ชิ้นส่วนแห่งความแตกต่าง: กระบวนการฟื้นชีวิต เศษผ้า สู่สินค้าหรูในจีน

ชิ้นส่วนแห่งความแตกต่าง: กระบวนการฟื้นชีวิตเศษผ้าสู่สินค้าหรูในจีน

Wei Daxun นักแสดงและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และ Hannah Reyes Morales ช่างภาพ อยู่ที่เมืองกานโจว ประเทศจีน เพื่อดูว่ามีการนำ เศษผ้า ที่เหลือทิ้งจากการผลิตมาใช้และเปลี่ยนเป็นสินค้าใหม่อีกครั้งได้อย่างไร


ความยั่งยืนคือประเด็นที่โลกแฟชั่นจำเป็นต้องเดินตาม และแบรนด์หรูอย่างปราดา (Prada) ก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ผ่านโครงการ “ใช้ไนลอนอีกครั้ง” (Re-Nylon Project) ที่ปราดาร่วมมือกับโครงการอัพไซเคิล (Upcycle – การเปลี่ยนวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้มีคุณภาพดีกว่าเดิม) ทั่วโลก เพื่อเปลี่ยน เศษผ้า เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต ตั้งแต่พรมเก่าไปจนถึงแหตกปลา ให้เป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง

ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้ามากถึง 1 ใน 3 จากจำนวนราวแสนล้านชิ้นที่ผลิตขึ้นมาบนโลกทุกปี พาราวิน (Parawin) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานที่ผลิตเสื้อผ้าเหล่านั้น ตั้งอยู่ชานเมืองกานโจว มณฑลเจียงซี ทางตอนใต้ของประเทศจีน ดูเผินๆ โรงงานนี้เหมือนโรงงานผลิตเสื้อผ้าแห่งอื่นๆของประเทศจีน แต่ความจริงแล้ว โรงงานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการต้นแบบที่จะทำให้สินค้าแฟชั่นมีความยั่งยืนมากขึ้น

แม้กานโจวจะไม่ใช่หนึ่งในเมืองใหญ่ของจีน ด้วยจำนวนประชากรเพียง 1.2 ล้านคน แต่เมืองก็เต็มไปด้วยตึกระฟ้ากระจายเป็นหย่อมๆ เครนก่อสร้างแขวนอยู่ตามตึกที่กำลังก่อสร้างมากมาย เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของเมืองซึ่งเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 12.5 ต่อปี

เศษผ้า, เศรษฐกิจหมุนเวียน, ปราดา,
เมืองกานโจวที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีนเป็นมีศูนย์กลางของเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและประชากรที่เพิ่มขึ้น โดยประเทศจีนผลิตเสื้อผ้าส่งออกเป็นจำนวนราว 1 ใน 3 ของโลก

กานโจวเป็นเมืองที่มีประวัติยาวนานถึง 2,000 ปี นับตั้งช่วงราชวงศ์ซ่งเป็นต้นมา ทุกวันนี้ เมืองยังมีบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความโบราณกับความทันสมัย เช่นเดียวกับโรงงานพาราวิน เมื่อสองปีที่แล้ว ทางโรงงานได้ร่วมมือกับ Aquafil บริษัทสัญชาติอิตาลีที่ตั้งโครงการต้นแบบ ซึ่งมีเป้าหมายในการนำเอาเศษผ้าจากโรงงานผลิตเสื้อผ้าเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตอีกครั้ง โดย Aquafil เป็นผู้นำระบบการผลิตหมุนเวียนที่เปลี่ยนไนลอนทิ้งแล้วให้เป็น ECONYL หรือไนลอนที่นำกลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง พวกเขาใช้ไนลอนเหลือทิ้ง ทั้งจากพรมเก่าที่มักจะจบลงด้วยการนำไปฝังในหลุมฝังกลบ และแหตกปลาที่ถูกทิ้งแล้วถูกกระแสน้ำในมหาสมุทรพัดพาไป ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 10 ของขยะพลาสติกในมหาสมุทร บริษัทนี้ตั้งใจเปลี่ยนตัวเองมาเป็นผู้ใช้งานของเสียที่เกิดจากการผลิตในโรงงานผลิตเสื้อผ้า

เศษผ้า, ปราดา, เศรษฐกิจหมุนเวียน, โรงงานจีน
โรงงานพาราวินในเมืองกานโจวผลิตสิ่งทอจากไนลอนให้สินค้าแบรนด์ยุโรป สองปีที่แล้ว พาราวินร่วมกับ Aquafil ผู้ผลิตอีโคไนลอน ให้ดำเนินการกับเศษผ้าที่เหลือจากการผลิต

เมื่อเร็วๆ นี้ ปราดาและบรรดาผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นชั้นนำของโลกได้ลงนามใน “สนธิสัญญาแฟชั่น” (Fashion Pact) เพื่อให้บรรลุการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในกลางศตวรรษนี้ (ปี 2050) ด้านผู้บริโภคเองก็เพิ่มปัจจัยความยั่งยืนในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้ามากขึ้นว่า จะซื้ออะไร และซื้อเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม มีผู้บริโภคไม่กี่คนที่ตระหนักว่าระหว่างกระบวนการผลิตเสื้อผ้ามีเศษผ้าที่เกิดจากการผลิตถึงร้อยละ 15

โดยปกติ เศษผ้าไนลอนที่เกิดจากการผลิตเสื้อผ้าจะถูกนำไปฝังกลบ ซึ่งจะไม่ย่อยสลายไปอีกหลายสิบปี และจะปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกออกมาอย่างช้าๆ นอกจากนี้ ยังมีการใช้ไนลอนทั้งในอุตสาหกรรมและเครื่องใช้ภายในบ้าน (ตั้งแต่ถุงลมนิรภัยรถยนต์ไปจนถึงพรม) ในอุตสาหกรรมแฟชั่นมีการใช้เส้นใยไนลอนที่ผลิตขึ้นมาราวปีละ 3,600 ล้านกิโลกรัม จะเห็นได้ว่ากระบวนการผลิตนี้มีปริมาณไนลอนที่ถูกทิ้งไปมากมาย ความร่วมมือระหว่างโครงการ Aquafil และโรงงานเสื้อผ้าพาราวินจะเปลี่ยนกระบวนการผลิตที่มีไนลอนเหลือทิ้งเข้าสู่ระบบการผลิตแบบหมุนเวียน และเปลี่ยนให้เป็นสินค้าชิ้นใหม่

เศษผ้า, เศรษฐกิจหมุนเวียน, โรงงานผลิตเสื้อผ้า, โรงงานจีน, ปราดา
เครื่องตัดแบบเสื้อผ้าของโรงงานพาราวินใช้ระบบ Computer Aided Design (CAD) เพื่อประหยัดการใช้ผ้าให้มากเท่าที่เป็นไปได้ แต่ก็ยังมีเศษผ้าที่เหลือจากการผลิตอยู่มาก
เศษผ้า, โรงงานจีน, โรงงานเสื้อผ้า, เศรษฐกิจหมุนเวียน
นี่คือกระเป๋าที่ผลิตจากเศษผ้าจากโรงงานพาราวิน Aquafil ได้เปลี่ยนเศษผ้าเหล่านี้ให้เป็นไนลอน ECONYL ใช้สำหรับผลิตในสินค้าแฟชั่นและเครื่องใช้ภายในบ้าน

“ปีที่แล้ว เราตั้งระบบการนำเศษผ้ากลับมาใช้ใหม่ นั่นหมายความว่า เราไม่ต้องฝังกลบไนลอนเหล่านี้” กงมั่วชาง ช่างตัดแบบเสื้อผ้าประจำโรงงาน กล่าวและเสริมว่า “ไม่ใช่แค่ในโรงงานของเราเท่านั้น ในจีนมีโรงงานที่นำโครงการปกป้องสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ไปปฏิบัติมากขึ้นเรื่อยๆ”

แม้ตอนนี้โครงการ Aquafil จะมีส่วนในการจัดการเศษผ้าเหลือทิ้งที่ทางโรงงานผลิตขึ้นในอัตราส่วนเพียงเล็กน้อย แต่ในอนาคต กระบวนการผลิตของโครงการสามารถขยายได้มากขึ้น ตามคำกล่าวของหลี่หยุนเซี่ย ผู้จัดการด้านการขายและการตลาดของ Aquafil “เราหวังว่าจะมีโรงงานแฟชั่นที่ส่งเศษไนลอนมาให้เราเปลี่ยนและสร้างห่วงโซ่การผลิตที่สามารถนำวัสดุกลับมาใช้ได้อีกครั้ง”

เศษผ้า, กระเป๋า, ปราดา
ปราดาได้ช่วยเหลือโครงการที่เริ่มต้นโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) โดยการใช้เส้นใย ECONYL ในคอลเลกชัน Re-Nylon

เป้าหมายสูงสุดของกระบวนการผลิตนี้คือการสร้างระบบการผลิตที่ไม่ต้องใช้วัตถุดิบใหม่และไม่มีสิ่งใดเหลือทิ้ง รวมไปถึงพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตด้วยเช่นกัน แม้หนทางจะอีกยาวไกล แต่เมื่อแบรนด์หรูอย่างปราดาทำข้อตกลงว่าจะใช้ไนลอนจาก ECONYL มาผลิตสินค้าอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองแล้ว ก็เป็นเหตุผลที่เรายังมีหวังว่า บรรดาผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมแฟชั่นอื่นๆ จะเดินตามแนวทางนี้

เรื่อง 


อ่านเพิ่มเติม เวียดนามสร้างปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจได้อย่างไรเศรษฐกิจเวียดนาม

เรื่องแนะนำ

Gastronomy : การท่องเที่ยวเชิงอาหาร

ท่องไปในเส้นทางสายอาหารและการกินแห่งดินแดนอาเซียนผ่าน การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การส่งผ่านวัฒนธรรมการกิน ถือเป็นเครื่องมือของการพัฒนาระบบอาหารท้องถิ่นของภูมิภาคและโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่ออนาคตของมนุษยชาติ เพราะปฏิบัติการทางอาหารจะนำไปสู่การแสวงหาทางออกใหม่ให้กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยทำให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น และยังเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี ครั้งนี้ ประเทศไทยรับบทบาทเป็นผู้ประสานงานหลักในการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหารแห่งอาเซียน เพื่อทำให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมการประกอบอาชีพของชุมชนท้องถิ่น อันนำไปสู่การสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงอาหารในแนวทางแห่งความยั่งยืนสืบไป Gastronomy tourism goes far beyond just what is “on the plate” การท่องเที่ยวเชิงอาหารคืออะไร ความหมายของการท่องเที่ยวเชิงอาหารมีคุณค่ามากกว่าแค่การดื่มกินอาหารเด็ดเมนูดังตามแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังครอบคลุมไปถึงการผลิต (เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เยี่ยมชมแหล่งผลิตแบบพื้นถิ่น) ไปจนถึงขั้นหลังการบริโภค (เช่น การผลิตสินค้าที่ระลึกเพิ่มมูลค่า หรือแม้แต่การจัดการเศษอาหารเหลือทิ้ง) ด้วยความต่อเนื่องนี้จะเป็นโอกาสอันดีให้นักท่องเที่ยวได้เติมเต็มประสบการณ์และสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวอันหลากหลายที่เกี่ยวเนื่องมาจากอาหาร ซึ่งจะยังประโยชน์ให้เกิดกับสังคมเศรษฐกิจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 4 เสาหลักของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร Farming System การเดินทางเริ่มต้นจากแหล่งกำเนิดอาหาร แปลงผัก สวนผลไม้ บ้านไร่ หรือท้องนา ในแนวทางเกษตรปลอดภัย สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของอาหารต่อสุขภาพและการกินดีมีสุข Story of Food คุณค่าของเรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้คุณค่าของอาหารแต่ละจานโดดเด่นและเป็นที่จดจำ อาหารหนึ่งจานรวบรวมเรื่องราวมรดกภูมิปัญญา ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมการกิน […]

ท่องเที่ยวชุมชน ที่บ้านบางหมาก จังหวัดชุมพร

ท่องเที่ยวชุมชน สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น กินกาแฟ ดูลิง และชมเรือกสวน ในบรรยากาศชุมชนแดนใต้ หลังจากผ่านการนั่งหลังขดหลังแข็งบนรถตู้เป็นเวลา 6 ชั่วโมง จากกรุงเทพถึงชุมพร แดดยามบ่ายอาบไล้ไปทั่วผิวกายทันทีที่เราก้าวลงจากรถ “ฝนพึ่งหยุดตกเมื่อวันนี้เอง” เสียงจากพี่คม – คม ศรีราช เจ้าของที่พัก เอ่ยต้อนรับเมื่อพบกับเรา บรรยากาศสวนมะพร้าว สวนปาล์ม และสวนผลไม้ รายล้อมพื้นที่โรงแรมวิลล่า วาริช โรงแรมขนาด 14 ห้องพักในรูปแบบบ้านในสวน ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เราเลือกมาพักที่นี่จากความนิยมของคะแนนรีวิวที่สูงลิ่วในเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง ฉันยังแอบถามตัวเองในใจว่า “โรงแรมเล็กๆ ในหมู่บ้านชนบท ได้รับคะแนนสูงขนาดนี้ได้อย่างไร” และอีกหนึ่งเหตุผลคือมาดูรูปแบบการจัดการ ท่องเที่ยวชุมชน ก่อนหน้านี้ทั้งพี่คมและพี่แตง – นพรัตน์ ศรีราช ภรรยาของพี่คม เคยเป็นพนักงานบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพ และเมื่อถึงวันที่ทั้งคู่มองเห็นช่องทางในการกลับบ้านเกิด จึงเกิดแนวความคิดในการสร้างที่พักขึ้น โดยตั้งใจให้เป็นที่พักสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น (Local experiences) “ในช่วงแรก พี่เสนอแนวคิดที่พักแบบนี้กับคนในครอบครัว แต่ไม่มีใครสนับสนุนเราเลย” พี่คมเล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “ทุกคนถามว่า ใครจะเข้ามาพักในหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้” แต่จากประสบการณ์ที่เคยเดินทางไปต่างประเทศหลายเมือง […]

กาแฟโรบัสตา : กว่าจะมาเป็นกาแฟคุณภาพระดับโลก

กาแฟโรบัสตา ที่ผลิตจากความใส่ใจ สู่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ แสงแดดยามเช้าในจังหวัดชุมพรช่วงฤดูฝนสาดลงยอดหญ้าสะท้อนน้ำค้างระยับ ฉันรีบเดินออกมาสูดอากาศที่เจือด้วยไอน้ำ และเดินไปหาอาหารรองท้องก่อนออกเดินทาง วันนี้ฉันมีนัดกับเจ้าของไร่กาแฟในอำเภอท่าแซะ เพื่อไปดูแหล่งผลิต กาแฟโรบัสตา คุณภาพที่ฉันกำลังนั่งจิบอยู่ในเช้านี้ จากตัวเมืองชุมพรเรามุ่งหน้าไปยังอำเภอท่าแซะ ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงเศษ เส้นทางขรุขระผ่านเรือกสวน ขึ้นเนินลงเนินกว่าสิบรอบ และยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนด้วยแล้ว ความยากลำบากในการเดินทางยิ่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิม แต่ต้องยอมรับในฝีมือการบังคับรถของพี่คนขับรถ ที่สามารถนำพาพวกเราทั้งหมดมาถึงจุดหมายปลายทางได้ บรรยากาศช่วงสายอวลไปด้วยความชื้นในอากาศที่ระเหยขึ้นมาจากพื้นดิน สมกับเป็นเมืองที่มีฝนตกชุกเกือบทั้งปี ระหว่างทางที่เราผ่านมา ฉันเห็นสวนผลไม้ สวนปาล์ม และต้นกาแฟปลูกเรียงรายอยู่ไหล่ทาง  เราเดินอยู่ในพื้นที่ไร่กาแฟของพี่พานิช ชูสิทธิ์ เกษตรกรผู้อยู่เบื้องหลังรสชาติกาแฟโรบัสตา ที่สร้างชื่อในเวทีระดับโลกมาแล้ว บริเวณทางเข้า ฉันเห็นต้นกล้ากาแฟวางเรียงรายอยู่ใต้ผืนผ้ากรองแสงแดดสีทะมึน เราเดินผ่านถนนดินแดงขึ้นไปบนเนินในส่วนของตัวบ้าน พี่พานิชออกมาต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้มอย่างดีใจ เรานั่งพักจิบน้ำเย็นให้พอหายเหนื่อย แล้วพี่พานิชก็พาเราขึ้นรถกระบะเปื้อนโคลนไปสู่ไร่กาแฟที่เป็นความภาคภูมิใจของเขา ระหว่างทางเราพลางพูดคุยและสอบถามถึงความเป็นมาเป็นไปของการปลูกกาแฟโรบัสต้าที่ชุมพร พี่พานิชเล่าย้อนไปถึงสมัยยุคบุกเบิก ที่ต้องผลิตเมล็ดกาแฟให้กับบริษัทเอกชนรายใหญ่ จนเวลาล่วงเลยผ่านไป พี่พานิชเล็งเห็นว่า เราน่าจะสร้างรสชาติกาแฟที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ จึงเริ่มลงมือศึกษา ค้นคว้า และลองผิดลองถูก “ด้วยตนเอง” บนความสูงประมาณ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เรายืนอยู่บนจุดสูงสุดของไร่กาแฟ เบื้องหน้าเรามองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนทอดยาวไปจรดชายฝั่งทะเล มีฉากหน้าเป็นต้นกาแฟที่กำลังออกผลเบอร์รี่ทั้งสีเขียวและสีแดง ฉันรู้สึกลิงโลดในใจเหมือนเด็กที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ “เมล็ดที่อยู่บนต้นพวกนี้ยังเก็บเกี่ยวไม่ได้ ยังไม่ถึงเวลา” พี่พานิชเล่าระหว่างจับกิ่งกาแฟกิ่งหนึ่งชูขึ้นให้เราดู “ถ้าเป็นสวนที่ใช้สารเคมี […]

มองอนาคต : เมืองอัจฉริยะ เหล่านี้มีนวัตกรรมล้ำยุคที่สุดในโลก

เมืองอัจฉริยะ ทั้งสิบแห่งทั่วโลกเหล่านี้มีนวัตกรรมที่ล้ำยุคที่สุดในโลก และหลายเมืองยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการเป็นเมืองสีเขียวอีกด้วย ภายในปี 2050 มีการคาดการณ์ว่า ประชากรสองในสามจะอาศัยอยู่ในเขตเมือง เนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและพื้นที่เมืองจะเชื่อมต่อกันมากขึ้น นักท่องเที่ยวกำลังออกเดินทางท่องเที่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในปี 2017 นักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าหนึ่งพันสามร้อยล้านคนเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายต่างๆ ทั่วโลก จากรายงานล่าสุดขององค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Tourism Organization) เน้นว่าจำเป็นที่จะต้องแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในการสร้างเมืองสำหรับอนาคต เมืองอัจฉริยะ (Smart City) กำลังเผชิญหน้าความท้าทายเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ทั้งการพัฒนาถนน การส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยี การสนับสนุนมรดกเก่าแก่และชุมชนที่มีความหลากหลาย รวมไปถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อม มาค้นหากันว่าเมืองที่มีนวัตกรรมล้ำยุคทั้งสิบเมืองนี้กำลังปกป้องโลกไปพร้อมกับการให้ประโยชน์ต่อทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง เมืองทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย เมืองหลวงของเอสโตเนีย ประเทศที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต ได้กลายมาเป็นเมืองศูนย์กลางทางเทคโนโลยี เป็นประเทศแรกของโลกที่ประกาศให้การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน มีการจัดการเลือกตั้งออนไลน์ และเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต 5G กับทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ในระหว่างการเตรียมการการเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีของการเป็นสาธารณรัฐ ได้มีการนำเสนอกิจกรรมมากมายตลอดทั้งปี 2020 เมืองออร์ฮูส ประเทศเดนมาร์ก เมืองโคเปนเฮเกนอาจมีความโดดเด่นมาก แต่เมืองอาร์ฮูสที่อยู่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 160 กิโลเมตรนี้ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เมืองที่มีสเน่ห์แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นเมืองหลวงของวัฒนธรรมยุโรป และได้รับการยกย่องให้เป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหาร มีตลาดอาหารที่ใหม่ มีการเชื่อมต่อรางรถไฟ ห้องสมุดแห่งอนาคต และโรงแรมสร้างสรรค์ที่ช่วยเพิ่มพลังและเสน่ห์ให้กับเมือง […]