เกาะบาหลี จัดการขยะมหาศาลจากการท่องเที่ยวอย่างไร - National Geographic Thailand

แนวทางการจัดการขยะชายหาดแบบเกาะบาหลี

นักท่องเที่ยวขี่ม้าผ่านชายหาด Kedonganan ที่ เกาะบาลี ในวันที่ 27 มกราคม 2019 ทุกปีในช่วงหน้าฝน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม จะมีขยะหลายตันเกยขึ้นฝั่ง ทำให้ฤดูนี้มีอีกหนึ่งชื่อเล่นว่า ฤดูขยะ


ทั้งมาตรการห้ามใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง และสร้างการตระหนักรู้ให้กับผู้คน นี่คือสิ่งที่ เกาะบาหลี พยายามทำเพื่อรักษาชื่อเสียงของชายหาดอันเก่าแก่และปกป้องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาะเอาไว้

แม้ เกาะบาหลี จะได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความสวยงามมาอย่างยาวนาน แต่ในขณะนี้ บาหลีกำลังเผชิญปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในการจัดการขยะ พฤติกรรมการใช้ขวดและถุงพลาสติกในระหว่างการท่องเที่ยวที่ฝังรากลึก และขาดความตระหนักรู้ในวงจรขยะพลาสติกเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนการทิ้ง การลงสู่ทะเล และได้รับการเก็บขึ้นมาในฐานะขยะชายหาดอีกครั้ง

ในปี 2015 งานวิจัยจากนิตยสาร Science เรื่อง 20 อันดับประเทศที่มีการจัดการขยะย่ำแย่ระบุว่า อินโดนีเซียอยู่อันดับที่ 2 (อันดับที่ 1 คือจีน) ซึ่งทางรัฐบาลอินโดนีเซียได้ยอมรับเช่นกันว่า ขยะพลาสติกโดยส่วนใหญ่ไม่ได้รับการจัดการที่ดีพอ

เกาะบาลี
ในปี 2018 อินโดนีเซียมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 15.8 ล้านคน โดยมี 6.8 ล้านคนที่เลือกไปบาหลี ซึ่งมีสถิติที่นักท่องเที่ยวได้ผลิตขยะโดยเฉลี่ย 1.7 กิโลกรัม/คน/วัน ในขณะที่ชาวบ้านผลิตขยะอยู่ที่ 0.5 กิโลกรัม/วัน
เกาะบาหลี
มีเพียงขยะจำนวนครึ่งหนึ่งในบาหลีที่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ส่งผลให้มีขยะพลาสติกราว 33,000 ตันอยู่ในทะเลทุกปี โดยในทุกวันมีขยะเกิดขึ้น 4281 ตัน/วัน มีเพียงร้อยละ 48 เท่าที่ได้รับการจัดการโดยวิธีการฝังกลบและนำกลับไปใช้ใหม่

หมู่เกาะบาหลีจึงมีความพยายามในการจัดการปัญหาเรื่องปัญหาพลาสติก ซึ่งเริ่มปรากฏผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยในปลายปี 2018 วายัน คอสเตอร์ ผู้ว่าราชการของเกาะบาหลีประกาศห้ามการใช้ถุงพลาสติก, พลาสติกประเภทโพลีสไตรีน (Polystyrene) และหลอดพลาสติกบนเกาะ และรัฐบาลอินโดนีเซียก็ให้คำมั่นว่า จะลดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ร้อยละ 70 ภายในปี 2015 นอกจากนี้ รัฐบาลบนเกาะบาหลีได้เปลี่ยนพื้นที่ฝังกลบขยะชื่อว่า ซูวัง ที่มีขนาดราว 200 ไร่ ซึ่งใหญ่ที่สุดของเกาะ ให้เป็นสวนสาธารณะเชิงนิเวศ (eco-park) และโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะ

เปลี่ยนความคิด

เกาะบาหลี
นักท่องเที่ยวมักนำอาหารลงไปที่ชายหาดเตตัลวังงี ในขณะที่เฝ้าชมดวงอาทิตย์ ซึ่งมักก่อให้เกิดขยะตามมามากมาย
เกาะบาหลี
นักท่องเที่ยวช่วยเก็บที่ชายหาดบาตูโบลอง

นอกเหนือไปจากหน่วยงานรัฐบาล ชาวบาหลีบางส่วนได้เริ่มลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเองเช่นกัน ดังเช่น เมลาตี และ อิซาเบล วิจเซน คู่พี่น้องสองสาว ได้ก่อตั้งโครงการ Bye Bye Plastic Bag เมื่อหกปีที่แล้ว ในตอนที่เธอมีอายุ 12 และ 10 ขวบ ต่อมาโครงการนี้ได้กลายเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทางสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในบาหลี

เมลาตี ซึ่งในขณะนี้มีอายุ 18 ปี กล่าวว่า “การเปลี่ยนความคิดของผู้คนเป็นงานหลักของเรา เราอยากช่วยให้พวกเขาเข้าใจความสำคัญว่าทำไมเราต้องปฏิเสธการใช้พลาสติก”

เธอกล่าวว่า ตั้งแต่โครงการ Bye Bye Plastic Bag เริ่มต้นขึ้น บรรดาคนหนุ่มสาวในบาหลีได้เริ่มตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกมากขึ้น

ทางออกอันสร้างสรรค์

เกาะบาหลี, ป่าชายเลน, ขยะ
ป่าชายเลนใกล้กับตาฮูรางูราห์ไร เต็มไปด้วยขยะพลาสติก

อย่างไรก็ตาม การออกกฎห้ามใช้ถุงพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้งได้มีการคัดค้านจากบรรดาผู้ผลิตพลาสติก โดยพวกเขายืนกรานว่า การจัดการขยะสมควรได้รับการปรับปรุงแทนการลดการใช้ โดยสมาคมโอเลฟิน อะโรแมติกส์ และพลาสติกของอินโดนีเซีย (Indonesian Olefins, Aromatics and Plastics Association – INAPLA) กล่าวว่าการสั่งห้ามใช้พลาสติกจะเป็นสิ่งปิดกั้นการค้นหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ในการจัดการขยะมากขึ้น

EcoBali กลายมาเป็นบริษัทที่เสนอทางออกให้กับปัญหานี้ โดย เปาลา กันนุกเซียรี ผู้ที่อาศัยอยู่ในอินโดนีเซียมากกว่าสองทศวรรษ ได้ก่อตั้ง EcoBali มาตั้งแต่ปี 2006 กล่าวว่า “เราเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่บุกเบิกในเรื่องการแยกขยะ และเก็บรวบรวมขยะอนินทรีย์ ซึ่งในส่วนของขยะอินทรีย์ (เช่นเศษอาหาร) เราหวังว่าผู้คนจะเริ่มการทำปุ๋ยหมัก และพวกเขาสามารถใช้ระบบการทำปุ๋ยหมักของเราได้”

โดย EcoBali จะรวบรวมขยะอนินทรีย์ และนำไปยังศูนย์คัดแยกที่หมู่บ้านคังกู ในเกาะบาหลี และส่งพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ที่ศูนย์ในเกาะชวา

เกาะบาหลี, ขยะ, ขยะรีไซเคิล
คนงานกำลังนำวัสดุจากพลาสติกไปทำความสะอาดและตัดเป็นชิ้นๆ ในศูนย์รีไซเคิลขยะ Re>Pal ที่เมือง ปาสุรวน, ที่เกาะชวาตะวันตก โดยศูนย์แห่งนี้รีไซเคิลถุงพลาสติก หีบห่อพลาสติก และบรรจุภัณฑ์อาหารพลาสติกให้เป็นพลาสติกรองรับสินค้า (Plastic Pallet) ซึ่งสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 1 ตัน
เกาะบาหลี, ขยะ, ขยะพลาสติก, ขยะรีไซเคิล
พลาสติกรองรับสินค้าที่เพิ่งผลิตเสร็จกำลังได้รับการตรวจสอบคุณภาพ โดยที่ศูนย์ Re>Pal จัดการขยะพลาสติกได้มากถึง 10,000 ตันต่อปี ในจำนวน 240 ตันนั้นมาจากบาหลี

Avani Eco เป็นองค์กรที่พัฒนาถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์อาหาร ที่สามารถย่อยสลายได้ และผลิตหลอดที่ทำมาจากมันสำปะหลัง โดยเควิน คูมาลา ผู้ก่อตั้ง กล่าวว่าผลิตภัณฑ์ของเขาสามารถละลายในน้ำได้ ไม่มีพิษ และสามารถย่อยสลายได้

“ผมคิดว่านอกเหนือจากหลัก 3R ที่ประกอบไปด้วย REDUCE (ลดการใช้), REUSE (ใช้ซ้ำ), RECYCLE (รีไซเคิล) แล้ว เราต้องรวมไปถึงการ REPURPOSE (นำกลับมาใช้ใหม่ในอีกรูปแบบ) และ REPLACE (ใช้วัสดุอื่นทดแทน) มันไม่เพียงพอที่จะยึดติดอยู่กับรูปแบบ 3R แบบเดิม” คูมาลากล่าวและเสริมว่า “สำหรับในประเทศนี้ เพื่อหลีกหนีจากปัญหาการกระจายของพลาสติก เราต้องให้ทางแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ด้วย”

เรื่อง AMANDA TAZKIA SIDDHARTA
ภาพ NYIMAS LAULA


อ่านเพิ่มเติม การทำความสะอาดชายหาดไม่อาจเก็บขยะพลาสติกจำนวนหลายล้านชิ้นขยะพลาสติก

เรื่องแนะนำ

Bee Home โปรเจ็กต์สร้างบ้านผึ้งของ IKEA ที่ชวนทุกคนแก้ปัญหาวิกฤตผึ้งใกล้สูญพันธุ์

Bee Home โปรเจ็กต์สร้างบ้านผึ้งแบบ Open Source เปิดโอกาสให้เราเลือกออกแบบบ้านผึ้งในราคาที่จับต้องได้ เข้าถึงทุกคนและเป็นมิตรต่อเหล่าผึ้ง ในบรรดาพืช 100 ชนิดที่เป็นอาหารเลี้ยงประชากรโลก มี 70 ชนิด ที่ต้องการผึ้งเป็นตัวผสมเกสร เพื่อให้เจริญงอกงามเป็นพืชผลสำหรับเก็บเกี่ยว หากปราศจากผึ้ง การผสมเกสรจะไม่เกิด เท่ากับหายนะของพืชพันธุ์ และหายนะของมนุษยชาติ ผึ้งคือสิ่งมีชีวิตที่สำคัญที่สุดของโลก แต่ปัจจุบันพวกมันกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก ถึงขั้นอาจสูญพันธุ์ SPACE10 กลุ่มนักทดลองออกแบบของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ IKEA จึงสร้างโปรเจกต์ออกแบบที่ร่วมมือกับสตูดิโอออกแบบด้านเทคโนโลยี แบคเคน เบ็ค (Bakken & Bæck) และนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชาวเยอรมัน ทานิตา ไคลน์ (Tanita Klein) โดยใช้ชื่อโปรเจกต์ว่า “Bee Home” ออกมา ทานิตา กล่าวว่า เธอออกแบบ Bee Home จากแนวคิดที่อยากให้มนุษย์ออกแบบบ้านในฝันให้กับเหล่าผึ้ง เป็นสถานที่ที่สร้างสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบเหมาะสำหรับการเลี้ยงดูผึ้งรุ่นลูกหลาน ในขณะเดียวกันก็สร้างให้ Bee Home ง่ายต่อการออกแบบ ง่ายในการประกอบชิ้นส่วน และนำไปจัดวางได้ง่าย สิ่งสำคัญคือเธอตั้งใจให้การออกแบบบ้านสำหรับผึ้งนี้สร้างความพึงพอใจด้านสุนทรียภาพ ให้ความรู้สึกเหมือนใส่ประติมากรรมชิ้นหนึ่งเข้าไปในสวนหรือระเบียงบ้านของเราเอง […]

World Update: Gigalab เครื่องพิมพ์สามมิติ พกพา แปลงขยะเป็นของมีประโยชน์

Gigalab เครื่องพิมพ์สามมิติ แปรรูปขยะขนาดพกพาสะดวก แปรรูปขยะเป็นของใช้มีประโยชน์ได้ทันที บริษัทการพิมพ์สามมิติ Re:3D คิดค้นโครงการ เครื่องพิมพ์สามมิติ ชื่อว่า กิก้าแล็บ (Gigalab) ที่มาพร้อมความสะดวกและรักษ์โลกไปพร้อมกัน . ทางบริษัทฯ มีเป้าหมายแปรรูปวัสดุที่รีไซเคิลได้ อย่างเช่น ขวดน้ำ แก้วพลาสติก ให้เป็นของที่ใช้สอยได้ จากการใช้สามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ เครื่องย่อยพลาสติก เครื่องกำจัดความชื้น และเครื่องพิมพ์สามมิติ กิก้าแล็บ ซึ่งทำการพิมพ์วัตถุใหม่ขึ้นมา ทั้งหมดนี้ใช้พื้นที่เท่ากับตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งเพียงหนึ่งตู้เท่านั้น กิก้าแล็บ จึงเปรียบได้กับห้องทดลองที่สามารถสร้างสมบัติจากขยะได้เลยทีเดียว . นวัตกรรมหนึ่งสำหรับ เครื่องพิมพ์สามมิติ นี้คือการใช้พลาสติกที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวมาใช้แปรรูปได้โดยไม่ต้องผ่านการแปรรูปเป็นเม็ดเสียก่อน ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนและเวลาลง โดยนอกจากขวดและแก้วพลาสติก ยังสามารถใช้พลาสติกจากแหล่งอื่นได้ เช่น ใบขับขี่ ที่ยังต้องอาศัยการคัดแยกประเภทพลาสติกเสริมด้วย . มีการใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติอย่างแพร่หลายทั้งในด้านอุตสาหกรรมและการศึกษา และ Re:3D ต้องการใช้นวัตกรรมนี้เพื่อฟื้นฟูแถบปะการังในอนาคตต่อไป กิก้าแล็บได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้ในทุกสถานที่และมีความเป็นไปได้ว่าจะช่วยให้ทุกชุมชนได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจากขยะของตัวเองแล้วนำไปสู่การรีไซเคิลที่ยั่งยืนได้อย่างแพร่หลาย สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์ Photograph by re3d.org ข้อมูลอ้างอิง https://www.wired.com/story/gigalab-turns-trash-into-treasure/ https://knowledgedoctalk.com/the-portable-off-grid-3d-gigalab-can-turn-trash-into-treasure/ https://interestingengineering.com/the-portable-3d-gigalab […]

พิธีเปิดงาน Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX2020)

เมื่อ 4 องค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทย นำโดย ไทยเบฟ, ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป, พีทีที โกลบอล เคมิคอล และ เครือข่าย TSCN รวมพลังขับเคลื่อนโลกให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) นับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญ และยิ่งใหญ่ขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทยที่จะมาร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในงาน Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) โดยการนำของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (มหาชน) (TU), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) รวมถึงเครือข่าย TSCN […]

ฟาร์มปลาในร่มสูงแปดชั้นของสิงคโปร์

ฟาร์มปลา ในอาคารสูง 8 ชั้นในสิงคโปร์ จะกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลเพื่อคนท้องถิ่น ฟาร์มปลา หรือระบบเลี้ยงปลาในอาคารเป็นความพยายามที่จะเพิ่มความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นเกาะเล็กๆ ในเร็วๆ นี้ ที่ประเทศสิงคโปร์ บริษัทอะพอลโลอะควาคัลเจอร์กรุ๊ป กำลังจะเปิดดำเนินการฟาร์มปลาแนวตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ฟาร์มแห่งนี้จะมีความสูงแปดชั้น ตัวแทนของบรษัทกล่าวว่า ความแตกต่างไม่ใช่แค่การก่อสร้างฟาร์มในแนวตั้งเท่านั้น ฟาร์มของพวกเขายังแตกต่างจากคู่แข่งในด้านของเทคโนโลยีอีกด้วย เทคโนโลยีขั้นสูงของฟาร์มแนวตั้งแห่งนี้สามารถเพาะเลี้ยงและสร้างผลผลิตได้ทั้งปลาเก๋าพันธุ์ผสม ปลาเทราต์ และกุ้ง ได้ถึง 3,000 ตันต่อปี เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงของปลาหนึ่งตัวกับปริมาณน้ำที่ใช้เพาะเลี้ยง ที่นี่มีประสิทธิภาพสูงกว่าฟาร์มสัตว์น้ำอื่นๆ ในประเทศอาเซียนถึง 6 เท่า โครโน ลี สื่อสารองค์กรของบริษัทอะพอลโลฯ กล่าว ในการดำเนินการดังกล่าว บริษัทหวังที่จะเป็นผู้สนับสนุนหลักในแผนการความพยายามเพิ่มความมั่นคงด้านอาหารของประเทศเกาะเล็ก ๆ ซึ่งปัจจุบันนำเข้าอาหารจากต่างประเทศมากถึงร้อยละ 90 ตามที่ Ethan Chong Yih Tng วิศวกรของสถาบันเทคโนโลยีแห่งสิงคโปร์ ผู้ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท กว่าว่า การทำฟาร์มเลี้ยงปลาแบบแนวตั้งนี้เป็นหนึ่งในโครงการริเริ่มสำคัญที่สิงคโปร์กำลังมองหา เพื่อบรรลุนโยบาย “30 คูณ 30” ที่พยายามตั้งเป้าหมายเพื่อความมั่นคงทางอาหาร โดยผลิตอาหารในประเทศให้ได้ร้อยละ 30 ของความต้องการโภชนาการของประชากรภายในปี 2030 […]