เครือข่ายเขตรักษาพันธุ์สัตว์กำลังช่วยให้ ปลา หลายชนิดในแม่น้ำโขงฟื้นตัวจากภัยคุกคาม

เขตรักษาพันธุ์ปลาในแม่น้ำช่วยฟื้นฟูปลาขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชาวประมงจำนวนมากพึ่งพาปลาจำนวนมหาศาลในระบบลำน้ำโขงมายาวนาน รวมทั้งชาวบ้านจากหมู่บ้าน Chnok Tru บนทะเลสาบโตนเลสาบ และในปัจจุบัน มีความพยายามหลายประการเพื่ออนุรักษ์สัตว์น้ำไว้สำหรับอนาคต ภาพถ่ายโดย DAVID GUTTENFELDER, AP/NAT GEO IMAGE COLLECTION


เครือข่ายเขตอนุรักษ์กำลังช่วยให้ปลาบึกและ ปลา ชนิดอื่นๆ ในแม่น้ำโขงรอดจากการทำประมงเข้มข้น และภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมอื่นๆ

แม้แม่น้ำเงาอยู่ใกล้กับชายแดนพม่า ซึ่งเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง มันกลับเป็นสถานที่หลบภัยอันสงบสุขสำหรับ ปลา กว่า 50 สายพันธุ์ โดยในปัจจุบัน พื้นที่แห่งนี้มีแหล่งสงวนพันธุ์ปลาของเอกชนกว่า 52 แห่ง

เมื่อ 5 ปีก่อน อารอน โคนิง (Aaron Koning) นักนิเวศวิทยาทางน้ำจากศูนย์แอตคินสันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนแห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University’s Atkinson Center for a Sustainable Future) ได้เริ่มวิจัยว่าเขตรักษาพันธุ์ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เพียงส่วนน้อยของแม่น้ำเหล่านี้ส่งผลอย่างไรต่อปลา เขาค้นพบว่า ที่จริงแล้ว ปลาทุกชนิดรู้เป็นอย่างดีว่าจะพึ่งพาเขตอนุรักษ์เหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งอาจทำให้พวกมันเพิ่มจำนวนขึ้นมาก จากผลการสำรวจเขตอนุรักษ์ราว 24 แห่งในแม่น้ำเงาระบุว่า ความหนาแน่นโดยเฉลี่ยของประชากรปลาภายในเขตอนุรักษ์เหล่านี้สูงกว่านอกเขตหลายเท่าตัว โดยเฉพาะสำหรับปลาขนาดใหญ่เช่นปลาอีกง (Long-Whiskered Catfish)

“ดูเหมือนว่าปลาเหล่านี้รู้ได้ว่าพวกมันจะถูกจับได้ในบริเวณใด” โคนิงกล่าว “หากคุณยืนอยู่ใกล้ๆ กับแนวแบ่งเขตของแหล่งอนุรักษ์ และมีปลาเห็นเงาของคุณ ปลาเหล่านั้นจะว่ายกลับเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์เอง”

โคนิงยังค้นพบอีกด้วยว่า หากประชากรปลาภายในเขตรักษาพันธุ์เริ่มหนาแน่นขึ้น ปลาขนาดเล็กจะเริ่มออกจากพื้นที่เหล่านั้นเพื่อไม่ให้ปลาขนาดใหญ่กว่ากินพวกมัน “โดยรวมแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าปลาในแม่น้ำแห่งนี้อาจมีจำนวนมากกว่าเมื่อ 15 ปีก่อน” เขากล่าว

นักวิทยาศาสตร์พยายามเรียนรู้เกี่ยวกับปลาพลวงฟ้า (Blue Mahseer) ซึ่งเป็นสปีชียส์สำคัญในภูมิภาคมากขึ้น ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK

แม้จะมีการศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ที่เขตคุ้มครองทางทะเลมีต่อการอนุรักษ์ปลามาอย่างยาวนาน กลับไม่มีการศึกษาถึงนี้ในพื้นที่น้ำจืดมากนัก แต่ในปัจจุบัน เหล่านักวิจัยค้นพบว่าปลาน้ำจืดอาจได้ประโยชน์จากพื้นที่คุ้มครองเหล่านี้ เช่นเดียวกับที่เหล่าสัตว์ทะเลได้จากพื้นที่คุ้มครอง และยังช่วยส่งเสริมการประมงน้ำจืดได้เพราะมีปลามากขึ้น เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งต้องพึ่งพาการประมงเพื่อความมั่นคงทางอาหาร แต่กลับมีจำนวนประชากรปลาที่ลดลงอย่างหนักเนื่องจากภัยคุกคามหลายรูปแบบ เช่นการประมงเกินขีดจำกัด (Overfishing)

“ในพื้นที่เสี่ยงอย่างลุ่มน้ำโขง แผนการอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพยังมีไม่มากพอ ทั้งที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มจำนวนปลาที่สำคัญทางเศรษฐกิจและใกล้สูญพันธุ์” เซบ โฮแกน (Zeb Hogan) นักสำรวจของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พิธีกรรายการโทรทัศน์ และนักชีววิทยาด้านปลาแห่งมหาวิทยาลัยเนวาดา รีโน (University of Nevada, Reno) ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย Wonders of Mekong ของ USAID กล่าว

โฮแกนเพิ่งเดินทางผ่านภูมิภาคแห่งนี้เพื่อศึกษาเขตอนุรักษ์ในระบบน้ำจืด “สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ แม้ไม่มีการวิจัยถึงพวกมันมากนัก แต่แหล่งอนุรักษ์ปลาน้ำจืดหลากหลายรูปแบบกำลังเป็นที่แพร่หลาย และอาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือการทำประมงในระยะยาวพร้อมกับคงความหลากหลายทางชีวภาพทางน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ” เขากล่าว

ปัจจัยของประสิทธิผล

เรามีพื้นที่คุ้มครองทางทะเลมากกว่าพื้นที่คุ้มครองในน้ำจืด และมีการใส่ใจพื้นที่ทางคุ้มครองทะเลเหล่านั้นเยอะกว่ามาก ทั้งที่บริเวณน้ำจืดมีสัตว์มีกระดูกสันหลังต่อหน่วยพื้นที่มากกว่า และมีสภาพย่ำแย่กว่าทะเล ในหลายพื้นที่ แม่น้ำเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเขตอุทยานแห่งชาติ และไม่ได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ นอกจากนี้ เขตรักษาพันธุ์ปลาน้ำจืดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักมีการบริหารอย่างไม่เป็นทางการ และมีขนาดเล็กกว่าเขตลักษณะเดียวกันในทะเลมาก เนื่องจากการประมงในภูมิภาคดังกล่าวมักเป็นการค้าขายระดับครัวเรือนซึ่งมีการจับปลาหลากหลายชนิด

กระนั้น “พื้นฐานด้านกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับเขตรักษาพันธุ์ปลาเหล่านี้” อีริน ลูรี่ (Erin Loury) ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ Fishbio และนักชีววิทยาด้านการประมง กล่าว ตัวอย่างเช่นการแก้กฎหมายการประมงของลาวเมื่อทศวรรษที่ 1990 ซึ่งทำให้เกิดการก่อตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์จำนวนมากในประเทศซึ่งไม่มีทางออกทะเลแต่เต็มไปด้วยแม่น้ำแห่งนี้ การสำรวจขององค์กรดังกล่าวระบุว่าประเทศนี้มีเขตอนุรักษ์สัตว์ในระดับชุมชนที่รัฐบาลรับรองกว่า 1,300 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์ในลาวมีประสิทธิภาพมากเพียงใด เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง “เราคิดว่าข้อบังคับมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์ แต่แน่นอนว่ายังมีช่องว่างให้เราศึกษาว่าเหตุใดเขตคุ้มครองเหล่านี้จึงได้ผล” ลูรี่กล่าว

สำหรับแม่น้ำเงา โคนิงพบว่ามีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการอนุรักษ์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ และขนาดของพื้นที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด “เราเห็นได้ว่ายิ่งเขตรักษาพันธุ์มีขนาดใหญ่เท่าใด เขตเหล่านั้นก็มีประโยชน์ต่อปลามากเท่านั้น” เขากล่าว ทั้งนี้ เขตรักษาพันธุ์ที่ตั้งอยู่ใกล้กันมีผลดีกว่าเขตที่อยู่ห่างกัน และยิ่งเขตอนุรักษ์อยู่ใกล้กับศูนย์กลางของหมู่บ้านเท่าไหร่ ชาวบ้านก็ยิ่งดูแลเขตเหล่านั้นได้ใกล้ชิดมากขึ้น และดีต่อปลาขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงมากขึ้นเท่านั้น

อายุของเขตรักษาพันธุ์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในแบบที่อาจไม่มีใครคาดคิด “เขตอนุรักษ์ที่เก่าแก่จะมีประชากรปลาภายในเขตและภายนอกเขตแทบไม่ต่างกัน” โคนิงกล่าว “นั่นคือเมื่อประชากรปลาในเขตอนุรักษ์หนาแน่นขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ปลาบางส่วนจะจะว่ายออกจากบริเวณนั้น” สิ่งดังกล่าวทำให้ชาวประมงได้รับประโยชน์เนื่องจากมันทำให้พวกเขามีปลานอกเขตอนุรักษ์ให้จับมากขึ้น

นอกจากนี้ ผลการวิจัยของโคนิงยังบอกเป็นนัยว่าเขตอนุรักษ์พันธุ์คุ้มครองปลาได้มากที่สุดในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นช่วงที่ปลาเสี่ยงต่อการถูกจับมากที่สุด เนื่องจากระดับน้ำที่ลดลง ซึ่งสิ่งนี้พบเห็นได้ทั้งในแม่น้ำขนาดเล็กอย่างแม่น้ำเงาและทะเลสาบขนาดใหญ่อย่าง โตนเลสาบ (Tonle Sap) ในกัมพูชา

โตนเลสาบ

หลังฤดูมรสุมผ่านพ้นไป ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้จะหดตัวในฤดูแล้ง แต่แม้ว่าทะเลสาบแห่งนี้เป็นแหล่งอาหารของชาวกัมพูชานับล้าน การประมงกลับทำให้ประชากรของปลาขนาดกลางและใหญ่จำนวนมากต้องเกือบสูญพันธุ์ รวมถึงปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) อย่างปลาบึก (Mekong Giant Catfish)

ในวันหนึ่งของเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งที่ระดับน้ำกำลังลดลง โฮแกนและเจ้าหน้าที่ประมงชาวกัมพูชาได้ตรวจเยี่ยมเขตรักษาพันธุ์ปลาซึ่งมีพื้นที่ราวร้อยละ 15 ของทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งมีการห้ามทำประมง ยกเว้นการจับปลาเพื่องานวิจัย

ในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ใช้แหสำหรับการทดลองในเขตรักษาพันธุ์แห่งหนึ่งเพื่อวัดความหนาแน่นของปลาในเขตรักษาพันธุ์ เมื่อดึงแหขึ้น เจ้าหน้าที่พบว่ามีปลาขนาดใหญ่หลายตัวติดขึ้นมาด้วย ทำให้โฮแกนกล่าวในภายหลังว่าความหนาแน่นของปลา “ ทำให้ผมตกตะลึงอย่างมาก” และการพบปลาขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า “พื้นที่รักษาพันธุ์เหล่านี้มีศักยภาพสำหรับการปกป้องปลาเหล่านี้ ซึ่งหลายชนิดได้หายไปจากบริเวณอื่นๆ แล้ว”

นอกจากการอนุรักษ์ปลา เขตรักษาพันธุ์เหล่านี้ยังช่วยส่งเสริมการประมง ซึ่งเป็นอาชีพสำหรับผู้คนกว่า 1.2 ล้านคนในบริเวณทะเลสาบนี้ งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Ecological Modelling ระบุว่าการอนุรักษ์พื้นที่ร้อยละ 50 ในโตนเลสาบช่วยสร้างประโยชน์อย่างมากต่อการประมงด้วยปรากฏการณ์ “บลูฮาโล” (Blue Halo Effect) ที่มวลชีวภาพซึ่งอยู่ในเขตคุ้มครองกระจายตัวออกไปยังพื้นที่ประมงซึ่งอยู่ติดกัน

“มันอาจดูขัดกับสามัญสำนึกที่ว่า หากจะเพิ่มปลาที่จับได้ ก็ต้องจำกัดการจับปลา แต่ในกรณีที่มีการทำประมงอย่างเข้มข้นขึ้น การลดการจับปลาลงหรือลดพื้นที่จับปลา จะช่วยเพิ่มทั้งปลาที่จับได้และกำไรมากขึ้น” ลี ฮันนาห์ (Lee Hannah) หัวหน้าทีมวิจัยและนักวิทยาศาสตร์อาวุโสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจาก Conservation International กล่าว

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าการห้ามทำประมงในบางพื้นที่อาจหมายถึงการจับปลาได้น้อยลงในช่วงแรก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับชาวบ้านที่จับปลาเพื่อยังชีพ “ครอบครัวและชุมชนที่ยากจนซึ่งต้องพึ่งพาการประมงเพื่อเลี้ยงชีพนั้นไม่สามารถลดการจับปลาในปัจจุบันเพื่อให้ปลาเพิ่มขึ้นในอนาคตได้” ฮันนาห์กล่าว พร้อมเสริมว่ารัฐบาล องค์การพัฒนาเอกชน และผู้บริจาคต้องช่วยให้ครอบครัวที่ยากจนผ่านช่วงอันยากลำบากเช่นนี้ไปได้”

ผู้พิทักษ์สัตว์ในชุมชน

ปัญหาอีกประการของการอนุรักษ์คือการบังคับใช้กฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่าการป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ในทะเลสาบขนาดใหญ่เช่นโตนเลสาบนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ โดย Hok Men An ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยรักษากฎหมายในพื้นที่ กล่าวว่าผู้ลักลอบจับปลามักแอบบุกรุกทะเลสาบในเวลากลางคืน และคาดว่าเจ้าหน้าที่ระงับเหตุดังกล่าวได้เพียงร้อยละ 70 เท่านั้น

ในแม่น้ำเงาในไทย ชาวบ้านมักเป็นฝ่ายดูแลเขตอนุรักษ์เหล่านั้น ซึ่งโคนิงกล่าวว่ามันทำให้งานอนุรักษ์ทำใด้ง่ายขึ้น “แทนที่จะมีผู้พิทักษ์ 5 คนลาดตระเวณแม่น้ำยาว 64 กิโลเมตร คุณจะมีชาวบ้าน 2,000 คนที่อยู่ในบริเวณตลอดเวลา” เขากล่าว “ชาวบ้านรู้สึกว่าแม่น้ำบางส่วนเป็นของเขา และเขาภาคภูมิใจสำหรับการช่วยดูแลปลาในบริเวณเหล่านั้น”

สำหรับพรรณี เพิ่มฉัตรชัย หนึ่งในชาวบ้านของบ้านแม่หลุย กล่าวว่าการจัดการเขตรักษาพันธุ์เป็นความรับผิดชอบอันศักดิ์สิทธิ์ “พระเจ้าสร้างปลาและบอกให้มนุษย์ดูแลพวกมัน” และเสริมว่าเมื่อเธอรู้สึกไม่สบายใจ เธอสามารถไปนั่งดูปลาที่สวยงามในแม่น้ำได้เสมอ “มันทำให้ฉันรู้สึกสงบ” เธอกล่าว

เรื่อง STEFAN LOVGREN


อ่านเพิ่มเติม ปลาพลวง ถั่วฝักยาว หรือ เสือโคร่งแห่งสายน้ำ 

 

เรื่องแนะนำ

เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

โลกไร้ขยะฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ซ้ำอย่างไม่สิ้นสุด เป็นความหวังของธุรกิจและนักสิ่งแวดล้อม แต่เราจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้ไหม หรืออันที่จริงต้องบอกว่า เราไม่ทำได้ด้วยหรือ

เนเธอร์แลนด์: ชาติจิ๋วแต่แจ๋ว เลี้ยงคนทั้งโลก

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรหนาแน่น โดยมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 500 คนต่อตารางกิโลเมตร และแทบไม่มีทรัพยากรทว่าพวกเขากลับเป็นผู้ส่งออกอาหารมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกเมื่อวัดจากมูลค่า เนเธอร์แลนด์ทำได้อย่างไร?

ชิ้นส่วนแห่งความแตกต่าง: กระบวนการฟื้นชีวิตเศษผ้าสู่สินค้าหรูในจีน

Wei Daxun นักแสดงและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และ Hannah Reyes Morales ช่างภาพ อยู่ที่เมืองกานโจว ประเทศจีน เพื่อดูว่ามีการนำ เศษผ้า ที่เหลือทิ้งจากการผลิตมาใช้และเปลี่ยนเป็นสินค้าใหม่อีกครั้งได้อย่างไร ความยั่งยืนคือประเด็นที่โลกแฟชั่นจำเป็นต้องเดินตาม และแบรนด์หรูอย่างปราดา (Prada) ก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ผ่านโครงการ “ใช้ไนลอนอีกครั้ง” (Re-Nylon Project) ที่ปราดาร่วมมือกับโครงการอัพไซเคิล (Upcycle – การเปลี่ยนวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้มีคุณภาพดีกว่าเดิม) ทั่วโลก เพื่อเปลี่ยน เศษผ้า เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต ตั้งแต่พรมเก่าไปจนถึงแหตกปลา ให้เป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้ามากถึง 1 ใน 3 จากจำนวนราวแสนล้านชิ้นที่ผลิตขึ้นมาบนโลกทุกปี พาราวิน (Parawin) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานที่ผลิตเสื้อผ้าเหล่านั้น ตั้งอยู่ชานเมืองกานโจว มณฑลเจียงซี ทางตอนใต้ของประเทศจีน ดูเผินๆ โรงงานนี้เหมือนโรงงานผลิตเสื้อผ้าแห่งอื่นๆของประเทศจีน แต่ความจริงแล้ว โรงงานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการต้นแบบที่จะทำให้สินค้าแฟชั่นมีความยั่งยืนมากขึ้น แม้กานโจวจะไม่ใช่หนึ่งในเมืองใหญ่ของจีน ด้วยจำนวนประชากรเพียง 1.2 ล้านคน แต่เมืองก็เต็มไปด้วยตึกระฟ้ากระจายเป็นหย่อมๆ เครนก่อสร้างแขวนอยู่ตามตึกที่กำลังก่อสร้างมากมาย เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของเมืองซึ่งเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 12.5 ต่อปี […]

การปกป้องป่า คือสิ่งจำเป็นเพื่อโลกที่ยั่งยืนในอนาคต

หมู่บ้าน Mian Gu ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Nu ของประเทศจีน เป็นโครงการสร้างบ้านของรัฐบาลที่ออกแบบเพื่อจูงใจประชาชนที่อาศัยอยู่บนภูเขาให้ย้ายลงมาที่แม่น้ำเพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า ภาพถ่ายโดย ADAM DEAN, NAT GEO IMAGE COLLECTION เมื่อปีที่แล้ว ยูเอ็นได้เตือนให้ระวังวิกฤตภูมิอากาศที่ใกล้เข้ามา ในปีนี้ ยูเอ็นวิงวอนให้ อนุรักษ์ป่า ไว้ก่อนจะสายเกินไป รายงานจาก คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ (The United Nation’s Intergovernmental Panel on Climate Change – IPCC) ซึ่งเผยแพร่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนวิธีการจัดการที่ดินของโลกอย่างรวดเร็วและเร่งด่วน เดบราห์ ลอว์เรนซ์ (Deborah Lawrence) นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ต้องมีการใช้กลยุทธ์ที่ยั่งยืนซึ่งจัดการปัญหาได้ตรงเป้าและส่งผลกระทบได้อย่างกว้างขวาง “การเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศเป็นภัยคุกคาม เราต้องหาหนทางที่เป็นไปได้ในทุกแง่มุมเพื่อจัดการกับมัน” เดบราห์ กล่าว ในรายงานของ IPCC มีเนื้อหาเกี่ยวกับคำแนะนำว่าทั้งประชาชน นักวิทยาศาสตร์ และผู้กำหนดนโยบาย ควรกำหนดความสำคัญอย่างไร และนี่คือหัวข้อสำคัญในคำแนะนำดังกล่าว การปรับปรุงยกเครื่องระบบการผลิตอาหารครั้งใหญ่ของมนุษย์เป็นเรื่องที่จำเป็น โดยในรายงานกล่าวว่า ปัญหาสภาวะภูมิอากาศสุดขั้วเช่น […]