เครือข่ายเขตรักษาพันธุ์สัตว์กำลังช่วยให้ ปลา หลายชนิดในแม่น้ำโขงฟื้นตัวจากภัยคุกคาม

เขตรักษาพันธุ์ปลาในแม่น้ำช่วยฟื้นฟูปลาขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชาวประมงจำนวนมากพึ่งพาปลาจำนวนมหาศาลในระบบลำน้ำโขงมายาวนาน รวมทั้งชาวบ้านจากหมู่บ้าน Chnok Tru บนทะเลสาบโตนเลสาบ และในปัจจุบัน มีความพยายามหลายประการเพื่ออนุรักษ์สัตว์น้ำไว้สำหรับอนาคต ภาพถ่ายโดย DAVID GUTTENFELDER, AP/NAT GEO IMAGE COLLECTION


เครือข่ายเขตอนุรักษ์กำลังช่วยให้ปลาบึกและ ปลา ชนิดอื่นๆ ในแม่น้ำโขงรอดจากการทำประมงเข้มข้น และภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมอื่นๆ

แม้แม่น้ำเงาอยู่ใกล้กับชายแดนพม่า ซึ่งเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง มันกลับเป็นสถานที่หลบภัยอันสงบสุขสำหรับ ปลา กว่า 50 สายพันธุ์ โดยในปัจจุบัน พื้นที่แห่งนี้มีแหล่งสงวนพันธุ์ปลาของเอกชนกว่า 52 แห่ง

เมื่อ 5 ปีก่อน อารอน โคนิง (Aaron Koning) นักนิเวศวิทยาทางน้ำจากศูนย์แอตคินสันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนแห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University’s Atkinson Center for a Sustainable Future) ได้เริ่มวิจัยว่าเขตรักษาพันธุ์ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เพียงส่วนน้อยของแม่น้ำเหล่านี้ส่งผลอย่างไรต่อปลา เขาค้นพบว่า ที่จริงแล้ว ปลาทุกชนิดรู้เป็นอย่างดีว่าจะพึ่งพาเขตอนุรักษ์เหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งอาจทำให้พวกมันเพิ่มจำนวนขึ้นมาก จากผลการสำรวจเขตอนุรักษ์ราว 24 แห่งในแม่น้ำเงาระบุว่า ความหนาแน่นโดยเฉลี่ยของประชากรปลาภายในเขตอนุรักษ์เหล่านี้สูงกว่านอกเขตหลายเท่าตัว โดยเฉพาะสำหรับปลาขนาดใหญ่เช่นปลาอีกง (Long-Whiskered Catfish)

“ดูเหมือนว่าปลาเหล่านี้รู้ได้ว่าพวกมันจะถูกจับได้ในบริเวณใด” โคนิงกล่าว “หากคุณยืนอยู่ใกล้ๆ กับแนวแบ่งเขตของแหล่งอนุรักษ์ และมีปลาเห็นเงาของคุณ ปลาเหล่านั้นจะว่ายกลับเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์เอง”

โคนิงยังค้นพบอีกด้วยว่า หากประชากรปลาภายในเขตรักษาพันธุ์เริ่มหนาแน่นขึ้น ปลาขนาดเล็กจะเริ่มออกจากพื้นที่เหล่านั้นเพื่อไม่ให้ปลาขนาดใหญ่กว่ากินพวกมัน “โดยรวมแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าปลาในแม่น้ำแห่งนี้อาจมีจำนวนมากกว่าเมื่อ 15 ปีก่อน” เขากล่าว

นักวิทยาศาสตร์พยายามเรียนรู้เกี่ยวกับปลาพลวงฟ้า (Blue Mahseer) ซึ่งเป็นสปีชียส์สำคัญในภูมิภาคมากขึ้น ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK

แม้จะมีการศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ที่เขตคุ้มครองทางทะเลมีต่อการอนุรักษ์ปลามาอย่างยาวนาน กลับไม่มีการศึกษาถึงนี้ในพื้นที่น้ำจืดมากนัก แต่ในปัจจุบัน เหล่านักวิจัยค้นพบว่าปลาน้ำจืดอาจได้ประโยชน์จากพื้นที่คุ้มครองเหล่านี้ เช่นเดียวกับที่เหล่าสัตว์ทะเลได้จากพื้นที่คุ้มครอง และยังช่วยส่งเสริมการประมงน้ำจืดได้เพราะมีปลามากขึ้น เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งต้องพึ่งพาการประมงเพื่อความมั่นคงทางอาหาร แต่กลับมีจำนวนประชากรปลาที่ลดลงอย่างหนักเนื่องจากภัยคุกคามหลายรูปแบบ เช่นการประมงเกินขีดจำกัด (Overfishing)

“ในพื้นที่เสี่ยงอย่างลุ่มน้ำโขง แผนการอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพยังมีไม่มากพอ ทั้งที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มจำนวนปลาที่สำคัญทางเศรษฐกิจและใกล้สูญพันธุ์” เซบ โฮแกน (Zeb Hogan) นักสำรวจของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พิธีกรรายการโทรทัศน์ และนักชีววิทยาด้านปลาแห่งมหาวิทยาลัยเนวาดา รีโน (University of Nevada, Reno) ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย Wonders of Mekong ของ USAID กล่าว

โฮแกนเพิ่งเดินทางผ่านภูมิภาคแห่งนี้เพื่อศึกษาเขตอนุรักษ์ในระบบน้ำจืด “สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ แม้ไม่มีการวิจัยถึงพวกมันมากนัก แต่แหล่งอนุรักษ์ปลาน้ำจืดหลากหลายรูปแบบกำลังเป็นที่แพร่หลาย และอาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือการทำประมงในระยะยาวพร้อมกับคงความหลากหลายทางชีวภาพทางน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ” เขากล่าว

ปัจจัยของประสิทธิผล

เรามีพื้นที่คุ้มครองทางทะเลมากกว่าพื้นที่คุ้มครองในน้ำจืด และมีการใส่ใจพื้นที่ทางคุ้มครองทะเลเหล่านั้นเยอะกว่ามาก ทั้งที่บริเวณน้ำจืดมีสัตว์มีกระดูกสันหลังต่อหน่วยพื้นที่มากกว่า และมีสภาพย่ำแย่กว่าทะเล ในหลายพื้นที่ แม่น้ำเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเขตอุทยานแห่งชาติ และไม่ได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ นอกจากนี้ เขตรักษาพันธุ์ปลาน้ำจืดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักมีการบริหารอย่างไม่เป็นทางการ และมีขนาดเล็กกว่าเขตลักษณะเดียวกันในทะเลมาก เนื่องจากการประมงในภูมิภาคดังกล่าวมักเป็นการค้าขายระดับครัวเรือนซึ่งมีการจับปลาหลากหลายชนิด

กระนั้น “พื้นฐานด้านกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับเขตรักษาพันธุ์ปลาเหล่านี้” อีริน ลูรี่ (Erin Loury) ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ Fishbio และนักชีววิทยาด้านการประมง กล่าว ตัวอย่างเช่นการแก้กฎหมายการประมงของลาวเมื่อทศวรรษที่ 1990 ซึ่งทำให้เกิดการก่อตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์จำนวนมากในประเทศซึ่งไม่มีทางออกทะเลแต่เต็มไปด้วยแม่น้ำแห่งนี้ การสำรวจขององค์กรดังกล่าวระบุว่าประเทศนี้มีเขตอนุรักษ์สัตว์ในระดับชุมชนที่รัฐบาลรับรองกว่า 1,300 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์ในลาวมีประสิทธิภาพมากเพียงใด เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง “เราคิดว่าข้อบังคับมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์ แต่แน่นอนว่ายังมีช่องว่างให้เราศึกษาว่าเหตุใดเขตคุ้มครองเหล่านี้จึงได้ผล” ลูรี่กล่าว

สำหรับแม่น้ำเงา โคนิงพบว่ามีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการอนุรักษ์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ และขนาดของพื้นที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด “เราเห็นได้ว่ายิ่งเขตรักษาพันธุ์มีขนาดใหญ่เท่าใด เขตเหล่านั้นก็มีประโยชน์ต่อปลามากเท่านั้น” เขากล่าว ทั้งนี้ เขตรักษาพันธุ์ที่ตั้งอยู่ใกล้กันมีผลดีกว่าเขตที่อยู่ห่างกัน และยิ่งเขตอนุรักษ์อยู่ใกล้กับศูนย์กลางของหมู่บ้านเท่าไหร่ ชาวบ้านก็ยิ่งดูแลเขตเหล่านั้นได้ใกล้ชิดมากขึ้น และดีต่อปลาขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงมากขึ้นเท่านั้น

อายุของเขตรักษาพันธุ์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในแบบที่อาจไม่มีใครคาดคิด “เขตอนุรักษ์ที่เก่าแก่จะมีประชากรปลาภายในเขตและภายนอกเขตแทบไม่ต่างกัน” โคนิงกล่าว “นั่นคือเมื่อประชากรปลาในเขตอนุรักษ์หนาแน่นขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ปลาบางส่วนจะจะว่ายออกจากบริเวณนั้น” สิ่งดังกล่าวทำให้ชาวประมงได้รับประโยชน์เนื่องจากมันทำให้พวกเขามีปลานอกเขตอนุรักษ์ให้จับมากขึ้น

นอกจากนี้ ผลการวิจัยของโคนิงยังบอกเป็นนัยว่าเขตอนุรักษ์พันธุ์คุ้มครองปลาได้มากที่สุดในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นช่วงที่ปลาเสี่ยงต่อการถูกจับมากที่สุด เนื่องจากระดับน้ำที่ลดลง ซึ่งสิ่งนี้พบเห็นได้ทั้งในแม่น้ำขนาดเล็กอย่างแม่น้ำเงาและทะเลสาบขนาดใหญ่อย่าง โตนเลสาบ (Tonle Sap) ในกัมพูชา

โตนเลสาบ

หลังฤดูมรสุมผ่านพ้นไป ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้จะหดตัวในฤดูแล้ง แต่แม้ว่าทะเลสาบแห่งนี้เป็นแหล่งอาหารของชาวกัมพูชานับล้าน การประมงกลับทำให้ประชากรของปลาขนาดกลางและใหญ่จำนวนมากต้องเกือบสูญพันธุ์ รวมถึงปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) อย่างปลาบึก (Mekong Giant Catfish)

ในวันหนึ่งของเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งที่ระดับน้ำกำลังลดลง โฮแกนและเจ้าหน้าที่ประมงชาวกัมพูชาได้ตรวจเยี่ยมเขตรักษาพันธุ์ปลาซึ่งมีพื้นที่ราวร้อยละ 15 ของทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งมีการห้ามทำประมง ยกเว้นการจับปลาเพื่องานวิจัย

ในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ใช้แหสำหรับการทดลองในเขตรักษาพันธุ์แห่งหนึ่งเพื่อวัดความหนาแน่นของปลาในเขตรักษาพันธุ์ เมื่อดึงแหขึ้น เจ้าหน้าที่พบว่ามีปลาขนาดใหญ่หลายตัวติดขึ้นมาด้วย ทำให้โฮแกนกล่าวในภายหลังว่าความหนาแน่นของปลา “ ทำให้ผมตกตะลึงอย่างมาก” และการพบปลาขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า “พื้นที่รักษาพันธุ์เหล่านี้มีศักยภาพสำหรับการปกป้องปลาเหล่านี้ ซึ่งหลายชนิดได้หายไปจากบริเวณอื่นๆ แล้ว”

นอกจากการอนุรักษ์ปลา เขตรักษาพันธุ์เหล่านี้ยังช่วยส่งเสริมการประมง ซึ่งเป็นอาชีพสำหรับผู้คนกว่า 1.2 ล้านคนในบริเวณทะเลสาบนี้ งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Ecological Modelling ระบุว่าการอนุรักษ์พื้นที่ร้อยละ 50 ในโตนเลสาบช่วยสร้างประโยชน์อย่างมากต่อการประมงด้วยปรากฏการณ์ “บลูฮาโล” (Blue Halo Effect) ที่มวลชีวภาพซึ่งอยู่ในเขตคุ้มครองกระจายตัวออกไปยังพื้นที่ประมงซึ่งอยู่ติดกัน

“มันอาจดูขัดกับสามัญสำนึกที่ว่า หากจะเพิ่มปลาที่จับได้ ก็ต้องจำกัดการจับปลา แต่ในกรณีที่มีการทำประมงอย่างเข้มข้นขึ้น การลดการจับปลาลงหรือลดพื้นที่จับปลา จะช่วยเพิ่มทั้งปลาที่จับได้และกำไรมากขึ้น” ลี ฮันนาห์ (Lee Hannah) หัวหน้าทีมวิจัยและนักวิทยาศาสตร์อาวุโสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจาก Conservation International กล่าว

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าการห้ามทำประมงในบางพื้นที่อาจหมายถึงการจับปลาได้น้อยลงในช่วงแรก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับชาวบ้านที่จับปลาเพื่อยังชีพ “ครอบครัวและชุมชนที่ยากจนซึ่งต้องพึ่งพาการประมงเพื่อเลี้ยงชีพนั้นไม่สามารถลดการจับปลาในปัจจุบันเพื่อให้ปลาเพิ่มขึ้นในอนาคตได้” ฮันนาห์กล่าว พร้อมเสริมว่ารัฐบาล องค์การพัฒนาเอกชน และผู้บริจาคต้องช่วยให้ครอบครัวที่ยากจนผ่านช่วงอันยากลำบากเช่นนี้ไปได้”

ผู้พิทักษ์สัตว์ในชุมชน

ปัญหาอีกประการของการอนุรักษ์คือการบังคับใช้กฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่าการป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ในทะเลสาบขนาดใหญ่เช่นโตนเลสาบนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ โดย Hok Men An ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยรักษากฎหมายในพื้นที่ กล่าวว่าผู้ลักลอบจับปลามักแอบบุกรุกทะเลสาบในเวลากลางคืน และคาดว่าเจ้าหน้าที่ระงับเหตุดังกล่าวได้เพียงร้อยละ 70 เท่านั้น

ในแม่น้ำเงาในไทย ชาวบ้านมักเป็นฝ่ายดูแลเขตอนุรักษ์เหล่านั้น ซึ่งโคนิงกล่าวว่ามันทำให้งานอนุรักษ์ทำใด้ง่ายขึ้น “แทนที่จะมีผู้พิทักษ์ 5 คนลาดตระเวณแม่น้ำยาว 64 กิโลเมตร คุณจะมีชาวบ้าน 2,000 คนที่อยู่ในบริเวณตลอดเวลา” เขากล่าว “ชาวบ้านรู้สึกว่าแม่น้ำบางส่วนเป็นของเขา และเขาภาคภูมิใจสำหรับการช่วยดูแลปลาในบริเวณเหล่านั้น”

สำหรับพรรณี เพิ่มฉัตรชัย หนึ่งในชาวบ้านของบ้านแม่หลุย กล่าวว่าการจัดการเขตรักษาพันธุ์เป็นความรับผิดชอบอันศักดิ์สิทธิ์ “พระเจ้าสร้างปลาและบอกให้มนุษย์ดูแลพวกมัน” และเสริมว่าเมื่อเธอรู้สึกไม่สบายใจ เธอสามารถไปนั่งดูปลาที่สวยงามในแม่น้ำได้เสมอ “มันทำให้ฉันรู้สึกสงบ” เธอกล่าว

เรื่อง STEFAN LOVGREN


อ่านเพิ่มเติม ปลาพลวง ถั่วฝักยาว หรือ เสือโคร่งแห่งสายน้ำ 

 

เรื่องแนะนำ

ปักหมุดเพื่อไปต่อ ล้อหมุนสู่ความยั่งยืนที่จับต้องได้ของ Grab ประเทศไทย

“แกร็บทำเรื่องความยั่งยืนด้วยหรือ ?” เมื่อบริการจัดส่งต้องใช้พลังงานและพลาสติกมากมาย แกร็บจัดการเรื่องนี้อย่างไร? นี่คือคำถามแรกที่ผู้เขียนสงสัยเมื่อติดต่อกับทีมงานของแกร็บ ประเทศไทย เนื่องจากเป็นธุรกิจแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ซึ่งใช้ทรัพยากรด้านพลังงานสูง รวมทั้งบริการจัดส่งอาหารที่ขยายตัวแบบก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วจะปรับรูปแบบการทำธุรกิจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร? คำตอบอาจเริ่มต้นจากการเปิดใจรับฟังและเปิดกว้างสำหรับข้อมูลใหม่ๆ ทศวรรษแรกของแกร็บผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับการก้าวขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มทรงพลังในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันแกร็บดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปฟินส์ ไทย และเวียดนาม โดยมีศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีที่สำคัญในจีน สหรัฐอเมริกา อินเดีย และโรมาเนีย จากบริการด้านการขนส่ง ต่อยอดไปถึงบริการจัดส่งสินค้า อาหาร และผู้ช่วยอเนกประสงค์ มาวันนี้แกร็บก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเงินด้วย นับว่าเดินมาไกลกว่าจุดเริ่มต้นที่เรารู้จักพอสมควร วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการบริหาร แกร็บ ประเทศไทย เล่าเส้นทางของการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและมีธรรมภิบาลที่ดี (ESG) ให้เราฟังอย่างละเอียด ทั้งหลักยึดสำคัญที่ทุกประเทศที่แกร็บประกอบกิจการต้องปฏิบัติตาม รวมถึงโครงการต้นแบบที่โดดเด่นจากประเทศไทยที่ช่วยสร้างหมุดหมายใหม่ๆและทำให้การทำธุรกิจดูจะสนุกมากขึ้น เรียนรู้เรื่องของร้านข้าว คาร์บอนจากท่อไอเสีย และชีวิตที่ขึ้นของไรเดอร์ได้จากบทสัมภาษณ์นี้ ESG ในมุมของแกร็บเป็นอย่างไรและเริ่มต้นจากจุดไหน? ผมว่าคนยังสับสนระหว่างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) กับการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาล (ESG) นะ  บ้านเรามีบริษัทขนาดใหญ่เยอะ มีกำไรมากๆ แล้วเอาเงินไปบริจาคในโครงการอะไรสักอย่าง […]

เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนความเป็นกลางทางคาร์บอนของ Huawei

เมื่อไล่เรียงดูดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิอากาศโลกปี พ.ศ. 2564 (Global Climate Risk Index 2021) จะเห็นได้ว่าประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ 9 จาก 170 ประเทศทั่วโลก ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาคธุรกิจพลังงาน คมนาคมขนส่ง และกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งก่อให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเป็นอันดับต้น ๆ ของไทย เพื่อให้สอดรับกับแผนแม่บทความเป็นกลางทางคาร์บอนแห่งชาติ ที่ประเทศไทยได้นำเสนอและตั้งเป้าลดคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ รวมถึงลดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ร้อยละ 6 ต่อปี โดยบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด หนึ่งในอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยีมีเป้าหมายเช่นเดียวกัน หัวเว่ย คือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลกกว่า 170 ประเทศ ให้บริการผู้ใช้งานกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก โดยมีพันธกิจในการสร้างการเชื่อมต่อและเข้าถึงแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง เพื่อช่วยให้ทุกอุตสาหกรรมและองค์กรเดินหน้าสู่โลกอัจฉริยะ ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จึงนำไปสู่กลยุทธ์ทั้ง 4 ด้าน คือ ความเท่าเทียมทางด้านดิจิทัล ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศที่ดีต่อสุขภาพ ไปจนถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในข้อกำหนด SDGs […]

World Economic Forum กับความยั่งยืน ในวันที่สงครามบดบังความเป็นไปของสิ่งแวดล้อม

เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่อลหม่านและสับสนจนไม่รู้ว่าวาระไหนคือวาระใหญ่กันแน่ เพราะทุกเรื่องดูจะคอขาดบาดตายกันหมด ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤติเศรษฐกิจที่บอบช้ำจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่องหลายปี หรือสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนในยูเครน การประชุมใหญ่ประจำปีของ World Economic Forum เป็นอีกหนึ่งเวทีที่พอจะตอบคำถามนี้ได้ ผู้นำสูงสุดของเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ซีอีโอ ผู้บริหารจากกลุ่มผู้มั่งคั่ง 1% ของโลก ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดและจิตวิญญาณ กลุ่มคนรุ่นใหม่รวมทั้งนักเคลื่อนไหวทางสังคมนับพันคนจะรวมตัวกันทุกปีที่ Davos Congress Centre เมืองดาวอส เมืองตากอากาศเล่นสกีอันแสนจะเรียบง่ายทางภาคตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเวทีนี้จัดต่อเนื่องมายาวนานมากกว่า 50 ปีแล้ว ผู้เขียนในฐานะนักเขียนของ NG Thai และนักข่าวไทยเพียงรายเดียวที่ลากกระเป๋าเดินทางหนักอึ้งจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเดินว่อนในเมืองดาวอสเพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ปลายทางคือการค้นหาแรงบันดาลใจที่ตื่นเต้นจากวิถีของบุคคลระดับโลกที่มานั่งถกกันเพื่อร่วมกำหนดทิศทางนโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประชากรอีกหลายพันล้านคนบนดาวดวงนี้ และยินดีที่จะบอกเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย รวมทั้งความยั่งยืนที่จับต้องได้จากงานนี้ด้วยตัวเอง   สวิตเซอร์แลนด์เปิดประเทศ วิถีชีวิตเดิมที่ไม่เหมือนเดิม แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 จะ ’ดูเบาลง’ โดยเฉพาะในประเทศโลกตะวันตกที่ตอนนี้ไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องนี้เท่าไหร่แล้ว แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากนักว่าตอนนี้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ เพราะทางผู้จัดงานยังขอให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนส่งผลตรวจ RT-PCR ก่อนเข้าร่วมงาน 72 ชั่วโมง และต้องตรวจเชื้อโควิด-19 ก่อนรับบัตรเข้างานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ขณะที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของสวิตเซอร์แลนด์เอง (เดือนพฤษภาคม) ไม่ได้ขอให้ผู้เดินทางแสดงเอกสารใดๆเกี่ยวกับการรับวัคซีนหรือการรักษาโรคโควิต-19 ทั้งสิ้น เดินทางเข้าประเทศได้ตามปกติ […]

The Ocean Cleanup สตาร์ตอัปที่สร้างเรือดักเก็บขยะโซลาร์เซลล์ในเจ้าพระยาและทั่วโลก

The Ocean Cleanup สตาร์ตอัปที่ตั้งใจกวาดล้างขยะพลาสติกในมหาสมุทรทั่วโลก กับการเดินทางมาติดตั้งเรือดักเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันการเล็ดรอดของขยะลงสู่ท้องทะเล โบแยน สแลต (Boyan Slat) เพิ่งอายุ 18 ปี ตอนที่เขาเสนอแนวคิดกวาดล้างขยะพลาสติกในมหาสมุทร ที่งาน TEDx ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 2012 เขาเล่าถึง Great Pacific Garbage Patch แพขยะกลางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยพวกมันมีใหญ่กว่าขนาดของประเทศฝรั่งเศสถึง 3 เท่า และลอยอยู่ในน่านน้ำสากลห่างจากชายฝั่งที่ใกล้ที่สุด 1,000 ไมล์ ในท้องทะเลเวิ้งว้างที่ไม่มีประเทศใดเป็นเจ้าของ จากอิทธิพลของ Coriolis Force ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ส่งผลให้กระแสน้ำในมหาสมุทรหมุนวนรอบตัวเอง เกิดเป็นวงแหวนขนาดใหญ่ที่พัดขยะจำนวนมหาศาลมากองรวมกันเป็นแพขยะ เป็นเวลาหลายสิบปีนับจากการค้นพบ Great Pacific Garbage Patch พวกมันยังคงอยู่ที่เดิมและมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มีการคาดการณ์ว่าแพขยะยักษ์ใหญ่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกนี้ ต้องใช้เวลาเกือบ 80,000 ปี ในการย่อยสลายกว่าท้องทะเลบริเวณนี้จะกลับมาสะอาดอีกครั้ง สิ่งที่โบแยนนำเสนอ คือแนวคิดทำความสะอาด Great Pacific Garbage Patch โดยอาศัยการพัดพาของกระแสน้ำนำขยะลอยเข้าสู่อุปกรณ์ดักจับขนาดใหญ่ […]