เฟอร์เรตตีนดำ สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ได้รับการโคลนนิ่งสำเร็จเป็นครั้งในสหรัฐอเมริกา

เฟอร์เรตตีนดำ ได้รับการโคลนเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา

เซลล์ของ เฟอร์เรตตีนดำ จากตัวที่ตายไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ได้รับการโคลนขึ้นมาอีกครั้ง นับเป็นความหวังสำหรับสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้

คุณอาจเคยได้ยินชื่อแกะชื่อ “ดอลลี” แต่วันนี้เราขอนำเสนอ “เอลิซาเบธ แอนน์” ซึ่งเป็น เฟอร์เรตตีนดำ

นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จการโคลนนิ่งเฟอร์เรตตีนดำ โดยใช้เซลล์ที่เก็บรักษาไว้เป็นเวลานานจากตัวที่ตายแล้ว นี่คือครั้งแรกที่ทำโคลนนิ่งสำเร็จกับสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในสหรัฐฯ

ความก้าวหน้าครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการอนุรักษ์เฟอร์เรตตีนดำ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าพื้นเมืองชนิดเดียวในอเมริกาเหนือ สายพันธุ์นี้เคยถูกสำรวจพบในพื้นที่กว้างใหญ่ของอเมริกาตะวันตก แต่ในทศวรรษ 1970 พวกมันมีจำนวนลดน้อยลง เมื่อเกษตรกรและเจ้าของฟาร์มกำจัดอาหารหลักของพวกมันคือ แพรี ดอก พวกเขาคิดว่ามันสูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งในปี 1981 สุนัขในฟาร์มปศุสัตว์นำนักวิทยาศาสตร์ไปยังครอบครัวของเฟร์เรต 18 ตัวในไวโอมิง

เฟอร์เรตที่รอดชีวิตเหล่านั้นกลายมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ในโครงการผสมพันธุ์ในกรงเลี้ยง ซึ่งบริหารจัดการโดยหน่วยบริการสัตว์ป่าและการประมงสหรัฐฯ ในรัฐโคโลราโด สัตว์ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ถูกกระจายไปยังพื้นเพาะเลี้ยงในทุ่งหญ้า 8 แห่งทั่วรัฐ แต่มีเฟอร์เรตจากเจ็ดสถานที่เพาะเลี้ยง ที่ผสมพันธุ์กัน และประชากรที่มีชีวิตอยู่เป็นเครือญาติใกล้ชิดกันทั้งหมด ปัจจุบัน มีเฟอร์เรตตีนดำในธรรมชาติประมาณ 400 – 500 ตัว พีต ก็อบเบอร์ ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูประชากรเฟอร์เรตตีนดำ กล่าว

การโคลนครั้งใหม่นี้เป็นการคัดลอกพันธุกรรมจากตัวเมียในธรรมชาติชื่อ วิลลา ซึ่งตายลงช่วงกลางทศวรรษ 1980 ในรัฐไวโอมิง และไม่มีทายาทที่ยังมีชีวิตอยู่ เซลล์ของวิลลาได้รับการเก็บรักษาด้วยเทคนิคเยือกแข็งที่ Frozen Zoo ซึ่งเป็นโครงการของ San Diego Zoo Global ที่เก็บตัวอย่างจากสัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์กว่า 1,100 ชนิดทั่วโลก นักวิจัยหวังว่าจะผสมพันธุ์เอลิซาเบธ แอนน์ และปล่อยกลับสู่ป่า เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมให้กับประชากรในธรรมชาติ

“พวกเราค่อนข้างตื่นเต้น และมีความสุขไปพร้อมกัน” ชอว์น วอล์กเกอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของ ViaGen Pets and Equine บริษัทโคลนสัตว์เลี้ยงส่วนบุคคล ที่ทำงานร่วมกับหน่วยบริการสัตว์ป่าและประมงสหรัฐฯ และกลุ่มอนุรักษ์เทคโนโลยีชีวภาพ Revive and Restore

ความสำเร็จนี้ชี้ให้เห็นว่าการโคลนนิ่งสามารถเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ได้ ไรอัน ฟีแลน ผู้อำนวยการบริหารของ Revive and Restore กล่าว นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์เซลล์สัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย โอลิเวอร์ ไรเดอร์ ผู้อำนวยการด้านพันธุศาสตร์การอนุรักษ์ของสวนสัตว์ซานดิเอโก กล่าวเสริม.

เฟอร์เรตตีนดำต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ด้วยโรคระบาดซิลวาติก การติดเชื้อแบคทีเรียที่แพร่กระจายโดยหมัด ซึ่งเป็นภัยคุกคามหลักต่อความอยู่รอดของพวกมัน นักวิจัยหวังว่า ความหลากหลายทางพันธุกรรมที่เพิ่มขึ้นจะช่วยต้านทานเชื้อก่อโรคชนิดนี้ได้ ในอนาคต เราอาจเพิ่มทางเลือกโดยใช้เทคนิคการดัดแปลงพันธุกรรม ฟีแลนกล่าว

กระบวนการโคลน

ขั้นตอนการโคลนเริ่มต้นด้วยการนำไข่จากเฟอร์เรตบ้านมาใช้เป็นเซลล์ตั้งต้น ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้ชิดกับเฟอร์เรตตีนดำ เมื่อไข่ที่สุกเต็มที่แล้วนักวิทยาศาสตร์จาก ViaGen ใช้ปิเปตดูดเอาสารพันธุกรรมและนิวเคลียสในเซลล์ไข่ออก จากนั้นนำสารพันธุกรรมของวิลลาใส่เข้าไปแทนที และกระตุ้นการแบ่งเซลล์ด้วยประจุไฟฟ้า เมื่อไข่แบ่งตัวจนได้ระยะเอมบริโอแล้วจึงปลูกถ่ายกลับเข้าไปในมดลูกของเฟอร์เรตบ้าน โดยเลือกเอมบริโอที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงอันเดียว

โดยพื้นฐานแล้วการโคลนนิ่งครั้งนี้เป็นกระบวนการเดียวกันที่ใช้กับแกะดอลลีเมื่อ 25 ปีก่อน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวแรกที่โคลนจากเซลล์ตัวเต็มวัย แม้ว่าจะซับซ้อนกว่าเล็กน้อยเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนสารพันธุกรรมจากสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งไปอีกชนิดหนึ่ง

เฟอร์เรตตีนดำ, เฟอร์เรต, การโคลน, โคลนนิ่งสัตว์, โคลนนิ่ง, การโคลนนิ่ง
นักวิทยาศาสตร์ เบน โนวัก จาก Revive and Restore เข้าเยี่ยมเอลิซาเบธ แอนน์ ที่ศูนย์อนุรักษ์เฟอร์เรตตีนดำ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้มันมีอายุได้สามสัปดาห์
ภาพถ่าย COURTESY REVIVE & RESTORE

เอลิซาเบธ แอนน์ เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่ศูนย์อนุรักษ์เฟอร์เรตตีนดำ รัฐโคโลราโด ชื่อเล่นนี้ไม่ได้ถูกเลือกด้วยเหตุผลเฉพาะใด ๆ แต่เป็นหนึ่งในรายการชื่อสัตว์ของศูนย์อนุรักษ์เฟอร์เรตตีนดำ ที่รวบรวมเพื่อตั้งชื่อสัตว์หลายชนิดที่เกิดที่นั่น

จนถึงขณะนี้ การวิเคราะห์สุขภาพในด้านต่างๆ แสดงให้เห็นว่าเฟอร์เรตน้อยมีสุขภาพดี และมันจะได้รับการเลี้ยงดูต่อไป นักวิทยาศาสตร์หวังว่ามันจะผสมพันธุ์ได้ในที่สุด หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ประชากรรุ่นต่อไปที่เกิดจากเอลิซาเบธอาจได้รับการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในปี 2024 หรือ 2025 เบน โนวัก นักวิทยาศาสตร์จาก Revive and Restore กล่าว

มีชีวิตเพื่อดำรงอยู่

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า พวกเขาไม่คาดหวังว่าจะเกิดผลกระทบเชิงลบ เมื่อปล่อยประชากรเฟอร์เรตตีนดำที่เกิดจากตัวแม่ที่มาจากกระบวนการโคลน เช่นเดียวกับเฟอร์เรตตีนดำที่ได้รับการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติไปก่อนหน้านี้ ทุกตัวได้รับฝึกและปรับพฤติกรรมให้อยู่รอดในพื้นที่ธรรมชาติ ก็อบเบอร์กล่าวและเสริมว่า ที่นั่น เฟอร์เรตที่เคยอยู่ในกรงเลี้ยงต้องมีทักษะการล่าแพรรีด็อก และทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับเอาตัวรอด

ไรเดอร์กล่าวว่า เขาตื่นเต้นมากที่เซลล์จาก Frozen Zoo มีอายุยืนยาวกว่า 30 ปี และสามารถนำมาทำโคลนนิ่งได้ ย้อนกลับไปในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เมื่อเขาแนะนำให้เก็บตัวอย่างจากผิวหนังของวิลลา เพื่อศึกษาสารพันธุกรรมของชนิดพันธุ์ เขาคิดว่าเซลล์ดังกล่าว ไม่สามารถใช้ในการโคลนนิ่งได้

ปัจจุบัน ประชากรเฟอร์เรตตีนดำที่อยู่ในธรรมชาติ เป็นสายเลือดที่ใกล้ชิดกัน หรือเป็นพี่น้อง หรือเป็นญาติกัน ยีนของวิลลา ซึ่งตอนนี้อยู่ในตัวของเอลิซาเบธ แอนน์ มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากกว่าสามเท่า การเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมสามารถช่วยให้สัตว์ผสมพันธุ์ได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ร่างกายทนต่อเชื้อโรคและความเครียดทางสรีรวิทยา

“การขยายความหลากหลายของยีนให้กว้างขึ้น ดูเหมือนจะเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยรับประกันความยั่งยืนของสายพันธุ์ในระยะยาว” ไรเดอร์กล่าวปิดท้าย

เรื่อง ดักลาส เมน


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ค้นพบกิ้งก่าชนิดใหม่ ที่อาจเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เล็กที่สุดในโลก

กิ้งก่า

เรื่องแนะนำ

คืนชีพแรดขนจากยุคน้ำแข็ง

คืนชีพ แรดขน จากยุคน้ำแข็ง แรดขน ตัวนี้มีชื่อเรียกว่า ซาช่า ทีมนักวิทยาศาสตร์รัสเซียเองยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเมื่อ 10,000 ปีก่อน เจ้าซากดึกดำบรรพ์นี้เป็นตัวผู้หรือตัวเมีย แต่ชื่อของมันก็ถูกเรียกติดปากไปแล้ว แตกต่างจากช้างแมมอธที่อาศัยอยู่ในยุคน้ำแข็ง ซากของแรดขนไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบเจอ ช่วงเวลาการวิวัฒนาการของมันก็ยังไม่แน่ชัด รวมไปถึงวิถีชีวิตของมันตลอดจนอาหารและอายุขัย ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ยังคงคลุมเครือ   คืนชีพให้ซาช่า ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสาขาบรรพชีวินวิทยา, สถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซียและสถาบันวิทยาศาสตร์รัฐซาฮา ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ร่วมกันคืนชีพให้แก่ซาซ่า ซากชิ้นส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ของมันเก่าจนกลายเป็นสีเทา เมื่อตอนที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ไปค้นพบเข้า พวกเขาต้องประหลาดใจที่ในเวลาต่อมาพบว่าสีขนจริงของแรดขนสายพันธุ์นี้เป็นสีน้ำตาลบลอนด์อ่อน ผลการวิเคราะห์ฟันของมันพบว่า เจ้าสัตว์ตัวนี้ตายลงเมื่อมีอายุได้ประมาณ 7 เดือน ความที่ว่ามันยังเป็นลูกสัตว์อยู่นั้น สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดานักวิทยาศาสตร์ ข้อมูลจากวารสาร Siberian Times ซาช่ามีความยาวประมาณ 5 ฟุต สูง 2 ฟุตครึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นแรดขนาดใหญ่ เนื่องจากแรดในปัจจุบันกว่าจะมีขนาดเท่านี้ได้ก็ต้องรอให้มีอายุถึง 18 เดือน (ไม่ใช่แค่น้ำแข็งเท่านั้นที่รักษาร่างของสิ่งมีชีวิตไว้ได้ อำพันเองก็เช่นกัน) Olga Potapova เป็นนักวิทยาศาสตร์จากเขตสำรวจซากดึกดำบรรพ์ Mammoth Site of Hot Springs […]

ความอัศจรรย์พันลึกของ ม้าน้ำ และภัยที่คุกคาม

พวกมันหน้าตาเหมือนสัตว์อื่นหลายชนิดผสมกัน และเพศผู้เป็นฝ่ายออกลูก แต่ตอนนี้ ม้าน้ำ ปลาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหล่านี้กำลังเผชิญภัยคุกคาม มิเกล กอร์เรีย ชี้ไปที่พื้นทะเล ฉันมองตาม แล้วส่ายหัว เขาจิ้มนิ้วสวมถุงมือรัวๆ ที่จุดเดิม ฉันว่ายเข้าไป ใกล้ขึ้น เพ่งมองหาจริงจังกว่าเดิม นั่นไง ซุกอยู่ในกอสาหร่ายตรงที่ฉันมองหามาแต่แรกนั่นเอง ม้าน้ำ จมูกยาวชนิด Hippocampus guttulatus สูง 76 มิลลิเมตร สีเหลืองอมน้ำตาล มีจุดกระสีเข้มประปราย และก้านผิวหนังตั้งเรียง เป็นแผงคอ ต่อมาในการดำไดฟ์เดียวกัน ฉันยังเห็นญาติจมูกสั้นของเจ้าตัวแรก (เพราะมีคนชี้ให้ดูเช่นกัน) นั่นคือHippocampus hippocampus ม้าน้ำพื้นถิ่นอีกชนิดในทะเลสาบน้ำเค็มชื่อ รีอาฟอร์โมซา บนชายฝั่งของโปรตุเกส ในน่านน้ำชายฝั่งของทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา เราพบปลาที่เป็นตำนานเล่าขานชนิดนี้หลากหลายชนิด นักวิทยาศาสตร์ระบุชนิดพันธุ์ม้าน้ำได้ 46 ชนิดทั่วโลก และจำนวนดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ลำพังในช่วงสิบปี ที่ผ่านมา ก็มีการระบุชนิดพันธุ์ใหม่ๆ ได้อีกสี่ชนิดแล้ว ไม่นานมานี้เอง รีอาฟอร์โมซาซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคอัลการ์ฟของโปรตุเกส เป็นบ้านของม้าน้ำจำนวนมากถึง สองล้านตัว กอร์เรีย นักชีววิทยาที่มหาวิทยาลัยศูนย์สมุทรศาสตร์อัลการ์ฟ กล่าว เขากับเพื่อนร่วมงานเพาะพันธุ์และศึกษาสัตว์ชนิดนี้ในอาคารริมน้ำหลังเล็ก […]

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน สำหรับชนชาติโบราณอย่างชาวแอซเท็กและชาวมายาแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขาคือผู้ติดตามที่ไร้ขนอย่างหมาขนเกรียนเม็กซิกัน พวกมันคอยช่วยเสาะหาอาหารและนำทางพวกเขาไปยังโลกหลังความตาย เพื่อนผู้นี้เป็นที่รู้จักดีในชื่อ สุนัขขนเกรียนเม็กซิกัน หรือ Xoloitzcuintli (อ่านออกเสียงว่า show-low-itz-QUEENT-ly) คำๆ นี้มาจากสองคำรวมกันในภาษาแอซเท็ก คือ Xolotl หมายถึงเทพแห่งแสงสว่างและความตาย ส่วน itzcuintli มีความหมายว่าสุนัข ตามความเชื่อของชาวแอซเท็ก สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องและนำทางดวงวิญญาณของมนุษย์ไปยังโลกหลังความตาย Xoloitzcuintli คือหนึ่งในสายพันธู์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา นักวิจัยเชื่อว่าบรรพบรุษของพวกมันอพยพมาจากเอเชียและพัฒนาจนเป็นสายพันธุ์ดังกล่าวเมื่อราว 3,500 ปีก่อน สุนัขพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือไร้ขน (บางชนิดมีขนอยู่หย่อมหนึ่งที่บนหัวและหาง) อันเป็นผลจากวิวัฒนาการซึ่งรวมไปถึงการปราศจากฟันกรามน้อย ลักษณะที่โดดเด่นของฟันนี้ช่วยให้การระบุตัวตนของมันในทางโบราณคดีเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น เจ้าสุนัข Xolos ปรากฏตัวบ่อยครั้งผ่านงานศิลปะในยุคเมโซอเมริกัน ด้วยลักษณะที่โดดเด่นคือหูแหลมตั้งและผิวหนังอันไร้ขนของพวกมัน ชิ้นงานที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคือรูปปั้นเซรามิกขนาดเล็กที่มีชื่อว่า Colima Dogs ที่ถูกพบทางตะวันตกของเม็กซิโก นักโบราณคดีประเมินว่าในสมัย 300 ปีก่อนคริสต์กาลจนถึงคริสต์กาลที่ 300 กว่า 75% ของการทำพิธีศพจะบรรจุหุ่นจำลองของสุนัขพันธุ์นี้ลงไปด้วย เพื่อช่วยนำทางดวงวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย สุนัขสายพันธุ์นี้กลายเป็นที่สนใจเมื่อคณะเดินทางจากยุโรปมาถึงทวีปอเมริกา ในจำนวนนี้รวมไปถึงคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและคณะนักบวชชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีบันทึกเรื่องราวของสุนัขเหล่านี้ไว้ว่า ชาวแอซเท็กโบราณห่มผ้าให้พวกมันในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้มันอุ่น นอกจากนั้นการที่มันปราศจากขนส่งผลให้ร่างกายของมันเป็นตัวนำความร้อนชั้นดี พวกเขาใช้มันเปรียบเสมือนขวดน้ำร้อนแก่บรรดาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ “สุนัขรู้ดีว่าคุณกำลังป่วยอยู่” Kay […]

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย เมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม นกคอพัน (Eurasian wryneck) จะเงยหน้าและหมุนคอของมันไปด้านหลัง 180 องศา ความสามารถพิเศษนี้มีขึ้นเพื่อจำแลงร่างกายของมันให้เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ล่าสุดอันตราย มันคือการเลียนแบบรูปลักษณ์ของ “งู” นั่นเอง ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจพฤติกรรมของพวกมัน แต่ ณ พวกเขาทราบแล้วว่านี่คือวิธีป้องกันตัวจากอันตราย ผู้ล่าที่ตั้งใจจัดการมันจะเผชิญความสับสนว่ามันกำลังจะล่านกหรืองูกันแน่ อีกทั้งยังสามารถตวัดลิ้นยาวออกมาเพื่อการแสดงที่แนบเนียนได้อีกด้วย นกคอพันอยู่ในวงศ์ของนกหัวขวาน แต่พวกมันไม่มีพฤติกรรมเจาะต้นไม้เพื่อสร้างรัง นกคอพันสร้างรังในหลุมอื่นๆ ที่สัตว์ทำไว้แทน มีถิ่นอาศัยในยุโรปไปจนถึงเอเชียกลาง และเอเชียตะวันออก ในประเทศไทยเองพบนกคอพันช่วงที่มันอพยพหนีฤดูหนาว และปัจจุบันถือเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย   อ่านเพิ่มเติม กิ้งก่าคาเมเลี่ยนไม่ได้เปลี่ยนสีเพื่อพรางตัวอย่างเดียว