เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ - National Geographic Thailand

เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

เศรษฐกิจหมุนเวียน :  ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

โลกไร้ขยะฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ซ้ำอย่างไม่สิ้นสุด เป็นความหวังของธุรกิจและนักสิ่งแวดล้อม แต่เราจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้ไหม หรืออันที่จริงต้องบอกว่า เราไม่ทำได้ด้วยหรือ

ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผมพบชายคนหนึ่งที่แสดงให้ผมเห็นสายธารอันซ่อนเร้นในชีวิตของพวกเรา  นั่นคือการไหลบ่าของวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์ 7,700 ล้านคนใช้สอย โดยส่งผลทั้งที่วิเศษสุดและทำลายล้าง  หรือเราอาจบอกว่ามันเป็นกระบวนการสร้างและเผาผลาญหรือเมแทบอลิซึมร่วมของมนุษย์  ในเช้าอันเย็นเฉียบของฤดูใบไม้ร่วงนั้น  ผมนั่งอยู่ในอาคารอิฐเก่าสง่างามข้างๆโอสตรูปาร์ก ย้อนหลังไปเมื่อร้อยปีก่อน ตอนที่ชาวดัตช์ยังขูดรีดเอากาแฟ น้ำมัน และยางจากอาณานิคมของตัวเองในอินโดนีเซีย  อาคารหลังนี้เคยใช้เป็นสถาบันวิจัยอาณานิคม แต่ตอนนี้มันเป็นที่ตั้งขององค์กรเพื่อสังคมหลากหลายหน่วยงาน  มาร์ก ดี วิต ทำงานให้องค์กรชื่อเซอร์เคิลอีโคโนมี (Circle Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการเคลื่อนไหวอันคึกคักระดับนานาชาติ มุ่งปฏิรูปทุกอย่างที่พวกเราทำลงไปในช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมา

ดี วิต เปิดแผ่นพับกางแผนภาพที่เขาเรียกว่า “ภาพเอกซเรย์เศรษฐกิจโลก” ขณะที่ระบบนิเวศในธรรมชาติดำเนินไปอย่างเป็นวัฏจักร นั่นคือ พืชเติบโตจากดิน สัตว์กินพืชเข้าไป แล้วมูลสัตว์กลายเป็นปุ๋ยบำรุงดิน  เศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมส่วนใหญ่กลับเป็นเส้นตรง (linear)  บนแผนภาพมีแถบสีหนาๆของวัตถุดิบสี่ประเภทได้แก่ แร่ธาตุ สินแร่ เชื้อเพลิงฟอสซิล และชีวมวล พุ่งจากซ้ายไปขวา แยกออกและหลอมรวมไประหว่างที่มันกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการทั้งเจ็ดของมนุษย์ ในปีหนึ่งเราใช้ชีวมวลไป 20,100 ล้านตันเพียงเพื่อผลิตอาหารป้อนคนทั้งโลก เชื้อเพลิงฟอสซิลขับเคลื่อนพาหนะต่างๆ ให้ความอบอุ่น ใช้ทำพลาสติก กลายเป็นของใช้ต่างๆ  สายธารทั้งหมดนี้ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเมื่อปี 2015 คิดเป็น 92,800 ล้านตัน

เศรษฐกิจหมุนเวียน
พลังงาน:  บ่อขยะที่โรงเผาขยะหลังใหม่ในโคเปนเฮเกนมีความจุกว่า 22,000 ตัน  เครนยกอัตโนมัติจะผสมขยะเพื่อให้การเผาไหม้สะอาดขึ้น  อุปกรณ์กรองควันกินพื้นที่ส่วนใหญ่ในโรงงาน  เตาเผาที่ผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเองและเผาไหม้อย่างสะอาดคือปลายทางของขยะที่ดีกว่าบ่อกลบฝัง แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนมุ่งปิดฉากขยะด้วยการไม่สร้างขยะเลย
เศรษฐกิจหมุเวียน
เตาเผาโคเปนฮิลล์ในเมืองหลวงของเดนมาร์กนี้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการเปลี่ยนขยะปีละ 485,600 ตันเป็นพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้าป้อน 30,000 ครัวเรือน และให้ความร้อนแก่ 72,000 ครัวเรือน  โรงงานเพิ่มบทบาทเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยมีเนินสกีที่เปิดตลอดทั้งปี เส้นทางเดินและวิ่งที่มีต้นไม้เป็นแนว รวมทั้งผนังปีนผา 85 เมตรที่สูงที่สุดในโลก

จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างดูดีไปหมด น่าทึ่งเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เกิดตามมาหลังจากที่ความต้องการต่างๆ ของเราได้รับการตอบสนองแล้วต่างหากที่เป็นปัญหา หรือที่จริงก็เป็นตัวแม่แห่งปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งปวง  ดี วิต ชี้ไปยังหมอกสีเทาตรงขอบขวาของแผนภาพนั้น มันคือขยะ

เขาอธิบายว่า เมื่อปี 2015 วัตถุดิบที่เราขูดรีดจากโลกราวสองในสามหมดไปอย่างรวดเร็ว  ของที่หามาได้ยากกว่า 61,000 ล้านตันสูญหาย ส่วนใหญ่กระจัดกระจายไปโดยไม่อาจนำกลับมาอีกได้  ขยะพลาสติกลอยล่องในแม่น้ำและมหาสมุทร เช่นเดียวกับบรรดาไนเตรตและฟอสเฟตที่ไหลซึมจากไร่นาที่ใส่ปุ๋ย หนึ่งในสามของอาหารทั้งหมดบูดเน่าเสีย ทั้งๆที่ป่าแอมะซอนถูกทำลายไปก็เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่ม ลองคิดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมสักเรื่องดู จะต้องเกี่ยวข้องกับการทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอ  นั่นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยของเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ

ตอนที่ดี วิต อธิบายตัวเลขต่างๆให้ผมฟังเช้าวันนั้น ผมรู้สึกเหมือนรู้แจ้งเห็นจริง มีความกระจ่างอย่างเป็นเอกภาพและมีชีวิตชีวาอยู่ในแผนภาพชวนงงนั้น จนสามารถระบุถึงหนทางแก้ไขปัญหาได้เลย  แผ่นพับบอกว่า ภัยคุกคามที่เราเผชิญอยู่มีมากมายหลายหลากและท่วมท้น และเป็นเรื่องใหญ่ในระดับโลกแน่ๆ แต่การจะอยู่กับโลกนี้ต่อไปให้ได้จริงๆ เราต้องทำเพียงประการเดียวเท่านั้น นั่นคือหยุดใช้ทรัพยากรแบบทิ้งขว้างมากเกินไป  ดี วิต ชี้ไปยังลูกศรผอมๆ ท้ายแผนภาพที่วกกลับจากขวาไปซ้าย ซึ่งหมายถึงวัตถุดิบทั้งหมดที่เรากู้หรือนำกลับมาได้จากกระบวนการรีไซเคิล การย่อยสลาย และอื่นๆ มีเพียง 8,400 ล้านต้น แค่ร้อยละเก้าของทั้งหมดเท่านั้น

เศรษฐกิจหมุนเวียน
เครื่องจักร : การใช้เครื่องจักรซ้ำเป็นกลยุทธ์การลดขยะที่ต้องอาศัยเวลา เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เกือบ 3,300 ลำที่ปลดระวางแล้วจอดอยู่ที่ฐานทัพอากาศเดวิส-มอนทันในเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา อากาศแห้งที่นั่นชะลอการเกิดสนิมได้  อากาศยานเหล่านี้ถูกรื้อแยกชิ้นส่วน (ภาพล่าง) หรือซ่อมแซมและส่งกลับไปใช้งาน การรักษาสภาพทำโดยการฉีดสารเคลือบป้องกันที่ล้างออกได้  นี่คือสุสานอากาศยานที่ใหญ่ที่สุด

เศรษฐกิจหมุนเวียน

ลองคิดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมสักเรื่องดู จะต้องเกี่ยวข้องกับการทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอ  นั่นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยของเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ

“ช่องว่างของการหมุนเวียน” (circularity gap) ที่ดี วิต กับเพื่อนร่วมงานเรียก ตอนนำเสนอรายงานในเวทีสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่ดาวอสเมื่อปี 2018 ถือเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในประวัติศาสตร์มนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเชิงอุตสาหกรรมในศตวรรษที่สิบแปด  ก่อนหน้านั้น กิจกรรมส่วนใหญ่ของมนุษย์อาศัยพลังงานกล้ามเนื้อ ทั้งของมนุษย์เองหรือของสัตว์ การเพาะปลูก การผลิตสิ่งของ การส่งสินค้า ล้วนใช้แรงงานอย่างหนัก ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีค่า  พลังงานทางกายที่จำกัดยังเป็นตัวกำกับขนาดของผลกระทบที่เรามีต่อโลกด้วย  อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดนี้ก็ทำให้พวกเราส่วนใหญ่ยากจนมาก

พลังงานฟอสซิลราคาถูกเปลี่ยนทุกอย่างที่ว่ามา  ทำให้การสกัดวัตถุดิบทำได้ง่ายขึ้นในทุกที่ รวมทั้งการขนส่งไปยังโรงงาน และการกระจายสินค้าไปทุกแห่งหนด้วย  กระบวนการนี้ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ปริมาณวัตถุดิบที่ไหลอยู่ในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า

“ตอนนี้เรามาถึงขีดจำกัดแล้วครับ” ดี วิต บอก

ในช่วงครึ่งศตวรรษเดียวกันนั้น นักสิ่งแวดล้อมพร่ำเตือนเรื่องข้อจำกัดของการเติบโตตลอดมา แต่ขบวนการเคลื่อนไหวใหม่เพื่อ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (circular economy) นั้นต่างออกไป สิ่งนี้เป็นการรวบรวมกลยุทธ์ต่างๆ บ้างเก่า เช่น การลดใช้ การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล  บ้างใหม่ เช่น การเช่ายืมสิ่งของแทนการเป็นเจ้าของ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมุ่งเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจโลกเพื่อกำจัดขยะ  เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้จะยุติการเติบโต แต่มุ่งหันเหวิถีที่เราทำสิ่งต่างๆให้กลับไปสอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การเติบโตนั้นดำเนินต่อไปได้  “ความรุ่งโรจน์ในโลกที่มีทรัพยากรจำกัด” ดังที่กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมยุโรป ยาเนซ  โปตอชนิก เขียนไว้

เศรษฐกิจหมุนเวียน
ในปราโต อิตาลี เมืองที่ผลิตผ้าขนสัตว์มาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบสอง มีบริษัทราว 3,500 แห่งที่จ้างงาน 40,000 ตำแหน่งในการจัดการเสื้อผ้าที่ถูกทิ้ง (บน) เมื่อแยกผ้าขนสัตว์ตามสี ส่งซัก และตัดเป็นชิ้นๆแล้ว (ล่าง) ก็จะนำไปปั่นเป็นด้ายใหม่อีกครั้ง ปัจจุบันมีการรีไซเคิลขยะเสื้อผ้ากลับมาใช้ใหม่เพียงร้อยละหนึ่งเท่านั้น

เศรษฐกิจหมุนเวียน

เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้จะยุติการเติบโต แต่มุ่งหันเหวิถีที่เราทำสิ่งต่างๆให้กลับไปสอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การเติบโตนั้นดำเนินต่อไปได้

แนวคิดนี้ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในยุโรป  ยุโรปลงทุนกลยุทธ์นี้ไปหลายพันล้าน  เนเธอร์แลนด์ปฏิญาณว่าจะเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มตัวภายในปี 2050  อัมสเตอร์ดัม ปารีส และลอนดอน ล้วนมีแผนเช่นนั้น “มันต้องเกิดแหละครับ” เวย์น ฮับเบิร์ด ประธานคณะกรรมการจัดการขยะและการรีไซเคิลของกรุงลอนดอน ตอบเมื่อผมถามว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

บุคคลหนึ่งที่มั่นใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้แน่และมีผลงานประจักษ์ตาคนมากมาย คือสถาปนิกชาวอเมริกัน วิลเลียม แมกดอนาห์ เขากับนักเคมีชาวเยอรมัน ไมเคิล เบราน์การ์ต เขียนหนังสือที่มองการณ์ไกลอย่างลึกซึ้งและเปี่ยมจินตนาการชื่อ Cradle to Cradle (จากอู่สู่อู่ หรือ เปลี่ยนเส้นตรงให้เป็นวงกลม) ตีพิมพ์เมื่อปี 2002  โดยเสนอว่าเราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และระบบเศรษฐกิจให้ขยะทั้งหมดกลายเป็นวัสดุสำหรับสิ่งของอย่างอื่นได้  ก่อนไปยุโรป ผมไปพบแมกดอนาห์ที่สำนักงานในเมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย  ที่คุยกันมาเรื่องอวสานขยะนี่เป็นเรื่องเพ้อฝันหรือเปล่า

“เป็นความคิดเพ้อฝันแน่ละครับ ไม่ต้องสงสัยเลย” แมกดอนาห์ตอบและเสริมว่า “เราต้องมีความคิดเพ้อฝันเพื่อช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้าไม่ใช่หรือ

เศรษฐกิจหมุนเวียน
เกษตรกรรม : สวนเกษตรแนวตั้งในอาคารใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของแอร์โรฟาร์มส์ในเมืองนวร์ก รัฐนิวยอร์ก โดยมุ่งปลูกผักอย่างยั่งยืนให้ได้ตลอดปีใจกลางเมือง  ผักสีเขียวต้นเล็กๆ ปลูกบนพื้นผิวที่ทำจากขวดพลาสติกรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้  น้ำที่พ่นเป็นละอองหมอกจากด้านล่างขึ้นไปช่วยประหยัดน้ำร้อยละ 95 ของปริมาณที่ต้องใช้หากปลูกนอกอาคาร  ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง  สารอาหารและปุ๋ยจะใส่เมื่อจำเป็นเท่านั้น  ส่วนแสงที่เปิดจะมีความยาวคลื่นเฉพาะที่พืชต้องการ  บริษัทบอกว่าผลผลิตที่ได้สูงกว่าการปลูกผักในสวน 390 เท่า
เศรษฐกิจหมุนเวียน
อาหาร : แมลงวันลายที่กินขยะอาหารอาจนำมาใช้เป็นแหล่งโปรตีนในอาหารสัตว์แทนถั่วเหลือง เอนโทไซเคิล บริษัทสตาร์ตอัปในอังกฤษทดสอบสภาพการเพาะเลี้ยงที่ห้องปฏิบัติการในลอนดอน และให้อาหารตัวอ่อนด้วยกากเบียร์และกาแฟ พวกมันจะพร้อมใช้งานภายในสองสัปดาห์

เศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมากทำเรื่องเท่ๆ แต่มันจะยังไม่เกิดขึ้น ถ้าเราหันหน้าหนีจากแสงสว่าง และมองตัวเลขอันหม่นมัวที่ดี วิต แห่งเซอร์เคิลอีโคโนมี ให้ผมดู  “ช่องว่างของการหมุนเวียน” กำลังถ่างออก ไม่ใช่หดแคบลง  การใช้ทรัพยากรธรรมชาติของเราอาจเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในปี 2050 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็ยังคงเพิ่มขึ้น

“มันไปเร็วพอไหม ก็ไม่เชิงนะครับ” ดี วิต บอก “ตัวบ่งชี้ทั้งหมดยังเป็นตัวแดงอยู่”

ดี วิต ยังรอเวลา เหมือนคนมองโลกแง่ดีอื่นๆที่ผมพบ  การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนต้องใช้การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมขนานใหญ่ระดับการปฏิวัติอุตสาหกรรม “คุณต้องอึดครับ” ดี วิต บอก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ผมรู้สึกว่าเราไม่อาจทำได้ด้วยคนรุ่นที่มีอำนาจอยู่ตอนนี้  ต้องใช้คนทั้งชั่วรุ่นกว่าจะเห็นผลชัดเจน” นั่นคือคนรุ่นผม  แน่ละว่าเราคงตายไปนานแล้ว กว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะมาถึง แต่เราจะทำส่วนของเราเพื่อนำพาโลกไปสู่หนทางนั้น

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก

ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมีนาคม 2563


สารคดีแนะนำ 

ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ

เรื่องแนะนำ

ต้นไม้ในเมืองใหญ่

ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และต้นไม้ในเมืองใหญ่ต้องเป็นไปอย่างเอาใจต้นไม้มาใส่ใจเรา เพราะที่สุดแล้วไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปก้าวไกลแค่ไหน คนเรายังคงต้องพึ่งพาธรรมชาติ

กระแสการท่องเที่ยงอย่างยั่งยืนท่ามกลางพายุวิกฤติโคโรน่า

จะร่วงหรือรอด กระแส การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ท่ามกลางพายุวิกฤติโคโรน่า เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในปี 2019 กระแส Flight Shaming ถูกจุดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกหลีกเลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยวด้วยอากาศยาน ปัจจุบัน การแพร่ระบาดระดับโลกบีบบังคับทำให้ผู้คนต้องหยุดเดินทางจริงๆ วันคุ้มครองโลกในปี 2020 คือวันสำคัญที่บอกว่า ความพยายามใส่ใจสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ได้เดินทางมาถึงปีที่ 50 ปีแล้ว และในปีนี้เองที่วิกฤติทางสภาพอากาศและปัญหาโรคระบาดระดับโลกต่างก็พร้อมใจกันเข้ามารุมทึ้งธุรกิจการบินจนพวกเขาต้องหันมาทบทวนอนาคตกันอีกครั้ง หนึ่งในสี่ของก๊าซคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาทั่วโลกเกิดจากการกิจกรรมการเดินทาง ร้อยละสองคือการคมนาคมทางอากาศ และก่อนจะเข้าปี 2020 ตัวเลขของผู้โดยสารในเที่ยวบินพาณิชย์ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรตาม ความกังวลต่อผลกระทบที่ยากจะซ่อมแซมของก๊าซคาร์บอนจากเครื่องบินก็ได้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ได้ตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางของพวกเขา และผู้ที่อยู่ในธุรกิจการท่องเที่ยวสีเขียวต่างก็ไม่ได้มองว่า โคโรนาไวรัสจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเติบโตดังกล่าว ความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังขยายตัว จากข้อมูลของสภาระหว่างประเทศว่าด้วยการขนส่งที่สะอาดหรือ ICCT (International Council on Clean Transportation) มือวางอับดับหนึ่งเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการเดินอากาศคือสหรัฐอเมริกา ส่วนอันดับสองจีน แต่จากการสำรวจของ ICCT ในปี 2017 กลับพบว่าในเลขนั้นมาจากประชาชนทั่วสหรัฐฯ จำนวนน้อยนิด หรือพูดให้ชัดๆ ก็คือ ในปีนั้น ตัวเลขร้อยละ 68 ของกิจกรรมทางอากาศทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั่วโลกมาจากประชากรชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 12 เท่านั้น ประชากรในประเทศนี้กว่าร้อยละ 50 […]

ป่าไม้ดื่มคาเฟอีน : กาแฟ ช่วยให้ป่าไม้เติบโตเร็วขึ้นได้อย่างไร

ของเสียที่เหลือทิ้งจากกรรมวิธีการผลิต กาแฟ ช่วยเร่งให้ป่าเสื่อมโทรมกลับมามีชีวิต เหมือนกับมนุษย์เรา  ป่าไม้โตเร็วขึ้นเมื่อได้รับ กาแฟ เพียงเล็กน้อยเติมเข้าสู่ระบบ การทดลองเมื่อไม่นานมานี้พบว่าส่วนที่หุ้มเมล็ดกาแฟ ที่เหลือจากกระบวนการปลูกกาแฟ ช่วยฟื้นฟูป่าฝนในประเทศคอสตาริกาให้กลับมามีชีวิต นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาวายแอตมานัว ออกแบบการทดลองโดยแบ่งพื้นที่ป่าเป็นสองแปลง เพื่อทดสอบว่า ของเสียจากกระบวนการผลิตกาแฟส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ถูกตัดไม้ทำลายป่าอย่างไร โดยแปลงที่หนึ่งใช้ของเสียจากกระบวนการผลิตกาแฟคุลมดินความหนาประมาณ 50 เซนติเมตร และอีกหนึ่งแปลงปล่อยไปตามธรรมชาติ ในแต่ละแปลงที่ทำการทำทดลองถูกใช้ประโยชน์เป็นเวลาหลายปี ทั้งเพื่อปลูกกาแฟ หรือเลี้ยงวัว และในที่สุดก็ถูกทิ้งร้าง พื้นที่เหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยหญ้าต่างถิ่นสายพันธุ์แอฟริกัน ที่เรียกว่า หญ้าพาลิเซด ซึ่งใช้เป็นอาหารปศุสัตว์ หญ้าชนิดนี้สามารถสูงได้ถึง 5 เมตร หากไม่มีสัตว์มาแทะเล็ม และส่งผลให้พืชท้องถิ่นกลับมาเจริญเติบโตได้ยาก หลังจากการทดลองผ่านไปสองปี แปลงทดลองที่ได้รับกากจากกระบวนการผลิตกาแฟแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ชั้นเรือนยอดของต้นพืชอายุน้อยสามารถปกคลุมพื้นที่ได้ถึงร้อย 80 ต้นไม้บางต้นสูงถึง 4.5 เมตร รวมไปถึงพบต้นไม่ที่มีความสูงถึง 18 เมตร ต่างกับแปลงที่ไม่ได้กากจากกระบวนการผลิตกาแฟ ซึ่งมีการปลกคุลมของพืชเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ความสูงโดยเฉลี่ยของต้นไม้ในแปลงที่ได้รับกากจากกระบวนการผลิตกาแฟมีมากกว่า 4 เท่า เมื่อเทียบกับแปลงควบคุม อีกทั้งดินตัวอย่างจากแปลงที่ใส่กากกาแฟมีแร่ธาตุสูงกว่า และหญ้าต่างถิ่นก็ไม่เจริญขึ้นมาเป็นพืชเด่น ผลการทดลองดังกล่าวได้รับการเยยแพร่ในวารสาร Ecological Solutions and […]

งานสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม : กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

บริษัท ซี เอ ซี จำกัด (C asean) ศูนย์กลางความเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานทุกภาคส่วนสู่การพัฒนาประเทศ เพื่อความยั่งยืนในระดับภูมิภาคอาเซียน ร่วมกับมูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด จัดสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม: กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Thailand Sustainability Forum 2019: Fostering Social Enterprises) เพื่อสร้างความตระหนักถึงการทำงานในรูปแบบวิหาสกิจเพื่อสังคม ให้กับสาธารณชนทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นบรรยายในหัวข้อ “วิสาหกิจเพื่อสังคมกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ” ที่ชี้ให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของภาครัฐที่จำเป็นต้องสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของวิสาหกิจเพื่อชุมชน ในส่วนของการนำเสนอกรณีศึกษาได้รับเกียรติจากผู้นำศาสนาทั้งสามศาสนาในชุมชนกุฎีจีนประกอบด้วย พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร มงชินญอร์ ดร. วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย และอิหม่ามนาวิน สาสนกูล อิหม่ามมัสยิดกูวติลอิสลาม ที่ร่วมกันจัดตั้ง “วิสาหกิจเพื่อสังคมร่วมใจพัฒนาชุมชนกุฎีจีน” ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความหลากหลายทาเชื้อชาติและวัฒนธรรม ถือเป็นชุมชนตัวอย่างด้านการบริหารจัดการชุมชนอัจฉริยะ (Smart Community) และเป็นชุมชนที่มีความยั่งยืน ตามเป้าหมายข้อที่ 11 ว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ […]