เส้นทางเดินป่า กาญจนบุรี ที่ต้องไปสักครั้ง - เที่ยว 3 หมู่บ้าน ล่องแพเปียก เดินป่า

เที่ยว 3 เขื่อน ชม 3 หมู่บ้านในกาญจนบุรี เมื่อสายน้ำพัดพา…ชีวิตและความเป็นอยู่ทรงคุณค่าจึงเกิดขึ้น

เสียงพื้นรองเท้าสัมผัสหิน ดิน ทราย สายน้ำ และธรรมชาติครั้งล่าสุด เมื่อไรกันนะ?… เส้นทางเดินป่า กาญจนบุรี

หลายคนพร่ำถามตัวเองว่า อีกนานเเค่ไหนที่จะได้ออกไปให้ธรรมชาติช่วยบำบัด ทั้งความเครียด ความเหงา และความเศร้าที่สะสมในช่วงโควิด-19 เเพร่ระบาด เเต่คล้ายว่า สัญญาณที่ดีใกล้จะดังขึ้น ก่อนสวมรองเท้าคู่ใจและออกไปสำรวจธรรมชาติอีกครั้ง กางสมุดและหยิบดินสอขึ้นมาวางแผนเตรียมตัวท่องเที่ยวกันดีกว่า เส้นทางเดินป่า กาญจนบุรี

ลานกางเต็นท์‘หน่วยห้วยเขย่ง’ หรือ ‘วังปะโท่’ ริมทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ
บ้านไกรเกรียง หมู่บ้านสุดสงบท้ายเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์
ลานกางเต็นท์ด้านหน้าแพประทุมสูตร บ้านไกรเกรียง หมู่บ้านสุดสงบท้ายเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์

หากนึกถึงธรรมชาติ โดยเฉพาะการเที่ยวเขื่อน “กาญจนบุรี” มักเป็นตัวเลือกเเรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เเต่หากถามถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่คู่กับเขื่อนเหล่านี้มาอย่างยาวนาน มีวัฒนธรรมเก่าแก่และอัตลักษณ์แห่งวิถีชีวิตที่ดีงาม อาจมีคนจำนวนไม่มากที่รู้ความลับของเรื่องราวในแต่ละชุมชน

ออกไปสัมผัสความอบอุ่น กอดธรรมชาติ และทำความรู้จักชีวิตของ “คนที่อยู่คู่เขื่อน” จาก 3 หมู่บ้านใกล้ 3 เขื่อนในกาญจนบุรี อย่างหมู่บ้านไกรเกรียงในเขื่อนศรีนครินทร์ หมู่บ้านช่องสะเดาใกล้เขื่อนท่าทุ่งนา และหมู่บ้านโบอ่องในเขื่อนวชิราลงกรณ ประสบ “กาญจน์” ใหม่ ให้มากกว่าการแค่มากางเต็นท์ หรือเล่นกิจกรรมทางน้ำ

หมู่บ้านไกรเกรียง

เริ่มต้นที่เเรก “หมู่บ้านไกรเกรียง” ที่ตั้งอยู่ท้ายเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในไทย ความกว้างใหญ่นี้มีชุมชนเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่อย่างงดงาม พี่น้องชาวกะเหรี่ยงรวมกลุ่มกันตั้งหมู่บ้าน ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและผูกพันกับธรรมชาติ สานกระบุงและทอผ้านุ่งใส่เอง โดยใช้ “กี่เอว” วิธีการทอผ้าของชนพื้นเมืองที่ทำให้ผ้ามีลวดลายและเอกลักษณ์แตกต่างจากผ้าทอจากที่อื่น ๆ

‘กี่เอว’ วิธีการทอผ้าของชนพื้นเมือง บ้างทอผ้าใส่เอง และมีบางส่วนทอเอาไว้จำหน่าย

หากเดินทางมาถึงหมู่บ้านไกรเกรียง ควรได้กินขนม “ทองโย๊ะ” ขนมมงคลของชาวกะเหรี่ยงโปว์ควบคู่กับการดื่มน้ำฝางเหลือง น้ำสมุนไพรท้องถิ่นที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากวัฒนธรรมทางอาหาร ที่นี่ยังมีการเเสดงพื้นบ้านอย่าง “รำตง” ที่สืบทอดกันมาตั้งเเต่บรรพบุรุษ คอยสร้างความสนุกสนานและความผ่อนคลายให้กับคนในชุมชน

ขนมทองโย๊ะ
พื้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ศร.9 (ไกรเกรียง) ท้ายหมู่บ้าน มีลานกว้างที่เป็นทั้งสนามฟุตบอล และลานกางเต็นท์
น้ำตกห้วยปิ่นทอง หากน้ำไม่มากเกินไปบริเวณนี้สามารถเล่นน้ำตก และกางเต็นท์ได้

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ ๆ มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งการไปศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ของค่ายทหารคอมมิวนิสต์ที่เขากระไดช้าง ไหว้พระ ชมความงามของโบสถ์สเตนเลส วัดปากลำขาแข้ง เล่นน้ำตกห้วยปิ่นทอง หรือเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติที่ห้วยกึงไกร แนะนำให้มาช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาว เรียกได้ว่ามาที่เดียวเที่ยวครบและได้อุดหนุนชุมชน ร่วมบอกต่อวัฒนธรรมที่งดงาม

เส้นทางศึกษาธรรมชาติห้วยกึงไกร
พายคายัคกลางเขื่อนศรีนครินทร์
โบสถ์สเตนเลส วัดปากลำขาแข้ง กลางเขื่อนศรีนครินทร์

หมู่บ้านช่องสะเดา

“หมู่บ้านช่องสะเดา” ใกล้เขื่อนท่าทุ่งนา สำหรับที่นี่ ใครบางคนอาจเคยได้ยินสโลแกน “ส่องช้างป่า ดูผึ้งกล่อง ล่องเเพเปียก” ซึ่งบอกเล่าความเป็นชุมชนช่องสะเดาได้เป็นอย่างดี การล่องเเพเปียกถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตของทุกคนที่มาถึงเขื่อนท่าทุ่งนา เพราะเป็นการได้ปล่อยตัวปล่อยใจกับสายน้ำของเเม่น้ำแควใหญ่ พร้อม ๆ กับการได้ชมวิวทิวทัศน์ของหุบเขาและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์เขียวขจีระหว่างเส้นทางล่องเเพ

เส้นทางเดินป่า กาญจนบุรี
ต้นสายของแม่น้ำแควใหญ่ บริเวณเขื่อนท่าทุ่งนา ในช่วงเวลาน้ำลง

ส่วนการส่องช้างป่าและดูผึ้งกล่อง เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกันระหว่างคนกับช้าง ช่องสะเดาถือเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ทำให้ช้างแวะเวียนเข้ามาใกล้ชุมชน จนบางครั้ง พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ชาวบ้านจึงคิดไอเดียทำรั้วรังผึ้ง เลี้ยงผึ้งในกล่องที่วางไว้รอบเเปลงเกษตร เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างเข้ามาในพื้นที่ โดยไม่สร้างอันตรายต่อช้างมากนัก และผลพลอยได้ที่ตามมาคือ น้ำผึ้งเลี้ยง 100% กลายเป็นสินค้าขายดีจนชาวชุมชนยึดเป็นอาชีพหลักและหารายได้เข้าสู่ชุมชน เห็นได้ว่าธรรมชาติและผู้คนต่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

หมู่บ้านโบอ่อง

“หมู่บ้านโบอ่อง” ชุมชนกลางน้ำที่ตั้งอยู่กลางเขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาเเหลม) หรือเขื่อนหินแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งการเดินทางต้องนั่งเรือเข้าไป ชุมชนที่นี่มีพี่น้องกะเหรี่ยงอยู่ร่วมกัน สร้างเรือนแพเป็นที่อยู่อาศัยอย่างเรียบง่ายและเงียบสงบ ทั้งยังถือเป็นดินแดนเเห่งความศักดิ์สิทธิ์ ใจกลางหมู่บ้านมีพระธาตุโบอ่อง เจดีย์แบบพม่า อายุกว่า 200 ปี ตั้งตระหง่านบนยอดเขาที่ล้อมรอบด้วยบึงบัว สถานที่นี้ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชนที่เชื่อกันว่าขอพรสิ่งใดก็จะสมปรารถนาทุกประการ

‘โบอ่อง’ หมู่บ้านชาวกระเหรี่ยงพุทธกลางเขื่อนวชิราลงกรณ ต้องนั่งเรือเข้าไปอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีถนนสำหรับรถยนต์ตัดผ่าน มีเพียงเส้นทางเดินผ่านป่าเชื่อมต่อกับเขตพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ที่ต้องอาศัยผู้ที่มีความชำนาญในเส้นทางนำไปเท่านั้น
เจดีย์พระธาตุโบอ่อง ตั้งตระหง่านอยู่กลางเกาะหินปูนซึ่งล้อมรอบด้วยบึงบัวขนาดใหญ่ ส่วนหนึ่งของวัดพระธาตุโบอ่องอันเก่าแก่

เส้นทางเดินป่า กาญจนบุรี

เสน่ห์ของชุมชนโบอ่องคือ การอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ ทุ่งหญ้าบนเกาะ หุบเขาหินปูน และทะเลสาบอันกว้างใหญ่ที่เป็นต้นน้ำของห้วย 3 สาย ได้แก่ ปิล็อกคี่ ปิล็อกโค่ และห้วยน้ำขุ่น ทำให้มีปลาชุกชุม ชาวบ้านจึงยึดอาชีพหาปลา กระชังปลา หรือทำแพที่พัก แพขายของ ผู้ที่ได้เดินทางมาที่นี่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หากต้องการความนิ่งสงบ ผ่อนคลายทางความคิดและจิตใจ ต้องลองไปสัมผัสชุมชนโบอ่องสักครั้งในชีวิต

สวนยางพารากลางชุมชนโบอ่อง
ถนนจากท่าเทียบเรือของหมู่บ้าน เส้นทางที่เหมาะสำหรับปั่นจักรยานสำรวจวัฒนธรรม
วิวระหว่างล่องเรือผ่ากลางเขื่อนวชิราลงกรณ

เส้นทางเดินป่า กาญจนบุรี

จุดกางเต็นท์ ‘วังปะโท่’ ริมทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ ลานด้านหน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่ เป็นจุดที่มองเห็นทั้งภูเขาและอ่างเก็บน้ำได้ชัด และใกล้กลับท่าน้ำที่ง่ายต่อการนำเรือคายัคลงไปพายในอ่างเก็บน้ำ สำหรับสายกิจกรรมทางน้ำแล้ว ที่นี่นับว่าทำเลเหมาะมากหากใครมีเรือคายัคหรือ SUP ติดรถมาด้วย

ความเป็นอยู่ของคนกับเขื่อนทั้งสาม คือความสัมพันธ์ที่พึ่งพากันของผู้คนและธรรมชาติ หากขาดปัจจัยใดไป เรื่องราวจะดำเนินไปอย่างแห้งแล้งและไม่สมบูรณ์เเบบ ไม่ต่างจากการท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ เราได้พักผ่อนและมีความสุขกับธรรมชาติ จึงควรเเบ่งปันความสมดุลนี้ โดยการดูเเลธรรมชาติและรักษาชีวิตคนพื้นถิ่นให้คงอยู่คู่กันอย่างยั่งยืนตลอดไป อย่างที่ใครบางคนบอกว่า “ธรรมชาติเกิด สิ่งมีชีวิตบนโลกจึงถือกำเนิดขึ้น ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เพราะมีสิ่งมีชีวิตคอยเกื้อกูลกัน”

คล้ายกับป่าและสายน้ำสร้างชีวิต ผู้คนจึงต้องเป็นมิตรช่วยอนุรักษ์ป่าและน้ำให้ทรงคุณค่าไว้ตลอดกาล

 


เรื่อง: อรปวีณ์ วงศ์วชิรา
ภาพ: ศุภกร, เพจเที่ยววนไป, เพจม่วงมหากาฬพาเที่ยว, ชุมชนบ้านไกรเกรียง

ช่องทางติดต่อ:

หมู่บ้านไกรเกรียง
ผู้ใหญ่บ้าน ณรงค์ อาชีวเกษตรกร
สอบถามรายละเอียดโทร. 08-2248-7773
หรือ 06-5991-3583 (สำรอง)

จุดกางเต็นท์ แพประทุมสูตร
ติดต่อคุณลำดวน และคุณสมใจ ประทุมสูตร
โทร. 09-2425-4541

อาบป่า ดูผึ้งกล่อง ล่องแพเปียก วันเดย์ทริป ที่ชุมชนช่องสะเดา
ติดต่อคุณวสันต์ สุนจิรัตน์ หรือกำนันตึ๋ง
เฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/CBTBanChongSadao
ล่องเรือเที่ยวบ้านโบอ่อง
โทร. 09-2319-0508
(ครูฐิติพงศ์ โรงเรียนโบอ่อง)

ขอบคุณ Thailandoutdoor Shop ที่เอื้อเฟื้อเรือคายัค รวมถึงอุปกรณ์แคมปิ้ง
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 09-0927-7897
หรือที่เว็บไซต์ www.thailandoutdoorshop.com
.
ขอบคุณ Paddle More Thailand – พาย SUP กาญจนบุรี
ติดต่อได้ที่โทร. 08-5299-8329 เว็บไซต์ https://www.paddlemorethailand.com
และเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/PaddleMoreTh

เรื่องแนะนำ

ทีมงานส่งความรู้ สร้างความสุข ลงพื้นที่มอบความสุขให้น้องๆ ที่โรงเรียนวัดสิงห์

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 ทีมงานบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมเครือข่ายพันธมิตร ได้ออกพื้นที่เพื่อสร้างกิจกกรรมให้กับน้องๆ ที่โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท โดยงานนี้ได้ คุณหมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ และร่วมพูดคุยในหัวข้อ “อ่านกันวันละ 15 นาทียังไงให้ได้ประโยชน์สูงที่สุด” นอกจากนั้น น้องๆ ยังได้รับไอศกรีมที่ทางทีมงานเตรียมมาแจกสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ทางคณะผู้จัดงานเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยปลูกจิตสำนึกรักการอ่านให้แก่เยาวชนต่อไป

D-Ticket ระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟออนไลน์

D-Ticket ระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟออนไลน์ที่ช่วยกระชับเวลาในสั้นลงเพียงไม่กี่นาที  ประสบการณ์ชวนตื่นเต้น แปลกใหม่ ที่ได้จากการเดินทางทางรถไฟเป็นอีกหนึ่งแพชชั่นที่เติมสีสันให้ชีวิต ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ หรือออกไปท่องโลกระยะไกล ประสบการณ์นี้จะสัมผัสได้ง่ายขึ้น ด้วยบริการจำหน่ายตั๋วรถไฟรูปแบบใหม่ D-Ticket หนึ่งในการพัฒนาบริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มุ่งมั่นทำให้การซื้อตั๋วรถไฟจบได้แค่ในสมาร์ทโฟน ระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟออนไลน์ ระบบจำหน่ายตั๋วออนไลน์ D-Ticket สอดรับกับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยใช้ IoT (Internet of Things) เข้ามาเชื่อมโยงให้ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วและสำรองที่นั่งผ่านอุปกรณ์สมัยใหม่ทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน เพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นเรื่องที่วางแผนได้ง่าย ลดขั้นตอนให้กระชับเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ได้รับตั๋วก่อนเดินทางอย่างที่ใจต้องการ ระบบจำหน่ายตั๋วและสำรองที่นั่งรถไฟ D-Ticket System เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่อำนวยให้เกิดความสะดวกกับผู้ใช้งาน ซึ่งเข้ามาเสริมทัพนอกเหนือจากการจองตั๋วผ่านศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1690 ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระบบการซื้อตั๋วรถไฟที่ผู้โดยสารต่างคุ้นเคยกันดี ระบบ D-Ticket ช่วยให้ผู้โดยสารเข้าถึงบริการได้ทุกที่ทุกเวลา ลดขั้นตอนต่างๆ ให้สั้นลงและง่ายขึ้น ทั้งยังสามารถตรวจสอบขบวนรถไฟล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ เลือกขบวนเที่ยวรถไฟให้ตรงกับวันที่ต้องการได้ที่ https://www.railway.co.th ช่วยให้วางแผนเดินทางมีทางเลือกมากขึ้น สามารถซื้อตั๋วและสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้สูงสุดถึง 30 วัน ตอบโจทย์ในการวางแผนเดินทางล่วงได้เป็นอย่างดี D-Ticket มีบริการผ่านหลายช่องทางทั้งที่ให้บริการผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเข้าถึงได้ทั้งบนเว็บไซต์ https://dticket.railway.co.th และแอปพลิเคชัน D-Ticket ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android และ IOS […]