การลดการใช้พลาสติก คือวิธีการแก้ปัญหาพลาสติกที่ดียิ่งกว่าการใช้เทคโนโลยีใดๆ

เราจะหยุดยั้งคลื่นขยะได้อย่างไร

ผลิตภัณฑ์ที่อาจช่วยลดขยะพลาสติกได้

หกสิ่งที่คุณทําได้ (และไม่รู้สึกเจ็บปวด)

1.เลิกใช้ถุงพลาสติก

นำถุงที่ใช้ซํ้าติดตัวไปด้วยเวลาไปร้านค้า  ในแต่ละปี เราใช้ถุงช็อปปิ้งนับล้านล้านใบทั่วโลกหรือแสนล้านใบเฉพาะในสหรัฐฯ หรือเกือบเท่ากับถุงหนึ่งใบต่อชาวอเมริกันหนึ่งคนในแต่ละวัน ขณะที่ชาวเดนมาร์กใช้ถุงที่ใช้ได้ครั้งเดียวเพียงสี่ใบต่อปี เดนมาร์กเริ่มเก็บภาษีถุงพลาสติกเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1993

2. เลิกใช้หลอด

เว้นเสียแต่ว่าคุณจำเป็นต้องใช้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ และแม้กระนั้นก็อาจใช้หลอดกระดาษได้  ในแต่ละวันชาวอเมริกันทิ้งหลอดพลาสติก 500 ล้านหลอด หรือคิดเป็น 1.5 หลอดต่อคน

พลาสติกชีวภาพ
กระดาษห่ออาหาร ทำจากขี้ผึ้งและฝ้าย

3. หลีกเลี่ยงการใช้ขวดพลาสติก

ใช้ขวดนํ้าที่เติมได้แทน เมืองใหญ่หลายเมืองซึ่งรวมถึงบันดานูนในออสเตรเลีย และแซนแฟรนซิสโก ห้ามใช้นํ้าดื่มบรรจุขวดหรือห้ามแบบมีข้อจำกัด ทั่วโลกยังคงมีการขายเครื่องดื่มบรรจุขวดพลาสติกราวหนึ่งล้านขวดในแต่ละนาที

4. หลีกเลี่ยงหีบห่อพลาสติก

ซื้อสบู่ก้อนแทนสบู่เหลว ซื้อของยกโหล หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ห่อหุ้มพลาสติก และถ้าให้ดี  เลิกใช้จานและถ้วยพลาสติก ชาวฝรั่งเศส (บางส่วน) เลิกใช้หีบห่อพลาสติกแล้ว

5. รีไซเคิลทุกอย่างที่รีไซเคิลได้

แม้แต่ในประเทศมั่งคั่ง อัตราการรีไซเคิลก็ยังจัดว่าตํ่า ทั่วโลกมีพลาสติกเพียงร้อยละ 18 ที่นำมารีไซเคิล ยุโรปรีไซเคิลได้ร้อยละ 30 จีนร้อยละ 25 และสหรัฐฯ เพียงร้อยละ 9

6. อย่าทิ้งขยะ
องค์กรอนุรักษ์มหาสมุทร (Ocean Conservancy) ทำความสะอาดชายหาดต่อเนื่องมา 30 ปีแล้ว ในขยะสิบอันดับแรกที่พบมีเพียงชนิดเดียวที่ไม่ใช่พลาสติก นั่นคือขวดแก้ว ทั่วโลก ขยะชายหาดร้อยละ 73 เป็นพลาสติก ตั้งแต่ก้นบุหรี่ ขวดและฝาขวด  ห่ออาหาร ไปจนถึงถุงของชำ เมื่อปี 2016 องค์กรนี้เก็บขยะได้8,350 ตันจาก 112 ประเทศ หรือเพียงหนึ่งในพันส่วนของขยะที่ลงสู่ทะเลในแต่ละปี


อ่านเพิ่มเติม มาริเอะ คนโดะ กับเคล็ดลับจัดบ้านสุดเจ๋ง และขยะพลาสติกทำอะไรได้บ้าง?

เรื่องแนะนำ

Plas-Tao จากขยะทะเล สู่ห้องเรียนรีไซเคิลพลาสติกบนเกาะเต่า

ปี 2563 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ท้องทะเลไทยมีขยะติดถุงอวนจับปลาประมาณ 145 ตันต่อปี ซึ่งขยะที่พบมากที่สุด คือ “พลาสติก” “ไม่ต้องมาเก็บขยะหรอก พื้นที่ตรงนี้เป็นอ่าว หมดมรสุมแล้ว ลมก็พัดขยะออกไปจากชายหาด” นี่คือคำพูดจากปากเจ้าของกิจการที่พักริมหาดรายหนึ่งใน เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี คงไม่ผิดหรอกที่ชาวบ้านจะรู้จักทิศทางลมดีกว่าคนนอก และเก๋าพอจะอ่านเกมออกว่า อีกไม่นานหน้าบ้านของเขา ชายหาดที่ทอดยาว จะกลับมาสะอาดเหมือนเดิม …ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว เราไม่ได้แก้ปัญหาขยะที่เกิดขึ้นเลย นักท่องเที่ยวหลายคนที่เคยเดินทางไปยังเกาะเต่า จะเห็นว่า แทบทุกสัปดาห์ มีประกาศชักชวนเก็บขยะริมหาด แต่หลังจากนั้น เราจะทำอย่างไรกับเจ้าขยะเหล่านี้ดี?   โควิด เกาะร้าง และขยะที่คนมองข้าม คุณเมย์-วิชชุดา ดำเนินยุทธ ผู้ก่อตั้งร้านค้าแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม May and Co ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับขยะมากมายในเกาะเต่า แต่ยังไม่ได้รับการจัดการ เล่าว่า “อยู่เกาะเต่ามาเกือบ 7 ปีแล้วค่ะ ส่วนตัวเป็นคนที่ศึกษาเรื่องการรีไซเคิลอยู่แล้ว ช่วงโควิดพอไม่มีนักท่องเที่ยว เวลาเราก็เยอะขึ้น ใช้เวลากับชายหาดมากขึ้น จึงได้เห็นขยะที่มันมีปริมาณมาก จนค้นพบคำตอบของนักท่องเที่ยวที่เคยถามเราว่า […]

เป็นคนใหม่ด้วยการจัดระเบียบบ้าน เพื่อลดขยะทุกประเภทในชีวิตแบบ มาริเอะ คนโดะ

ขณะที่ครอบครัวหนึ่งกำลัง “จัดระเบียบ” ภายในบ้าน พวกเขาพบว่ามีพลาสติกเหลือใช้จำนวนมาก ที่ถูกสะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งจริงๆ แล้วกองพลาสติกเหล่านี้สามารถตีมูลค่าเป็นเงินได้ Rachel Friend และครอบครัวของเธอ พบกับปัญหาในการจัดสิ่งของระเกะระกะในบ้าน ทั้งสามีและลูกทั้งสองถือเป็นสิ่งวิเศษในชีวิตของเธอ มีเพียงบางครั้งที่เธอรู้สึกว่ามันช่างดูวุ่นวายและหยุ่งเหยิงไปหมด เธอมองหาคนที่จะช่วยจัดการกับเรื่องการจัดระเบียบ ดูแลเด็กและทำงานบ้าน ดังนั้นพวกเขาจึงเรียกผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง มาริเอะ คนโดะ ซึ่งเรื่องราวชีวิตของเธอได้ถูกหยิบยกมาทำซีรีย์สารคดีการเดินทางของเธอ ที่ฉายบนรายการโทรทัศน์ ชื่อว่า “จัดบ้านเปลี่ยนชีวิตกับ มาริเอะ คนโดะ” (Tidying Up with Marie Kondo) ที่เผยแพร่ทางช่องทางอินเทอร์เน็ตเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สาวชาวญี่ปุ่น มาริเอะ คนโดะ ได้ช่วยคนทั่วโลกในเรื่องการกำจัดสิ่งของไม่จำเป็นออกจากบ้านและชีวิตของพวกเขา เมื่อปี 2014 หนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านเพียงครั้งเดียว (The life-changing magic of tidying up) ของเธอมียอดขายมากกว่า 1.5 ล้านเล่ม และรายการทีวีของเธอมีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวและเพื่อนของเธอที่อาศัยอยู่ในลอสแองเจลิส ได้เล่าเรื่องราวมากมายในชีวิตของพวกเขา “นี่คือประสบการณ์ของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง สิ่งนี้ทำให้พวกเรามีสติมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ในชีวิต” เธอกล่าว […]

ดุสิตธานี เรื่องเล่าจากจานข้าวออร์แกนิกถึงก้าวใหม่สู่ความยั่งยืน

ดุสิตธานี – ในยุคที่เราอยู่ร่วมกับโรคโควิด-19 นี้ คงจะไม่มีใครเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลง รับมือ และปรับตัวได้เท่ากับธุรกิจโรงแรมอีกแล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลากกระเป๋าเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสนามบินขนาดใหญ่เพื่อมาท่องเที่ยวไทยในปี 2562 มีมากถึง 40 ล้านคน สร้างรายได้อย่างงดงามให้กับเศรษฐกิจของประเทศ เหล่านี้ตามมาด้วยคำถามเรื่องการรักษาสมดุลระหว่างการทำธุรกิจและการรักษาสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว จนเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในต้นปี 2563 ทุกเที่ยวบินถูกยกเลิก ประชาคมโลกต้องกักตัวเองอยู่ในบ้านอย่างหวาดหวั่น ไม่มีการท่องเที่ยว ไม่มีการชอปปิ้ง ไม่มีกระทั่งการใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติเหมือนที่เคยทำมา ธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุด ต้องปลดพนักงาน ลดขนาดกิจการ บ้างก็ต้องขายธุรกิจที่ตัวเองสร้างกับมือทิ้งเพื่อใช้หนี้และหนีตาย แม้เครือโรงแรมขนาดใหญ่จะมีกำไรสะสมและทุนที่แข็งแรงพอที่จะฝ่าความท้าทายนี้ไปได้ แต่ก็ถือว่าเจ็บตัวอยู่ไม่น้อยกับเรื่องนี้ เวลาผ่านมาถึงปี 2565 สถานการณ์ต่างๆ ดูดีขึ้นอย่างชัดเจน เที่ยวบินทั้งในและระหว่างประเทศเริ่มกลับมาคึกคักสอดรับกับมาตรการของภาครัฐที่ค่อยๆ ผ่อนคลายลงเรื่อยๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดชาวต่างชาติให้มาเยี่ยมเยือนอีกครั้ง เป็นเวลาครึ่งศตวรรษแล้วที่ชื่อของ ‘โรงแรมดุสิตธานี’ เป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ในฐานะโรงแรมหรูมาตรฐานสากล กับงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เจ้าของตำแหน่งอาคารสูงที่สุดในประเทศไทยเป็นเจ้าแรก แม้โรงแรมจะปิดตัวลงช่วงปลายปี 2561 แต่เครือดุสิตธานียังคงรักษาตำนานของ ‘สวรรค์ชั้นดุสิต’ ที่หัวถนนสีลมแห่งนี้เอาไว้ พร้อมกับเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับโครงการ Dusit Central Park ที่ร่วมพัฒนากับกลุ่มเซ็นทรัล ทีมงาน NatGeo Thai ไปนั่งจิบกาแฟที่บ้านดุสิตธานี […]

The Ocean Cleanup สตาร์ตอัปที่สร้างเรือดักเก็บขยะโซลาร์เซลล์ในเจ้าพระยาและทั่วโลก

The Ocean Cleanup สตาร์ตอัปที่ตั้งใจกวาดล้างขยะพลาสติกในมหาสมุทรทั่วโลก กับการเดินทางมาติดตั้งเรือดักเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันการเล็ดรอดของขยะลงสู่ท้องทะเล โบแยน สแลต (Boyan Slat) เพิ่งอายุ 18 ปี ตอนที่เขาเสนอแนวคิดกวาดล้างขยะพลาสติกในมหาสมุทร ที่งาน TEDx ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 2012 เขาเล่าถึง Great Pacific Garbage Patch แพขยะกลางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยพวกมันมีใหญ่กว่าขนาดของประเทศฝรั่งเศสถึง 3 เท่า และลอยอยู่ในน่านน้ำสากลห่างจากชายฝั่งที่ใกล้ที่สุด 1,000 ไมล์ ในท้องทะเลเวิ้งว้างที่ไม่มีประเทศใดเป็นเจ้าของ จากอิทธิพลของ Coriolis Force ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ส่งผลให้กระแสน้ำในมหาสมุทรหมุนวนรอบตัวเอง เกิดเป็นวงแหวนขนาดใหญ่ที่พัดขยะจำนวนมหาศาลมากองรวมกันเป็นแพขยะ เป็นเวลาหลายสิบปีนับจากการค้นพบ Great Pacific Garbage Patch พวกมันยังคงอยู่ที่เดิมและมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มีการคาดการณ์ว่าแพขยะยักษ์ใหญ่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกนี้ ต้องใช้เวลาเกือบ 80,000 ปี ในการย่อยสลายกว่าท้องทะเลบริเวณนี้จะกลับมาสะอาดอีกครั้ง สิ่งที่โบแยนนำเสนอ คือแนวคิดทำความสะอาด Great Pacific Garbage Patch โดยอาศัยการพัดพาของกระแสน้ำนำขยะลอยเข้าสู่อุปกรณ์ดักจับขนาดใหญ่ […]