รถไฟฟ้าสายสีแดงจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางลงได้อย่างไร

ภายหลังจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ทดสอบระบบรางและทดลองเดินรถเสมือนจริงทั้งสองเส้นทางมาสักระยะ ในวันที่ 2 สิงหาคมนี้จะเป็นครั้งแรกที่ประชาชนทั่วไปจะมีโอกาสได้ทดลองใช้บริการ‘โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)’ ระยะที่ 1 หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า‘รถไฟฟ้าสายสีแดง’ ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อและบางซื่อ-รังสิตโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลาสามเดือนเต็มนับจากวันและเวลาดังกล่าวเป็นต้นไปจนถึงปลายเดือนตุลาคมนี้

National Geographic Thailand กลับไปยังสถานีกลางบางซื่ออีกครั้งเพื่อทดลองนั่งขบวนรถเปล่าที่กำลังทำการทดลองเดินรถเสมือนจริงและแวะลงที่สถานีดอนเมือง เพื่อสำรวจความพร้อมก่อนก้าวแรกจะเริ่มต้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และเชื่อมต่อระบบการเดินทางทุกรูปแบบของประเทศไทยเข้าด้วยกัน
รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถไฟฟ้าที่มีชื่อเรียกเล่น ๆ ว่า “หนูแดง” ผลิตโดยบริษัท ฮิตาชิ จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น เป็นรถไฟที่มีระบบรับไฟจากสายไฟแรงสูงเหนือขบวนรถ เช่นเดียวกับรถไฟฟ้า Airport Rail Linkภายนอกตัวรถมีสีขาวคาดแดง และประทับตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยด้านหน้าขบวน

 จากตลิ่งชัน ถึงบางซื่อ ภายในระยะเวลา 15 นาที

รถไฟฟ้าสายสีแดง แบ่งออกเป็น 2 เส้นทางหลัก เริ่มจากเส้นทางที่ 1 สายสีแดงอ่อนช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ ระยะทาง 15 กิโลเมตร ประกอบด้วย 3 สถานี ได้แก่ สถานีบางซ่อน สถานีบางบำหรุ และสถานีปลายทาง สถานีตลิ่งชัน

โดยขบวนรถจะวิ่งให้บริการจากสถานีต้นสาย ถึงปลายทาง และปลายสาย ถึงต้นทางทุก 15 นาที ดังนั้นผู้โดยสารจะสามารถเดินทางเข้า-ออก จากชานเมืองสู่ในเมืองช่วงตลิ่งชัน-สถานีกลางบางซื่อ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที เท่านั้น

สถานีดอนเมือง
เครื่องจำหน่ายตั๋วและเติมเงินอัตโนมัติ
สกายวอร์ก เชื่อมตัวอาคารผู้โดยสารสนามบินดอนเมือง เข้ากับสถานีดอนเมือง

จากรังสิต ถึงบางซื่อ ภายในระยะเวลา 25นาที

เส้นทางที่ 2 สายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26.3 กิโลเมตร ประกอบด้วย 10 สถานี ได้แก่สถานีกลางบางซื่อสถานีจตุจักร สถานีวัดเสมียนนารี สถานีบางเขน สถานีทุ่งสองห้อง สถานีหลักสี่ สถานีการเคหะ สถานีดอนเมือง สถานีหลักหก และสถานีปลายทาง สถานีรังสิต

โดยขบวนรถจะวิ่งให้บริการจากสถานีต้นสาย ถึงปลายทาง และปลายสาย ถึงต้นทางทุก 10 นาที ดังนั้นผู้โดยสารจะสามารถเดินทางเข้า-ออก จากชานเมืองสู่ในเมือง ช่วงสถานีกลางบางซื่อถึงรังสิต ภายในระยะเวลาไม่เกิน 25 นาที เท่านั้น   

ทดลองนั่งจากสถานีกลางบางซื่อ ถึงสถานีปลายทางรังสิต ระยะทาง 26.3 กิโลเมตร ในระบบการเดินรถเสมือนจริง ในวันนั้นเราใช้เวลาราว 23 นาที ซึ่งคาดว่าเวลาเฉลี่ยของช่วง บางซื่อ-รังสิต เมื่อเปิดใช้บริการจริงจะไม่เกิน 25 นาที ต่อเที่ยว
ที่นั่งสำรองพิเศษ สำหรับผู้สูงอายุ พระภิกษุ ผู้พิการ และสตรีมีครรภ์
พื้นที่รับรองวีลแชร์
ชั้นจัดเก็บสัมภาระเหนือศีรษะภายในขบวน

ขบวนรถไฟที่เอื้อในการขนสัมภาระ

สำหรับผู้ใช้บริการบางคนอาจขึ้นขบวนตัวเปล่า หรือพกกระเป๋าหนึ่งใบติดตัวสำหรับการไปทำงานเพียงเท่านั้น ทว่ายังมีใครบางคนที่อาจมีธุระต้องเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง แน่ล่ะว่าพวกเขาเหล่านั้นมักจะมาพร้อมสัมภาระจำนวนหนึ่งซึ่งต้องการพื้นที่จัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหารบกวนผู้โดยสารร่วม

ดังนั้นขบวนรถไฟฟ้าที่บริษัท ฮิตาชิ จำกัด ผลิตและออกแบบที่เราอาจเรียกกันว่า “หนูแดง” จึงออกแบบให้มีชั้นสำหรับจัดเก็บสัมภาระด้านบนเหนือเก้าอี้โดยสารทั้งสองฝั่งตลอดลำเพื่อช่วยลดการวางสัมภาระกีดขวางทางเดินเท้าลงได้อีกทางหนึ่ง

หน้าจอแสดงสถานะของรถไฟฟ้า

ระบบรางกับทางเลือกที่ช่วยเลี่ยงปัญหาจราจรทางบก

แม้ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าช่วยลดจำนวนของรถยนต์บนท้องถนนลงได้มากน้อยเพียงใด แต่อย่างน้อยรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงรังสิต-บางซื่อ จะช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรบนถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงขาเข้าในชั่วโมงเร่งด่วน ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่หลายคนต้องเผชิญเมื่อใช้ทางยกระดับอุตราภิมุขลงได้ หรือแม้กระทั่งผู้โดยสารยังสามารถประมาณการในการใช้เวลาเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

เช่นเดียวกับ ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ ที่แม้ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครจะช่วยบรรเทาการจราจรบนทางคู่ขนานลอยฟ้า บรมราชชนนี และถนนบรมราชชนนี ช่วงขาเข้าลงได้บ้างก็ตาม แต่รถไฟฟ้าสายสีแดง ที่สามารถทำความเร็วสูงสุดในการออกแบบ 160 กิโลเมตร / ชั่วโมงความเร็วสูงสุดในการให้บริการ 120 กิโลเมตร / ชั่วโมง และสามารถรองรับความจุของผู้โดยสารได้กว่า 1,710 คน / เที่ยว จะเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยร่นระยะเวลาการชะงักอยู่บนท้องถนนได้ไม่มากก็น้อย

สถานีเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะที่คลอบคลุม

ในอนาคตนับจากนี้ สถานีกลางบางซื่อจะกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางที่ใหญ่สุดในอาเซียน ตัวสถานีกลาง หรือ Grand Station จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อระบบการเดินทางทุกรูปแบบของประเทศไทยเข้าด้วยกัน คลอบคลุมทั้ง ล้อ ราง เรือ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง รถไฟชานเมือง รถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน และเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามหานคร(MRT) รวมถึงถนนสายหลัก และระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ที่สะดวกสบายและปลอดภัย รองรับจำนวนผู้โดยสารได้มากกว่า 6 แสนคนต่อวัน

แน่นอนว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จะกลายเป็นทางเลือกสำคัญในระบบขนส่งสาธารณะที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ย่านชานเมือง สามารถเลือกใช้บริการทดแทนระบบรถไฟชานเมืองเดิม

ซึ่งมีโครงข่ายที่เชื่อมโยงกับระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ทั้ง MRT และ BTS โดยมีสถานีกลางบางซื่อ เป็นหัวใจหลักในการเชื่อมต่อได้มากขึ้นในอนาคต ซึ่งตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมนี้ จะยังสามารถใช้บริการฟรีต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยอัตราค่าโดยสารซึ่งคิดตามระยะทางเริ่มต้น 14 บาท และตลอดเส้นทางไม่เกิน 42 บาท(โดยประมาณ)

ภาพภายในห้องควบคุมรถไฟขบวนสายสีแดง

 

 

เรื่อง:นวภัทร ดัสดุลย์/ ภาพ: ฤทธิรงค์ จันทองสุข

เรื่องแนะนำ

สนับสนุนพื้นที่ทางสังคม ตอบทุกคำถามการใช้บริการ‘ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ’ ภารกิจความร่วมมือเพื่อประชาชน

01 ใครมาใช้บริการได้บ้าง? กลุ่มที่ต้องลงทะเบียน กลุ่มองค์กรที่ประสานมายังกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 5,000 คนต่อวันจุดให้บริการอยู่ที่ทางเข้าประตู 1เวลา 9.00-17.00 กลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนนัดหมายผ่านผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ4 ค่าย คือ AISจุดให้บริการอยู่ที่ทางเข้าประตู 2,Dtacจุดให้บริการจะอยู่ที่ทางเข้าประตู 3,TrueและNT จุดให้บริการอยู่ที่ทางเข้าประตู 4เวลา 9.00-17.00 กลุ่มที่สามารถ Walk-in เข้ามาโดยไม่ต้องลงทะเบียน ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปสามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่31 กรกฎาคม 2564 จุดรับลงทะเบียนที่ประตู 2,3 และ 4 เวลา 9.00-17.00 ผู้ที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป และผู้ตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป(ต้องแสดงเอกสารการตั้งครรภ์ที่ได้รับการรับรองทางแพทย์) สามารถเข้ารับบริการได้จุดรับลงทะเบียนที่ประตู 2,3 และ 4 เวลา 13.00-17.00 02 การเดินทางมาศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ Shuttle Bus รับ-ส่ง 3 เส้นทาง ให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00เป็นต้นไป จนกว่าประชาชนจะเดินทางออกจากพื้นที่จนหมด เส้นทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สถานีกลางบางซื่อเริ่มต้นจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งเกาะพหลโยธิน) […]

หรือนี่คือโฉมหน้า “มนุษย์แห่งโลกอนาคต”

พูดคุยกับ นีล ฮาร์บีสสัน เขาเกิดมาพร้อมกับภาวะตาบอดสีทุกสี แต่เสาอากาศซึ่งมีส่วนปลายเป็นตัวรับของเส้นใยนำแสงที่อยู่เหนือดวงตาของเขาพอดีช่วยให้ฮาร์บิสสันสามารถรับรู้สีได้

เที่ยว 3 เขื่อน ชม 3 หมู่บ้านในกาญจนบุรี เมื่อสายน้ำพัดพา…ชีวิตและความเป็นอยู่ทรงคุณค่าจึงเกิดขึ้น

เสียงพื้นรองเท้าสัมผัสหิน ดิน ทราย สายน้ำ และธรรมชาติครั้งล่าสุด เมื่อไรกันนะ?… เส้นทางเดินป่า กาญจนบุรี หลายคนพร่ำถามตัวเองว่า อีกนานเเค่ไหนที่จะได้ออกไปให้ธรรมชาติช่วยบำบัด ทั้งความเครียด ความเหงา และความเศร้าที่สะสมในช่วงโควิด-19 เเพร่ระบาด เเต่คล้ายว่า สัญญาณที่ดีใกล้จะดังขึ้น ก่อนสวมรองเท้าคู่ใจและออกไปสำรวจธรรมชาติอีกครั้ง กางสมุดและหยิบดินสอขึ้นมาวางแผนเตรียมตัวท่องเที่ยวกันดีกว่า เส้นทางเดินป่า กาญจนบุรี หากนึกถึงธรรมชาติ โดยเฉพาะการเที่ยวเขื่อน “กาญจนบุรี” มักเป็นตัวเลือกเเรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เเต่หากถามถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่คู่กับเขื่อนเหล่านี้มาอย่างยาวนาน มีวัฒนธรรมเก่าแก่และอัตลักษณ์แห่งวิถีชีวิตที่ดีงาม อาจมีคนจำนวนไม่มากที่รู้ความลับของเรื่องราวในแต่ละชุมชน ออกไปสัมผัสความอบอุ่น กอดธรรมชาติ และทำความรู้จักชีวิตของ “คนที่อยู่คู่เขื่อน” จาก 3 หมู่บ้านใกล้ 3 เขื่อนในกาญจนบุรี อย่างหมู่บ้านไกรเกรียงในเขื่อนศรีนครินทร์ หมู่บ้านช่องสะเดาใกล้เขื่อนท่าทุ่งนา และหมู่บ้านโบอ่องในเขื่อนวชิราลงกรณ ประสบ “กาญจน์” ใหม่ ให้มากกว่าการแค่มากางเต็นท์ หรือเล่นกิจกรรมทางน้ำ หมู่บ้านไกรเกรียง เริ่มต้นที่เเรก “หมู่บ้านไกรเกรียง” ที่ตั้งอยู่ท้ายเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในไทย ความกว้างใหญ่นี้มีชุมชนเล็ก ๆ […]

D-Ticket ระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟออนไลน์

D-Ticket ระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟออนไลน์ที่ช่วยกระชับเวลาในสั้นลงเพียงไม่กี่นาที  ประสบการณ์ชวนตื่นเต้น แปลกใหม่ ที่ได้จากการเดินทางทางรถไฟเป็นอีกหนึ่งแพชชั่นที่เติมสีสันให้ชีวิต ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ หรือออกไปท่องโลกระยะไกล ประสบการณ์นี้จะสัมผัสได้ง่ายขึ้น ด้วยบริการจำหน่ายตั๋วรถไฟรูปแบบใหม่ D-Ticket หนึ่งในการพัฒนาบริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มุ่งมั่นทำให้การซื้อตั๋วรถไฟจบได้แค่ในสมาร์ทโฟน ระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟออนไลน์ ระบบจำหน่ายตั๋วออนไลน์ D-Ticket สอดรับกับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยใช้ IoT (Internet of Things) เข้ามาเชื่อมโยงให้ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วและสำรองที่นั่งผ่านอุปกรณ์สมัยใหม่ทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน เพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นเรื่องที่วางแผนได้ง่าย ลดขั้นตอนให้กระชับเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ได้รับตั๋วก่อนเดินทางอย่างที่ใจต้องการ ระบบจำหน่ายตั๋วและสำรองที่นั่งรถไฟ D-Ticket System เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่อำนวยให้เกิดความสะดวกกับผู้ใช้งาน ซึ่งเข้ามาเสริมทัพนอกเหนือจากการจองตั๋วผ่านศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1690 ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระบบการซื้อตั๋วรถไฟที่ผู้โดยสารต่างคุ้นเคยกันดี ระบบ D-Ticket ช่วยให้ผู้โดยสารเข้าถึงบริการได้ทุกที่ทุกเวลา ลดขั้นตอนต่างๆ ให้สั้นลงและง่ายขึ้น ทั้งยังสามารถตรวจสอบขบวนรถไฟล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ เลือกขบวนเที่ยวรถไฟให้ตรงกับวันที่ต้องการได้ที่ https://www.railway.co.th ช่วยให้วางแผนเดินทางมีทางเลือกมากขึ้น สามารถซื้อตั๋วและสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้สูงสุดถึง 30 วัน ตอบโจทย์ในการวางแผนเดินทางล่วงได้เป็นอย่างดี D-Ticket มีบริการผ่านหลายช่องทางทั้งที่ให้บริการผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเข้าถึงได้ทั้งบนเว็บไซต์ https://dticket.railway.co.th และแอปพลิเคชัน D-Ticket ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android และ IOS […]