น่าน เมืองที่นักเดินทางหลงใหลในเสน่ห์ของวัฒนธรรม และธรรมชาติอันสมบูรณ์

หน้าหนาวเที่ยว น่าน อยู่เที่ยวกันนานๆ

น่าน เมืองเล็กๆ ที่เต็มเปี่ยมด้วยวิถีชีวิตสงบและเรียบง่าย

จังหวัด น่าน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดทางภาคเหนือที่มีเสน่ห์ไม่น้อย ด้วยความที่เป็นเมืองท่ามกลางหุบเขา มีธรรมชาติสวยงาม อีกทั้งยังอบอวลด้วยกลิ่นอายของศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นเมืองที่การดำเนิชีวิตอขงผู้คนเป็นไปอย่างไม่เร่งรีบ และเรียบง่าย หากได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมและพักผ่อนที่เมืองน่าน ลองใช้ชีวิตอยู่กันนานๆ หน่อย เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ  และความสบายอารมณ์ที่หาไม่ได้ในชีวิตเมือง

พระธาตุแช่แห้ง

น่าน, พระธาตุแชาแห้ง, ที่เที่ยวน่าน, จังหวัดน่าน
นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น ต่างให้ความเคารพต่อพระธาตุแช่แห้ง ในแต่ละวันจะมีผู้คนเดินทางมาศักการะอย่างไม่ขาดสาย

ไปเยือนเมืองน่าน ต้องไม่พลาดแวะไปสักการะ พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองน่าน ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน บริเวณที่เป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม ภายในวัดงดงามไปด้วยสถาปัตกรรมและศิลปกรรมสกุลช่างน่านที่สวยงามและอ่อนช้อย ไม่เหมือนเมืองไหนๆ นอกจากนี้พระธาตุแช่แห้งยังเป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ซึ่งชาวล้านนาเชื่อว่า หากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง

วัดภูมินทร์

น่าน, วัดภูมิทร์, ที่เที่ยวน่าน จังหวัดน่าน,
วัดภูมินทร์เดิมมีชื่อว่า “วัดพรหมมินทร์” ตั้งตามชื่อของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครน่านได้โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2139

 

เป็นวัดสวยงามอันดับต้นๆ แห่งเมืองน่าน ตั้งอยู่ที่ตำบลในเวียง ข้างๆ ข่วงเมืองน่าน เอกลักษณ์โดดเด่นของวัดนี้คือ เป็นวัดเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่สร้างทรงจตุรมุข ดูแล้วคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาคขนาดใหญ่ 2 ตัว อาคารเป็นทั้งพระอุโบสถและพระวิหาร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์หันออกด้านประตูทั้ง 4 ทิศ จุดเด่นของวัดนอกจากความงามไม่เหมือนวัดใดแล้ว ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังปู่ม่าย่าม่าน หรือภาพกระซิบรัก อันเลื่องลือ ที่ห้ามพลาด

อำเภอบ่อเกลือ

บ่อเกลือสินเธาว์โบราณ ในอำเภอบ่อเหลือ จังหวัดน่าน ปัจจุบันยังคงมีกรรมวิธีการผลิตเกลือสินเธาว์แบบดั้งเดิมให้ได้ชม

ณ อำเภอบ่อเกลือ ห่างจากตัวเมืองน่านไปประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ชั้นเลิศ เพราะมีบ่อน้ำเกลือสินเธาว์อยู่ถึง 9 บ่อ และเป็นแหล่งเกลือสินเธาว์ขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ ที่นี่สามารถชมบ่อเกลือสินเธาว์ วิธีการผลิตเกลือสินเธาว์แบบดั้งเดิม รวมถึงซื้อผลิตภัณฑ์จากบ่อเกลือ อย่างไข่ต้มน้ำเกลือ เกลือบริโภค เกลือสปาขัดผิว และดอกเกลือบำรุงผิว

วัดพระธาตุเขาน้อย

วัดพระธาตุเขาน้อย, น่าน, จังหวัดน่าน, ที่เที่ยวน่าน
พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่อยู่ในวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน

วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อยทางด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ งดงามแบบศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องจากตั้งอยู่บนยอดดอยบริเวณลานปูนพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือ พระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองน่านได้ทั้งเมืองแบบ 360 องศา บนฉากหลังที่เป้นภูเขาโอบล้อมเมือง หากไปเที่ยวน่าน ห้ามพลาดจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งนี้

หอศิลป์ริมน่าน

หอศิลป์ริมน่าน, น่าน, จังหวัดน่าน, พิพิทธภัณฑ์, ที่เที่ยวน่าน
สถานที่แสดงงานศิลปะทั้งจิตกรรม และหัตกรรม นักท่องเที่ยวสามารถชมกลิ่นอายและเอกลักษณืของศิลปะล้านนาได้ที่นี่

สัมผัสกับกลิ่นอายความเป็นล้านนา พักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ ด้วยการไปเสพศิลป์ที่ หอศิลป์ริมน่าน สถานที่ที่คนรักศิลปะห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด หอศิลป์ริมน่านก่อตั้งโดย วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดังที่รักในศิลปะ ภายในรวบรวมงานศิลปะของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และรูปแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยจะหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี รวมถึงจัดแสดงนิทรรศการงานศิลปะของคุณวินัย ปราบริปู ไว้ด้วย ซึ่งไฮลท์ที่ห้ามพลาดคือ ภาพฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเขียนพระราชทานไว้ที่หอศิลป์ริมน่านแห่งนี้

ถนนคนเดินเมืองน่าน

ถนนคนเดินเมืองเหนือ ใช่ว่าจะมีแต่ที่เชียงใหม่ เชียงราย หรือปาย แม่ฮ่องสอน ที่น่านก็มีเช่นเดียวกัน ถนนคนเดินเมืองน่าน ตั้งอยู่บนถนนผากอง ข้างวัดภูมินทร์และข่างเมืองน่าน เปิดทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ถนนคนเดินแห่งนี้อาจไม่ยาวมาก แต่มีของขายที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่เป็นของที่ระลึกอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเหนือ และงานหัตถกรรมต่างๆ รวมถึงของกินที่เป็นอาหารพื้นเมืองน่าลิ้มลอง

ซุ้มลีลาวดี

ซุ้มลีลาวดี, น่าน, จังหวัดน่าน, ที่เที่ยวน่าน
ซุ้มต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่คู่กับพิพิทธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน มาอย่างยาวนาน

อีกหนึ่งสถานที่เมื่อไปเที่ยวน่าน ต้องแวะไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกให้ได้ ที่ซุ้มลีลาวดีบริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน ซึ่งปลูกเรียงรายไว้อย่างสวยงาม ต้นลีลาวดีสูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา สร้างความร่มรื่น แม้ว่าจะเป็นช่วงที่ดอกลีลาวดียังไม่ผลิบานก็มีความสวยงามไปอีกแบบ

อำเภอปัว

อำเภอปัว, จังหวัดน่าน, น่าน, ที่เที่ยวน่าน
การทำนาบนพื้นที่ขั้นบันได เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวบ้านในอำเภอปัว

หลบไปใช้ชีวิตแบบช้าๆ กันที่ อ.ปัว จ.น่าน ความสงบเรียบง่ายของที่นี่จะทำให้ต้องตกหลุมรัก โดยเฉพาะบรรยากาศทุ่งนาสีเขียวขจีที่โอบล้อมด้วยภูเขาในช่วงหน้าฝนที่ทุ่งนาต่างก็เขียวชอุ่ม สายฝนโปรยปรายให้สดชื่น ถ้าอยากพักผ่อนแบบชมวิวสวยๆ แบบนี้ มีบ้านพักโฮมสเตย์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งโฮมสเตย์ตานงค์ ตูบนาโฮมสเตย์ บ้านหัวน้ำโฮมสเตย์ ต้นแหลงโฮมสเตย์ เป็นต้น

เรื่องแนะนำ

บ้านแม่เหาะ เสน่ห์การท่องเที่ยวชุมชนปกาเกอะญอ

ชาวปกาเกอะญอใน บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดการท่องเที่ยวด้วยการชูเอกลักษณ์ของชุมชน 08.00 น. บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แสงแดดยามเช้าในเดือนพฤศจิกายนแทงทะลุผ่านทุ่งดอกบัวตอง นำความอบอุ่นและสดชื่นมาในคราวเดียวกัน สำนึกที่เคยร่ำเรียนวิชานิเวศวิทยาก็พลันแล่นเข้ามาในความคิดว่า บัวตองเป็นพืชต่างถิ่นและเป็นผู้รุกราน แต่ถ้าในแง่ของความอภิรมย์ ภาพตรงหน้านับได้ว่าเป็นความงดงามอย่างหนึ่งในชีวิต จากการระบาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวโดยตรง หลายฝ่ายจึงกลับมามองย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยเบ่งบาน กลับหายวับไปในชั่วพริบตาเดียว หลายคนพูดถึงคำว่า “ยั่งยืน” เช่น รายได้ที่ยั่งยืน การประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน และอีกมากมายที่ลงท้ายด้วยคำว่ายั่งยืน แต่พวกเราเข้าใจคำว่า “ยั่งยืน” อย่างไร หลังจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมีความผ่อนคลายมากขึ้น ประชาชนในประเทศต่างถวิลหาการเดินทางอีกครั้ง ทั้งด้วยนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ยิ่งผลักให้ผู้คนในประเทศมองว่า เป็นช่วงเวลาอันดีที่จะออกไปปลดปล่อยอารมณ์ที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม มาตรการล็อกดาวน์ได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ให้เราได้เรียนรู้ นั่นคือการฟื้นตัวของสถานที่ทางธรรมชาติ ทุกคนเห็นตรงกันว่า “เราควรเริ่มหันมามองการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ซึ่งหมายความรวมไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน เราจึงมองหาสถานที่ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว “ความยั่งยืน” และ “การท่องเที่ยว” ให้กับเราได้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่บริษัท Local Alike บริษัทนำเที่ยวชุมชน ติดต่อเราเข้ามาเพื่อไปเยี่ยมชมชุมชนแม่เหาะ ชุมชนที่บริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และสามารถสร้างความยั่งยืนได้จากการร่วมมือกันของคนในพื้นที่ เดินขึ้นดอยตามเส้นทางชุมชน บ้านแม่เหาะ […]

ภูกระดึง ความงามที่ไม่เคยเลือนหาย

ภูกระดึง ประติมากรรมทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ กับเส้นทางเดินป่าสุดคลาสสิคและความสวยงามของทิวสนตัดกับสีสันบนท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปตามเวลาและฤดูกาล เป็นสิ่งที่เหล่านักท่องเที่ยวหัวใจธรรมชาติยกให้เป็นหนึ่งในภูเขาที่ต้องไป แต่ทว่าเหตุการณ์ไฟป่าที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงกังวลไม่น้อยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทั้งผืนป่า สัตว์น้อยใหญ่ และบรรดาเจ้าหน้าที่ร่วมทั้งจิตอาสาที่ร่วมกันดับไฟ แต่ท้ายที่สุดด้วยความร่วมมือร่วมแรงกันอย่างสุดความสามารถก็เป็นผล ทำให้ไฟสงบลงในเวลาต่อมา แน่นอนว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ นอกจากเราจะช่วยส่งกำลังใจไปช่วยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์ธรรมชาติก็คือการสร้างความเข้าใจต่อ ภูกระดึง สันฐานภูกระดึง “ภูกระดึง” เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด มีที่ราบบนยอดภูเขาเป็นพื้นที่กว้างประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 8,522 สนามฟุตบอลขนาดมาตราฐาน มีความสูงอยู่ระหว่าง 1,200 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง หรือสูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 950 เมตร เทียบคร่าวๆก็ประมาณ 3 เท่าของตึกใบหยก-2 ด้วยความสูงระดับนี้จึงทำให้อากาศบนยอดภูเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 26 °C ภูกระดึงขุนเขาแหล่งจินตนาการ มองจากด้านที่ราบหรือด้านข้างภูเขา ภูกระดึงจะมีลักษณะคล้ายกับกระดึงห้อยคอวัว (ภาษาท้องถิ่น แปลว่า กระดิ่ง) สันนิษฐานว่าจากลักษณะรูปร่างดังกล่าวจึงกลายเป็นที่มาของชื่อภูเขาที่ชาวบ้านเรียกขานกัน แต่เมื่อมองจากมุมสูงโดยเฉพาะในภาพถ่ายจากดาวเทียม ภูกระดึงจะมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ยิ่งเน้นย้ำให้ภูกระดึงเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติกสำหรับคู่รัก    บ้างก็มองว่าเป็นรูปใบบอน โดยมีส่วนปลายใบอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และส่วนเว้าด้านในอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะกระแสน้ำ ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของภูเขาลูกนี้ ซึ่งเราจะสามารถมองเห็นทางน้ำไหลจากบนยอดภูสู่พื้นล่างอย่างชัดเจนบนภาพถ่ายจากดาวเทียมผ่านร่องเขาดังกล่าว ภูมินามสู่ความเข้าใจ ตลอดเส้นทางขึ้นสู่ยอดภูกระดึงเราจะเจอกับสาระพัดซำ […]

เดินป่า ในประเทศไทย กับระดับความยากที่ต่างกัน

เดินป่า ในประเทศไทย กับระดับความยากง่ายของแต่ละเส้นทางที่แตกต่างกัน การท่องเที่ยวในรูปแบบการ เดินป่า ในประเทศไทยได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด และรักการผจญภัย ซึ่งสังเกตได้จากจำนวนผู้ประกอบธุรกิจเดินป่าในประเทศไทยที่มีไม่ตํ่ากว่าสองร้อยราย หรือการเติบโตของสื่อออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเดินป่า ร้านรวงเกี่ยวกับอุปกรณ์เดินป่าที่เพิ่มมากขึ้น และการบริการนำเที่ยวเดินป่าในทุกภูมิภาคของประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวเดินป่าในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการจัดการท่องเที่ยวเดินป่าเพื่อศักษาเรียนรู้ธรรมชาติ นำไปสู่แนวคิดในการช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ในขณะเดียวกัน พื้นที่ก็ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มีหน่วยงานราชการเป็นผู้บริหารจัดการดูแล ดังนั้นการเข้าไปประกอบกิจกรรมเดินป่าในพื้นที่เหล่านี้จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทาง อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แม้ว่าจะเป็นพื้นที่อนุรักษ์เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง และรายละเอียดของการเข้าไปท่องเที่ยวจะแตกต่างกัน อุทยานแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อการศึกษาเรียนรู้ เป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักในการประกาศจัดตั้งและจัดการพื้นที่ ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว แต่เป็นการประกาศจัดตั้งเพื่ออนุรักษ์ให้เป็นบ้านของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าเป็นสำคัญ ข้อควรระวัง: การเข้าไป เดินป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจึงมีกฎระเบียบ ข้อห้าม ข้อปฏิบัติที่พึงระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ต้องขออนุญาต ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า และอาจไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับที่สะดวกสบายนัก แต่การจะเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ทั้งสองประเภทต้องคำนึงถึงความปลอดภัย การดำรงอยู่ของผืนป่าและสัตว์ป่า ผู้เป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริงเป็นหลักใหญ่เสมอ เส้นทาง เดินป่า 5 ระดับ ระดับ 1 Nature […]

เมื่อ สนามกีฬาโอลิมปิก ถูกทอดทิ้ง

เมื่อสนามกีฬาโอลิมปิกถูกทอดทิ้ง ในขณะที่กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 ณ พยองชาง ประเทศเกาหลีใต้กำลังดำเนินไป สนามกีฬาโอลิมปิก ที่ถูกใช้งานมาก่อนหน้าในประเทศอื่นๆ กลับถูกทิ้งร้างเมื่อการแข่งขันกีฬาจบลง ทุกสองปี เมืองต่างๆ ทั่วโลกแข่งขันกันเสนอชื่อตนกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Commission-IOC) สำหรับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก ผู้ชนะจะถูกเลือกด้วยกระบวนการที่เข้มงวด ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วยการทำให้ชาวเมืองเชื่อว่าผลประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกจะมีมากกว่าภาษีที่จะเพิ่มสูงขึ้น เมืองที่สมัครอาจมองเห็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ด้วยความหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และการใช้งานสนามกีฬาต่อไปในอนาคต แต่ในขณะที่การถูกเลือกเป็นเจ้าภาพถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง เมืองหลายแห่งก็กำลังตั้งคำถามว่ามันคุ้มค่าหรือไม่กับความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว มีผู้ประเมินต้นทุนการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2014 ที่เมืองโซชี ประเทศรัสเซียไว้ราว 1.2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 370 ล้านล้านบาท) แต่กลับบานปลายถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 ล้านล้านบาท) ซึ่งรัสเซียจ่ายได้เพียง 53 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,600 ล้านบาท) เท่านั้น สนามกีฬาหลายแห่งที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ รวมทั้งลู่สกีกระโดดไกลและบ็อบสเลตถูกทอดทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้งานอีกในอดีตเมืองเจ้าภาพหลายแห่ง โครงสร้างที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ยังคงตั้งอยู่และค่อยๆ ผุกร่อนไป หลายแห่งถูกพ่นภาพกราฟฟิตีเต็มไปหมด กรุงซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1984 […]