พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เป็นฮีโร่เพื่อช่วยคนและโลก - National Geographic Thailand

พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เป็นฮีโร่เพื่อช่วยคนและโลก

ปัญหาเรื่องขยะพลาสติกเป็นที่กล่าวถึงในระดับโลกมาหลายปีติดต่อกัน โดยประชมคมโลกต่างหาวิธีการจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทั้งการคิดค้นนวัตกรรมการผลิตที่ช่วยลดการใช้พลาสติก การใช้วัสดุทดแทน และการนำกลับมารีไซเคิล รวมไปถึงการนำไปเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนสภาพเพื่อเพิ่มมูลค่า

พลาสติกทั่วไปที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันถูกคิดค้นขึ้นในช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมานี้ เพื่อการใช้งานในด้านต่าง ๆ เช่น บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์ของใช้ และเครื่องมือต่างๆ ประวัติการสังเคราะห์พลาสติกชนิดแรกของโลกเริ่มต้นขึ้นในปี 1863 เมื่อช่างไม้ชาวอเมริกัน จอห์น เวสลีย์ ไฮแอตต์ พยายามค้นหาวัสดุผลิตลูกบิลเลียตที่สามารถนำมาใช้แทนงาช้าง

จอห์น เวสลีย์ ไฮแอตต์ ช่างไม้ชาวอเมริกัน ผู้ค้นพบนวัตกรรมการผลิตลูกบิลเลียโดยใช้เซลลูลอยด์แทนงาช้าง

คืนหนึ่ง เขาได้รับอุบัติเหตุจากของมีคมบาดมือขณะทำการผสมขี้เลื่อยกับกาว เขาจึงรักษาแผลด้วยคอลอเดียน (colodion) ซึ่งเป็นยาสมานแผล ผลิตจากไนโตรเซลลูโลสที่ละลายอยู่ในอีเธอร์และแอลกอฮอล์ และด้วยความบังเอิญเขาได้ทำยาหกลงบนพื้นโต๊ะ เมื่อกลับมาดูอีกครั้งพบว่า ยาแห้งเป็นแผ่นเหนียวๆ

ไฮแอตต์ทำการทดลองต่อจนพบว่า หากเติมการบูรลงไปในของผสมอีเทอร์จะได้วัสดุซึ่งต่อมาเรียกว่าเซลลูลอยด์ (celluloid) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีสมบัติเหมาะสมในการนำมาทำเป็นลูกบิลเลียด และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เนื่องจากทำให้มีสีสันสวยงามได้ง่าย และมีราคาถูก นอกจากนี้ยังนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ปกเสื้อ กระดุม ของเล่นเด็ก และฟิล์มภาพยนตร์ และถ่ายภาพ จึงถือว่าเซลลูลอยด์เป็นพลาสติกกึ่งสังเคราะห์ชนิดแรกของโลก และนับเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมพลาสติก

ลูกบิตเลียตที่ใช้เป็นเกมกีฬาอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เคยผลิตมาจากงาช้าง จนทำให้ประชากรช้างป่าในแอฟริกาลดลงจำนวนมาก

เช่นเดียวกับกรณีถุงพลาสติก ที่เริ่มต้นจากความต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม สเตียน กุสตาฟ ทูลิน วิศวกรชาวสวีเดน เป็นผู้คิดค้นถุงพลาสติกขึ้นเมื่อปี 1959 ด้วยความต้องการลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อผลิตถุงกระดาษที่นิยมใช้กันในยุคสมัยนั้น จนต้องสูญเสียต้นไม้เป็นจำนวนมาก เขาจึงคิดค้นถุงพลาสติกขึ้นมา และหวังให้ผู้คนใช้งานถุงพลาสติกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเป็นวัสดุที่มีมีความแข็งแรง ทนทาน และน้ำหนักเบา สามารถใช้ซ้ำได้ เพื่อทดแทนถุงกระดาษ และลดการตัดต้นไม้ไปโดยปริยาย

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ถุงพลาสติกก็เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้นตามที่เขาหวังไว้ จนสามารถลดการผลิตถุงกระดาษ และลดการตัดต้นไม้ได้จริง แต่กลับส่งผลเสียอย่างมหาศาล จนมีผลกระทบมาถึงปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนไม่ได้ทำตามความต้องการของผู้คิดค้นที่ต้องการให้นำถุงพลาสติกไปใช้ซ้ำ ๆ ไม่สิ้นเปลือง แต่ผู้คนกลับนิยมนำถุงพลาสติกไปใช้แล้วทิ้งในคราวเดียว

ถุงพลาสติกเริ่มต้นมาจากแนวความคิดที่อยากทดแทนการใช้ถุงกระดาษ ซึ่งเป็นวัสดุที่ต้องเนื้อใช้ไม้จำนวนมาก จนส่งผลให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่า

จากตัวช่วยกลายมาเป็นตัวปัญหา

จากพลาสติกในยุคแรกเริ่มจนมาถึงปัจจุบัน พลาสติกได้แพร่กระจายไปอยู่ในทุกวงการอาชีพ และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของประชากรโลก องค์การสหประชาชาติรายงานข้อมูลในปี 2018 พบว่า มีปริมาณขยะมูลฝอยทั่วโลกถึง 27 ล้านตัน และเป็นขยะพลาสติกถึง 2 ล้านตัน

ล่าสุดปีในปี 2020 ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงล็อกดาวน์จากการระบาดโรคโควิด-19 พบว่าเขตเมืองต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ต่างมีปริมาณขยะรวมลดลง โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลดลงจากปกติ 10,560 ตันต่อวัน เป็น 9,370 ตันต่อวัน (ลดลงร้อยละ 11)

กองขยะมูลฝอยถมเต็มพื้นที่ฝังกลบ เนื่องจากปริมาณขยะที่มีจำนวนมหาศาลต่อวัน

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า โดยรวมสัดส่วนขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นในเกือบทุกเมือง โดยเฉพาะจากการสั่งอาหารรูปแบบเดลิเวอรี (Food Delivery) ซึ่งมีบริการรูปแบบนี้หลายจังหวัดในประเทศไทย ทำให้ขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 60 ในเขตกรุงเทพมหานคร

หนึ่งในขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นจากมนุษย์มากที่สุดต่อวัน คือ ขวดพลาสติก จากรายงานของนิตยสาร Forbes ในปี 2017 พบว่า ประชากรโลกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก 1 ล้านขวดต่อนาที

ขวดพลาสติกเป็นหนึ่งในประเภทของขยะพลาสติกที่พบในสถานที่ธรรมชาติมากที่สุด

จากความกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และกระแสแห่งความยั่งยืน ประชาคมทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันว่า ควรเริ่มกลับมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคตั้งแต่เริ่มต้นจนไปถึงการทิ้ง เพื่อให้ปริมาณของขยะพลาสติกลดลง และเป็นการลดการใช้พลังงานฟอสซิลในการผลิตพลาสติก ก่อนที่สิ่งแวดล้อมจะได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้

ในระดับตัวบุคคล การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่ตัวเรา อาจไม่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในระดับโลกได้ในพริบตา อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่เรามองเห็นคุณค่าของการใช้พลาสติกให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ของผู้คิดค้น โดยการปรับพฤติกรรมการใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่า และนำกลับมาใช้ซ้ำให้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน เพียงเท่านี้เราทุกคนก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้อย่างมหาศาล

เปลี่ยนและเพิ่มคุณค่า ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

องค์กรต่างๆ ทั่วโลก พยายามคิดค้นนวัตกรรมการเพิ่มมูลค่าขยะพลาสติกให้กลับมาเป็นของใช้ที่มีมูลค่าอีกครั้ง เช่น เสื้อผ้าจากขวดพลาสติก พรมจากขยะพลาสติกในทะเล รองเท้าคู่ใหม่จากรองเท้าแตะที่พบในทะเล และผ้าห่มจากขวดพลาสติก

ในประเทศไทยมีหลายองค์กรที่นำนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งมีกรณีศึกษาที่เห็นภาพได้อย่างชัดเจน คือกรณีผ้าห่มที่ผลิตมาจากขวดพลาสติกบรรจุเครื่องดื่ม ที่ทำจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลหรือ Recycled PET (rPET) 100% เพื่อผลิตเป็น “ผ้าห่มรักษ์โลก” ของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หลายๆ คนคงคุ้นตากับผ้าห่มผืนเขียว ที่ทางบริษัทฯ แจกจ่ายไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยหนาวในทุกปี และในปีนี้โครงการ “ไทยเบฟ… รวมใจต้านภัยหนาว” ปีที่ 21

เส้นใยจากขวดพลาสติกที่นำไปผลิตเป็นผ้าห่ม

ทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในเรื่องของการใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุด จึงผลิต “ผ้าห่มรักษ์โลก” ที่ทอด้วยเส้นใยจากขวดพลาสติก ซึ่งส่งผลดีในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะ เรื่องลดพลังงานการผลิต เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้เส้นใยจากพืช การผลิตเส้นใยจากขวด rPET ใช้พลังงานลดลงร้อยละ 60 และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก ได้ถึงร้อยละ 32 โดยในกระบวนการผลิตผ้าห่มหนึ่งผืน ต้องใช้ขวดพลาสติกประมาณ 38 ขวด นั่นเท่ากับว่า ในปีนี้ บริษัทฯ ผลิตผ้าห่มแจกจ่ายจำนวน 200,000 ผืน โดยใช้ขวดพลาสติกทั้งหมด 7,6000,000 ขวด ในการผลิตผ้าห่มผืนเขียวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวม 15 จังหวัด 194 อำเภอ

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มอบผ้าห่มให้กับประชาชน ในโครงการไทยเบฟ… รวมใจต้านภัยหนาว ปีที่ 21

ในมุมกลับกัน สำหรับมนุษย์ที่ใช้ชีวิตประจำวันปกติ การสร้างการเปลี่ยนแลงอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคได้ ตั้งแต่ต้นปี 2020 เป็นต้นมา ประเทศไทยเริ่มผลักดันนโยบายลด ลด เลิก ใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งเป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ เช่น การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก และการใช้ซ้ำให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหลาย

ตั้งแต่พลาสติกถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกของเรา พลาสติกมีบทบาทส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์มาโดยตลอด จนกระทั่งการบริโภคที่มากขึ้นและค่านิยมของมนุษย์ที่เปลี่ยนไป ทำให้พลาสติกถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในฐานะผู้ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเราเลือกที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และตระหนักถึงความคุ้มค่าของการบริโภคพลาสติก พลาสติกจะมีประโยชน์ในการทำให้ชีวิตสะดวกสบาย และเกื้อหนุนให้มนุษยชาติได้สร้างสรรค์และดูแลโลกให้คงอยู่ต่อไปและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Mango COVID – คอลเล็กชันงานศิลปะที่เกิดจากวิกฤติ

เรื่องแนะนำ

ผลกระทบของโควิด-19 ต่อสิ่งแวดล้อม

ผลกระทบของโควิด-19 ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงมากมายในระดับโลก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง วิถีชีวิต และโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ทั่วโลกต่างได้รับ ผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งบางส่วนเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากการจำกัดการเดินทาง และการชะลอตัวของระบบเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คุณภาพอากาศ และคุณภาพน้ำ ในหลายประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ในทางกลับกัน การเพิ่มขึ้นของขยะพลาสติก โดยเฉพาะพลาสติกประเภท PPE (เช่น หน้ากากอนามัย และถุงมือยาง) ขยะติดเชื้อ และขยะอื่นๆ จากโรงพยาบาล กลับเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม 1. มลพิษทางอากาศและการปล่อยแก๊สเรือนกระจกลดลง ในขณะที่อุตสาหกรรม การขนส่ง และบริษัทต่างๆ หยุดทำการเนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs) ลดลงอย่างกะทันหัน สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ในปี 2020 มลพิษทางอากาศในกรุงนิวยอร์กลดลงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า อันเป็นผลจากการจำกัดการเดินทางของประชากร นอกจากนี้ยังพบว่าประเทศจีนอัตราการปล่อยแก๊สไนตรัสออกไซด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ลดลงร้อยละ 50 เนื่องจากคำสั่งระงับกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมหนัก ตามรายงานของวารสาร Science & Nature ในขณะเดียวกัน นิตยสาร Forbes รายงานว่า […]

อัพเดต 7 ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมกับ วราวุธ ศิลปอาชา

คุยเรื่องกบในกาน้ำกับ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนปัจจุบัน ตลอดสองปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติบ่อยครั้ง และเริ่มส่งผลกระทบกับผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ และเขตจังหวัดทางภาคเหนือ ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าในหลายพื้นที่ วิกฤตน้ำท่วมและน้ำแล้งที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงปัญหาขยะพลาสติกในธรรมชาติ ที่นำมาสู่โศกนาฏกรรมของสัตว์ป่าและสัตว์ทะเล จนสร้างความสะเทือนใจและความสนใจให้แก่ผู้คนในสังคม หันกลับมาตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จนนำมาสู่การอนุรักษ์ธรรมชาติกันอย่างเข้มข้นและจริงจัง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ วราวุธ ศิลปอาชา เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีคนใหม่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2562 พร้อมกับให้คำมั่นว่า “ตั้งใจเข้ามาทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง” ถึงวันนี้ผ่านมากว่า 17 เดือน เราจึงขอโอกาสมานั่งพูดคุยกับเขา เพื่ออัพเดตความเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นกัน สร้างมิติใหม่ในวิกฤติ การเข้ามารับตำแหน่งในฐานะผู้นำของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในช่วงที่สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศกำลังร้อนระอุ และมีหลาย ๆ ประเด็นเป็นกระแสที่ผู้คนในสังคมกำลังให้ความสนใจ ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก สำหรับการเริ่มต้นกับตำแหน่งใหม่ครั้งนี้ “ถ้ามองเรื่องความไม่พร้อม ไม่เคยมีใครพร้อม สำหรับสถานการณ์แบบนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นของขวัญเสียด้วยซ้ำ ที่ผมจะได้รับโอกาสในการแก้ปัญหา สิ่งที่ผมต้องทำคือต้องพยายามเรียนรู้งานและทำความเข้าใจบริบทขององค์กร รวมถึงบุคลิกของแต่ละหน่วยงานให้เร็วที่สุด นับเป็นความโชคดีที่ในกระทรวงแบ่งออกเป็นหลายกรม แต่ละกรมมีหลายหน่วยงานแยกย่อยกันไป ช่วยให้เราสามารถกระจายปัญหาต่าง ๆ มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานลงไปจัดการพร้อม ๆ กันได้ โดยมีผมทำหน้าที่เป็นเหมือนน้ำที่เป็นตัวประสาน ปรับแผนงานไปตามสถานการณ์และวิธีการทำงานของแต่ละคน […]

ฮอยอัน : ออกเดินทางหาความยั่งยืนทั้งภายนอกและภายในตนเอง

เรารู้จัก ฮอยอัน ในฐานะเมืองมรดกโลก หลายคนมาที่นี้เพื่อเยี่ยมชมเมืองเก่า ชุมชนญี่ปุ่น และล่องเรือตะกร้า แต่การเดินทางบางครั้งกลับไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นผู้คน และเรื่องราวของผู้คนที่พบเจอ ว่ากันว่าตัวบุคคลนี่แหละที่นำพาเราไปสู่เรื่องราวของสถานที่นั้นอย่างแท้จริง ฉันมักออกเดินทางเพื่อสำรวจตัวเองเสมอ แต่การเดินทางครั้งนี้กลับแตกต่างจากทุกครั้ง ฮอยอัน คือสถานที่ที่ฉันไม่ต้องใช้กำลังปีนป่ายใดๆ ไม่ต้องใช้แรงใจในการผลักดันแรงขาให้ก้าวเดินเป็นระยะทางกว่าสิบกิโลเมตร ฉันเชื่อมาตลอดว่า ความยากลำบากในการเดินทางแบบนั้นจะพัดพาจิตวิญญาณแท้จริงกลับมา ทุกครั้งที่ออกเดินทางฉันมักจะเชื่อมภาพที่เราเห็นกับเรื่องภายในตนเองทั้งหมด จนวันหนึ่งที่จังหวะชีวิตเปลี่ยนไป แว่นตาของการมองโลกก็เปลี่ยนไปด้วย ฉันเริ่มสนใจเรื่องภายนอกตัวมากขึ้น และการเดินทางมาฮอยอันก็ทำให้ฉันเห็นภาพนี้ชัดเจนขึ้น หลายแหล่งข้อมูลบอกว่า ฮอยอันตั้งอยู่ในจังหวัดกวางนาม ประเทศเวียดนาม UNESCO คัดเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลก ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นเมืองที่ผสมผสานศิลปะ และสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและต่างชาติ ได้อย่างมีเอกลักษณ์ หลังจากกลายเป็นเมืองมรดกโลก ฮอยอันจึงเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ที่มีค่าครองชีพต่ำติด 1 ใน 5 ของโลก และด้วยอัตราการเติบโตที่รวดเร็วบนพื้นที่จำกัด ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตั้งแต่เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน จนถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนบางส่วนในฮอยอันเริ่มหาหนทางเดินทางเข้าหาจุดสมดุล จุดของการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ หลายคนเริ่มกลับมารวมกลุ่มกันทำสวนแบบปลอดสารพิษ คนรุ่นใหม่บางคนกลับมาเป็นแรงสำคัญในการพัฒนาชุมชนโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วม มีการจัดการท่องเที่ยวชุมชนขึ้นมา และฉันหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดนั้น ฉันออกเดินทางจากประเทศไทยมาลงที่เมืองดานัง ก่อนเหมารถโดยสารมาฮอยอัน ในตอนกลางวัน ฮอยอันเป็นเมืองเงียบสงบ ราวกลับเมืองที่หลับไหล ผู้คนเดินไปมาอย่างบางตา แต่เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดิน […]

เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนความเป็นกลางทางคาร์บอนของ Huawei

เมื่อไล่เรียงดูดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิอากาศโลกปี พ.ศ. 2564 (Global Climate Risk Index 2021) จะเห็นได้ว่าประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ 9 จาก 170 ประเทศทั่วโลก ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาคธุรกิจพลังงาน คมนาคมขนส่ง และกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งก่อให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเป็นอันดับต้น ๆ ของไทย เพื่อให้สอดรับกับแผนแม่บทความเป็นกลางทางคาร์บอนแห่งชาติ ที่ประเทศไทยได้นำเสนอและตั้งเป้าลดคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ รวมถึงลดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ร้อยละ 6 ต่อปี โดยบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด หนึ่งในอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยีมีเป้าหมายเช่นเดียวกัน หัวเว่ย คือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลกกว่า 170 ประเทศ ให้บริการผู้ใช้งานกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก โดยมีพันธกิจในการสร้างการเชื่อมต่อและเข้าถึงแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง เพื่อช่วยให้ทุกอุตสาหกรรมและองค์กรเดินหน้าสู่โลกอัจฉริยะ ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จึงนำไปสู่กลยุทธ์ทั้ง 4 ด้าน คือ ความเท่าเทียมทางด้านดิจิทัล ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศที่ดีต่อสุขภาพ ไปจนถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในข้อกำหนด SDGs […]