ปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่โดยไม่ต้องกังวลกับ เจ็ตแล็ก ด้วยเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการรับมือกับเจ็ตแล็ก

เจ็ตแล็ก เป็นผลจากการที่เราไม่สามารถปรับร่างกายตามเขตเวลาซึ่งแตกต่างจากเดิมเกินกว่า 3 ชั่วโมงได้ เครื่องบินในภาพนี้ ถูกถ่ายด้วยเลนส์ทิลต์ชิฟต์ (Tilt-Shift) ที่สนามบินเทเทอร์โบโร (Teterboro) ในรัฐนิวเจอร์ซีย์
ภาพถ่ายโดย VINCENT LAFORET, THE NEW YORK TIMES/REDUX PICTURES)

ปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่โดยไม่ต้องเสียเวลากับ เจ็ตแล็ก

หากคุณต้องโดยสารเครื่องบินข้ามเขตเวลาไปต่างประเทศ คุณอาจประสบกับอาการที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า circadian dysrhythmia หรือที่รู้จักกันในชื่อ เจ็ตแล็ก (Jet Lag) แต่อย่าได้กังวล “คุณสามารถปรับตัวเข้ากับเขตเวลา ณ ที่หมายของคุณได้ หากคุณมีการเตรียมตัวล่วงหน้า” ดับเบิลยู. คริส วินเทอร์ (W. Chris Winter) นักประสาทวิทยาจากเวอร์จิเนียผู้แต่งหนังสือ The Sleep Solution: Why Your Sleep Is Broken and How to Fix It กล่าว

“ร่างกายของมนุษย์มีจังหวะนาฬิกาชีวภาพซึ่งถูกปรับมาเป็นอย่างดี” ดร. วิเวก จาอิน (Vivek Jain) ผู้อำนวยการสถาบันการนอนหลับผิดปกติ (Center for Sleep Disorders) แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน กล่าว “หลายสายการบินพยายามหาวิธีการใหม่ๆ สำหรับเที่ยวบินระยะไกล เพื่อให้ผู้โดยสารปรับร่างกายได้ดียิ่งขึ้น แต่วิธีการเหล่านี้อาจไม่ได้ผลเสมอไป”

อย่างไรก็ตาม คุณสามารถใช้สิ่งต่างๆ เช่นการปรับแสงให้สว่างกว่าปกติ (Light Exposure) การนอนหลับและการงีบอย่างถูกเวลา การทานขนมขบเคี้ยว และการดื่มคาเฟอีน เพื่อปรับวงจรเวลาของร่างกายได้ สิ่งที่เรากำลังนำเสนอต่อไปนี้คือข้อมูล วิธีการ และสิ่งที่คุณสามารถทำได้เมื่ออยู่บนเครื่องบิน ซึ่งเป็นคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เราปรับตัวกับเขตเวลาโดยไม่ต้องเสียเวลา

อย่ากลัวความมืด

การปิดกั้นแสงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณนอนหลับสนิทบนเครื่องบินได้ วิธีนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าได้ผลชะงัดในการป้องกันอาการเจ็ตแล็กในเที่ยวบินข้ามคืน หากคุณต้องเดินทางหลายชั่วโมง เราแนะนำให้สวมแว่นกันแดดจนคุณรู้สึกง่วง และใช้ผ้าปิตตาเมื่อนอนหลับ เมื่อสมองของคุณรับรู้ได้ถึงความมืด มันจะหลั่งสารเมลาโทนินซึ่งทำให้คุณอยากนอนหลับ และใช้ตัวช่วยแบบใดก็ตามที่ทำให้คุณนั่งเครื่องบินได้อย่างสะดวกสบายและเงียบเชียบที่สุด ตัวอย่างเช่น แทนที่คุณจะใช้หมอนรูปตัวซีแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนเป็น NapAnywhere หมอนแบน รูปทรงกลม ซึ่งสามารถหนุนคอได้อย่างมั่นคง และอย่าลืมใช้หูฟังกันเสียงหรือที่อุดหูโฟม เพื่อเสริมการนอนหลับให้สนิทยิ่งขึ้น

ตื่นนอน ณ สถานที่แห่งใหม่

หากทำได้ ให้คุณจองเที่ยวบินซึ่งถึงที่หมายในเวลากลางวัน เพราะการตื่นนอนในเวลากลางวันช่วยให้คุณตั้งนาฬิกาชีวภาพใหม่ได้ “มันทำให้คุณเริ่มต้นวันใหม่ได้เร็วกว่าเดิมมาก” คริสติน ฮานเซน (Christine Hansen) ผู้ช่วยเหลือด้านการนอนจากลักเซมเบิร์ก กล่าว

ทาน (และดื่ม) อาหารที่เหมาะสม

หากคุณถึงที่หมายในตอนเช้าหรือบ่าย การดื่มคาเฟอีนช่วยให้คุณปรับร่างกายให้เข้ากับเขตเวลาใหม่ได้ หรืออีกวิธีหนึ่งคือการทานอาหารตามเวลาท้องถิ่นของสถานที่นั้น (นี่เป็นอืกหนึ่งเหตุผลที่คุณควรตรงไปนั่งผ่อนคลายกับกาแฟและครัวซองต์ในคาเฟสักแห่งในปารีส ทันทีที่ถึงจุดหมาย)

นั่งเครื่องกับสายการบินซึ่งมีวิธีการต้อนรับใหม่ๆ

หลายสายการบินพยายามหาวิธีบรรเทาและรักษาอาการเจ็ตแล็ก สายการบินแควนตัสกำลังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยซิดนีย์เพื่อศึกษาผลกระทบจากอุณหภูมิและแสงไฟบนเครื่อง ส่วนสิงคโปร์แอร์ไลน์กำลังพัฒนาเมนูและการบริหารร่างกายบนเครื่องร่วมกับบริษัทสปา แคนยอนแรนช์ (Canyon Ranch)

วางแผนล่วงหน้า

อีกหนึ่งวิธีที่คุณสามารถบรรเทาอาการเจ็ตแลคได้ คือการปรับเวลานอน การรับแสง และปริมาณคาเฟอีนล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง หรือแอปพลิเคชันในสมาร์ตโฟนมือถืออย่างไทม์ชิฟเตอร์ (Timeshifter) ที่คุณสามารถใช้ปรับตารางเวลาก่อนท่องเที่ยวสำหรับตนเองได้

ภาพถ่ายโดย PHOTOGRAPH BY MAIKA ELAN, BLOOMBERG (รูปจาก GETTY IMAGES)

นอนหลับให้สนิท

การรับประทานเมลาโทนิน ซึ่งโดยปกติร่างกายผลิตได้เอง สามารถช่วยให้คุณนอนหลับบนเครื่องบินหรือในเขตเวลาที่ต่างออกไปได้ เมลาโทนินสามารถซื้อหาได้ทั่วไป แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คุณปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ ข้อดี (หรืออาจเป็นข้อเสีย) ของเมลาโทนินคือ มันไม่ทำให้คุณซึมเป็นเวลานานเหมือนกับยานอนหลับตามแพทย์สั่ง

คุณรู้ไหมว่า

ตามข้อมูลจากสมาคมการนอนหลับแห่งอเมริกา (American Sleep Association) นักเดินทางกว่าร้อยละ 93 มีอาการเจ็ตแล็กอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต

เวลาที่ร่างกายต้องการเพื่อปรับตัวสำหรับเขตเวลาใหม่ คือหนึ่งวันสำหรับเวลาที่ต่างออกไปหนึ่งชั่วโมง

มีเขตเวลาที่เป็นที่ยอมรับในทางสากลกว่า 24 เขต และยังมีเขตที่ยังไม่ได้รับการยอมรับอีกมากมาย

อาการเจ็ตแล็กจากการเดินทางตะวันตกไปยังตะวันออก รุนแรงกว่าการเดินทางจากตะวันออกไปตะวันตก

เรื่อง Jennifer Barger


อ่านเพิ่มเติม : การนำ สัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องบิน ต้องทำอย่างไร มีกฎระเบียบข้อบังคับอะไรหรือเปล่า

สัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องบิน

เรื่องแนะนำ

นั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ สู่พื้นที่ชนบท

นั่งบนเส้นทาง รถไฟเกาหลีเหนือ ในชนบท ที่น้อยคนสามารถเข้าถึง ช่วงทศวรรษที่ 1960 เมื่อครั้งมาร์ก โดแรนยังเป็นเด็กชายชาวอังกฤษ เขารู้สึกตื่นตากับหัวรถจักรไอน้ำ ในปี 1978 เขาเดินทางไปยังเยอรมนีตะวันออก เพื่อไล่ตามรถจักรไอน้ำใน ‘ดินแดนต้องห้าม’ ของยุคสมัยนั้น กว่า 40 ปีให้หลัง แรงบันดาลใจนี้ได้พาเขามาที่เกาหลีเหนือ เพื่อนั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ โดยในปี 2016 เขานั่งรถไฟสายมอสโก-อูลานบาตอร์-ปักกิ่ง ข้ามจากไซบีเรียและมองโกเลียสู่กรุงเปียงยาง และในเดือนกันยายน 2018 เขากับกลุ่มทัวร์ได้เดินทางจากกรุงเปียงยางไปยังเมืองราซ็อน ที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนจีนและรัสเซียที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ชนบทมากมาย โดยปกติแล้ว ชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกกรุงเปียงยาง แต่ด้วยบริการจากบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตจากทางการเกาหลีเหนือ ทริปการท่องเที่ยวชนบทด้วยรถไฟเกาหลีเหนือจึงเกิดขึ้นได้ ที่สถานีราซ็อนนี้ ผู้โดยสารสามารถเดินทางต่อไปยังรัสเซียหรือข้ามไปที่ประเทศจีนได้ เรื่อง SOO YOUN ภาพถ่าย DAVIDE MONTELEONE อ่านเพิ่มเติม ภาพชีวิตที่แทบไม่ต่างในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

ภูฏาน ประเทศที่อัตราปลดปล่อยคาร์บอนเป็นลบ

ภูฏานถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ที่น่าทึ่งก็คือพวกเขามีอัตราการปลดปล่อยคาร์บอนเป็นลบ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

Explorer Awards 2018: ฑิชากร เปล่งพานิช

ฑิชากร เปล่งพานิช นักเดินทางรุ่นใหม่ที่เริ่มงานเขียนจากการเป็นฟรีแลนซ์คอลัมน์ท่องเที่ยวให้กับนิตยสาร ในขณะเดียวกันก็ทำงานอาสาสมัครและอาศัยความรู้ด้านมัลติมีเดียผลิตสารคดี

การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

ทำไม การเดินทาง ท่องเที่ยวจึงควรพิจารณาให้เป็นกิจกรรมสำคัญในชีวิตมนุษย์ การเดินทาง ไม่ใช่เรื่องของเหตุและผล แต่มันอยู่ในพันธุกรรมของเรา นี่คือเหตุผลที่คุณควรเริ่มวางแผนการเดินทางตั้งแต่ตอนนี้ เรื่อง ERIC WEINER เมื่อเร็วๆ นี้ ผมเพิ่งนำหนังสือเดินทางไปใช้งานจริง ผมใช้มันเป็นที่รองแก้ว และปรับระดับขาโต๊ะที่โคลงเคลง และยังเป็นของเล่นชิ้นเยี่ยมของแมว ยินดีต้อนรับสู่การระบาดของความผิดหวัง แผนการเดินทางทั้งหมดถูกยกเลิก หรือที่ยังไม่ได้วางแผนก็ถูกยกเลิก การรวมตัวของครอบครัว การศึกษาในต่างประเทศ การพักผ่อนที่ชายหาด ทั้งหมดอันตรธาน มันไม่ใช่เรื่องธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องอยู่ในภาวะเช่นนี้ การเดินทางอยู่ในยีนของเรา เกือบตลอดเวลาที่สายพันธุ์ของเราดำรงอยู่ “เราอาศัยอยู่ในฐานะนักล่าสัตว์เร่ร่อนที่ เคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยไปเป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 150 คนหรือน้อยกว่านั้น” คริสโตเฟอร์ ไรอัน เขียนไว้ในหนังสือ Civilized to Death ว่า เพราะมันมีประโยชน์ “การย้ายถิ่นไปยังดินแดนใกล้เคียงเป็นทางเลือกหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หรือการเปลี่ยนแปลงในสังคม” ไรอันกล่าว โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเฟนสัน กล่าวอย่างกระชับว่า: “เรื่องสำคัญคือการย้ายถิ่น” จะเป็นอย่างไรหากเราไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่สามารถล่าหรือรวบรวมทรัพยากรได้  นักท่องเที่ยวต้องทำอะไร มีหลายวิธีที่จะตอบคำถามนั้น แต่ “ความสิ้นหวัง” ไม่ใช่หนึ่งในนั้น […]