“ลำพูนไม่ลำพัง” พลิกโฉมเมืองเงียบเหงาด้วยแนวคิดความยั่งยืนจาก ลำพูน ซิตี้ แลป

“ลำพูนไม่ลำพัง” พลิกโฉมเมืองเงียบเหงาด้วยแนวคิดความยั่งยืนจาก ลำพูน ซิตี้ แลป

ชีวิตชีวาภายใต้ความเงียบงันของเมืองลำพูน

กลิ่นอายของธรรมชาติที่อบอวลไปด้วยวัฒนธรรมและประเพณีโบราณ ชวนให้เรานึกถึงจังหวัดเล็ก ๆ ในแถบภาคเหนืออย่าง จังหวัดลำพูน อาจเป็นเพราะบรรยากาศโดยรวมของบ้านเมืองที่มักอยู่กันแบบสบาย ๆ ไม่หวือหวามากนัก พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นทางผ่านนอกสายตาของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่

เนื่องจากมีกิจกรรมในพื้นที่ส่วนกลางอยู่น้อย ทำให้ผู้คนมักอาศัยอยู่แต่ในตัวบ้าน ในเมืองจึงเต็มไปด้วยถนนที่ผู้คนบางตา จนบางครั้ง ความเงียบสงบนี้ก็อาจทำให้จังหวัดลำพูนมีบรรยากาศที่เงียบเหงาไปบ้าง ทั้งที่ความจริงแล้วจังหวัดลำพูนนั้นเต็มไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน

การจะถนอมเสน่ห์อันน่าหลงใหลให้คงอยู่ขณะที่กระแสแห่งความแปรเปลี่ยนไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วนั้นดูเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากสำหรับกลุ่ม “ลำพูน ซิตี้ แลป (Lumphun City Lab)” ศูนย์รวมผู้คนในจังหวัดลำพูนที่มุ่งมั่นจะนำเสนอเมืองในรูปแบบใหม่ไปพร้อม ๆ กับการสงวนไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิม

จากขยะชุมชนสู่แสงสว่างของโคมยี่เป็ง

ด้วยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กร ลำพูน ซิตี้ แลป จึงมุ่งหวังต่อยอดและพัฒนาเมืองให้เติบโตทันตามความเปลี่ยนแปลงในสังคมโดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเดิม ทั้งนี้เพื่อทำให้จังหวัดลำพูนกลายเป็นเมืองที่ควรค่าแก่การแวะมาพักผ่อน พวกเขาเล็งเห็นว่าการเติบโตของวัฒนธรรมนั้นเริ่มต้นจากคนในชุมชนที่มีแนวทางการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง เช่นประเพณี “โคมแสนดวง” หนึ่งในผลผลิตขององค์กรที่ผนวกเสน่ห์พื้นเมืองลำพูนเข้ากับความยั่งยืนของชุมชนได้อย่างงดงาม

แสงไฟจากโคมนับแสนดวงที่เรียงรายละลานตาในช่วงเดือนตุลาคมจากเทศกาลโคมแสนดวงหรือประเพณีเดือนยี่เป็งนั้นถูกจัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของชาวเมือง ภาพของแสงโคมที่ส่องสว่างไปทั่วนี้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาชมความสวยงามของโคมหลากสีที่ถูกสร้างสรรค์อย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นโคมเสมาธรรมจักร โคมดาว โคมไห โคมเงี้ยว เป็นต้น โคมเหล่านี้บางโคมทำมาจากโครงไม้ไผ่ ตกแต่งด้วยผ้าดิบหรือกระดาษสา แต่งแต้มด้วยสีเงินตัดกับทอง

เดิมที เทศกาลโคมแสนดวงคือกุศโลบายของวัดพระพระธาตุหริญภุญชัยฯ ที่หวังให้งานเทศกาลนี้ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว, สร้างอาชีพและรายได้ให้กับได้ให้กับชุมชนโดยใช้การประดิษฐ์โคมถวายขายในช่วงเทศกาล กลุ่ม ลำพูน ซิตี้ แลป ที่ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนและเข้าใจถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมของลำพูนเป็นอย่างดีจึงได้นำงานเทศกาลมาต่อยอดโดยผนวกรวมเข้ากับแนวคิดเรื่องกระบวนการหมุนเวียน หรือโมเดลในเรื่อง “เก็บกลับและรีไซเคิล” เพื่อนำทรัพยากรเหลือทิ้งมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยอาศัยความร่วมมือจากชุมชนในการรวบรวมขวดพลาสติก แล้วจึงนำมาแปรรูปเป็นเส้นใยพลาสติกก่อนที่จะนำมาประดิษฐ์เป็นโคมที่ใช้ในงานเทศกาล

ภาพโคมแขวนที่เรียงรายกันอย่างงดงามนี้เป็นผลงานอันน่าภูมิใจของลำพูน ซิตี้ แลป และความร่วมมือของคนในชุมชน นับเป็นหนึ่งแนวทางในการพัฒนาเมืองโดยนำขวดพลาสติกมาแปรเปลี่ยนเป็นโคมที่สร้างรายได้และอนุรักษ์ความเป็นวัฒนธรรมเดิมไว้

นำของเก่ามาเล่าใหม่

คงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจหากเราจะบอกว่าโคมที่แสนสวยงามเหล่านี้ทำมาจากขวดพลาสติกเพราะหากเราพิจารณาถึงลักษณะโคมแล้ว รูปร่างภายนอกของมันไม่หลงเหลือร่องรอยใดที่พาให้เรานึกถึงลักษณะเดิมของขวดเลยแม้แต่น้อย นั่นเป็นเพราะชนิดพลาสติกที่อยู่ในขวดนั้นเป็นพลาสติกแบบพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET) ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่และแปรรูปได้หากได้รับการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม

อย่างการทำโคม ขั้นแรกจะต้องเริ่มจากการคัดแยกทั้งฝาและฉลากออกจากตัวขวดก่อนจะนำไปบดให้กลายเป็นพลาสติกจิ๋วขนาดเพียง 5 มิลลิเมตร หลังจากนั้นจึงนำไปหลอมรวมกันแล้วยืดให้กลายเป็นเส้นใยพลาสติกที่สามารถนำไปถักทอเป็นผืนผ้าเพื่อใช้ในการทำโคม

จากความร่วมมือหลายภาคส่วนทำให้ชุมชนสามารถรวบรวมขวดพาสติกจนมีจำนวนมากพอที่จะรังสรรค์ออกมาเป็นเส้นใยและผ้ารีไซเคิล เมล็ดพลาสติกนับไม่ถ้วนที่เกิดจากการบดขวดพลาสติกถูกนำมาผ่านกระบวนการแปรรูปสู่โคมยี่เป็งที่ประณีตและงดงาม
ลายฉลุอันเป็นเอกลักษณ์บนโคมยี่เป็งสะท้อนให้เห็นถึงฝีมือในงานศิลป์ของชาวลำพูน แม้จะเปลี่ยนวัสดุเป็นผ้าที่ถักทอมาจากเส้นใยพลาสติกแต่เสน่ห์และความงดงามของวัฒนธรรมก็ยังคงอยู่เช่นเดิม

เปิดบทใหม่สู่ศักราชแห่งความยั่งยืน

ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่น่าภูมิใจในการพัฒนาเมืองให้ทันสมัยควบคู่ไปกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลงตัว มีสิ่งของมากมายที่ถูกสร้างมาจากการรีไซเคิลวัสดุชนิดอื่นเพื่อลดปริมาณขยะของโลก อย่างการทำถุงหรือกระถางต้นไม้จากพลาสติก หรือแม้กระทั่งโคมจากขวดพลาสติก สิ่งเหล่านี้ถูกคิดค้นขึ้นต่างมีจุดประสงค์เพื่อให้การพัฒนาของชุมชนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและคงอยู่ถาวร

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทุกยุคสมัย เหล่าคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมจะขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวหน้าและทันตามโลก แต่จะทำอย่างไรให้สิ่งมีค่าอย่างวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมอยู่คู่ไปอย่างยั่งยืน ความเก่าแก่ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่างๆ ที่ตกตะกอนกลายเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมผสมผสานเข้ากับความทันสมัยของโรงงานและโลกธุรกิจจนกลายเป็นส่วนสำคัญในการขยายพื้นที่ให้กับเหล่าช่างฝีมือจนถึงชุมชนได้แสดงศักยภาพ นี่อาจเป็นหนทางสู่ความหวังว่าลำพูนจะกลับมามีชีวิตชีวาเมื่อผู้คนต่างออกมารวมมือกันพัฒนาเมืองให้กลายเป็นเมืองล้นเสน่ห์จนใคร ๆ ก็ต้องแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชม

แบบจำลองผังเมืองขนาดกะทัดรัดของชุมชนลำพูนช่วยให้เราเห็นภาพความเป็นอยู่ของผู้คนได้ประมาณหนึ่ง โมเดลนี้นับเป็นตัวช่วยที่มีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนพัฒนาเมืองไปในรูปแบบใหม่
สีเหลืองอมน้ำตาลจากวัสดุที่ใช้ในการสร้างโมเดลวัดพระธาตุหริภุญชัยตั้งเด่นเป็นเอกลักษณ์ใจกลางผังเมือง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าชุมชนยังคงไม่ละทิ้งประเพณีดั้งเดิมแม้สังคมจะดำเนินไปข้างหน้า วัดแห่งนี้นับเป็นหนึ่งในศูนย์รวมของชาวเมืองจังหวัดลำพูนและยังเป็นสถานที่จัดเทศกาลโคมแสนดวงอีกด้วย
นอกเหนือจากการระดมความร่วมมือของคนในชุมชนลำพูนแล้วลำพูน ซิตี้ แลป ยังชักชวนให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงาน sustainability expo 2022 (SX) เข้ามามีส่วนร่วมโดยการจัดกิจกรรมให้ทุกคนสามารถฝากข้อความที่ระลึกไว้บนโคมพลาสติก ซึ่งในภายหลัง โคมเหล่าจะถูกนำไปแขวนและส่องสว่างในเทศกาลโคมแสนดวง ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย

ผลงานการสร้างสรรค์ของพวกเขาได้ถูกนำมาบอกเล่าจะจัดแสดงที่นิทรรศการ Lamphun City Lab ในโซน Better Community งาน Sustainability Expo 2022 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 เข้าชมฟรีตลอดทั้งงาน

เรื่อง พิชามญชุ์ สุวรรณธวัช


อ่านเพิ่มเติม เปลี่ยนกรุงเทพให้ดีขึ้นกับนิทรรศการ “ขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล Data Driven Urbanism”

เรื่องแนะนำ

พลังของเยาวชนคือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน

ถึงแม้ว่างาน Thailand Sustainability Expo 2020 หรือ TSX ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการกระตุ้นให้สังคมหันกลับมาใส่ใจ “เรื่องความยั่งยืน” อย่างจริงจังจะจบลงไปแล้วก็ตาม แต่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ ที่เรียกกันว่า “Sustainable Development Goals (SDGs)” เชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญสำหรับการจัดงาน TSX จะยังคงเดินหน้าต่อไปตามแผนการพัฒนาครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี นับตั้งแต่เริ่มต้นในเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 ไปสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2573 แน่ล่ะว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า กลุ่มก้อนที่จะเป็นแรงผลักดันและขับเคลื่อนที่สำคัญในบทบาทนี้ คือกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดและความตั้งใจจะเห็นเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พัฒนาไปสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม (จริง ๆ โดยจิตสำนึกแล้วก็ควรจะต้องเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมนั่นแหละถึงจะเรียกว่ายั่งยืนได้เต็มปาก) ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมสำคัญจากงาน TSX ที่เพิ่งผ่านไป National Geographic Thailand ได้มีโอกาสร่วมฟังเสวนาในหัวข้อ “บทบาทของเยาวชนต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ที่ TSX ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ชวน […]

Lightyear 0 รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ ประสิทธิภาพสูง

Lightyear 0 รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ ประสิทธิภาพสูง ชาร์จหนึ่งครั้งขับได้หลายเดือน บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์เปิดตัว รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ ในสไตล์ล้ำยุค ซึ่งมีแผงโซลาร์เซลล์ห้าตารางเมตรอยู่บนหลังคาและฝาครอบเครื่องยนต์ จากการชาร์จพลังด้วยแสงอาทิตย์ทำให้ขับรถได้ระยะไกลถึง 70 กิโลเมตร โดยต้นทุนของรถหนึ่งคันอยู่ที่ 250,000 ยูโร หรือประมาณ 9.3 ล้านบาท ทาง Lightyear ต้องการพัฒนารถรุ่นที่สามารถขายได้ในตลาดกระแสหลักภายในสามปี ซึ่งมีราคาลดลงมาอยู่ที่คันละ 30,000 บาท หรือประมาณ 1.1 ล้านบาท การออกแบบสไตล์ “องค์รวม” ทำให้รถขับได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนโดยไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ ระหว่างที่แผงโซลาร์เซลล์ชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าในขณะที่ขับหรือจอดรถอยู่ข้างนอก .จากการทดสอบขับรถ เมื่อสภาพอากาศมีเมฆปกคลุมหรือแสงอาทิตย์น้อย รถยนต์มีแบตเตอรี่ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานสำรองได้ จากระยะทางที่ใช้เดินทางเฉลี่ยวันละ 35 กิโลเมตร รถสามารถขับได้นานถึงสองเดือนโดยการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วนประเทศที่มีสภาพอากาศสดใส อาจจะชาร์จพลังงานแค่หนึ่งครั้งในเจ็ดเดือน ในอนาคต รถยนต์จาก Lightyear จึงอาจเป็นวัตกรรมทางเลือกแทนรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์ Photograph by lightyear.one  

ไทยเบฟครองอันดับ 1 ดัชนีความยั่งยืน DJSI นำความภาคภูมิใจของคนไทยไปสู่ระดับโลก

ไทยเบฟ ครองอันดับ 1 DJSI อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม 3 ปีซ้อน ยกระดับความยั่งยืน นำความภาคภูมิใจของคนไทยไปสู่ระดับโลก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (The Dow Jones Sustainability Indices -DJSI) ประเภทกลุ่มดัชนีโลก (World Index) และประเภทดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Index) ประจำปี 2563 และได้รับการจัดอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ทำให้ปีนี้ไทยเบฟ ได้รับการคัดเลือกและจัดลำดับให้เป็นสมาชิกของ DJSI World Index เป็นปีที่ 4 และ DJSI Emerging Market Index เป็นปีที่ 5 ไทยเบฟ มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP) […]

ชุมชนรอบเขายายดา จ.ระยอง – พลิกวิกฤตแล้ง สู่แหล่งท่องเที่ยวที่มีน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ

ชุมชนบ้านมาบจันทร์ ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลแกลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นหนึ่งในชุมชนที่อยู่รอบเขายายดา แหล่งธรรมชาติ แหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของจังหวัดระยอง ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้เป็นชาวสวนที่ปลูกผลไม้สารพัดชนิด โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อประจำจังหวัด เมื่อมองจากภายนอก เราจะเห็นได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเขียวขจีจากต้นไม้ที่ปกคลุมไปสุดสายตา สอดประสานไปกับแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ทุกที่ ราวกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาตินี้ไม่เคยขาดหายไปจากพื้นที่นี้ แต่ถ้าเราย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ชุมชนรอบเขายายดา ซึ่งรวมถึงบ้านมาบจันทร์ ต้องประสบปัญหาภัยแล้งยืดเยื้อ ผืนป่าขาดความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า แต่ในวันนี้พวกเขาพลิกฟื้นความแห้งแล้งให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มี “ทรัพยากรน้ำ” อันอุดมสมบูรณ์ เป็นตัวชูโรงสำคัญได้อย่างน่าประทับใจ National Geographic Thailand ได้รับคำเชิญชวนจากชุมชนบ้านมาบจันทร์ และ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ให้มาร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวชุมชนที่บ้านมาบจันทร์ ที่พร้อมให้ประสบการณ์ผู้มาเยือนที่หลากหลาย ทั้งการตะลุยป่าในเส้นทางสุดท้าทาย ปั่นจักรยาน ตะลุยขับรถเอ็นดูโร่ ตั้งแคมป์บนยอดเขา ชมดวงอาทิตย์ขึ้น กินอาหารที่วัตถุดิบสดใหม่ในชุมชน รวมไปถึงผลไม้โดยเฉพาะ ‘ทุเรียน’ ที่เราได้มีโอกาสเด็ด ปอก กิน แบบสดใหม่ จากต้นเลยทีเดียว เส้นทางเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ ชุมชนบ้านมาบจันทร์ […]