เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ - National Geographic Thailand

เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

เศรษฐกิจหมุนเวียน :  ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

โลกไร้ขยะฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ซ้ำอย่างไม่สิ้นสุด เป็นความหวังของธุรกิจและนักสิ่งแวดล้อม แต่เราจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้ไหม หรืออันที่จริงต้องบอกว่า เราไม่ทำได้ด้วยหรือ

ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผมพบชายคนหนึ่งที่แสดงให้ผมเห็นสายธารอันซ่อนเร้นในชีวิตของพวกเรา  นั่นคือการไหลบ่าของวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์ 7,700 ล้านคนใช้สอย โดยส่งผลทั้งที่วิเศษสุดและทำลายล้าง  หรือเราอาจบอกว่ามันเป็นกระบวนการสร้างและเผาผลาญหรือเมแทบอลิซึมร่วมของมนุษย์  ในเช้าอันเย็นเฉียบของฤดูใบไม้ร่วงนั้น  ผมนั่งอยู่ในอาคารอิฐเก่าสง่างามข้างๆโอสตรูปาร์ก ย้อนหลังไปเมื่อร้อยปีก่อน ตอนที่ชาวดัตช์ยังขูดรีดเอากาแฟ น้ำมัน และยางจากอาณานิคมของตัวเองในอินโดนีเซีย  อาคารหลังนี้เคยใช้เป็นสถาบันวิจัยอาณานิคม แต่ตอนนี้มันเป็นที่ตั้งขององค์กรเพื่อสังคมหลากหลายหน่วยงาน  มาร์ก ดี วิต ทำงานให้องค์กรชื่อเซอร์เคิลอีโคโนมี (Circle Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการเคลื่อนไหวอันคึกคักระดับนานาชาติ มุ่งปฏิรูปทุกอย่างที่พวกเราทำลงไปในช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมา

ดี วิต เปิดแผ่นพับกางแผนภาพที่เขาเรียกว่า “ภาพเอกซเรย์เศรษฐกิจโลก” ขณะที่ระบบนิเวศในธรรมชาติดำเนินไปอย่างเป็นวัฏจักร นั่นคือ พืชเติบโตจากดิน สัตว์กินพืชเข้าไป แล้วมูลสัตว์กลายเป็นปุ๋ยบำรุงดิน  เศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมส่วนใหญ่กลับเป็นเส้นตรง (linear)  บนแผนภาพมีแถบสีหนาๆของวัตถุดิบสี่ประเภทได้แก่ แร่ธาตุ สินแร่ เชื้อเพลิงฟอสซิล และชีวมวล พุ่งจากซ้ายไปขวา แยกออกและหลอมรวมไประหว่างที่มันกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการทั้งเจ็ดของมนุษย์ ในปีหนึ่งเราใช้ชีวมวลไป 20,100 ล้านตันเพียงเพื่อผลิตอาหารป้อนคนทั้งโลก เชื้อเพลิงฟอสซิลขับเคลื่อนพาหนะต่างๆ ให้ความอบอุ่น ใช้ทำพลาสติก กลายเป็นของใช้ต่างๆ  สายธารทั้งหมดนี้ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเมื่อปี 2015 คิดเป็น 92,800 ล้านตัน

เศรษฐกิจหมุนเวียน
พลังงาน:  บ่อขยะที่โรงเผาขยะหลังใหม่ในโคเปนเฮเกนมีความจุกว่า 22,000 ตัน  เครนยกอัตโนมัติจะผสมขยะเพื่อให้การเผาไหม้สะอาดขึ้น  อุปกรณ์กรองควันกินพื้นที่ส่วนใหญ่ในโรงงาน  เตาเผาที่ผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเองและเผาไหม้อย่างสะอาดคือปลายทางของขยะที่ดีกว่าบ่อกลบฝัง แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนมุ่งปิดฉากขยะด้วยการไม่สร้างขยะเลย
เศรษฐกิจหมุเวียน
เตาเผาโคเปนฮิลล์ในเมืองหลวงของเดนมาร์กนี้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการเปลี่ยนขยะปีละ 485,600 ตันเป็นพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้าป้อน 30,000 ครัวเรือน และให้ความร้อนแก่ 72,000 ครัวเรือน  โรงงานเพิ่มบทบาทเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยมีเนินสกีที่เปิดตลอดทั้งปี เส้นทางเดินและวิ่งที่มีต้นไม้เป็นแนว รวมทั้งผนังปีนผา 85 เมตรที่สูงที่สุดในโลก

จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างดูดีไปหมด น่าทึ่งเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เกิดตามมาหลังจากที่ความต้องการต่างๆ ของเราได้รับการตอบสนองแล้วต่างหากที่เป็นปัญหา หรือที่จริงก็เป็นตัวแม่แห่งปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งปวง  ดี วิต ชี้ไปยังหมอกสีเทาตรงขอบขวาของแผนภาพนั้น มันคือขยะ

เขาอธิบายว่า เมื่อปี 2015 วัตถุดิบที่เราขูดรีดจากโลกราวสองในสามหมดไปอย่างรวดเร็ว  ของที่หามาได้ยากกว่า 61,000 ล้านตันสูญหาย ส่วนใหญ่กระจัดกระจายไปโดยไม่อาจนำกลับมาอีกได้  ขยะพลาสติกลอยล่องในแม่น้ำและมหาสมุทร เช่นเดียวกับบรรดาไนเตรตและฟอสเฟตที่ไหลซึมจากไร่นาที่ใส่ปุ๋ย หนึ่งในสามของอาหารทั้งหมดบูดเน่าเสีย ทั้งๆที่ป่าแอมะซอนถูกทำลายไปก็เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่ม ลองคิดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมสักเรื่องดู จะต้องเกี่ยวข้องกับการทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอ  นั่นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยของเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ

ตอนที่ดี วิต อธิบายตัวเลขต่างๆให้ผมฟังเช้าวันนั้น ผมรู้สึกเหมือนรู้แจ้งเห็นจริง มีความกระจ่างอย่างเป็นเอกภาพและมีชีวิตชีวาอยู่ในแผนภาพชวนงงนั้น จนสามารถระบุถึงหนทางแก้ไขปัญหาได้เลย  แผ่นพับบอกว่า ภัยคุกคามที่เราเผชิญอยู่มีมากมายหลายหลากและท่วมท้น และเป็นเรื่องใหญ่ในระดับโลกแน่ๆ แต่การจะอยู่กับโลกนี้ต่อไปให้ได้จริงๆ เราต้องทำเพียงประการเดียวเท่านั้น นั่นคือหยุดใช้ทรัพยากรแบบทิ้งขว้างมากเกินไป  ดี วิต ชี้ไปยังลูกศรผอมๆ ท้ายแผนภาพที่วกกลับจากขวาไปซ้าย ซึ่งหมายถึงวัตถุดิบทั้งหมดที่เรากู้หรือนำกลับมาได้จากกระบวนการรีไซเคิล การย่อยสลาย และอื่นๆ มีเพียง 8,400 ล้านต้น แค่ร้อยละเก้าของทั้งหมดเท่านั้น

เศรษฐกิจหมุนเวียน
เครื่องจักร : การใช้เครื่องจักรซ้ำเป็นกลยุทธ์การลดขยะที่ต้องอาศัยเวลา เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เกือบ 3,300 ลำที่ปลดระวางแล้วจอดอยู่ที่ฐานทัพอากาศเดวิส-มอนทันในเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา อากาศแห้งที่นั่นชะลอการเกิดสนิมได้  อากาศยานเหล่านี้ถูกรื้อแยกชิ้นส่วน (ภาพล่าง) หรือซ่อมแซมและส่งกลับไปใช้งาน การรักษาสภาพทำโดยการฉีดสารเคลือบป้องกันที่ล้างออกได้  นี่คือสุสานอากาศยานที่ใหญ่ที่สุด

เศรษฐกิจหมุนเวียน

ลองคิดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมสักเรื่องดู จะต้องเกี่ยวข้องกับการทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอ  นั่นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยของเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ

“ช่องว่างของการหมุนเวียน” (circularity gap) ที่ดี วิต กับเพื่อนร่วมงานเรียก ตอนนำเสนอรายงานในเวทีสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่ดาวอสเมื่อปี 2018 ถือเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในประวัติศาสตร์มนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเชิงอุตสาหกรรมในศตวรรษที่สิบแปด  ก่อนหน้านั้น กิจกรรมส่วนใหญ่ของมนุษย์อาศัยพลังงานกล้ามเนื้อ ทั้งของมนุษย์เองหรือของสัตว์ การเพาะปลูก การผลิตสิ่งของ การส่งสินค้า ล้วนใช้แรงงานอย่างหนัก ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีค่า  พลังงานทางกายที่จำกัดยังเป็นตัวกำกับขนาดของผลกระทบที่เรามีต่อโลกด้วย  อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดนี้ก็ทำให้พวกเราส่วนใหญ่ยากจนมาก

พลังงานฟอสซิลราคาถูกเปลี่ยนทุกอย่างที่ว่ามา  ทำให้การสกัดวัตถุดิบทำได้ง่ายขึ้นในทุกที่ รวมทั้งการขนส่งไปยังโรงงาน และการกระจายสินค้าไปทุกแห่งหนด้วย  กระบวนการนี้ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ปริมาณวัตถุดิบที่ไหลอยู่ในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า

“ตอนนี้เรามาถึงขีดจำกัดแล้วครับ” ดี วิต บอก

ในช่วงครึ่งศตวรรษเดียวกันนั้น นักสิ่งแวดล้อมพร่ำเตือนเรื่องข้อจำกัดของการเติบโตตลอดมา แต่ขบวนการเคลื่อนไหวใหม่เพื่อ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (circular economy) นั้นต่างออกไป สิ่งนี้เป็นการรวบรวมกลยุทธ์ต่างๆ บ้างเก่า เช่น การลดใช้ การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล  บ้างใหม่ เช่น การเช่ายืมสิ่งของแทนการเป็นเจ้าของ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมุ่งเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจโลกเพื่อกำจัดขยะ  เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้จะยุติการเติบโต แต่มุ่งหันเหวิถีที่เราทำสิ่งต่างๆให้กลับไปสอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การเติบโตนั้นดำเนินต่อไปได้  “ความรุ่งโรจน์ในโลกที่มีทรัพยากรจำกัด” ดังที่กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมยุโรป ยาเนซ  โปตอชนิก เขียนไว้

เศรษฐกิจหมุนเวียน
ในปราโต อิตาลี เมืองที่ผลิตผ้าขนสัตว์มาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบสอง มีบริษัทราว 3,500 แห่งที่จ้างงาน 40,000 ตำแหน่งในการจัดการเสื้อผ้าที่ถูกทิ้ง (บน) เมื่อแยกผ้าขนสัตว์ตามสี ส่งซัก และตัดเป็นชิ้นๆแล้ว (ล่าง) ก็จะนำไปปั่นเป็นด้ายใหม่อีกครั้ง ปัจจุบันมีการรีไซเคิลขยะเสื้อผ้ากลับมาใช้ใหม่เพียงร้อยละหนึ่งเท่านั้น

เศรษฐกิจหมุนเวียน

เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้จะยุติการเติบโต แต่มุ่งหันเหวิถีที่เราทำสิ่งต่างๆให้กลับไปสอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การเติบโตนั้นดำเนินต่อไปได้

แนวคิดนี้ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในยุโรป  ยุโรปลงทุนกลยุทธ์นี้ไปหลายพันล้าน  เนเธอร์แลนด์ปฏิญาณว่าจะเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มตัวภายในปี 2050  อัมสเตอร์ดัม ปารีส และลอนดอน ล้วนมีแผนเช่นนั้น “มันต้องเกิดแหละครับ” เวย์น ฮับเบิร์ด ประธานคณะกรรมการจัดการขยะและการรีไซเคิลของกรุงลอนดอน ตอบเมื่อผมถามว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

บุคคลหนึ่งที่มั่นใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้แน่และมีผลงานประจักษ์ตาคนมากมาย คือสถาปนิกชาวอเมริกัน วิลเลียม แมกดอนาห์ เขากับนักเคมีชาวเยอรมัน ไมเคิล เบราน์การ์ต เขียนหนังสือที่มองการณ์ไกลอย่างลึกซึ้งและเปี่ยมจินตนาการชื่อ Cradle to Cradle (จากอู่สู่อู่ หรือ เปลี่ยนเส้นตรงให้เป็นวงกลม) ตีพิมพ์เมื่อปี 2002  โดยเสนอว่าเราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และระบบเศรษฐกิจให้ขยะทั้งหมดกลายเป็นวัสดุสำหรับสิ่งของอย่างอื่นได้  ก่อนไปยุโรป ผมไปพบแมกดอนาห์ที่สำนักงานในเมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย  ที่คุยกันมาเรื่องอวสานขยะนี่เป็นเรื่องเพ้อฝันหรือเปล่า

“เป็นความคิดเพ้อฝันแน่ละครับ ไม่ต้องสงสัยเลย” แมกดอนาห์ตอบและเสริมว่า “เราต้องมีความคิดเพ้อฝันเพื่อช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้าไม่ใช่หรือ

เศรษฐกิจหมุนเวียน
เกษตรกรรม : สวนเกษตรแนวตั้งในอาคารใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของแอร์โรฟาร์มส์ในเมืองนวร์ก รัฐนิวยอร์ก โดยมุ่งปลูกผักอย่างยั่งยืนให้ได้ตลอดปีใจกลางเมือง  ผักสีเขียวต้นเล็กๆ ปลูกบนพื้นผิวที่ทำจากขวดพลาสติกรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้  น้ำที่พ่นเป็นละอองหมอกจากด้านล่างขึ้นไปช่วยประหยัดน้ำร้อยละ 95 ของปริมาณที่ต้องใช้หากปลูกนอกอาคาร  ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง  สารอาหารและปุ๋ยจะใส่เมื่อจำเป็นเท่านั้น  ส่วนแสงที่เปิดจะมีความยาวคลื่นเฉพาะที่พืชต้องการ  บริษัทบอกว่าผลผลิตที่ได้สูงกว่าการปลูกผักในสวน 390 เท่า
เศรษฐกิจหมุนเวียน
อาหาร : แมลงวันลายที่กินขยะอาหารอาจนำมาใช้เป็นแหล่งโปรตีนในอาหารสัตว์แทนถั่วเหลือง เอนโทไซเคิล บริษัทสตาร์ตอัปในอังกฤษทดสอบสภาพการเพาะเลี้ยงที่ห้องปฏิบัติการในลอนดอน และให้อาหารตัวอ่อนด้วยกากเบียร์และกาแฟ พวกมันจะพร้อมใช้งานภายในสองสัปดาห์

เศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมากทำเรื่องเท่ๆ แต่มันจะยังไม่เกิดขึ้น ถ้าเราหันหน้าหนีจากแสงสว่าง และมองตัวเลขอันหม่นมัวที่ดี วิต แห่งเซอร์เคิลอีโคโนมี ให้ผมดู  “ช่องว่างของการหมุนเวียน” กำลังถ่างออก ไม่ใช่หดแคบลง  การใช้ทรัพยากรธรรมชาติของเราอาจเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในปี 2050 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็ยังคงเพิ่มขึ้น

“มันไปเร็วพอไหม ก็ไม่เชิงนะครับ” ดี วิต บอก “ตัวบ่งชี้ทั้งหมดยังเป็นตัวแดงอยู่”

ดี วิต ยังรอเวลา เหมือนคนมองโลกแง่ดีอื่นๆที่ผมพบ  การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนต้องใช้การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมขนานใหญ่ระดับการปฏิวัติอุตสาหกรรม “คุณต้องอึดครับ” ดี วิต บอก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ผมรู้สึกว่าเราไม่อาจทำได้ด้วยคนรุ่นที่มีอำนาจอยู่ตอนนี้  ต้องใช้คนทั้งชั่วรุ่นกว่าจะเห็นผลชัดเจน” นั่นคือคนรุ่นผม  แน่ละว่าเราคงตายไปนานแล้ว กว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะมาถึง แต่เราจะทำส่วนของเราเพื่อนำพาโลกไปสู่หนทางนั้น

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก

ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมีนาคม 2563


สารคดีแนะนำ 

ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ

เรื่องแนะนำ

Thailand Sustainability Expo 2020 “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”

ครั้งแรกของการผนึกพลังองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทย ในงาน “Thailand Sustainability Expo 2020” “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” นับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทย ที่จะมาร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในงาน Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) โดยการนำของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (มหาชน) (TU) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) รวมถึงเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) หรือเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย และองค์กรอื่นๆ โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา และต่อยอด” มาเป็นแนวทางในการจัดงานตามศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร […]

เนเธอร์แลนด์: ชาติจิ๋วแต่แจ๋ว เลี้ยงคนทั้งโลก

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรหนาแน่น โดยมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 500 คนต่อตารางกิโลเมตร และแทบไม่มีทรัพยากรทว่าพวกเขากลับเป็นผู้ส่งออกอาหารมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกเมื่อวัดจากมูลค่า เนเธอร์แลนด์ทำได้อย่างไร?

Gastronomy : การท่องเที่ยวเชิงอาหาร

ท่องไปในเส้นทางสายอาหารและการกินแห่งดินแดนอาเซียนผ่าน การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การส่งผ่านวัฒนธรรมการกิน ถือเป็นเครื่องมือของการพัฒนาระบบอาหารท้องถิ่นของภูมิภาคและโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่ออนาคตของมนุษยชาติ เพราะปฏิบัติการทางอาหารจะนำไปสู่การแสวงหาทางออกใหม่ให้กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยทำให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น และยังเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี ครั้งนี้ ประเทศไทยรับบทบาทเป็นผู้ประสานงานหลักในการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหารแห่งอาเซียน เพื่อทำให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมการประกอบอาชีพของชุมชนท้องถิ่น อันนำไปสู่การสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงอาหารในแนวทางแห่งความยั่งยืนสืบไป Gastronomy tourism goes far beyond just what is “on the plate” การท่องเที่ยวเชิงอาหารคืออะไร ความหมายของการท่องเที่ยวเชิงอาหารมีคุณค่ามากกว่าแค่การดื่มกินอาหารเด็ดเมนูดังตามแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังครอบคลุมไปถึงการผลิต (เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เยี่ยมชมแหล่งผลิตแบบพื้นถิ่น) ไปจนถึงขั้นหลังการบริโภค (เช่น การผลิตสินค้าที่ระลึกเพิ่มมูลค่า หรือแม้แต่การจัดการเศษอาหารเหลือทิ้ง) ด้วยความต่อเนื่องนี้จะเป็นโอกาสอันดีให้นักท่องเที่ยวได้เติมเต็มประสบการณ์และสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวอันหลากหลายที่เกี่ยวเนื่องมาจากอาหาร ซึ่งจะยังประโยชน์ให้เกิดกับสังคมเศรษฐกิจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 4 เสาหลักของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร Farming System การเดินทางเริ่มต้นจากแหล่งกำเนิดอาหาร แปลงผัก สวนผลไม้ บ้านไร่ หรือท้องนา ในแนวทางเกษตรปลอดภัย สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของอาหารต่อสุขภาพและการกินดีมีสุข Story of Food คุณค่าของเรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้คุณค่าของอาหารแต่ละจานโดดเด่นและเป็นที่จดจำ อาหารหนึ่งจานรวบรวมเรื่องราวมรดกภูมิปัญญา ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมการกิน […]

ความสุขอย่างยั่งยืน : ท่องเที่ยวมิติใหม่ในฟิลิปปินส์

เกาะโบราไกย์ในฟิลิปปินส์เสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกคนมี ความสุขอย่างยั่งยืน ช่วงที่ผ่านมา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้กลายมาเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นหนึ่งในรูปแบบของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่คุณต้องรักษาความสะอาดของพื้นที่ แต่คุณจำเป็นต้องคิดถึงผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมในสถานที่ท่องเที่ยวรวมไปถึงประชากรในท้องถิ่น เมื่อคุณเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่การคงสภาพดั้งเดิมของพื้นที่นั้นไว้ แต่คุณควรสร้างผลกระทบเชิงบวกกับพื้นที่นั้นด้วยเพื่อกระจาย ความสุขอย่างยั่งยืน ทั้งผู้มาเยือนและเจ้าบ้าน การท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญของประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศอุษาคเนย์นี้ยังเต็มไปด้วยโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะได้ลองท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ถ้าคุณกำลังวางแผนการเดินทาง คำแนะนำเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถท่องเที่ยวพร้อมไปกับการให้บางสิ่งบางอย่างกลับคืนแก่โลก ผ่านจุดท่องเที่ยวยอดนิยม 3 แห่งในฟิลิปปินส์ เกาะโบราไกย์ ความสวยงามของหาดทรายขาวอันเลื่องชื่อ โบราไกย์เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของฟิลิปปินส์มาช้านาน อย่างไรก็ตาม ในปี 2018 ความมีชื่อเสียงนี้เป็นเหตุให้ทางการจำเป็นต้องประกาศปิดเกาะเป็นเวลา 6 เดือน และปัจจุบันมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันที่จะเข้าชมเกาะ ถ้าคุณอยากเดินทางไปโบราไกย์ คุณควรพิจารณาถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่เลย การเล่นไคต์เซิร์ฟ คุณต้องอาศัยแรงลมสำหรับการควบคุมทิศทาง คุณสามารถเคลื่อนที่ไปบนผืนน้ำได้อย่างรวดเร็ว หากมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ที่หาดบูลาบ็อก ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม และอีกหนึ่งสถานที่คือหาดไวท์บีช ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ซิปไลน์ การห้อยโหนไปบนเส้นสลิงเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มจินตนาการในการชมทิวทัศน์ในมุมมองเดียวกับนกที่กำลังโผบิน และกิจกรรมนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ฟรีไดฟ์ หรือการดำน้ำโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ ที่แม้จะใช้อุปกรณ์ในการดำน้ำน้อยลงแล้ว คุณยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่อัศจรรย์ใต้ท้องทะเลแบบใกล้ชิด การเดินชมธรรมชาติบนเกาะ นอกจากเป็นกิจกรรมที่ยั่งยืนแล้ว คุณยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชและสัตว์นานาพันธุ์บนเกาะแห่งนี้ พร้อมกับเผาผลาญพลังงานไปในตัว กิจกรรมนี้อาจเป็นแค่การเดินทอดน่องเรื่อย ๆ หรือการเดินป่าจริงจังตลอดสองชั่วโมง […]