ชิ้นส่วนแห่งความแตกต่าง: กระบวนการฟื้นชีวิตเศษผ้าสู่สินค้าหรูในจีน

Wei Daxun นักแสดงและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และ Hannah Reyes Morales ช่างภาพ อยู่ที่เมืองกานโจว ประเทศจีน เพื่อดูว่ามีการนำ เศษผ้า ที่เหลือทิ้งจากการผลิตมาใช้และเปลี่ยนเป็นสินค้าใหม่อีกครั้งได้อย่างไร


ความยั่งยืนคือประเด็นที่โลกแฟชั่นจำเป็นต้องเดินตาม และแบรนด์หรูอย่างปราดา (Prada) ก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ผ่านโครงการ “ใช้ไนลอนอีกครั้ง” (Re-Nylon Project) ที่ปราดาร่วมมือกับโครงการอัพไซเคิล (Upcycle – การเปลี่ยนวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้มีคุณภาพดีกว่าเดิม) ทั่วโลก เพื่อเปลี่ยน เศษผ้า เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต ตั้งแต่พรมเก่าไปจนถึงแหตกปลา ให้เป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง

ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้ามากถึง 1 ใน 3 จากจำนวนราวแสนล้านชิ้นที่ผลิตขึ้นมาบนโลกทุกปี พาราวิน (Parawin) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานที่ผลิตเสื้อผ้าเหล่านั้น ตั้งอยู่ชานเมืองกานโจว มณฑลเจียงซี ทางตอนใต้ของประเทศจีน ดูเผินๆ โรงงานนี้เหมือนโรงงานผลิตเสื้อผ้าแห่งอื่นๆของประเทศจีน แต่ความจริงแล้ว โรงงานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการต้นแบบที่จะทำให้สินค้าแฟชั่นมีความยั่งยืนมากขึ้น

แม้กานโจวจะไม่ใช่หนึ่งในเมืองใหญ่ของจีน ด้วยจำนวนประชากรเพียง 1.2 ล้านคน แต่เมืองก็เต็มไปด้วยตึกระฟ้ากระจายเป็นหย่อมๆ เครนก่อสร้างแขวนอยู่ตามตึกที่กำลังก่อสร้างมากมาย เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของเมืองซึ่งเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 12.5 ต่อปี

เศษผ้า, เศรษฐกิจหมุนเวียน, ปราดา,
เมืองกานโจวที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีนเป็นมีศูนย์กลางของเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและประชากรที่เพิ่มขึ้น โดยประเทศจีนผลิตเสื้อผ้าส่งออกเป็นจำนวนราว 1 ใน 3 ของโลก

กานโจวเป็นเมืองที่มีประวัติยาวนานถึง 2,000 ปี นับตั้งช่วงราชวงศ์ซ่งเป็นต้นมา ทุกวันนี้ เมืองยังมีบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความโบราณกับความทันสมัย เช่นเดียวกับโรงงานพาราวิน เมื่อสองปีที่แล้ว ทางโรงงานได้ร่วมมือกับ Aquafil บริษัทสัญชาติอิตาลีที่ตั้งโครงการต้นแบบ ซึ่งมีเป้าหมายในการนำเอาเศษผ้าจากโรงงานผลิตเสื้อผ้าเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตอีกครั้ง โดย Aquafil เป็นผู้นำระบบการผลิตหมุนเวียนที่เปลี่ยนไนลอนทิ้งแล้วให้เป็น ECONYL หรือไนลอนที่นำกลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง พวกเขาใช้ไนลอนเหลือทิ้ง ทั้งจากพรมเก่าที่มักจะจบลงด้วยการนำไปฝังในหลุมฝังกลบ และแหตกปลาที่ถูกทิ้งแล้วถูกกระแสน้ำในมหาสมุทรพัดพาไป ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 10 ของขยะพลาสติกในมหาสมุทร บริษัทนี้ตั้งใจเปลี่ยนตัวเองมาเป็นผู้ใช้งานของเสียที่เกิดจากการผลิตในโรงงานผลิตเสื้อผ้า

เศษผ้า, ปราดา, เศรษฐกิจหมุนเวียน, โรงงานจีน
โรงงานพาราวินในเมืองกานโจวผลิตสิ่งทอจากไนลอนให้สินค้าแบรนด์ยุโรป สองปีที่แล้ว พาราวินร่วมกับ Aquafil ผู้ผลิตอีโคไนลอน ให้ดำเนินการกับเศษผ้าที่เหลือจากการผลิต

เมื่อเร็วๆ นี้ ปราดาและบรรดาผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นชั้นนำของโลกได้ลงนามใน “สนธิสัญญาแฟชั่น” (Fashion Pact) เพื่อให้บรรลุการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในกลางศตวรรษนี้ (ปี 2050) ด้านผู้บริโภคเองก็เพิ่มปัจจัยความยั่งยืนในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้ามากขึ้นว่า จะซื้ออะไร และซื้อเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม มีผู้บริโภคไม่กี่คนที่ตระหนักว่าระหว่างกระบวนการผลิตเสื้อผ้ามีเศษผ้าที่เกิดจากการผลิตถึงร้อยละ 15

โดยปกติ เศษผ้าไนลอนที่เกิดจากการผลิตเสื้อผ้าจะถูกนำไปฝังกลบ ซึ่งจะไม่ย่อยสลายไปอีกหลายสิบปี และจะปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกออกมาอย่างช้าๆ นอกจากนี้ ยังมีการใช้ไนลอนทั้งในอุตสาหกรรมและเครื่องใช้ภายในบ้าน (ตั้งแต่ถุงลมนิรภัยรถยนต์ไปจนถึงพรม) ในอุตสาหกรรมแฟชั่นมีการใช้เส้นใยไนลอนที่ผลิตขึ้นมาราวปีละ 3,600 ล้านกิโลกรัม จะเห็นได้ว่ากระบวนการผลิตนี้มีปริมาณไนลอนที่ถูกทิ้งไปมากมาย ความร่วมมือระหว่างโครงการ Aquafil และโรงงานเสื้อผ้าพาราวินจะเปลี่ยนกระบวนการผลิตที่มีไนลอนเหลือทิ้งเข้าสู่ระบบการผลิตแบบหมุนเวียน และเปลี่ยนให้เป็นสินค้าชิ้นใหม่

เศษผ้า, เศรษฐกิจหมุนเวียน, โรงงานผลิตเสื้อผ้า, โรงงานจีน, ปราดา
เครื่องตัดแบบเสื้อผ้าของโรงงานพาราวินใช้ระบบ Computer Aided Design (CAD) เพื่อประหยัดการใช้ผ้าให้มากเท่าที่เป็นไปได้ แต่ก็ยังมีเศษผ้าที่เหลือจากการผลิตอยู่มาก
เศษผ้า, โรงงานจีน, โรงงานเสื้อผ้า, เศรษฐกิจหมุนเวียน
นี่คือกระเป๋าที่ผลิตจากเศษผ้าจากโรงงานพาราวิน Aquafil ได้เปลี่ยนเศษผ้าเหล่านี้ให้เป็นไนลอน ECONYL ใช้สำหรับผลิตในสินค้าแฟชั่นและเครื่องใช้ภายในบ้าน

“ปีที่แล้ว เราตั้งระบบการนำเศษผ้ากลับมาใช้ใหม่ นั่นหมายความว่า เราไม่ต้องฝังกลบไนลอนเหล่านี้” กงมั่วชาง ช่างตัดแบบเสื้อผ้าประจำโรงงาน กล่าวและเสริมว่า “ไม่ใช่แค่ในโรงงานของเราเท่านั้น ในจีนมีโรงงานที่นำโครงการปกป้องสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ไปปฏิบัติมากขึ้นเรื่อยๆ”

แม้ตอนนี้โครงการ Aquafil จะมีส่วนในการจัดการเศษผ้าเหลือทิ้งที่ทางโรงงานผลิตขึ้นในอัตราส่วนเพียงเล็กน้อย แต่ในอนาคต กระบวนการผลิตของโครงการสามารถขยายได้มากขึ้น ตามคำกล่าวของหลี่หยุนเซี่ย ผู้จัดการด้านการขายและการตลาดของ Aquafil “เราหวังว่าจะมีโรงงานแฟชั่นที่ส่งเศษไนลอนมาให้เราเปลี่ยนและสร้างห่วงโซ่การผลิตที่สามารถนำวัสดุกลับมาใช้ได้อีกครั้ง”

เศษผ้า, กระเป๋า, ปราดา
ปราดาได้ช่วยเหลือโครงการที่เริ่มต้นโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) โดยการใช้เส้นใย ECONYL ในคอลเลกชัน Re-Nylon

เป้าหมายสูงสุดของกระบวนการผลิตนี้คือการสร้างระบบการผลิตที่ไม่ต้องใช้วัตถุดิบใหม่และไม่มีสิ่งใดเหลือทิ้ง รวมไปถึงพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตด้วยเช่นกัน แม้หนทางจะอีกยาวไกล แต่เมื่อแบรนด์หรูอย่างปราดาทำข้อตกลงว่าจะใช้ไนลอนจาก ECONYL มาผลิตสินค้าอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองแล้ว ก็เป็นเหตุผลที่เรายังมีหวังว่า บรรดาผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมแฟชั่นอื่นๆ จะเดินตามแนวทางนี้

เรื่อง 


อ่านเพิ่มเติม เวียดนามสร้างปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจได้อย่างไรเศรษฐกิจเวียดนาม

เรื่องแนะนำ

การปกป้องป่า คือสิ่งจำเป็นเพื่อโลกที่ยั่งยืนในอนาคต

หมู่บ้าน Mian Gu ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Nu ของประเทศจีน เป็นโครงการสร้างบ้านของรัฐบาลที่ออกแบบเพื่อจูงใจประชาชนที่อาศัยอยู่บนภูเขาให้ย้ายลงมาที่แม่น้ำเพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า ภาพถ่ายโดย ADAM DEAN, NAT GEO IMAGE COLLECTION เมื่อปีที่แล้ว ยูเอ็นได้เตือนให้ระวังวิกฤตภูมิอากาศที่ใกล้เข้ามา ในปีนี้ ยูเอ็นวิงวอนให้ อนุรักษ์ป่า ไว้ก่อนจะสายเกินไป รายงานจาก คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ (The United Nation’s Intergovernmental Panel on Climate Change – IPCC) ซึ่งเผยแพร่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนวิธีการจัดการที่ดินของโลกอย่างรวดเร็วและเร่งด่วน เดบราห์ ลอว์เรนซ์ (Deborah Lawrence) นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ต้องมีการใช้กลยุทธ์ที่ยั่งยืนซึ่งจัดการปัญหาได้ตรงเป้าและส่งผลกระทบได้อย่างกว้างขวาง “การเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศเป็นภัยคุกคาม เราต้องหาหนทางที่เป็นไปได้ในทุกแง่มุมเพื่อจัดการกับมัน” เดบราห์ กล่าว ในรายงานของ IPCC มีเนื้อหาเกี่ยวกับคำแนะนำว่าทั้งประชาชน นักวิทยาศาสตร์ และผู้กำหนดนโยบาย ควรกำหนดความสำคัญอย่างไร และนี่คือหัวข้อสำคัญในคำแนะนำดังกล่าว การปรับปรุงยกเครื่องระบบการผลิตอาหารครั้งใหญ่ของมนุษย์เป็นเรื่องที่จำเป็น โดยในรายงานกล่าวว่า ปัญหาสภาวะภูมิอากาศสุดขั้วเช่น […]

อัพเดต 7 ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมกับ วราวุธ ศิลปอาชา

คุยเรื่องกบในกาน้ำกับ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนปัจจุบัน ตลอดสองปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติบ่อยครั้ง และเริ่มส่งผลกระทบกับผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ และเขตจังหวัดทางภาคเหนือ ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าในหลายพื้นที่ วิกฤตน้ำท่วมและน้ำแล้งที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงปัญหาขยะพลาสติกในธรรมชาติ ที่นำมาสู่โศกนาฏกรรมของสัตว์ป่าและสัตว์ทะเล จนสร้างความสะเทือนใจและความสนใจให้แก่ผู้คนในสังคม หันกลับมาตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จนนำมาสู่การอนุรักษ์ธรรมชาติกันอย่างเข้มข้นและจริงจัง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ วราวุธ ศิลปอาชา เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีคนใหม่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2562 พร้อมกับให้คำมั่นว่า “ตั้งใจเข้ามาทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง” ถึงวันนี้ผ่านมากว่า 17 เดือน เราจึงขอโอกาสมานั่งพูดคุยกับเขา เพื่ออัพเดตความเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นกัน สร้างมิติใหม่ในวิกฤติ การเข้ามารับตำแหน่งในฐานะผู้นำของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในช่วงที่สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศกำลังร้อนระอุ และมีหลาย ๆ ประเด็นเป็นกระแสที่ผู้คนในสังคมกำลังให้ความสนใจ ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก สำหรับการเริ่มต้นกับตำแหน่งใหม่ครั้งนี้ “ถ้ามองเรื่องความไม่พร้อม ไม่เคยมีใครพร้อม สำหรับสถานการณ์แบบนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นของขวัญเสียด้วยซ้ำ ที่ผมจะได้รับโอกาสในการแก้ปัญหา สิ่งที่ผมต้องทำคือต้องพยายามเรียนรู้งานและทำความเข้าใจบริบทขององค์กร รวมถึงบุคลิกของแต่ละหน่วยงานให้เร็วที่สุด นับเป็นความโชคดีที่ในกระทรวงแบ่งออกเป็นหลายกรม แต่ละกรมมีหลายหน่วยงานแยกย่อยกันไป ช่วยให้เราสามารถกระจายปัญหาต่าง ๆ มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานลงไปจัดการพร้อม ๆ กันได้ โดยมีผมทำหน้าที่เป็นเหมือนน้ำที่เป็นตัวประสาน ปรับแผนงานไปตามสถานการณ์และวิธีการทำงานของแต่ละคน […]

พิจารณาวันหมดอายุบนฉลาก คุณก็สามารถช่วยบรรเทาความรุนแรงวิกฤต ‘ขยะอาหาร’ ได้

ความท้าทายของการลด ‘ขยะอาหาร’ คือการสร้างความรับรู้ให้ผู้บริโภคเรียนรู้ถึงความแตกต่างของคำต่างๆ ที่แสดงบนฉลากอาหาร ขยะอาหาร เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกังวล ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (United Nations’ Food and Agriculture Organization) ระบุว่า ขยะอาหาร มีปริมาณ 1.3 พันล้านตัน หรือประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของอาหารที่ผลิตทั้งหมดในแต่ละปี คิดเป็นมูลค่า 940 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่คนประมาณ 800 ล้านคนเข้านอนด้วยความหิวโหย มากกว่าครึ่งของพื้นที่การเกษตรในโลกกำลังปลูกพืชที่คนไม่บริโภค ข้อมูลด้านบน ฟังดูทั้งใกล้ตัวและไกลตัวได้ในคราวเดียวกัน เพราะแม้เราจะรับรู้ตัวเลขน่าตกใจเหล่านั้น แต่ในความเป็นจริง ชีวิตประจำวัน เมื่อเราเปิดตู้เย็น หยิบของโปรดที่เกือบลืมไปแล้วว่าเก็บไว้ และพบว่า ‘วันที่ควรบริโภคก่อน’ ผ่านไปแล้ว 2 วัน สิ่งที่เราทำคือโยนมันลงถังขยะ คำถามคือ การทิ้งอาหารที่อายุเลย ‘วันที่ควรบริโภคก่อน’ คือการกระทำที่ถูกต้อง ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจริงๆ ใช่ไหม? ทำไมจึงเกิดขยะอาหาร ข้อมูลจาก Love Food Hate Waste เครือข่ายความยั่งยืนด้านอาหารในสหราชอาณาจักรระบุว่า […]

Pavegen นวัตกรรมแผ่นปูถนน ที่สร้างพลังงานไฟฟ้าจากย่างก้าวของมนุษย์

Pavegen นวัตกรรมที่สร้างสรรค์บนพื้นฐานการออกกำลังที่เรียบง่ายที่สุด เมื่อทุกย่างก้าวของคนเมือง สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนเมืองได้ เพพเจน (Pavegen) คือสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดย ลอว์เรนซ์ เคมบัลล์ ย้อนกลับไปในปี 2009 ลอว์เรนซ์เป็นนักศึกษาหนุ่มที่จริงจังกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เขาคิดอยู่ตลอดเวลา ว่าจะหาแหล่งพลังงานหมุนเวียนจากไหนมาใช้ได้อีก เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการปล่อยคาร์บอน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อน ทุกวันระหว่างทางมามหาวิทยาลัย ลอว์เรนซ์จะต้องผ่านสถานีวิกตอเรีย สถานีรถไฟขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบขนส่งมวลชนลอนดอน และมีผู้ใช้งานราว 75 ล้านคนตลอดปี ลอว์เรนซ์เกิดแนวคิดว่า หากนำพลังงานจลน์จากการเดินขวักไขว่ของคนในสถานีวิกตอเรีย มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า น่าได้ผลลัพธ์ที่ดี และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเพพเจน สตาร์ตอัปที่ก่อตั้งโดยลอว์เรนซ์ ในอีกหลายปีต่อมา เพื่อพัฒนานวัตกรรมในการเก็บเกี่ยวและสร้างพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างฐานข้อมูลจากฝีเท้ามนุษย์ เพื่อต่อยอดเป็นฟีเจอร์ที่จะเป็นประโยชน์อีกมากมายต่อไปในอนาคต เพพเจน คือแผ่นปูพื้นอัจฉริยะ เมื่อถูกเหยียบ มันจะเคลื่อนตัวไปมาประมาณ 10 มิลลิเมตร การเคลื่อนไหวนี้เองที่ไปหมุนตัวสร้างกระแสไฟฟ้าแม่เหล็ก ที่ติดอยู่ด้านล่างแผ่นปูพื้นแต่ละแผ่น โดยให้กำลังประมาณ 3 จูลต่อการก้าวเดินหรือประมาณ 5 วัตต์ต่อเนื่องในขณะที่บุคคลนั้นกำลังเดิน จากนั้นพลังงานไฟฟ้าที่ได้ จะถูกนำไปใช้กับป้ายไฟในบริเวณนั้น สำหรับช่วงกลางคืนที่ผู้คนสัญจรน้อยลง กระแสไฟฟ้าที่ถูกสร้างไว้จำนวนมากจากช่วงกลางวัน ซึ่งถูกเก็บไว้ในในแบตเตอรี่ จะถูกดึงออกมาใช้งานกับเสาไฟสาธารณะ ให้แสงสว่างยามค่ำคืน นอกจากสร้างกระแสไฟฟ้า เพพเจนยังมีอีกหนึ่งเป้าหมายคือการสร้างฐานข้อมูลเรื่องการเดินในเมือง […]