Bee Home โปรเจ็กต์สร้างบ้านผึ้งของ IKEA ที่ชวนทุกคนแก้ปัญหาวิกฤตผึ้งใกล้สูญพันธุ์

Bee Home โปรเจ็กต์สร้างบ้านผึ้งของ IKEA ที่ชวนทุกคนแก้ปัญหาวิกฤตผึ้งใกล้สูญพันธุ์

Bee Home โปรเจ็กต์สร้างบ้านผึ้งแบบ Open Source เปิดโอกาสให้เราเลือกออกแบบบ้านผึ้งในราคาที่จับต้องได้ เข้าถึงทุกคนและเป็นมิตรต่อเหล่าผึ้ง

ในบรรดาพืช 100 ชนิดที่เป็นอาหารเลี้ยงประชากรโลก มี 70 ชนิด ที่ต้องการผึ้งเป็นตัวผสมเกสร เพื่อให้เจริญงอกงามเป็นพืชผลสำหรับเก็บเกี่ยว หากปราศจากผึ้ง การผสมเกสรจะไม่เกิด เท่ากับหายนะของพืชพันธุ์ และหายนะของมนุษยชาติ ผึ้งคือสิ่งมีชีวิตที่สำคัญที่สุดของโลก แต่ปัจจุบันพวกมันกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก ถึงขั้นอาจสูญพันธุ์

SPACE10 กลุ่มนักทดลองออกแบบของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ IKEA จึงสร้างโปรเจกต์ออกแบบที่ร่วมมือกับสตูดิโอออกแบบด้านเทคโนโลยี แบคเคน เบ็ค (Bakken & Bæck) และนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชาวเยอรมัน ทานิตา ไคลน์ (Tanita Klein) โดยใช้ชื่อโปรเจกต์ว่า “Bee Home” ออกมา

ทานิตา กล่าวว่า เธอออกแบบ Bee Home จากแนวคิดที่อยากให้มนุษย์ออกแบบบ้านในฝันให้กับเหล่าผึ้ง เป็นสถานที่ที่สร้างสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบเหมาะสำหรับการเลี้ยงดูผึ้งรุ่นลูกหลาน ในขณะเดียวกันก็สร้างให้ Bee Home ง่ายต่อการออกแบบ ง่ายในการประกอบชิ้นส่วน และนำไปจัดวางได้ง่าย สิ่งสำคัญคือเธอตั้งใจให้การออกแบบบ้านสำหรับผึ้งนี้สร้างความพึงพอใจด้านสุนทรียภาพ ให้ความรู้สึกเหมือนใส่ประติมากรรมชิ้นหนึ่งเข้าไปในสวนหรือระเบียงบ้านของเราเอง นอกจากนี้การออกแบบบ้านผึ้งยังเป็นมิตรต่อผึ้ง สิ่งแวดล้อม และมนุษย์

ภาพถ่ายจาก SPACE10 โดย Irina Boersma

ด้วยแนวคิดที่ต้องการสร้างสถานที่ที่เปรียบเสมือน “บ้านของมนุษย์ในขนาดจิ๋ว” ให้กับเหล่าผึ้ง Bee Home ใช้การออกแบบ Open Source ที่ทุกคนในทุกพื้นที่ สามารถออกแบบบ้านหลังสวยให้แก่ผึ้งได้ โดยสามารถเลือกปรับแต่ง Bee Home ของเราเองได้ 3 อย่าง ได้แก่ เลือกความสูงของฐานรองบ้านตั้งแต่ 30-200 มิลลิเมตร เลือกจำนวนชั้นตั้งแต่ 2-9 ชั้น และเลือกลักษณะการติดตั้ง ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 แบบ คือ แบบมีขาตั้ง แบบตอกเสาลงไปในดิน และแบบติดกำแพง ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เราอยากนำ Bee Home ไปติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นบนหลังคา บนระเบียง หรือในสวน ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

“Bee Home แก้ปัญหาวิกฤตโลกในแนวทางที่สนุกและเข้าถึงง่าย ผ่านแพลตฟอร์มดิจิตอลที่ทุกคนสามารถออกแบบ ดัดแปลง และดาวน์โหลด Bee Home ในแบบของคุณเอง พวกเราหวังว่าสิ่งนี้จะนำเสนอวิสัยทัศน์การออกแบบบนวิถีประชาธิปไตย (Democratic Design) ที่ช่วยฟื้นฟูสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และโลกได้”

ภาพถ่ายจาก SPACE10 โดย Niklas Adrian Vindelev

เหล่าผึ้งผู้ขับเคลื่อนทุกชีวิตบนโลก

ผึ้งเป็นสิ่งมีชีวิตที่สำคัญและจำเป็นต่อชีวิตบนโลก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organisation of the United Nations – FAO) กล่าวว่า เกือบ 90% ของสายพันธุ์ไม้ดอกล้วนอาศัยเหล่าแมลงสายพันธุ์ที่ช่วยผสมเกสรดอกไม้ ซึ่งไม้ดอกเหล่านี้คิดเป็นปริมาณ 1 ใน 3 ของอาหารบนโลก แมลงที่ช่วยผสมเกสรดอกไม้เหล่านี้จึงถือเป็นผู้สร้างความหลากหลายทางระบบนิเวศ

นั่นหมายความว่าสัตว์เหล่านี้มีส่วนช่วยทำให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติดำเนินไปอย่างเป็นปกติมาเป็นเวลานานหลายล้านปีแล้ว และหากปราศจากเหล่าผึ้งที่ช่วยผสมเกสร ชีวิตของมนุษย์และโลกก็คงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

แต่ในปัจจุบัน ผึ้งตกอยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญพันธุ์ เนื่องมาจากฝีมือมนุษย์ที่เข้าไปทำลายบ้านและแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกมันโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยการสร้างบ้านของเราเอง สร้างเมือง รวมถึงการปรับแต่งสวน วงจรการใช้ยาฆ่าแมลง สารเคมี และการเข้ามาของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ยังส่งผลให้ทุ่งดอกไม้ป่ามีจำนวนลดน้อยลงและเกิดการสูญหายพื้นที่ที่เรียกว่า “บ้าน” ของผึ้งท้องถิ่น

เพื่อที่จะสร้างความสมดุลระหว่างมนุษย์และโลกขึ้นมาใหม่ เราจึงจำเป็นต้องเริ่มจากการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราก่อน ด้วยการเริ่มจากการสร้างสถานที่ที่เรียกว่า “บ้าน” ให้กับผึ้ง

บ้านสำหรับผึ้งที่อยู่อย่างสันโดษ

Bee Home ออกแบบมาเพื่อรองรับผึ้งที่อยู่อย่างสันโดษ (Solitary Bees) ผึ้งสายพันธุ์นี้ถือเป็นผึ้งที่ถ่ายละอองเรณูได้มากที่สุด พวกมันถ่ายละอองเรณูได้มหาศาลจนเราอาจนึกไม่ถึง

โลกของเรามีผึ้งประมาณ 20,000 – 30,000 สายพันธุ์ สายพันธุ์ผึ้งน้ำหวานตะวันตกเป็นสายพันธุ์ที่เป็นที่จดจำและถูกพูดถึงมากที่สุด ประชากรส่วนใหญ่ของผึ้งสายพันธุ์นี้คือเหล่าผึ้งที่อยู่อย่างสันโดษ ผึ้งชนิดนี้ไม่เหมือนกับผึ้งน้ำหวาน พวกมันไม่ได้อาศัยอยู่ในรังหรือทำหน้าที่ผลิตน้ำหวาน แต่พวกมันมักจะแยกไปอาศัยอยู่เพียงลำพัง และใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการเก็บละอองเรณูและหาอาหารให้กับผึ้งรุ่นลูกรุ่นถัดไป

ผึ้งที่อยู่อย่างสันโดษ ถือเป็นผู้ถ่ายละอองเรณูชั้นยอด ผึ้งสันโดษเพียง 1 ตัว สามารถถ่ายละอองเรณูได้มากเทียบเท่ากับผึ้งน้ำหวาน 120 ตัว ผึ้งชนิดนี้หากเป็นตัวเมียจะเป็นผึ้งราชินีทุกตัว และผึ้งราชินีสามารถแพร่พันธุ์ลูกหลานผึ้งออกมาได้ถึง 20-30 ตัว

Bee Home จึงตอบโจทย์ผึ้งที่อยู่อย่างสันโดษเหล่านี้ Bee Home เพียง 1 หลัง สามารถต่อชีวิตของผึ้งสันโดษได้หลายร้อยตัว การคงอยู่กับผึ้งชนิดนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงการอยู่รอดของดอกไม้ ต้นไม้ สัตว์ และระบบนิเวศของมนุษย์ทั้งหมด

ยุคสมัยใหม่ของการออกแบบที่เป็นมิตรและยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม

Bee Home ออกแบบให้มีลักษณะเป็นสถานที่ที่ตรงตามสิ่งที่ผึ้งต้องการ ผึ้งที่อยู่อย่างสันโดษอาศัยอยู่ในโพรงตามต้นไม้หรือโพรงตามพื้นดิน Bee Home จึงออกแบบให้มีโพรงให้ผึ้งไว้ใช้สำหรับเก็บสะสมอาหารและเป็นที่หลบภัยให้ผึ้งมาวางไข่

โครงสร้างภายใน Bee Home ทุกอย่างปราศจากการใช้กาวและสารให้ความเหนียวที่เป็นอันตราย วัสดุของ Bee Home ทำมาจากไม้เนื้อแข็งในท้องถิ่นที่มีความยั่งยืน อย่างไม้โอ๊ค ไม้ลาร์ช ไม้ซีดาร์ หรือไม้มะฮอกกานี ทุกชิ้นส่วนของบ้านที่ประกอบรวมกันปราศจากการใช้ตะปูหรือวัสดุอื่นเพิ่มเติม จึงง่ายต่อการนำกลับมาใช้ใหม่ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวคิดการออกแบบหมุนเวียน (Circular Design)

Bee Home ใช้เทคนิคการเข้าไม้แบบญี่ปุ่นมาประกอบบ้านผึ้งเข้าด้วยกัน โดยใช้หลัก “The Spine Moment” ที่สร้างให้มีเสาหลักเป็นแกนกลางต้นหนึ่งและจัดวางให้เสาทะลุผ่านทุกชั้นของบ้าน มีลิ่มที่เชื่อมอย่างแน่นหนาเข้ากับเสาต้นนั้นอีกที ทำให้ง่ายต่อการประกอบรวมและแยกชิ้นส่วนโดยใช้แค่เพียงการตอกค้อนลงไป

ภาพถ่ายจาก SPACE10 โดย Niklas Adrian Vindelev
ภาพถ่ายจาก SPACE10 โดย Irina Boersma

สุดท้าย เมื่อเราพอใจกับการออกแบบ Bee Home ในแบบของตัวเองแล้ว เราสามารถดาวน์โหลดไฟล์การออกแบบนี้ได้ในทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แล้วนำแบบแปลนนี้ไปที่ “Makerplace” สถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์ในการสร้างที่อยู่ใกล้บ้านของเราเพื่อทำการสร้าง Bee Home ออกมา

เมื่อประกอบ Bee Home ของเราเสร็จเรียบร้อย ให้นำบ้านผึ้งไปติดตั้งในที่ที่แสงแดดยามเช้าส่องถึง ปลูกพืชในบริเวณใกล้เคียงเพื่อล่อผึ้งที่อยู่อย่างสันโดษมา ซึ่งพวกมันสามารถอยู่ร่วมกับเด็กและสัตว์เลี้ยงได้อย่างง่ายดาย ส่วนบ้านผึ้งก็ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษาอะไรมากแค่เพียงทำความสะอาดทุก ๆ 3 ปี เพียงแค่นี้ผึ้งก็จะมีพื้นที่ที่พวกมันต้องการ และจะกลายเป็น “บ้าน” ที่สมบูรณ์แบบของพวกมันต่อไปในอนาคต

สืบค้นและเรียบเรียง : ภัทราพร ชัยบุตร

(โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย)


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : จะเป็นอย่างไร ถ้าผึ้งน้ำหวานหายไปหมด?

ผึ้งน้ำหวาน
ผึ้งน้ำหวาน หรือฮันนี่บีมีถิ่นกำเนิดในยุโรป

เรื่องแนะนำ

Thailand Sustainability Expo 2020 “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”

ครั้งแรกของการผนึกพลังองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทย ในงาน “Thailand Sustainability Expo 2020” “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” นับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทย ที่จะมาร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในงาน Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) โดยการนำของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (มหาชน) (TU) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) รวมถึงเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) หรือเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย และองค์กรอื่นๆ โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา และต่อยอด” มาเป็นแนวทางในการจัดงานตามศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร […]

ลดผลกระทบจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 วิธีซื้ออาหารทะเลที่ดีตัวเราและโลก

ขับเคลื่อนการกินแบบยั่งยืน ใส่ใจต้นกำเนิดของวัตถุดิบ เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 แนวทางเลือกซื้ออาหารทะเลอย่างยั่งยืนต่อไปนี้ อุตสาหกรรมอาหารทะเลในปัจจุบันกำลังตกอยู่ในภาวะไม่ปกติ มหาสมุทรปนเปื้อนและมีค่าความเป็นกรดสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อชีวิตของสัตว์ในมหาสมุทรเป็นอย่างมาก ในขณะที่การทำประมงที่มากเกินกำลังผลิตของสัตว์น้ำ ทำให้ 1 ใน 3 ของประชากรปลาทั่วโลกถูกจับมากเกินไปและมีจำนวนลดลงอย่างน่าตกใจ สวนทางกับปริมาณปรอทในตัวปลาที่กลับมีปริมาณสูงมากขึ้นและยังคงสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากกิจกรรมการเผาถ่านหินของมนุษย์ แต่ท่ามกลางข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง ด้วยการขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวด้านอาหารอย่างยั่งยืน ผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามว่าอาหารทะเลของพวกเขามาจากไหน ใครเป็นคนจับมัน และจับมันด้วยวิธีการอย่างไร เพราะเมื่อผู้บริโภครู้ว่าตนเองมีสิทธิและอำนาจในการตั้งคำถามต่อผู้ผลิตได้ เมื่อนั้นผู้ที่อยู่ในสายพานการผลิตทั้งหมด ต้องร่วมกันรับผิดชอบในการตอบคำถาม และมองหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการติดตามห่วงโซ่อุปทาน ที่จะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าอาหารทะเลที่พวกเขาซื้อและรับประทาน นั้นมาจากการประมงที่ถูกกฎหมาย มีจริยธรรม และยั่งยืนต่อทุกชีวิตในมหาสมุทรของพวกเราทุกคน และนี่คือ 6 แนวทางในการพิจารณาเลือกซื้ออาหารทะเลอย่างยั่งยืน โดยสภาป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources Defense Council – NRDC) องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ปฏิบัติได้ เพื่อให้ทุกมื้ออาหารของเรา สร้างผลกระทบต่อโลกน้อยที่สุด 1 คิดให้เล็ก ปรอทเป็นสารนิวโรทอกซินที่มีฤทธิ์ไปขัดขวางกระบวนการทำงานของสมองและก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาท โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก ปลาที่มีขนาดเล็กกว่าอย่างหมึก หอยเชลล์ และปลาซาร์ดีน จะมีสารปรอทน้อยกว่าปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่างปลาทูน่าและปลากระโทงดาบ ซึ่งอยู่ในลำดับห่วงโซ่อาหารที่สูงกว่า […]

ชิ้นส่วนแห่งความแตกต่าง: กระบวนการฟื้นชีวิตเศษผ้าสู่สินค้าหรูในจีน

Wei Daxun นักแสดงและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และ Hannah Reyes Morales ช่างภาพ อยู่ที่เมืองกานโจว ประเทศจีน เพื่อดูว่ามีการนำ เศษผ้า ที่เหลือทิ้งจากการผลิตมาใช้และเปลี่ยนเป็นสินค้าใหม่อีกครั้งได้อย่างไร ความยั่งยืนคือประเด็นที่โลกแฟชั่นจำเป็นต้องเดินตาม และแบรนด์หรูอย่างปราดา (Prada) ก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ผ่านโครงการ “ใช้ไนลอนอีกครั้ง” (Re-Nylon Project) ที่ปราดาร่วมมือกับโครงการอัพไซเคิล (Upcycle – การเปลี่ยนวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้มีคุณภาพดีกว่าเดิม) ทั่วโลก เพื่อเปลี่ยน เศษผ้า เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต ตั้งแต่พรมเก่าไปจนถึงแหตกปลา ให้เป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้ามากถึง 1 ใน 3 จากจำนวนราวแสนล้านชิ้นที่ผลิตขึ้นมาบนโลกทุกปี พาราวิน (Parawin) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานที่ผลิตเสื้อผ้าเหล่านั้น ตั้งอยู่ชานเมืองกานโจว มณฑลเจียงซี ทางตอนใต้ของประเทศจีน ดูเผินๆ โรงงานนี้เหมือนโรงงานผลิตเสื้อผ้าแห่งอื่นๆของประเทศจีน แต่ความจริงแล้ว โรงงานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการต้นแบบที่จะทำให้สินค้าแฟชั่นมีความยั่งยืนมากขึ้น แม้กานโจวจะไม่ใช่หนึ่งในเมืองใหญ่ของจีน ด้วยจำนวนประชากรเพียง 1.2 ล้านคน แต่เมืองก็เต็มไปด้วยตึกระฟ้ากระจายเป็นหย่อมๆ เครนก่อสร้างแขวนอยู่ตามตึกที่กำลังก่อสร้างมากมาย เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของเมืองซึ่งเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 12.5 ต่อปี […]

The Ocean Cleanup สตาร์ตอัปที่สร้างเรือดักเก็บขยะโซลาร์เซลล์ในเจ้าพระยาและทั่วโลก

The Ocean Cleanup สตาร์ตอัปที่ตั้งใจกวาดล้างขยะพลาสติกในมหาสมุทรทั่วโลก กับการเดินทางมาติดตั้งเรือดักเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันการเล็ดรอดของขยะลงสู่ท้องทะเล โบแยน สแลต (Boyan Slat) เพิ่งอายุ 18 ปี ตอนที่เขาเสนอแนวคิดกวาดล้างขยะพลาสติกในมหาสมุทร ที่งาน TEDx ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 2012 เขาเล่าถึง Great Pacific Garbage Patch แพขยะกลางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยพวกมันมีใหญ่กว่าขนาดของประเทศฝรั่งเศสถึง 3 เท่า และลอยอยู่ในน่านน้ำสากลห่างจากชายฝั่งที่ใกล้ที่สุด 1,000 ไมล์ ในท้องทะเลเวิ้งว้างที่ไม่มีประเทศใดเป็นเจ้าของ จากอิทธิพลของ Coriolis Force ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ส่งผลให้กระแสน้ำในมหาสมุทรหมุนวนรอบตัวเอง เกิดเป็นวงแหวนขนาดใหญ่ที่พัดขยะจำนวนมหาศาลมากองรวมกันเป็นแพขยะ เป็นเวลาหลายสิบปีนับจากการค้นพบ Great Pacific Garbage Patch พวกมันยังคงอยู่ที่เดิมและมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มีการคาดการณ์ว่าแพขยะยักษ์ใหญ่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกนี้ ต้องใช้เวลาเกือบ 80,000 ปี ในการย่อยสลายกว่าท้องทะเลบริเวณนี้จะกลับมาสะอาดอีกครั้ง สิ่งที่โบแยนนำเสนอ คือแนวคิดทำความสะอาด Great Pacific Garbage Patch โดยอาศัยการพัดพาของกระแสน้ำนำขยะลอยเข้าสู่อุปกรณ์ดักจับขนาดใหญ่ […]