เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ - National Geographic Thailand

เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

เศรษฐกิจหมุนเวียน :  ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

โลกไร้ขยะฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ซ้ำอย่างไม่สิ้นสุด เป็นความหวังของธุรกิจและนักสิ่งแวดล้อม แต่เราจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้ไหม หรืออันที่จริงต้องบอกว่า เราไม่ทำได้ด้วยหรือ

ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผมพบชายคนหนึ่งที่แสดงให้ผมเห็นสายธารอันซ่อนเร้นในชีวิตของพวกเรา  นั่นคือการไหลบ่าของวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์ 7,700 ล้านคนใช้สอย โดยส่งผลทั้งที่วิเศษสุดและทำลายล้าง  หรือเราอาจบอกว่ามันเป็นกระบวนการสร้างและเผาผลาญหรือเมแทบอลิซึมร่วมของมนุษย์  ในเช้าอันเย็นเฉียบของฤดูใบไม้ร่วงนั้น  ผมนั่งอยู่ในอาคารอิฐเก่าสง่างามข้างๆโอสตรูปาร์ก ย้อนหลังไปเมื่อร้อยปีก่อน ตอนที่ชาวดัตช์ยังขูดรีดเอากาแฟ น้ำมัน และยางจากอาณานิคมของตัวเองในอินโดนีเซีย  อาคารหลังนี้เคยใช้เป็นสถาบันวิจัยอาณานิคม แต่ตอนนี้มันเป็นที่ตั้งขององค์กรเพื่อสังคมหลากหลายหน่วยงาน  มาร์ก ดี วิต ทำงานให้องค์กรชื่อเซอร์เคิลอีโคโนมี (Circle Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการเคลื่อนไหวอันคึกคักระดับนานาชาติ มุ่งปฏิรูปทุกอย่างที่พวกเราทำลงไปในช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมา

ดี วิต เปิดแผ่นพับกางแผนภาพที่เขาเรียกว่า “ภาพเอกซเรย์เศรษฐกิจโลก” ขณะที่ระบบนิเวศในธรรมชาติดำเนินไปอย่างเป็นวัฏจักร นั่นคือ พืชเติบโตจากดิน สัตว์กินพืชเข้าไป แล้วมูลสัตว์กลายเป็นปุ๋ยบำรุงดิน  เศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมส่วนใหญ่กลับเป็นเส้นตรง (linear)  บนแผนภาพมีแถบสีหนาๆของวัตถุดิบสี่ประเภทได้แก่ แร่ธาตุ สินแร่ เชื้อเพลิงฟอสซิล และชีวมวล พุ่งจากซ้ายไปขวา แยกออกและหลอมรวมไประหว่างที่มันกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการทั้งเจ็ดของมนุษย์ ในปีหนึ่งเราใช้ชีวมวลไป 20,100 ล้านตันเพียงเพื่อผลิตอาหารป้อนคนทั้งโลก เชื้อเพลิงฟอสซิลขับเคลื่อนพาหนะต่างๆ ให้ความอบอุ่น ใช้ทำพลาสติก กลายเป็นของใช้ต่างๆ  สายธารทั้งหมดนี้ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเมื่อปี 2015 คิดเป็น 92,800 ล้านตัน

เศรษฐกิจหมุนเวียน
พลังงาน:  บ่อขยะที่โรงเผาขยะหลังใหม่ในโคเปนเฮเกนมีความจุกว่า 22,000 ตัน  เครนยกอัตโนมัติจะผสมขยะเพื่อให้การเผาไหม้สะอาดขึ้น  อุปกรณ์กรองควันกินพื้นที่ส่วนใหญ่ในโรงงาน  เตาเผาที่ผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเองและเผาไหม้อย่างสะอาดคือปลายทางของขยะที่ดีกว่าบ่อกลบฝัง แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนมุ่งปิดฉากขยะด้วยการไม่สร้างขยะเลย
เศรษฐกิจหมุเวียน
เตาเผาโคเปนฮิลล์ในเมืองหลวงของเดนมาร์กนี้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการเปลี่ยนขยะปีละ 485,600 ตันเป็นพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้าป้อน 30,000 ครัวเรือน และให้ความร้อนแก่ 72,000 ครัวเรือน  โรงงานเพิ่มบทบาทเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยมีเนินสกีที่เปิดตลอดทั้งปี เส้นทางเดินและวิ่งที่มีต้นไม้เป็นแนว รวมทั้งผนังปีนผา 85 เมตรที่สูงที่สุดในโลก

จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างดูดีไปหมด น่าทึ่งเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เกิดตามมาหลังจากที่ความต้องการต่างๆ ของเราได้รับการตอบสนองแล้วต่างหากที่เป็นปัญหา หรือที่จริงก็เป็นตัวแม่แห่งปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งปวง  ดี วิต ชี้ไปยังหมอกสีเทาตรงขอบขวาของแผนภาพนั้น มันคือขยะ

เขาอธิบายว่า เมื่อปี 2015 วัตถุดิบที่เราขูดรีดจากโลกราวสองในสามหมดไปอย่างรวดเร็ว  ของที่หามาได้ยากกว่า 61,000 ล้านตันสูญหาย ส่วนใหญ่กระจัดกระจายไปโดยไม่อาจนำกลับมาอีกได้  ขยะพลาสติกลอยล่องในแม่น้ำและมหาสมุทร เช่นเดียวกับบรรดาไนเตรตและฟอสเฟตที่ไหลซึมจากไร่นาที่ใส่ปุ๋ย หนึ่งในสามของอาหารทั้งหมดบูดเน่าเสีย ทั้งๆที่ป่าแอมะซอนถูกทำลายไปก็เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่ม ลองคิดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมสักเรื่องดู จะต้องเกี่ยวข้องกับการทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอ  นั่นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยของเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ

ตอนที่ดี วิต อธิบายตัวเลขต่างๆให้ผมฟังเช้าวันนั้น ผมรู้สึกเหมือนรู้แจ้งเห็นจริง มีความกระจ่างอย่างเป็นเอกภาพและมีชีวิตชีวาอยู่ในแผนภาพชวนงงนั้น จนสามารถระบุถึงหนทางแก้ไขปัญหาได้เลย  แผ่นพับบอกว่า ภัยคุกคามที่เราเผชิญอยู่มีมากมายหลายหลากและท่วมท้น และเป็นเรื่องใหญ่ในระดับโลกแน่ๆ แต่การจะอยู่กับโลกนี้ต่อไปให้ได้จริงๆ เราต้องทำเพียงประการเดียวเท่านั้น นั่นคือหยุดใช้ทรัพยากรแบบทิ้งขว้างมากเกินไป  ดี วิต ชี้ไปยังลูกศรผอมๆ ท้ายแผนภาพที่วกกลับจากขวาไปซ้าย ซึ่งหมายถึงวัตถุดิบทั้งหมดที่เรากู้หรือนำกลับมาได้จากกระบวนการรีไซเคิล การย่อยสลาย และอื่นๆ มีเพียง 8,400 ล้านต้น แค่ร้อยละเก้าของทั้งหมดเท่านั้น

เศรษฐกิจหมุนเวียน
เครื่องจักร : การใช้เครื่องจักรซ้ำเป็นกลยุทธ์การลดขยะที่ต้องอาศัยเวลา เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เกือบ 3,300 ลำที่ปลดระวางแล้วจอดอยู่ที่ฐานทัพอากาศเดวิส-มอนทันในเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา อากาศแห้งที่นั่นชะลอการเกิดสนิมได้  อากาศยานเหล่านี้ถูกรื้อแยกชิ้นส่วน (ภาพล่าง) หรือซ่อมแซมและส่งกลับไปใช้งาน การรักษาสภาพทำโดยการฉีดสารเคลือบป้องกันที่ล้างออกได้  นี่คือสุสานอากาศยานที่ใหญ่ที่สุด

เศรษฐกิจหมุนเวียน

ลองคิดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมสักเรื่องดู จะต้องเกี่ยวข้องกับการทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอ  นั่นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยของเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ

“ช่องว่างของการหมุนเวียน” (circularity gap) ที่ดี วิต กับเพื่อนร่วมงานเรียก ตอนนำเสนอรายงานในเวทีสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่ดาวอสเมื่อปี 2018 ถือเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในประวัติศาสตร์มนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเชิงอุตสาหกรรมในศตวรรษที่สิบแปด  ก่อนหน้านั้น กิจกรรมส่วนใหญ่ของมนุษย์อาศัยพลังงานกล้ามเนื้อ ทั้งของมนุษย์เองหรือของสัตว์ การเพาะปลูก การผลิตสิ่งของ การส่งสินค้า ล้วนใช้แรงงานอย่างหนัก ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีค่า  พลังงานทางกายที่จำกัดยังเป็นตัวกำกับขนาดของผลกระทบที่เรามีต่อโลกด้วย  อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดนี้ก็ทำให้พวกเราส่วนใหญ่ยากจนมาก

พลังงานฟอสซิลราคาถูกเปลี่ยนทุกอย่างที่ว่ามา  ทำให้การสกัดวัตถุดิบทำได้ง่ายขึ้นในทุกที่ รวมทั้งการขนส่งไปยังโรงงาน และการกระจายสินค้าไปทุกแห่งหนด้วย  กระบวนการนี้ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ปริมาณวัตถุดิบที่ไหลอยู่ในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า

“ตอนนี้เรามาถึงขีดจำกัดแล้วครับ” ดี วิต บอก

ในช่วงครึ่งศตวรรษเดียวกันนั้น นักสิ่งแวดล้อมพร่ำเตือนเรื่องข้อจำกัดของการเติบโตตลอดมา แต่ขบวนการเคลื่อนไหวใหม่เพื่อ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (circular economy) นั้นต่างออกไป สิ่งนี้เป็นการรวบรวมกลยุทธ์ต่างๆ บ้างเก่า เช่น การลดใช้ การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล  บ้างใหม่ เช่น การเช่ายืมสิ่งของแทนการเป็นเจ้าของ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมุ่งเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจโลกเพื่อกำจัดขยะ  เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้จะยุติการเติบโต แต่มุ่งหันเหวิถีที่เราทำสิ่งต่างๆให้กลับไปสอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การเติบโตนั้นดำเนินต่อไปได้  “ความรุ่งโรจน์ในโลกที่มีทรัพยากรจำกัด” ดังที่กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมยุโรป ยาเนซ  โปตอชนิก เขียนไว้

เศรษฐกิจหมุนเวียน
ในปราโต อิตาลี เมืองที่ผลิตผ้าขนสัตว์มาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบสอง มีบริษัทราว 3,500 แห่งที่จ้างงาน 40,000 ตำแหน่งในการจัดการเสื้อผ้าที่ถูกทิ้ง (บน) เมื่อแยกผ้าขนสัตว์ตามสี ส่งซัก และตัดเป็นชิ้นๆแล้ว (ล่าง) ก็จะนำไปปั่นเป็นด้ายใหม่อีกครั้ง ปัจจุบันมีการรีไซเคิลขยะเสื้อผ้ากลับมาใช้ใหม่เพียงร้อยละหนึ่งเท่านั้น

เศรษฐกิจหมุนเวียน

เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้จะยุติการเติบโต แต่มุ่งหันเหวิถีที่เราทำสิ่งต่างๆให้กลับไปสอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การเติบโตนั้นดำเนินต่อไปได้

แนวคิดนี้ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในยุโรป  ยุโรปลงทุนกลยุทธ์นี้ไปหลายพันล้าน  เนเธอร์แลนด์ปฏิญาณว่าจะเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มตัวภายในปี 2050  อัมสเตอร์ดัม ปารีส และลอนดอน ล้วนมีแผนเช่นนั้น “มันต้องเกิดแหละครับ” เวย์น ฮับเบิร์ด ประธานคณะกรรมการจัดการขยะและการรีไซเคิลของกรุงลอนดอน ตอบเมื่อผมถามว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

บุคคลหนึ่งที่มั่นใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้แน่และมีผลงานประจักษ์ตาคนมากมาย คือสถาปนิกชาวอเมริกัน วิลเลียม แมกดอนาห์ เขากับนักเคมีชาวเยอรมัน ไมเคิล เบราน์การ์ต เขียนหนังสือที่มองการณ์ไกลอย่างลึกซึ้งและเปี่ยมจินตนาการชื่อ Cradle to Cradle (จากอู่สู่อู่ หรือ เปลี่ยนเส้นตรงให้เป็นวงกลม) ตีพิมพ์เมื่อปี 2002  โดยเสนอว่าเราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และระบบเศรษฐกิจให้ขยะทั้งหมดกลายเป็นวัสดุสำหรับสิ่งของอย่างอื่นได้  ก่อนไปยุโรป ผมไปพบแมกดอนาห์ที่สำนักงานในเมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย  ที่คุยกันมาเรื่องอวสานขยะนี่เป็นเรื่องเพ้อฝันหรือเปล่า

“เป็นความคิดเพ้อฝันแน่ละครับ ไม่ต้องสงสัยเลย” แมกดอนาห์ตอบและเสริมว่า “เราต้องมีความคิดเพ้อฝันเพื่อช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้าไม่ใช่หรือ

เศรษฐกิจหมุนเวียน
เกษตรกรรม : สวนเกษตรแนวตั้งในอาคารใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของแอร์โรฟาร์มส์ในเมืองนวร์ก รัฐนิวยอร์ก โดยมุ่งปลูกผักอย่างยั่งยืนให้ได้ตลอดปีใจกลางเมือง  ผักสีเขียวต้นเล็กๆ ปลูกบนพื้นผิวที่ทำจากขวดพลาสติกรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้  น้ำที่พ่นเป็นละอองหมอกจากด้านล่างขึ้นไปช่วยประหยัดน้ำร้อยละ 95 ของปริมาณที่ต้องใช้หากปลูกนอกอาคาร  ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง  สารอาหารและปุ๋ยจะใส่เมื่อจำเป็นเท่านั้น  ส่วนแสงที่เปิดจะมีความยาวคลื่นเฉพาะที่พืชต้องการ  บริษัทบอกว่าผลผลิตที่ได้สูงกว่าการปลูกผักในสวน 390 เท่า
เศรษฐกิจหมุนเวียน
อาหาร : แมลงวันลายที่กินขยะอาหารอาจนำมาใช้เป็นแหล่งโปรตีนในอาหารสัตว์แทนถั่วเหลือง เอนโทไซเคิล บริษัทสตาร์ตอัปในอังกฤษทดสอบสภาพการเพาะเลี้ยงที่ห้องปฏิบัติการในลอนดอน และให้อาหารตัวอ่อนด้วยกากเบียร์และกาแฟ พวกมันจะพร้อมใช้งานภายในสองสัปดาห์

เศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมากทำเรื่องเท่ๆ แต่มันจะยังไม่เกิดขึ้น ถ้าเราหันหน้าหนีจากแสงสว่าง และมองตัวเลขอันหม่นมัวที่ดี วิต แห่งเซอร์เคิลอีโคโนมี ให้ผมดู  “ช่องว่างของการหมุนเวียน” กำลังถ่างออก ไม่ใช่หดแคบลง  การใช้ทรัพยากรธรรมชาติของเราอาจเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในปี 2050 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็ยังคงเพิ่มขึ้น

“มันไปเร็วพอไหม ก็ไม่เชิงนะครับ” ดี วิต บอก “ตัวบ่งชี้ทั้งหมดยังเป็นตัวแดงอยู่”

ดี วิต ยังรอเวลา เหมือนคนมองโลกแง่ดีอื่นๆที่ผมพบ  การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนต้องใช้การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมขนานใหญ่ระดับการปฏิวัติอุตสาหกรรม “คุณต้องอึดครับ” ดี วิต บอก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ผมรู้สึกว่าเราไม่อาจทำได้ด้วยคนรุ่นที่มีอำนาจอยู่ตอนนี้  ต้องใช้คนทั้งชั่วรุ่นกว่าจะเห็นผลชัดเจน” นั่นคือคนรุ่นผม  แน่ละว่าเราคงตายไปนานแล้ว กว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะมาถึง แต่เราจะทำส่วนของเราเพื่อนำพาโลกไปสู่หนทางนั้น

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก

ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมีนาคม 2563


สารคดีแนะนำ 

ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ

เรื่องแนะนำ

เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนความเป็นกลางทางคาร์บอนของ Huawei

เมื่อไล่เรียงดูดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิอากาศโลกปี พ.ศ. 2564 (Global Climate Risk Index 2021) จะเห็นได้ว่าประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ 9 จาก 170 ประเทศทั่วโลก ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาคธุรกิจพลังงาน คมนาคมขนส่ง และกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งก่อให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเป็นอันดับต้น ๆ ของไทย เพื่อให้สอดรับกับแผนแม่บทความเป็นกลางทางคาร์บอนแห่งชาติ ที่ประเทศไทยได้นำเสนอและตั้งเป้าลดคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ รวมถึงลดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ร้อยละ 6 ต่อปี โดยบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด หนึ่งในอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยีมีเป้าหมายเช่นเดียวกัน หัวเว่ย คือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลกกว่า 170 ประเทศ ให้บริการผู้ใช้งานกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก โดยมีพันธกิจในการสร้างการเชื่อมต่อและเข้าถึงแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง เพื่อช่วยให้ทุกอุตสาหกรรมและองค์กรเดินหน้าสู่โลกอัจฉริยะ ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จึงนำไปสู่กลยุทธ์ทั้ง 4 ด้าน คือ ความเท่าเทียมทางด้านดิจิทัล ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศที่ดีต่อสุขภาพ ไปจนถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในข้อกำหนด SDGs […]

เนเธอร์แลนด์ ชาติจิ๋วแต่แจ๋ว เลี้ยงคนทั้งโลกด้วยเกษตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรหนาแน่น โดยมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 500 คนต่อตารางกิโลเมตร และแทบไม่มีทรัพยากรทว่าพวกเขากลับเป็นผู้ส่งออกอาหารมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกเมื่อวัดจากมูลค่า เนเธอร์แลนด์ทำได้อย่างไร?

Bee Home โปรเจ็กต์สร้างบ้านผึ้งของ IKEA ที่ชวนทุกคนแก้ปัญหาวิกฤตผึ้งใกล้สูญพันธุ์

Bee Home โปรเจ็กต์สร้างบ้านผึ้งแบบ Open Source เปิดโอกาสให้เราเลือกออกแบบบ้านผึ้งในราคาที่จับต้องได้ เข้าถึงทุกคนและเป็นมิตรต่อเหล่าผึ้ง ในบรรดาพืช 100 ชนิดที่เป็นอาหารเลี้ยงประชากรโลก มี 70 ชนิด ที่ต้องการผึ้งเป็นตัวผสมเกสร เพื่อให้เจริญงอกงามเป็นพืชผลสำหรับเก็บเกี่ยว หากปราศจากผึ้ง การผสมเกสรจะไม่เกิด เท่ากับหายนะของพืชพันธุ์ และหายนะของมนุษยชาติ ผึ้งคือสิ่งมีชีวิตที่สำคัญที่สุดของโลก แต่ปัจจุบันพวกมันกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก ถึงขั้นอาจสูญพันธุ์ SPACE10 กลุ่มนักทดลองออกแบบของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ IKEA จึงสร้างโปรเจกต์ออกแบบที่ร่วมมือกับสตูดิโอออกแบบด้านเทคโนโลยี แบคเคน เบ็ค (Bakken & Bæck) และนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชาวเยอรมัน ทานิตา ไคลน์ (Tanita Klein) โดยใช้ชื่อโปรเจกต์ว่า “Bee Home” ออกมา ทานิตา กล่าวว่า เธอออกแบบ Bee Home จากแนวคิดที่อยากให้มนุษย์ออกแบบบ้านในฝันให้กับเหล่าผึ้ง เป็นสถานที่ที่สร้างสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบเหมาะสำหรับการเลี้ยงดูผึ้งรุ่นลูกหลาน ในขณะเดียวกันก็สร้างให้ Bee Home ง่ายต่อการออกแบบ ง่ายในการประกอบชิ้นส่วน และนำไปจัดวางได้ง่าย สิ่งสำคัญคือเธอตั้งใจให้การออกแบบบ้านสำหรับผึ้งนี้สร้างความพึงพอใจด้านสุนทรียภาพ ให้ความรู้สึกเหมือนใส่ประติมากรรมชิ้นหนึ่งเข้าไปในสวนหรือระเบียงบ้านของเราเอง […]

พิจารณาวันหมดอายุบนฉลาก คุณก็สามารถช่วยบรรเทาความรุนแรงวิกฤต ‘ขยะอาหาร’ ได้

ความท้าทายของการลด ‘ขยะอาหาร’ คือการสร้างความรับรู้ให้ผู้บริโภคเรียนรู้ถึงความแตกต่างของคำต่างๆ ที่แสดงบนฉลากอาหาร ขยะอาหาร เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกังวล ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (United Nations’ Food and Agriculture Organization) ระบุว่า ขยะอาหาร มีปริมาณ 1.3 พันล้านตัน หรือประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของอาหารที่ผลิตทั้งหมดในแต่ละปี คิดเป็นมูลค่า 940 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่คนประมาณ 800 ล้านคนเข้านอนด้วยความหิวโหย มากกว่าครึ่งของพื้นที่การเกษตรในโลกกำลังปลูกพืชที่คนไม่บริโภค ข้อมูลด้านบน ฟังดูทั้งใกล้ตัวและไกลตัวได้ในคราวเดียวกัน เพราะแม้เราจะรับรู้ตัวเลขน่าตกใจเหล่านั้น แต่ในความเป็นจริง ชีวิตประจำวัน เมื่อเราเปิดตู้เย็น หยิบของโปรดที่เกือบลืมไปแล้วว่าเก็บไว้ และพบว่า ‘วันที่ควรบริโภคก่อน’ ผ่านไปแล้ว 2 วัน สิ่งที่เราทำคือโยนมันลงถังขยะ คำถามคือ การทิ้งอาหารที่อายุเลย ‘วันที่ควรบริโภคก่อน’ คือการกระทำที่ถูกต้อง ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจริงๆ ใช่ไหม? ทำไมจึงเกิดขยะอาหาร ข้อมูลจาก Love Food Hate Waste เครือข่ายความยั่งยืนด้านอาหารในสหราชอาณาจักรระบุว่า […]