำงานอย่างไร และกล้ามเนื้อของมนุษย์จำแนกได้กี่ประเภท

ระบบกล้ามเนื้อ (Muscular System)

มนุษย์สามารถเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย และเคลื่อนที่ได้ ด้วยการทำงานประสานกันของระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ และระบบโครงร่าง

ระบบกล้ามเนื้อ (Muscular System) ของมนุษย์ประกอบด้วยกล้ามเนื้อทั้งหมดราว 650 มัด ยึดติดกันโดยอาศัยพังผืด กระดูก ข้อต่อ และเส้นเอ็นต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่รองรับอวัยวะภายในและคงร่างกายให้มีรูปร่างอย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ ระบบกล้ามเนื้อยังทำหน้าที่ประสานงานร่วมกับ ระบบโครงร่าง และระบบประสาท เพื่อกำหนดการเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในต่าง ๆ ทั้งการเต้นของหัวใจ การบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ หรือแม้แต่การเคลื่อนไหวของปอด ขณะหายใจ

รวมไปถึงมีบทบาทสำคัญต่อการเคลื่อนที่อย่างอิสระของอวัยวะภายนอกอีกด้วย ทั้งการเอียงคอ การผงกศีรษะ และการขยับแขนขาที่ทำให้ร่างกายสามารถทำการเคลื่อนไหวและตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างเหมาะสม

กล้ามเนื้อ, ระบบกล้ามเนื้อ, ระบบในมนุษย์, ระบบต่างๆ, กล้ามเนื้อเรียบ, กล้ามเนื้อโครงร่าง, กล้ามเนื้อหัวใจ
กล้ามเนื้อโครงร่างของมนุษย์ / ภาพประกอบ : Barroa Artworks

หน้าที่ของระบบกล้ามเนื้อ

  • คงรูปร่างและท่วงท่าต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงรองรับอวัยวะภายในให้ดำรงอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • ป้องกันกระดูกและยึดข้อต่อเข้าไว้ด้วยกัน
  • ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในและภายนอกร่างกาย
  • สร้างความร้อนและรักษาอุณหภูมิในร่างกาย
กล้ามเนื้อ, ระบบกล้ามเนื้อ, ระบบในมนุษย์, ระบบต่างๆ, กล้ามเนื้อเรียบ, กล้ามเนื้อโครงร่าง, กล้ามเนื้อหัวใจ
ภาพถ่าย : Alexander Redl

กล้ามเนื้อในร่างกายสามารถจำแนกออกเป็น 3 ชนิด คือ

กล้ามเนื้อลาย หรือกล้ามเนื้อโครงร่าง (Skeletal Muscle) คือ กล้ามเนื้อส่วนใหญ่ของร่างกาย เป็นกล้ามเนื้อส่วนนอกของร่างกายทั้งหมด ประกอบขึ้นจากกลุ่มหรือมัดของเส้นใยกล้ามเนื้อ (Muscle Fiber) จำนวนมาก

เซลล์กล้ามเนื้อโครงร่างมีลักษณะเรียวยาวเรียงตัวไปในทิศทางเดียวกัน รูปทรงคล้ายกระบอก มีนิวเคลียสจำนวนมากเรียงตัวอยู่ตามขอบของเซลล์ ทำให้เกิดลวดลายตามขวาง เป็นกล้ามเนื้อที่ยึดติดอยู่กับกระดูก

เมื่อกล้ามเนื้อโครงร่างหดตัวจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยเฉพาะตามบริเวณข้อต่อต่าง ๆ ทั้งการเคลื่อนไหวของดวงตา การเคี้ยวและการกลืนอาหาร การเคลื่อนไหวของลิ้น หรือการเคลื่อนไหวใบหน้า เพื่อแสดงอารมณ์ความรู้สึก

กล้ามเนื้อโครงร่างเป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานอยู่ภายใต้อำนาจจิตใจ (Voluntary Muscle) ที่ควบคุมโดยระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System)

กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth Muscle) คือ กล้ามเนื้อที่ส่วนใหญ่ประกอบขึ้นเป็นผนังของอวัยวะภายในร่างกาย ทั้งผนังหลอดอาหาร หลอดเลือด และลำไส้

เซลล์ของกล้ามเนื้อเรียบมีลักษณะรูปทรงคล้ายกระสวย พื้นผิวเรียบ ไม่มีลายตามขวาง มีนิวเคลียสอยู่ตรงกลางของเซลล์

เมื่อเกิดการหดตัวจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในที่ช่วยทำให้สสารต่าง ๆ ภายในร่างกายเกิดการเคลื่อนที่

กล้ามเนื้อเรียบเป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานนอกเหนืออำนาจจิตใจ (Involuntary Muscle) ที่ควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) และฮอร์โมนต่าง ๆ

กล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac Muscle) คือ กล้ามเนื้อที่พบได้เฉพาะบริเวณหัวใจ ประกอบขึ้นจากเซลล์ที่มีลักษณะคล้ายรูปทรงกระบอก มีลายตามขวางจากการเรียงตัวไปในหลากหลายทิศทาง มีหลายนิวเคลียสเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อลาย

กล้ามเนื้อหัวใจมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการทำงานของหัวใจและการเคลื่อนไหวของโลหิตที่ถูกสูบฉีดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานนอกเหนืออำนาจจิตใจ (Involuntary Muscle) ควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติและฮอร์โมนต่าง ๆ เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อเรียบ

กล้ามเนื้อ, ระบบกล้ามเนื้อ, ระบบในมนุษย์, ระบบต่างๆ, กล้ามเนื้อเรียบ, กล้ามเนื้อโครงร่าง, กล้ามเนื้อหัวใจ
ภาพถ่าย: Robina Weermeijer

การทำงานของระบบกล้ามเนื้อ

เมื่อสมองสั่งร่างกายให้เคลื่อนไหว กล้ามเนื้อจะเกิดการหดตัวและคลายตัวจากการกระตุ้นของกระแสประสาท โดยกล้ามเนื้อจะทำงานกันเป็นคู่ในทิศทางตรงกัน (Antagonism) จากจุดเกาะต้นและจุดเกาะปลายของกล้ามเนื้อที่ยึดเกาะกับส่วนปลายทั้ง 2 ด้านของกระดูก

ดังนั้น กล้ามเนื้อมัดหนึ่งหดตัว กล้ามเนื้ออีกมัดหนึ่งจะคลายตัว เมื่อสมองสั่งให้เรางอแขน กล้ามเนื้อแขนด้านบน (Biceps Brachii Muscle) จะหดตัว ขณะที่กล้ามเนื้อแขนด้านล่าง (Triceps Brachii Muscle) จะคลายตัว ซึ่งโดยปกติแล้ว กล้ามเนื้อสามารถหดตัวได้ราว 1 ใน 3 ส่วนของความยาวปกติ ยิ่งมีการหดตัวมาก กล้ามเนื้อจะยิ่งแข็งและหนามากยิ่งขึ้น

สืบค้นและเรียบเรียง
คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ และณภัทรดนัย

ข้อมูลอ้างอิง

http://old-book.ru.ac.th/e-book/p/PE244(48)/PE244-5.pdf
http://elearning.psru.ac.th/courses/298/5TheMuscularSystem.pdf
http://www.elfit.ssru.ac.th/rapat_ek/pluginfile.php/63/mod_page/content/89/เรื่อง-กล้ามเนื้อ.pdf


อ่านเพิ่มเติม ระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System)

เรื่องแนะนำ

ดวงอาทิตย์ของเราจะพบจุดจบอย่างเงียบๆ

เรื่อง ไมเคิล ฟิงเกิล ศิลปกรรม มาร์ก เอ. การ์ลิก ความที่ดวงอาทิตย์เป็นเพียงดาวมวลปานกลาง อีกราวห้าพันล้านปีข้างหน้า หลังจากเผาผลาญเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในตัวจนหมดสิ้น ผิวชั้นนอกของดวงอาทิตย์จะหลุดออก เหลือเพียง แกน ซึ่งในที่สุดจะอัดตัวจนกลายเป็นดาวแคระขาว (white dwarf) หรือซากดาวขนาดเท่าโลกเท่านั้น ขณะที่ดาวซึ่งใหญ่กว่าดวงอาทิตย์สิบเท่ามีความตายอันน่าตื่นเต้นกว่านั้นมาก ผิวดาวชั้นนอกจะกลายเป็นซูเปอร์โนวาระเบิดออกสู่อวกาศ และเป็นหนึ่งในวัตถุที่สว่างเจิดจ้าที่สุด ในเอกภพอยู่ราวสองสัปดาห์ ในเวลาเดียวกัน แกนที่เหลือจะถูกแรงโน้มถ่วงบีบอัดลงเป็นดาวนิวตรอนทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 กิโลเมตรที่หมุนติ้ว ชิ้นส่วนดาวนิวตรอนขนาดเท่านํ้าตาลก้อนจะหนักถึงหนึ่งพันล้านตันบนโลก ความโน้มถ่วงของดาวนิวตรอนนั้นรุนแรงมาก ถึงขนาดที่ว่า ถ้าคุณทิ้งขนมมาร์ชแมลโลว์ลงไปสักชิ้น ขนมที่ตกถึงพื้นจะ สร้างพลังงานเท่ากับระเบิดปรมาณูหนึ่งลูกทีเดียว แต่นั่นยังเทียบไม่ได้เลยกับฉากสุดท้ายของดาวที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 20 เท่าขึ้นไป ต่อให้คุณทิ้งระเบิดปรมาณูความรุนแรงระดับเดียวกับที่ทิ้งใส่เมืองฮิโระชิมะทุก ๆ หนึ่ง มิลลิวินาทีไปจนสิ้นอายุเอกภพ ก็ยังได้พลังงานไม่เท่ากับ ที่ถูกปลดปล่อยในชั่วขณะสุดท้ายที่ดาวยักษ์สักดวงยุบตัว เพราะแกนดาวจะยุบ อุณหภูมิพุ่งขึ้นถึง 55,000 ล้านองศาเซลเซียส แรงกดดันของความโน้มถ่วงนั้นไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ เหล็กแต่ละก้อนที่ใหญ่กว่ายอดเขาเอเวอเรสต์ถูกบีบอัดจนเป็นเม็ดทรายยิบย่อยในพริบตา อะตอมแตกสลาย เป็นอิเล็กตรอน โปรตรอน และนิวตรอน ซึ่งถูกบดละเอียด ลงไปอีกเป็นควาร์ก เลปตอน และกลูออน แล้วป่นเล็กลง […]

กลายร่างเป็นหิน

เรื่อง ไมเคิล เกรชโค ภาพถ่าย โรเบิร์ต คลาร์ก วันที่ 21 มีนาคม ปี 2011 ชอว์น ฟังก์ พนักงานควบคุมเครื่องจักรขนาดใหญ่ กำลังขุดดิน โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า อีกไม่ช้าเขาจะได้พบกับมังกร วันจันทร์นั้นเริ่มต้นเหมือนวันอื่นๆที่เหมืองมิลเลนเนียม เหมืองเปิดขนาดยักษ์ ห่างจากเมืองฟอร์ตแมกเมอร์เรย์ รัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ไปทางเหนือราว 27 กิโลเมตร ดำเนินงานโดยบริษัทพลังงานชื่อซันคอร์ ในช่วง 12 ปีของ การทำงาน ฟังก์เคยพบไม้กลายเป็นฟอสซิล และบางครั้งก็ตอไม้กลายเป็นหิน แต่ไม่เคยพบซากสัตว์เลย ส่วนซากไดโนเสาร์นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ราวบ่ายโมงครึ่ง มือขุดของรถขุดดินตักอะไรได้บางอย่างที่แข็งกว่าหินในบริเวณนั้นมาก ก้อนสีแปลกๆหลุดออกจากดินที่ขุด กลิ้งหลุนๆลงไปยังคันดินเบื้องล่าง ภายในไม่กี่นาที ฟังก์กับหัวหน้าของเขาชื่อ ไมก์ แกรตตัน เริ่มสงสัยว่าก้อนหิน  สีน้ำตาลเข้มเหล่านั้นเป็นเศษไม้ที่กลายเป็นฟอสซิลหรือเป็นซี่โครงกันแน่ “ทันใดนั้นไมก์พูดประมาณว่า ‘เราต้องเอานี่ไปตรวจดูซะหน่อยแล้ว’ ” ฟังก์เล่าไว้ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2011 “เป็นอะไรที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอนครับ” เกือบหกปีต่อมา ผมไปเยือนห้องปฏิบัติการเตรียมฟอสซิลที่พิพิธภัณฑ์รอยัลไทร์เรลล์ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณภูมิประเทศแบดแลนด์ที่ลมพัดจัดของรัฐแอลเบอร์ตา ผมสนใจกองหินหนัก 1.1 […]

12 ทฤษฎี เราวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ได้อย่างไร?

เพราะเป็นนักฆ่า, นักประดิษฐ์, นักล่า หรือนักปรุงอาหาร เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของทฤษฎีว่าเราวิวัฒนาการจากเอปมาเป็นมนุษย์ได้อย่างไรกัน

ดาวอังคารในภาพถ่ายน่าทึ่งจากโครงการสำรวจอวกาศ

  ดาวอังคารเผยโฉมอย่างน่าตื่นตาในภาพถ่ายที่รวบรวมจาก 20 ปีที่องค์การนาซาส่งรถสำรวจขึ้นไปปฏิบัติงานบนพื้นผิวดาวอังคาร เรื่อง        แฮนนา แลง ภาพถ่าย   องค์การนาซา ย้อนหลังไปเมื่อปี 1997 ยานมาร์สพาทไฟน์เดอร์ (Mars Pathfinder) ลงจอดบนดาวอังคารและสำรวจพื้นผิวอยู่นานสามเดือน โดยวิเคราะห์บรรยากาศของดาวอังคารและสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนประเมินองค์ประกอบของหินและดิน นับตั้งแต่ยานพาทไฟน์เดอร์เป็นต้นมา มียานหรือรถสำรวจของนาซาอีก 8 คัน/ลำ ได้สำรวจดาวอังคาร รถสำรวจสปิริตและออปพอร์ทูนิตีลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารเมื่อปี 2004 โดยมีภารกิจเสาะหาหลักฐานของน้ำ รถสำรวจทั้งสองถ่ายภาพหลายพันภาพของพื้นผิวหินของดาวอังคารและรวบรวมข้อมูลที่ทำให้นักวิจัยเชื่อว่า ครั้งหนึ่งดาวอังคารเคยเป็นดาวเคราะห์ชุ่มชื้น นับจากนั้น รถสำรวจสปิริตก็หยุดทำงาน ขณะที่รถสำรวจออปพอร์ทูนิตียังทำงานต่อไป รถสำรวจคิวริออซิตีซึ่งเป็นรถสำรวจขนาดใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดที่ส่งขึ้นไปยังดาวอังคารลงจอดเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2012 รถติดตั้งกล้องถ่ายภาพ 17 ตัว เครื่องยิงเลเซอร์ และหัวเจาะที่สามารถเก็บตัวอย่างฝุ่นหิน โดยหวังว่าจะพบหินที่ก่อตัวในน้ำ  เมื่อไม่นานมานี้ คิวริออซิตีได้ส่งรายละเอียดใหม่ๆ กลับมายังนาซาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทะเลสาบโบราณในบริเวณหุบอุกกาบาตเกล (Gale Crater) ของดาวอังคาร ในฤดูใบไม้ผลิปี 2018 นาซามีกำหนดส่งภารกิจอินไซต์ (Insight Mission) ขึ้นไปศึกษาพื้นที่ชั้นในของดาวอังคารและวางแผนจะส่งรถสำรวจอีกคันในปี 2020 เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมที่ครั้งหนึ่งอาจมีสภาพเอื้อต่อชีวิตขนาดเล็กจิ๋ว