ดอยหลวงเชียงดาว เทือกเขาหินปูนที่มีประวัติมาอย่างยาวนานคู่เมืองเชียงใหม่

ดอยหลวงเชียงดาว ขุนเขาแห่งสรวงสวรรค์

ดอยหลวงเชียงดาว ยอดเขาที่ไม่ต้องการผู้พิชิต

ดอยหลวงเชียงดาว เป็นยอดเขาที่นักท่องเที่ยวสายผจญภัยอยากไปเยี่ยมชมมากแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทัศนียภาพยามเช้าที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอก คือรางวัลที่ขุนเขายิ่งใหญ่แห่งนี้มอบให้แก่ผู้มาเยือน ดอยหลวงเชียงดาวมีความสูงราว ๆ 2,225 เมตร จากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ได้เดินเท้าขึ้นไปสัมผัสความสวยงามของยอดเขาแห่งนี้ ซึ่งตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ป่านานาพรรณ บางชนิดพันธุ์เป็นพืชที่พบได้เฉพาะบนดอยหลวงเชียงดาวเท่านั้น นอกจากพันธุ์พืชที่น่าสนใจแล้ว ยังมีพันธุ์สัตว์ป่าที่หาชมได้ยาก เช่น เลียงผา และนกเฉพาะถิ่นนานาชนิด

ดอกขาวปั้น, ดอยหลวงเชียงดาว, เชียงดาว, เชียงใหม่, ท่องเที่ยว
ดอกขาวปั้น หนึ่งในดอกไม้ป่าที่พบบนดอยหลวงเชียงดาว ชูช่อต้อนรับผู้มาเยือนด้วยช่อดอกสีขาวอมชมพู

บนยอดดอยสามารถมองเห็นวิวของทะเลหมอกได้อย่างสวยงามอลังการสุดๆ เหมือนกับว่าเรายืนอยู่บนสายหมอกเลยทีเดียว เทศกาลท่องเที่ยวดอยหลวงเชียงดาว 2561-2562 อยู่ระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หลังจากนั้นจะปิดเส้นทางเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว โทรศัพท์ 0-5345-6623 หรือ 08 1111 6203 และเฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ดอยหลวงเชียงดาว, เชียงดาว, เชียงใหม่, เขาหินปูน, ยอดดอย
ยอดดอยหลวงเชียงดาวยามสาย ปกคลุมด้วยเงาของปุยเมฆ บนยอดดอยมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้นักท่องเทียวได้เดินศึกษาความสัมพันธ์ของระบบนิเวศ และเรียนรู้การอยู่ร่วมกับระบบนิเวศธรรมชาติ
ภาพถ่าย ณภัทรดนัย สุขบดินทร์

ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากดอยหลวงเชียงดาวที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์แล้ว ยังมีสถานทีอื่นที่น่าสนใจ อาจเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับการพักเหนื่อย หลังจากลงมาจากยอดดอย หรือชมความงามของวิถีชีวิต และผู้คนในอำเภอเล็กๆ แห่งนี้

วัดถ้ำเชียงดาว, ดอยหลวงเชียงดาว, เชียงดาว, เชียงใหม่
วัดถ่ำเชียงดาวเป็นสถานที่ยึดโยงจิตใจของคนท้องถิ่นมาเป็นเวลานาน ภายในบริเวณวัดมีถ้ำเชียงดาว ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นเมืองเทวาของเจ้าหลวงคำแดง หรือเทพเจ้าที่ปกป้องขุนเขา

วัดถ้ำเชียงดาว ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาเที่ยวชมเมื่อมาถึงอำเภอเชียงดาว ด้วยภายในวัดเป็นที่ตั้งของถ้ำเชียงดาว ซึ่งประกอบไปด้วยถ้ำต่าง ๆ มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป มีหินงอกหินย้อยงดงามตระการตา พร้อมกับพระพุทธรูป และพระนอนโบราณ บริเวณด้านหน้าถ้ำจะมีแอ่งน้ำใสสะอาด ซึ่งเกิดจากลำธารที่ไหลมาจากภูเขา จึงบริสุทธิ์และเย็นฉ่ำ ใสปิ๊งจนสามารถเห็นพื้นดินใต้น้ำได้เลยทีเดียว

แก่งปันเต๊า ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว มีลักษณะเป็นแก่งหินเล็ก ๆ ในแม่น้ำปิง นักท่องเที่ยวสามารถมาเล่นน้ำคลายร้อนกันได้ ระดับน้ำไม่ลึกมากนัก มีบริการห่วงยางอยู่บริเวณริมแก่ง รวมทั้งมีศาลานั่งพักตั้งอยู่บริเวณสองฝั่งแม่น้ำ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งแช่น้ำเย็น ๆ คลายร้อนกัน และยังมีร้านค้า ร้านอาหารให้บริการ

ดอยหลวงเชียงดาว, น้ำตกศรีสังวาล์, เชียงดาว, เชียงใหม่, น้ำตก, อุทยานแห่งชาติ
น้ำตกศรีสังวาลย์ เป็นน้ำตกหินปูน น้ำตกจะลดหลั่นเป็นชั้นๆ จำนวน 4 ชั้น บริเวณน้ำตกมีพันธุ์ไม้ขนาดใหญ่อยู่บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย

น้ำตกศรีสังวาลย์ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติผาแดง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว มีลักษณะเป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ซึ่งมีชั้นหินปูนลดหลั่นกันลงมาสูงราว ๆ 20 เมตร สายน้ำใสสะอาด ตัดกับสีน้ำตาลอ่อนของหินปูนอย่างสวยงาม รอบ ๆ เป็นป่าไม้นานาพรรณอุดมสมบูรณ์และเขียวขจี บรรยากาศเงียบสงบ อากาศเย็นสบาย น่าไปเที่ยวพักผ่อน สอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติผาแดง โทรศัพท์ 0-5304-6370

โป่งอาง, บ่อน้ำร้อน, เชียงดาว, เชียงใหม่, ท่องเที่ยว, อุทยานแห่งชาติ
บ่น้ำร้อนที่เกิดตามธรรมชาติ ในอดีตเคยเป็นแหล่งหากินของสัตว์ป่า ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่แห่งนี้ว่า โป่ง

บ่อน้ำร้อนโป่งอาง ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ภายในอุทยานแห่งชาติผาแดง มีลักษณะเป็นบ่อน้ำร้อนขนาดเล็ก มีอุณหภูมิประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส มีแก๊สกำมะถัน และควันไอน้ำระเหยตลอดเวลา และน้ำก็ไหลขึ้นมาตลอดทั้งปี มีบ่อแช่น้ำแร่ ห้องอาบน้ำแร่ ห้องแช่น้ำแร่ และลานกางเต็นท์ไว้บริการ

ดอยหลวงเชียงดาวตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลามายาวนาน แต่ความงามและมนตร์เสน่ห์ไม่เคยเลือนหายไปจากขุนเขาแห่งนี้ ความและตำนานเล่าขานยังคงส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เทพเจ้าที่คอยปกปักรักษาเปรียบเสมือนสัญลักษณ์หลอมรวมจิตใจให้คนท้องถิ่นเกิดความหวงแหนและรักษาขุนเขาแห่งเทวานี้ไว้

 

(หนาวนี้ไม่รู้ไปเที่ยวไหน ไป สังขละบุรี กันไหม)

เรื่องแนะนำ

ทะเลสาบโบราณของออสเตรเลียเผยประวัติศาสตร์มนุษย์

เรื่อง แอบบี้ เซเวล ในปี 1968 จิม โบวเลอร์ นักธรณีวิทยาหนุ่มกำลังสำรวจชั้นหินและชั้นทรายของทะเลสาบขนาดมหึมาที่แห้งขอดไปแล้ว ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ตัวเขาพบเถ้ากระดูกของมนุษย์เพศหญิงที่เคยอาศัยอยู่ยังภูมิภาคนี้ เมื่อราว 40,000 ปีก่อน ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นตัวอย่างของพิธีกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและอีก 6 ปีต่อมาในพื้นที่เดียวกัน โบวเลอร์ค้นพบฟอสซิลกระดูกที่เกือบจะสมบูรณ์ของมนุษย์เพศชาย ที่เคยอาศัยอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งคู่เป็นที่รู้จักในชื่อ สตรี Mungo และบรุษ Mungo เป็นหลักฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาวอะบอริจินที่อาศัยอยู่ในทวีปออสเตรเลีย รวมไปถึงยังช่วยขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนของชาวพื้นเมืองที่ประเด็นดังกล่าวกำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนั้น ภูมิภาคทะเลสาบวิลันดราแห้งเหือดไปแล้วเมื่อ 18,500 ปีก่อน เมื่อปราศจากธารน้ำเดิมที่เคยหล่อเลี้ยงแต่ซากพืชซากสัตว์ที่หลงเหลือไว้ตามธรรมชาติเหล่านี้ เป็นหลักฐานชั้นดีจากยุคไพลสโตซีน ยุคสมัยที่มนุษย์กำลังอยู่ระหว่างการวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน นอกเหนือจากฟอสซิลกระดูกที่พบแล้ว นักโบราณคดียังพบเครื่องไม้เครื่องมือที่ถูกประดิษฐ์มาจากหิน, เตาไฟ และโม่บดหินที่เชื่อกันว่าใช้ในการบดเมล็ดหญ้าเพื่อให้ได้แป้งออกมาและฟอสซิลรอยเท้าของมนุษย์ทั้งชายหญิงและเด็กจำนวน 460 รอย ซึ่งฉายภาพพวกเขาเดินเตร็ดเตร่ยังบริเวณทะเลสาบแห่งนี้เมื่อในอดีต นอกจากนั้นสถานที่แห่งนี้ยังเก็บหลักฐานที่มีค่าสำหรับบรรดาสัตว์และพืชโบราณไว้อีกด้วย เช่น ฟอสซิลของสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดใหญ่สายพันธุ์หนึ่งที่เคยมีถิ่นที่อยู่กระจายไปทั่วผืนทวีปนี้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าน้ำจะแห้งเหือดไปแล้ว แต่ชีวิตยังคงดำเนินต่อไป ต้นยูคาลิปตัสต้นเล็กๆ เติบโตขึ้นจากเนินทรายเคียงด้วยพืชสมุนไพรอื่นๆ และกอหญ้า ที่นี่ยังเป็นบ้านของค้างคาว, สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก, สัตว์เลื้อยคลาน, นกแก้ว, นกคักคาทู และนกฟินช์ ภูมิภาคอันแห้งแล้งยังให้ทัศนียภาพอันน่าทึ่ง จากสายลมและหยาดน้ำฝนที่กัดเซาะหินทรายในบริเวณนี้ ให้เป็นดินแดนอันน่าประหลาดราวกับกำลังยืนอยู่บนผิวดวงจันทร์ […]

ภาพเนินทะเลทรายที่น่าตื่นตาของญี่ปุ่น

ภาพทะเลทราย ที่น่าตื่นตาของญี่ปุ่น ภาพทะเลทราย แนวสีทองเหลืองอร่ามที่นึกไม่ถึงทอดยาวไปตามชายฝั่งทะเลนอกเมืองทตโทริ เป็นเนินทะเลทรายเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่น เกลียวคลื่นภูเขาทะเลทรายสูงถึง 4.8 กิโลเมตรเหนือศีรษะ อูฐเป็นพาหนะที่ใช้เดินทาง และภาพฝันของภาพลวงตาในทะเลทรายถูกแทนที่ไฟของเมืองใหญ่ ทัศนียภาพของทตโทริคล้ายกับฉากของอารับราตรี ขัดกับภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นที่คนมักจะนึกถึงอย่าง ซูชิ รถไฟหัวกระสุน ห้าแยกชิบุยะ และเฮลโหล คิตตี้ ทตโทริ ซาคิว หรือเนินทะเลทรายทตโทริ เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งพันปีก่อนโดยที่ทรายถูกพัดพายังฝั่งแม่น้ำเซ็นไดและถูกทับถมลงในทะเล ลมแรงและกองทรายที่มาจากชายฝั่ง ทำให้เกิดโอเอซิสทะเลทรายขึ้นมาในดินแดนปลาดิบ ด้วยความยาว 14 กิโลเมตร และกว้างน้อยกว่า 3 กิโลเมตร ทตโทริเป็นพื้นที่เล็กๆในอุทยานแห่งชาติ ซันอินไคกัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของข้อตกลงระหว่างอุทยานธรณีโลกยูเนสโก้กับรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะรักษาในเชิง วัฒนธรรมประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางชีวภาพ ทตโทริอาจจะไม่ได้ปรากฏอยู่ในหนึ่งพันหนึ่งราตรี แต่มันปรากฏอยู่ในวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงหลายงานในญี่ปุ่นซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันมีความสำคัญทางวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน อาริชิมะ ทาเคโอะ กวีชาวญี่ปุ่นทำให้เนินทะเลทรายแห่งนี้มีชื่อเสียง เมื่อเขาเขียนบทกวีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เขามีกับหญิงสาวที่แต่งงานแล้ว โดยอธิบายความรู้สึกขมขื่นที่ด่ำดิ่งอย่างลึกซึ้งของเขาในขณะที่ล้อมรอบเต็มไปด้วยผืนทราย ไม่นานหลังจากนั้นเขาและหญิงผู้นั้นได้ทำการอัตวิบากรรมด้วยกัน ทศวรรษต่อในช่วงปี 1960 ทตโทริกลายเป็นเวทีของ อาเบะ โคโบ นักเขียนนวนิยาย ในหนังสือที่ชื่อว่า woman in the dunes เรื่องราวซึ่งถูกมองว่ามาก่อนกาลและในที่สุดก็กลายเป็นภาพยนตร์ที่ถูกเสนอให้เข้าชิงรางวัล มีนักท่องเที่ยวมากกว่าสองล้านคนต่อปีมาเยี่ยมเยือนที่แห่งนี้ คุณสามารถหากิจกรรมทั่วไปทำในที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็น […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.