วอลโว่ คาร์ส และเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2040 - National Geographic Thailand

วอลโว่ คาร์ส และเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2040

ถ้าคุณรู้ตัวว่าสิ่งที่คุณทำส่งผลกระทบต่อโลกคุณจะทำอย่างไร

จากข้อมูลล่าสุดในแต่ละปีกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวันหรือในกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ 51,000 ล้านตัน (ซึ่งเรามักเรียกคาร์บอนแทนเพราะ คาร์บอนไดออกไซด์มีองค์ประกอบมากที่สุดและค้างอยู่ในชั้นบรรยากาศนานที่สุด) ในส่วนของกิจกรรมการเดินทางของเรารับผิดชอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไป 16% หรือราว 8,200 ล้านตันต่อปี แม้การใช้พาหนะบุคคลไม่ได้แทนค่าการเดินทางทั้งหมดของเรา แต่บรรดาอุตสาหกรรมรถยนต์ก็รู้ดีว่าพวกเขาคือส่วนสำคัญ หากปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่ต้นทาง ปลายทางที่ผู้ขับขี่บนท้องถนนก็สามารถมีส่วนช่วยลดภาระต่อโลกได้เช่นกัน

แต่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ได้เพียงพูดถึงก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่หมายถึงองค์รวมทั้งหมดของความยั่งยืน ที่อุตสาหกรรมต่างๆ นำไปปรับใช้ให้งานของพวกมีส่วนช่วยโลกให้ดีขึ้นได้ในมิติต่างๆ

วอลโว่ คาร์ส ได้ตั้งเป้าหมายสู่ความเป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศ (Neutral Climate Company) มุ่งมั่นลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในทุกภาคส่วนของธุรกิจ ภายในปี ค.ศ. 2040 สอดคล้องกับความตกลงปารีส (Paris Agreements)  ซึ่งเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้เพิ่งเกิดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เกิดขึ้นมานานแล้วหลายสิบปี

Volco Car

ก่อนหน้าที่ความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นกระแสหลัก วอลโว่ คาร์ส คำนึงถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในยุค ค.ศ.1940s โดยมีความคิดเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วยการตั้งโรงงานเรโนเวทเกียร์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 แลกเปลี่ยนอะไหล่ในอุตสาหกรรมรถยนต์จนขยายเป็นองค์ความรู้ในการผลิตใหม่เพื่อยืดอายุการใช้ทรัพยากรให้ยาวนานออกไป

ในปี ค.ศ. 1972 Pehr G. Gyllenhammar ซีอีโอของวอลโว่ คาร์ส ในขณะนั้น ตระหนักดีว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ส่งผลกระทบด้านลบต่อโลก เขาจึงประกาศความตั้งใจที่จะทำธุรกิจที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และแนวทางดังกล่าวแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งด้านนวัตกรรม และการสร้างห่วงโซ่คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมกับซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนี่ไม่ใช่เป็นเพียง “เรื่องดีที่จะทำ” แต่เป็น “สิ่งที่ต้องทำ” เพราะนี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยปกป้องโลกไว้ได้ และการดำเนินธุรกิจที่ลดภาระต่อโลก ต้องอาศัยทั้งความแน่วแน่ การลงทุน และการสร้างกรอบการทำงานที่ชัดเจน

3 แนวทางอุตสาหกรรมรถยนต์จะลดภาระให้กับโลกได้อย่างไร

กรอบความยั่งยืนของวอลโว่ คาร์ส ยืนอยู่บน 3 แนวทางหลักคือ สภาพภูมิอากาศ (Climate) ก๊าซเรือนกระจกที่ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศคือตัวการสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งต้องทำทั้งการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิลสู่การใช้พลังงานสะอาด ทรัพยากร (Resources) ทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัดทำให้ต้องมีการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และพยายามหาทางใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้มากที่สุด ตั้งแต่วัสดุจนถึงโรงงานผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ ผู้คน (People) เพราะสิ่งสำคัญขององค์กรคือ ผู้คน วอลโว่ คาร์ส ออกแบบทุกสิ่งโดยคำนึงถึงมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เคารพสิทธิมนุษยชน สวัสดิภาพความปลอดภัยของคนทำงาน ขณะเดียวกันก็พัฒนาศักยภาพในการทำงานไปพร้อมกัน

การบริหารจัดการเรื่องสภาพภูมิอากาศและทรัพยากรเป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงสัมพันธ์กัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่ที่มาของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ โรงงานผลิตในยุโรปของ วอลโว่ คาร์ส ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานน้ำเพียงอย่างเดียว รวมถึงการบริหารจัดการเพื่อใช้พลังงานหมุนเวียนในโรงงานด้วย มีการหานวัตกรรมเพื่อสร้างกระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังคงประสิทธิภาพที่ดี จนในที่สุด ก็ได้มีโรงงานผลิตแห่งแรกที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ทั้งระบบ ปี ค.ศ. 2018 ที่เมือง Skövde ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นโรงงานที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ไม่กี่แห่งในยุโรป โดยมีแผนที่จะขยายกระบวนการต่อไปยังโรงงานอื่นๆ ด้วย

แผนที่จะนำไปสู่ความเป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2040 ไม่ใช่เรื่องที่จะเปลี่ยนผ่านได้ง่าย ในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะมีความซับซ้อนทั้งเรื่องแบตเตอรี่และชิ้นส่วนรถยนต์ ที่มีซัพพลายเออร์เกี่ยวข้องมากมาย การใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบจึงเป็นแนวคิดหลัก ปฏิเสธไม่ได้ว่าการผลิตรถยนต์ต้องใช้วัสดุจากธรรมชาติหลายอย่างที่มีจำกัดและมีโอกาสขาดแคลนได้ในอนาคตอันใกล้ บริษัทผลิตรถยนต์จึงต้องมองกันยาวๆ ในการเลือกที่จะสร้างนวัตกรรมการขับขี่ขึ้นมาสักอย่าง ต้องคิดถึงทรัพยากรที่เกี่ยวข้องรอบด้าน สร้างมาตรฐานให้ซัพพลายเออร์ตลอดกระบวนการมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกัน

การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนและทดแทนได้คือทางออกหลักที่ทางบริษัทใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาประสิทธิภาพด้านคุณภาพและต้นทุน ซึ่งไม่เพียงดีต่อบริษัทเอง ยังดีต่อผู้ใช้รถยนต์อีกด้วย

ก้าวหนึ่งที่น่าสนใจคือ การยืดอายุวัสดุเหลือทิ้งให้วนกลับมามีชีวิตใหม่และจับต้องได้จริง

วัสดุในการผลิตรถยนต์คือปัจจัยสำคัญ ที่วอลโว่ คาร์ส วางแผนการใช้วัสดุหมุนเวียนเข้าไปในองค์ประกอบต่างๆ ของรถยนต์ โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี ค.ศ. 2025 พลาสติกที่ใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ของวอลโว่ คาร์ส 25 % ต้องมาจากวัสดุรีไซเคิล

เมื่อตั้งเป้าแล้วก็ต้องไปให้ถึง 2 ปีที่แล้ว วอลโว่ คาร์ส ได้ทดลองการใช้วัสดุรีไซเคิลกับรถรุ่น XC60 ซึ่งมีพลาสติกหลายส่วนทำจากวัสดุรีไซเคิล เช่น คอนโซลทำจากเส้นใยและพลาสติกที่รีไซเคิลจากแหอวนและเชือกการประมง ซึ่งเป็นขยะทะเล ส่วนพื้นก็ใช้วัสดุรีไซเคิลจากขวดน้ำพลาสติกผสมกับเศษผ้าเหลือใช้จากอุตสาหกรรมผ้า พลาสติกรีไซเคิลยังผสานอยู่ใต้เบาะโดยสาร และวัสดุของเบาะโดยสารในวอลโว่รุ่นเก่ายังสามารถนำมาปรับสภาพเพื่อใช้ผลิตวัสดุซับเสียงที่อยู่ใต้ฝากระโปรงหน้าได้อีกด้วย ซึ่งนี่คือตัวอย่างของการปรับใช้วัสดุรีไซเคิลเพื่อนำมาใช้ในการประกอบรถยนต์ เพิ่มการหมุนเวียนวัสดุเพื่อนำมาใช้ใหม่ 

วอลโว่ คาร์ส จริงจังกับการใช้ทรัพยากรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยหลักการหมุนเวียนควบคู่กับการจัดการแบบ zero waste คือไม่ให้มีขยะเหลือทิ้ง โรงงานของวอลโว่ คาร์ส จึงไม่เพียงแต่ทำการผลิตใหม่ แต่ยังมีการผลิตซ้ำ ที่แปรสภาพของใช้งานแล้วให้กลับมาใช้ใหม่ ยืดอายุวัสดุ รวมถึงสถานที่จัดการขยะเหลือใช้แบบไร้ขยะ ซึ่งกำลังทยอยสร้างให้เกิดขึ้นในโรงงานงานผลิตในหลายๆ แห่ง

ผู้คนคือกลไกสำคัญ

สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยของพนักงานคือมาตรฐานที่ต้องมี ที่นี่มีเป้าหมายในการรักษาสถิติอุบัติเหตุในโรงงานให้เป็นศูนย์ นอกจากสวัสดิภาพด้านความปลอดภัยและสุขภาวะแล้ว ในโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงเร็วทั้งเทคโนโลยีและทักษะอนาคต ต้องมีทั้งการ Upskill, Reskill, Relearn จึงมีการอบรมและกิจกรรมที่จะพัฒนาทักษะที่จำเป็นสม่ำเสมอ ในขณะเดียวกันก็เปิดกว้างความแตกต่างหลากหลาย ไม่ว่าเพศ สีผิว เชื้อชาติใดก็ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม และมีความเคารพซึ่งกันและกัน 

ผู้คนคือกลไกสำคัญ พนักงานของวอลโว่ คาร์ส และผู้คนที่เกี่ยวข้องทุกกระบวนการทั้งพาร์ทเนอร์และซัพพลายเออร์ทำงานอยู่บนจิตสำนึกของการมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ต่อสังคม ต่อสิ่งแวดล้อม และต่อโลก ด้วยการสร้างคุณค่าที่อยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน วอลโว่ คาร์ส ให้ความสำคัญต่อบทบาทของมนุษย์ที่ไม่เพียงแต่บทบาทต่อหน้าที่ในองค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทอื่นๆ ในชีวิต และครอบครัว เช่น สิทธิการลาคลอดเพื่อดูแลบุตรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้หญิง คุณพ่อก็สามารถลาไปทำหน้าที่นี้ได้เช่นกัน บทบาทในชุมชน บทบาทในฐานะพลเมืองก็สำคัญ บริษัทสนับสนุนให้พนักงานไปทำกิจกรรมเพื่อสังคมได้ ทั้งเพื่อการศึกษา การให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง เรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงการกุศลเพื่ออุบัติภัยต่างๆ 

การดูแลพนักงานด้วยสวัสดิการที่เอื้อให้ทุกคนรู้สึกถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์เหล่านี้ ช่วยให้วอลโว่ คาร์ส เดินหน้าในฐานะองค์กรที่มีความรับผิดชอบได้เต็มที่ เพราะบทบาทความยั่งยืนไม่ได้ดูแลแค่สภาพภูมิอากาศ แต่ยังรวมถึงการสร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตให้กับมนุษย์ด้วย

การดำเนินธุรกิจที่เติบโตอยู่บนเส้นทางที่ไม่สร้างภาระให้กับโลก จึงต้องคิดถึงในทุกมิติรอบด้าน และนี่คือสิ่งที่วอลโว่ คาร์ส เลือกทำในวันนี้ เพื่อโลกที่ดีขึ้นในอนาคต 


อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายเปลี่ยนโลก ค้นหาแนวทางความยั่งยืนผ่านมุมมอง 3 ช่างภาพชื่อดัง

เรื่องแนะนำ

Copenhagen เมืองที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากโรงเผาขยะที่สะอาดและสนุกที่สุดในโลก

โคเปนเฮเกน เส้นทางสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในปี 2025 ด้วยการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และ CopenHill โรงงานผลิตพลังงานจากขยะที่ปลอดมลพิษที่สุดในโลก ทุกวันนี้ เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ประชากรโลกจำนวนมากกว่าครึ่งอาศัยอยู่ในเขตเมือง ภายใน ค.ศ. 2050 การอพยพย้ายถิ่นฐานจากชนบท จะทำให้ตัวเลขประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง เพิ่มขึ้นเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ โจทย์ท้าทายที่สุดที่มนุษย์กำลังเผชิญคือ เราจะสร้างเมืองที่รองรับคนจำนวนมหาศาล ไปพร้อมกับการเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ภายใต้วิกฤติโลกร้อน ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เมืองต้องสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาและส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติไปยังลูกหลานในอนาคต โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก คือหนึ่งในเมืองที่วางแผนรับมือเรื่องความยั่งยืนได้ล้ำหน้าที่สุดในโลก เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจนโยบายและการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับผู้คนและโลก ทั้งความตั้งใจจะเป็นเมืองที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ ภายใน ค.ศ. 2025 จนถึงการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และล่าสุด CopenHill โรงงานผลิตพลังงานจากขยะที่ใหญ่ที่สุดและสะอาดที่สุดที่มนุษย์เคยสร้าง 01 ขับเคลื่อนเมืองด้วยศูนย์คาร์บอน 2 ใน 3 ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ หนึ่งในก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อนมาจากกิจกรรมในเมือง ตัวเลขชี้วัดปริมาณนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อคนย้ายเข้ามาอาศัยในเมืองมากขึ้น กิจกรรมต่าง ๆ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรที่จะมาหล่อเลี้ยงเมือง ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย […]

แนวทางการผลิตอาหารในแบบที่ไม่ทำลายโลก

เนื่องด้วยโลกจะมีประชากรถึงหนึ่งหมื่นล้านคนในปี 2050 จึงมีงานวิจัยชิ้นใหม่ที่เสนอแนวทางว่าเราจะมี การผลิตอาหาร เลี้ยงประชากรโลกให้เกิดความยั่งยืนได้อย่างไร งานวิจัยใหม่เผยว่า ในปี 2050 มีการคาดการณ์ว่าโลกจะมีประชากรราวหนึ่งหมื่นล้านคน จึงต้องมีการรับประกันว่าโลกจะมีอาหารที่ทำให้สุขภาพดี ซึ่งจะทำให้ผู้คนอยู่อาศัยนั้นดีขึ้นตามไปด้วย เพื่อการนี้ โลกต้องมีการเปลี่ยนวิธีการทำฟาร์มและวิธี การผลิตอาหาร ครั้งใหญ่ “มีวิธีการที่เราจะบรรลุเป้าหมายนี้ แต่ความท้าทายนั้นใหญ่หลวงกว่าที่เราคิด” Richard Waite แห่งสถาบันทรัพยากรโลก (World Resource Institute – WRI) และผู้เขียนร่วมรายงานที่ชื่อว่า การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของอาหาร (Creating A Sustainable Food Future: Final Report) การทำเกษตรกรรมใช้พื้นที่ที่สามารถเพาะปลูกได้ถึงครึ่งหนึ่งบนโลก และการเกษตรกรรมยังใช้น้ำมากถึงร้อยละ 90 จากจำนวนการบริโภคโดยมนุษย์ทั้งหมด นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนถึงหนึ่งในสี่อยู่ทุกปี อย่างไรก็ตาม ในจำนวนประชากรกว่าเจ็ดพันล้านคนที่อาศัยอยู่บนโลกขณะนี้ มีคนอยู่ราว 820 ล้านคนที่อยู่ในภาวะขาดสารอาหาร เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงหรือได้รับอาหารอย่างเพียงพอ “เราต้องผลิตอาหารเพิ่มให้ร้อยละ 30 ในพื้นที่เดียวกันนี้ หยุดการทำลายป่า และลดการปล่อยคาร์บอนที่มาจากการผลิตอาหารให้ได้สองในสาม” Waite กล่าว “เพื่อที่จะไม่ให้ที่ดินต้องเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่การเกษตรมากกว่านี้ ต้องมีการปรับปรุงคุณภาพของการเลี้ยงสัตว์ และมีการจัดการทุ่งเลี้ยงสัตว์ที่ดีกว่านี้ […]

แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนของเอสซีจี กับการลดโลกร้อนและเป้าหมาย Net Zero 2050

เนื่องจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงวิถีการบริหารจัดการทั้งด้านสังคม การบริหารธุรกิจ แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงเป็นหนึ่งกลไกที่รัฐบาล และภาคเอกชน ได้นำมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างโอกาสทางนวัตกรรมที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในระบบเศรษฐกิจแบบเส้นตรง วัตถุดิบที่มาจากทรัพยากรธรรมชาติถูกผลิตขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ และถูกกำจัดทิ้งเมื่อเสร็จสิ้นการใช้ประโยชน์ ในทางกลับกัน ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมีเป้าหมายเพื่อปิดช่องว่างระหว่างการกระบวนการผลิตและวัฏจักรของระบบนิเวศตามธรรมชาติ ซึ่งมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งในวัฏจักรนี้ด้วย World Economic Forum นิยามเศรษฐกิจหมุนเวียน ว่าเป็นระบบอุตสาหกรรมที่ได้รับการบูรณะ หรือสร้างใหม่ อย่างมีเจตนาร่วมกับการออกแบบ โดยเข้ามาแทนที่แนวคิดเรื่องหมดอายุการใช้งานด้วยการฟื้นฟู เปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน ขจัดการใช้สารเคมีที่เป็นพิษ ซึ่งทำให้เกิดการนำกลับมาใช้ซ้ำ และเข้าสู่นิเวศการผลิตอีกครั้ง และมีเป้าหมายเพื่อกำจัดของเสียผ่านการออกแบบวัสดุ ผลิตภัณฑ์ ระบบ รวมไปถึงแผนธุรกิจ ในประเทศไทย รัฐบาลได้พยายามผลักดันนโยบายเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่าน BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) BCG Economy  เป็นโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นแนวคิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนให้กับ 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curves) ได้แก่ […]

Go Electric และ Go Green กลยุทธ์ความยั่งยืนของ ปตท. ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทย

ปตท. กำหนดแผนกลยุทธ์ Go Electric และ Go Green วางทิศทางธุรกิจรองรับการผลิตพลังงานสะอาดและเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตสำหรับประเทศไทย การตื่นตัวเรื่องมลพิษและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ทำให้ความต้องการยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) ในตลาดโลกเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับการขยับตัวของรัฐบาลทั่วโลก ในการออกนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าคือยานยนต์แห่งอนาคต และขณะนี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด ในขณะเดียวกัน ‘ธุรกิจพลังงาน’ ก็เป็นอีกปัจจัยหลักที่จะส่งเสริมให้การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างแข็งแรง ดังนั้นนอกจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยที่ต้องปรับตัวแล้ว ‘ธุรกิจพลังงาน’ ในไทยก็ต้องปรับเปลี่ยน เพื่อเติบโตไปพร้อมความเปลี่ยนแปลงของโลกเช่นกัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมในการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย  จึงมีการกำหนดแผนกลยุทธ์ชัดเจนเพื่อวางทิศทางธุรกิจ รองรับการผลิตพลังงานสะอาดและเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต “เทรนด์พลังงานในอนาคต จะมุ่งไป 2 เรื่อง คือ Go Electric และ Go Green” อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าว ดังนั้นในอนาคต นอกจาก ปตท. จะต่อยอดการเติบโตในธุรกิจหลักอย่างปิโตรเคมีแล้ว […]