เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ - National Geographic Thailand

เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

เศรษฐกิจหมุนเวียน :  ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

โลกไร้ขยะฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ซ้ำอย่างไม่สิ้นสุด เป็นความหวังของธุรกิจและนักสิ่งแวดล้อม แต่เราจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้ไหม หรืออันที่จริงต้องบอกว่า เราไม่ทำได้ด้วยหรือ

ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผมพบชายคนหนึ่งที่แสดงให้ผมเห็นสายธารอันซ่อนเร้นในชีวิตของพวกเรา  นั่นคือการไหลบ่าของวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์ 7,700 ล้านคนใช้สอย โดยส่งผลทั้งที่วิเศษสุดและทำลายล้าง  หรือเราอาจบอกว่ามันเป็นกระบวนการสร้างและเผาผลาญหรือเมแทบอลิซึมร่วมของมนุษย์  ในเช้าอันเย็นเฉียบของฤดูใบไม้ร่วงนั้น  ผมนั่งอยู่ในอาคารอิฐเก่าสง่างามข้างๆโอสตรูปาร์ก ย้อนหลังไปเมื่อร้อยปีก่อน ตอนที่ชาวดัตช์ยังขูดรีดเอากาแฟ น้ำมัน และยางจากอาณานิคมของตัวเองในอินโดนีเซีย  อาคารหลังนี้เคยใช้เป็นสถาบันวิจัยอาณานิคม แต่ตอนนี้มันเป็นที่ตั้งขององค์กรเพื่อสังคมหลากหลายหน่วยงาน  มาร์ก ดี วิต ทำงานให้องค์กรชื่อเซอร์เคิลอีโคโนมี (Circle Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการเคลื่อนไหวอันคึกคักระดับนานาชาติ มุ่งปฏิรูปทุกอย่างที่พวกเราทำลงไปในช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมา

ดี วิต เปิดแผ่นพับกางแผนภาพที่เขาเรียกว่า “ภาพเอกซเรย์เศรษฐกิจโลก” ขณะที่ระบบนิเวศในธรรมชาติดำเนินไปอย่างเป็นวัฏจักร นั่นคือ พืชเติบโตจากดิน สัตว์กินพืชเข้าไป แล้วมูลสัตว์กลายเป็นปุ๋ยบำรุงดิน  เศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมส่วนใหญ่กลับเป็นเส้นตรง (linear)  บนแผนภาพมีแถบสีหนาๆของวัตถุดิบสี่ประเภทได้แก่ แร่ธาตุ สินแร่ เชื้อเพลิงฟอสซิล และชีวมวล พุ่งจากซ้ายไปขวา แยกออกและหลอมรวมไประหว่างที่มันกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการทั้งเจ็ดของมนุษย์ ในปีหนึ่งเราใช้ชีวมวลไป 20,100 ล้านตันเพียงเพื่อผลิตอาหารป้อนคนทั้งโลก เชื้อเพลิงฟอสซิลขับเคลื่อนพาหนะต่างๆ ให้ความอบอุ่น ใช้ทำพลาสติก กลายเป็นของใช้ต่างๆ  สายธารทั้งหมดนี้ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเมื่อปี 2015 คิดเป็น 92,800 ล้านตัน

เศรษฐกิจหมุนเวียน
พลังงาน:  บ่อขยะที่โรงเผาขยะหลังใหม่ในโคเปนเฮเกนมีความจุกว่า 22,000 ตัน  เครนยกอัตโนมัติจะผสมขยะเพื่อให้การเผาไหม้สะอาดขึ้น  อุปกรณ์กรองควันกินพื้นที่ส่วนใหญ่ในโรงงาน  เตาเผาที่ผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเองและเผาไหม้อย่างสะอาดคือปลายทางของขยะที่ดีกว่าบ่อกลบฝัง แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนมุ่งปิดฉากขยะด้วยการไม่สร้างขยะเลย
เศรษฐกิจหมุเวียน
เตาเผาโคเปนฮิลล์ในเมืองหลวงของเดนมาร์กนี้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการเปลี่ยนขยะปีละ 485,600 ตันเป็นพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้าป้อน 30,000 ครัวเรือน และให้ความร้อนแก่ 72,000 ครัวเรือน  โรงงานเพิ่มบทบาทเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยมีเนินสกีที่เปิดตลอดทั้งปี เส้นทางเดินและวิ่งที่มีต้นไม้เป็นแนว รวมทั้งผนังปีนผา 85 เมตรที่สูงที่สุดในโลก

จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างดูดีไปหมด น่าทึ่งเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เกิดตามมาหลังจากที่ความต้องการต่างๆ ของเราได้รับการตอบสนองแล้วต่างหากที่เป็นปัญหา หรือที่จริงก็เป็นตัวแม่แห่งปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งปวง  ดี วิต ชี้ไปยังหมอกสีเทาตรงขอบขวาของแผนภาพนั้น มันคือขยะ

เขาอธิบายว่า เมื่อปี 2015 วัตถุดิบที่เราขูดรีดจากโลกราวสองในสามหมดไปอย่างรวดเร็ว  ของที่หามาได้ยากกว่า 61,000 ล้านตันสูญหาย ส่วนใหญ่กระจัดกระจายไปโดยไม่อาจนำกลับมาอีกได้  ขยะพลาสติกลอยล่องในแม่น้ำและมหาสมุทร เช่นเดียวกับบรรดาไนเตรตและฟอสเฟตที่ไหลซึมจากไร่นาที่ใส่ปุ๋ย หนึ่งในสามของอาหารทั้งหมดบูดเน่าเสีย ทั้งๆที่ป่าแอมะซอนถูกทำลายไปก็เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่ม ลองคิดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมสักเรื่องดู จะต้องเกี่ยวข้องกับการทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอ  นั่นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยของเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ

ตอนที่ดี วิต อธิบายตัวเลขต่างๆให้ผมฟังเช้าวันนั้น ผมรู้สึกเหมือนรู้แจ้งเห็นจริง มีความกระจ่างอย่างเป็นเอกภาพและมีชีวิตชีวาอยู่ในแผนภาพชวนงงนั้น จนสามารถระบุถึงหนทางแก้ไขปัญหาได้เลย  แผ่นพับบอกว่า ภัยคุกคามที่เราเผชิญอยู่มีมากมายหลายหลากและท่วมท้น และเป็นเรื่องใหญ่ในระดับโลกแน่ๆ แต่การจะอยู่กับโลกนี้ต่อไปให้ได้จริงๆ เราต้องทำเพียงประการเดียวเท่านั้น นั่นคือหยุดใช้ทรัพยากรแบบทิ้งขว้างมากเกินไป  ดี วิต ชี้ไปยังลูกศรผอมๆ ท้ายแผนภาพที่วกกลับจากขวาไปซ้าย ซึ่งหมายถึงวัตถุดิบทั้งหมดที่เรากู้หรือนำกลับมาได้จากกระบวนการรีไซเคิล การย่อยสลาย และอื่นๆ มีเพียง 8,400 ล้านต้น แค่ร้อยละเก้าของทั้งหมดเท่านั้น

เศรษฐกิจหมุนเวียน
เครื่องจักร : การใช้เครื่องจักรซ้ำเป็นกลยุทธ์การลดขยะที่ต้องอาศัยเวลา เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เกือบ 3,300 ลำที่ปลดระวางแล้วจอดอยู่ที่ฐานทัพอากาศเดวิส-มอนทันในเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา อากาศแห้งที่นั่นชะลอการเกิดสนิมได้  อากาศยานเหล่านี้ถูกรื้อแยกชิ้นส่วน (ภาพล่าง) หรือซ่อมแซมและส่งกลับไปใช้งาน การรักษาสภาพทำโดยการฉีดสารเคลือบป้องกันที่ล้างออกได้  นี่คือสุสานอากาศยานที่ใหญ่ที่สุด

เศรษฐกิจหมุนเวียน

ลองคิดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมสักเรื่องดู จะต้องเกี่ยวข้องกับการทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอ  นั่นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยของเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ

“ช่องว่างของการหมุนเวียน” (circularity gap) ที่ดี วิต กับเพื่อนร่วมงานเรียก ตอนนำเสนอรายงานในเวทีสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่ดาวอสเมื่อปี 2018 ถือเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในประวัติศาสตร์มนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเชิงอุตสาหกรรมในศตวรรษที่สิบแปด  ก่อนหน้านั้น กิจกรรมส่วนใหญ่ของมนุษย์อาศัยพลังงานกล้ามเนื้อ ทั้งของมนุษย์เองหรือของสัตว์ การเพาะปลูก การผลิตสิ่งของ การส่งสินค้า ล้วนใช้แรงงานอย่างหนัก ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีค่า  พลังงานทางกายที่จำกัดยังเป็นตัวกำกับขนาดของผลกระทบที่เรามีต่อโลกด้วย  อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดนี้ก็ทำให้พวกเราส่วนใหญ่ยากจนมาก

พลังงานฟอสซิลราคาถูกเปลี่ยนทุกอย่างที่ว่ามา  ทำให้การสกัดวัตถุดิบทำได้ง่ายขึ้นในทุกที่ รวมทั้งการขนส่งไปยังโรงงาน และการกระจายสินค้าไปทุกแห่งหนด้วย  กระบวนการนี้ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ปริมาณวัตถุดิบที่ไหลอยู่ในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า

“ตอนนี้เรามาถึงขีดจำกัดแล้วครับ” ดี วิต บอก

ในช่วงครึ่งศตวรรษเดียวกันนั้น นักสิ่งแวดล้อมพร่ำเตือนเรื่องข้อจำกัดของการเติบโตตลอดมา แต่ขบวนการเคลื่อนไหวใหม่เพื่อ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (circular economy) นั้นต่างออกไป สิ่งนี้เป็นการรวบรวมกลยุทธ์ต่างๆ บ้างเก่า เช่น การลดใช้ การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล  บ้างใหม่ เช่น การเช่ายืมสิ่งของแทนการเป็นเจ้าของ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมุ่งเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจโลกเพื่อกำจัดขยะ  เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้จะยุติการเติบโต แต่มุ่งหันเหวิถีที่เราทำสิ่งต่างๆให้กลับไปสอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การเติบโตนั้นดำเนินต่อไปได้  “ความรุ่งโรจน์ในโลกที่มีทรัพยากรจำกัด” ดังที่กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมยุโรป ยาเนซ  โปตอชนิก เขียนไว้

เศรษฐกิจหมุนเวียน
ในปราโต อิตาลี เมืองที่ผลิตผ้าขนสัตว์มาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบสอง มีบริษัทราว 3,500 แห่งที่จ้างงาน 40,000 ตำแหน่งในการจัดการเสื้อผ้าที่ถูกทิ้ง (บน) เมื่อแยกผ้าขนสัตว์ตามสี ส่งซัก และตัดเป็นชิ้นๆแล้ว (ล่าง) ก็จะนำไปปั่นเป็นด้ายใหม่อีกครั้ง ปัจจุบันมีการรีไซเคิลขยะเสื้อผ้ากลับมาใช้ใหม่เพียงร้อยละหนึ่งเท่านั้น

เศรษฐกิจหมุนเวียน

เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้จะยุติการเติบโต แต่มุ่งหันเหวิถีที่เราทำสิ่งต่างๆให้กลับไปสอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การเติบโตนั้นดำเนินต่อไปได้

แนวคิดนี้ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในยุโรป  ยุโรปลงทุนกลยุทธ์นี้ไปหลายพันล้าน  เนเธอร์แลนด์ปฏิญาณว่าจะเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มตัวภายในปี 2050  อัมสเตอร์ดัม ปารีส และลอนดอน ล้วนมีแผนเช่นนั้น “มันต้องเกิดแหละครับ” เวย์น ฮับเบิร์ด ประธานคณะกรรมการจัดการขยะและการรีไซเคิลของกรุงลอนดอน ตอบเมื่อผมถามว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

บุคคลหนึ่งที่มั่นใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้แน่และมีผลงานประจักษ์ตาคนมากมาย คือสถาปนิกชาวอเมริกัน วิลเลียม แมกดอนาห์ เขากับนักเคมีชาวเยอรมัน ไมเคิล เบราน์การ์ต เขียนหนังสือที่มองการณ์ไกลอย่างลึกซึ้งและเปี่ยมจินตนาการชื่อ Cradle to Cradle (จากอู่สู่อู่ หรือ เปลี่ยนเส้นตรงให้เป็นวงกลม) ตีพิมพ์เมื่อปี 2002  โดยเสนอว่าเราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และระบบเศรษฐกิจให้ขยะทั้งหมดกลายเป็นวัสดุสำหรับสิ่งของอย่างอื่นได้  ก่อนไปยุโรป ผมไปพบแมกดอนาห์ที่สำนักงานในเมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย  ที่คุยกันมาเรื่องอวสานขยะนี่เป็นเรื่องเพ้อฝันหรือเปล่า

“เป็นความคิดเพ้อฝันแน่ละครับ ไม่ต้องสงสัยเลย” แมกดอนาห์ตอบและเสริมว่า “เราต้องมีความคิดเพ้อฝันเพื่อช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้าไม่ใช่หรือ

เศรษฐกิจหมุนเวียน
เกษตรกรรม : สวนเกษตรแนวตั้งในอาคารใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของแอร์โรฟาร์มส์ในเมืองนวร์ก รัฐนิวยอร์ก โดยมุ่งปลูกผักอย่างยั่งยืนให้ได้ตลอดปีใจกลางเมือง  ผักสีเขียวต้นเล็กๆ ปลูกบนพื้นผิวที่ทำจากขวดพลาสติกรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้  น้ำที่พ่นเป็นละอองหมอกจากด้านล่างขึ้นไปช่วยประหยัดน้ำร้อยละ 95 ของปริมาณที่ต้องใช้หากปลูกนอกอาคาร  ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง  สารอาหารและปุ๋ยจะใส่เมื่อจำเป็นเท่านั้น  ส่วนแสงที่เปิดจะมีความยาวคลื่นเฉพาะที่พืชต้องการ  บริษัทบอกว่าผลผลิตที่ได้สูงกว่าการปลูกผักในสวน 390 เท่า
เศรษฐกิจหมุนเวียน
อาหาร : แมลงวันลายที่กินขยะอาหารอาจนำมาใช้เป็นแหล่งโปรตีนในอาหารสัตว์แทนถั่วเหลือง เอนโทไซเคิล บริษัทสตาร์ตอัปในอังกฤษทดสอบสภาพการเพาะเลี้ยงที่ห้องปฏิบัติการในลอนดอน และให้อาหารตัวอ่อนด้วยกากเบียร์และกาแฟ พวกมันจะพร้อมใช้งานภายในสองสัปดาห์

เศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมากทำเรื่องเท่ๆ แต่มันจะยังไม่เกิดขึ้น ถ้าเราหันหน้าหนีจากแสงสว่าง และมองตัวเลขอันหม่นมัวที่ดี วิต แห่งเซอร์เคิลอีโคโนมี ให้ผมดู  “ช่องว่างของการหมุนเวียน” กำลังถ่างออก ไม่ใช่หดแคบลง  การใช้ทรัพยากรธรรมชาติของเราอาจเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในปี 2050 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็ยังคงเพิ่มขึ้น

“มันไปเร็วพอไหม ก็ไม่เชิงนะครับ” ดี วิต บอก “ตัวบ่งชี้ทั้งหมดยังเป็นตัวแดงอยู่”

ดี วิต ยังรอเวลา เหมือนคนมองโลกแง่ดีอื่นๆที่ผมพบ  การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนต้องใช้การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมขนานใหญ่ระดับการปฏิวัติอุตสาหกรรม “คุณต้องอึดครับ” ดี วิต บอก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ผมรู้สึกว่าเราไม่อาจทำได้ด้วยคนรุ่นที่มีอำนาจอยู่ตอนนี้  ต้องใช้คนทั้งชั่วรุ่นกว่าจะเห็นผลชัดเจน” นั่นคือคนรุ่นผม  แน่ละว่าเราคงตายไปนานแล้ว กว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะมาถึง แต่เราจะทำส่วนของเราเพื่อนำพาโลกไปสู่หนทางนั้น

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก

ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมีนาคม 2563


สารคดีแนะนำ 

ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ

เรื่องแนะนำ

รัฐนิวยอร์กเริ่มมีมาตรการงดใช้ถุงพลาสติกแล้ว

การแบนครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดปริมาณมลภาวะที่เกิดขึ้นจากการใช้ถุงพลาสติกเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่เหมือนกัน

World Update: วิจัยแนะโลกลด กินเนื้อ 75% แก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ

งานวิจัยแนะควรลดการ กินเนื้อ ลง 75% เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยบอนน์ ประเทศเยอรมนี ได้สำรวจการบริโภคเนื้อทั่วโลกในแง่มุมต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ นอกจากนี้ยังมีผลด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ นักวิจัยได้ข้อสรุปว่าเพื่อบรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหาเรื่องสภาพภูมิอากาศ บรรดาประเทศที่ร่ำรวยต้องลดการ กินเนื้อ อย่างน้อยร้อยละ 75 และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคเนื้อจะช่วยเพิ่มความยั่งยืนให้กับโลกของเราได้  จากสถิติประชากรยุโรปแต่ละคนบริโภคเนื้อปีละ 80 กิโลกรัม ราคาของเนื้อไม่ได้วัดจากมูลค่าราคาของเนื้อเท่านั้น แต่การฟาร์มปศุสัตว์ยังมีราคาที่ต้องจ่ายจากการสร้างความเสียหายต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยผลผลิตจากกระบวนการเหล่านี้ผลิตก๊าซมีเทนซึ่งเร่งภาวะโลกร้อน สัตว์แปลงแคลอรี่จำนวนหนึ่งที่ได้รับเป็นเนื้อ แต่การผลิตอาหารป้อนคนในจำนวนที่เท่ากันกับสัตว์เหล่านี้ต้องใช้พื้นที่มากกว่าซึ่งเป็นผลเสียต่อระบบนิเวศ เนื่องจากมีพื้นที่สำหรับชนิดพันธุ์ธรรมชาติลดลง ดังนั้นการลดปริมาณเนื้อที่บริโภคโดยเฉลี่ย 20 กิโลกรัมต่อปี จะช่วยชะลอปัญหาในแง่ต่างๆ  นอกจากนี้ ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงในปัจจุบัน อย่างเช่น สงครามในยูเครนและการขาดแคลนธัญพืชในตลาดสากลยังส่งผลต่อความปลอดภัยด้านอาหาร เนื่องจากธัญพืชประมาณครึ่งหนึ่งที่ผลิตขึ้นทั่วโลกถูกใช้เป็นอาหารสัตว์ แนวทางการแก้ไขปัญหานี้อย่างหนึ่งคือการปรับภาษีเนื้อซึ่งสอดคล้องกับราคาทางสิ่งแวดล้อมที่สูงกว่าราคาปัจจุบันและสร้างแนวโน้มให้ผู้บริโภคตระหนักถึงปัญหามากขึ้น อีกหนึ่งวิธีคือการให้ความรู้เรื่องการบริโภคอย่างยั่งยืนตั้งแต่ระดับการศึกษาในโรงเรียน  ทั้งนี้พฤติกรรมบริโภคเนื้อสัตว์ควรเน้นไปที่ประเทศร่ำรวยที่สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารทดแทนและปรับการกินอย่างยั่งยืนได้โดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เนื้อสัตว์จากพืชและโปรตีนทดแทนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมได้ดี สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์ Photograph by José Ignacio Pompé via unsplash ข้อมูลอ้างอิง https://www.sciencedaily.com/releases/2022/04/220425135937.htm https://european-biotechnology.com/up-to-date/latest-news/news/meat-consumption-must-fall-by-at-least-75-percent.html https://vegnews.com/2022/4/meat-consumption-must-drop-for-planet https://kesq.com/news/2022/04/26/cut-meat-consumption-by-75-per-cent-globally-to-tackle-climate-change-study/ ภาพถ่ายจาก – […]

ความน่าสนใจในงาน Thailand Sustainability Expo 2020

สำรวจกิจกรรมน่าสนใจและไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในงาน THAILAND SUSTAINABILITY EXPO 2020 (TSX2020) เตรียมพบกับการรวมตัวครั้งสำคัญขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทย นำโดย ไทยเบฟ, ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป, จีซี และ เครือข่าย TSCN ภายใต้ภารกิจขับเคลื่อนโลกให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ที่นำมาสู่การจัดงาน “ Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX) ” ขึ้นเป็นครั้งแรกในแนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) ระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม 2563 นี้ ณ ห้างสรรพสินค้า สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G ชั้น 3 และ ชั้น 5 มาสำรวจกันว่าในการจัดงาน 4 วันเต็ม มีกิจกรรมใดน่าสนใจ และมีกิจกรรมใดบ้างที่ไม่ควรพลาด CEO PANEL DISCUSSION; DECADE […]

นักวิจัยไทย คิดค้นโปรตีนทางเลือกจากขนไก่

อาหารแห่งอนาคต หรือ Future food เป็นแนวโน้มเรื่องการศึกษาวิจัยมาตลอดช่วงไม่กี่ปี่ที่ผ่านมา บริษัทอาหารหลายแห่งกำลังเร่งศึกษานวัตกรรมด้านการผลิตอาหารเพื่ออนาคต เช่น โปรตีนทางเลือก เนื้อสัตว์ที่ปลูกจากห้องปฏิบัติการ และเนื้อสัตว์ที่ผลิตจากพืช ภายในบรรยากาศสบายและอบอุ่นในร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันนี้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มีโอกาสพบกับ กัน-ศรวุฒิ กิตติบัณฑร นักศึกษาปริญญาโทด้าน Material Futures ที่สถาบัน Central Saint Martins กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผู้แปรรูปขนไก่ซึ่งเป็นขยะเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมอาหารและปศุสัตว์ ให้กลายมาเป็น โปรตีนทางเลือก หลังจากจบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้ทำงานในบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับสาขานี้ เขาค้นพบตัวเองว่า เขาคือคนหนึ่งที่ชอบสร้างชิ้นงานจากสิ่งเล็กๆ แล้วไปประกอบเป็นภาพใหญ่ และนี่คือจุดเปลี่ยนทางความคิดที่อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากสถาปนิกคนอื่นๆ ศรวุฒิสนใจการทำวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ จึงเลือกไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษที่เขาได้ศึกษาเรื่อง “การออกแบบวัสดุเพื่ออนาคต” จนมาพบขนไก่ซึ่งกลายเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานปศุสัตว์ และเป็นวัสดุที่กลายเป็นขยะมากที่สุดชนิดหนึ่งในลอนดอน ในช่วงแรก เขาตั้งใจนำขนไก่มาผลิตเป็นวัสดุเพื่อสร้างอาคาร ด้วยคุณสมบัติที่ขนไก่สามารถเก็บอุณหภูมิได้และมีความแข็งแรง แต่เนื่องจากมีงานวิจัยได้ศึกษาหัวข้อนี้ไปแล้วหลายฉบับ เขาจึงต้องเปลี่ยนหัวข้องานวิจัยไปในทิศทางอื่น “สาขาที่ผมเรียนเป็นการเรียนที่ประยุกต์หลายศาสตร์เข้าด้วยกันทั้งเรื่องการออกแบบ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี” ศรวุฒิกล่าวและเสริมว่า “ดังนั้น การคิดหัวข้อวิจัยจึงต้องเกี่ยวโยงกับทั้งสามหัวข้อนี้ เพื่อให้เกิดเป็นผลงานขึ้นมา” […]