ดาลัต ประเทศเวียดนาม ในวันที่ฝนพรำและต้องหลีกเร้นจากความจำเจ

ใช้ชีวิตง่ายๆ กับธรรมชาติในเมือง ดาลัต เวียดนาม

เดินดงพงไพร พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศเมือง ดาลัต ในวันที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย

จากการตรากตรำทำงานในออฟฟิศกลางเมืองหลวง ความเบื่อหน่ายจึงทำให้เราออกเดินทางอีกครั้ง แผนการสั้นๆ ในช่วงเสาร์อาทิตย์และควบวันลาพักร้อนเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้หลักลี้ไปหามุมหลบพักได้บ้าง ปลายทางของเราครั้งนี้คือเมือง ดาลัต ประเทศเวียดนาม

ที่เมืองดาลัต นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับของคนไทยแล้ว ยังมีธรรมชาติให้ค้นหาอีกมากมาย เพียงแต่การเดินทางไปยังแหล่งธรรมชาติด้วยขนส่งสาธารณะค่อนข้างลำบาก และ สภาพสังคมที่เข้าสู่การพัฒนาประเทศ การหักร้างถางพงเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติจึงมีมากขึ้น ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ

การเดินทางของเราเริ่มต้นที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เช้าตรู๋ บินตรงไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงสนามบินเลียงเคือง สนามบินแห่งเดียวของเมืองดาลัต เมื่อเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสารก็มีรถบัสเข้าเมืองจอดรออยู่นอกประตู เราเลือกนั่งรถโดยสารนี้ไปลงที่น้ำตกดาตันลา เพื่อแวะดูนก และรับประทานอาหารกลางวันรอเวลาที่จะเข้าที่พักในช่วงเย็น

ดาลัต, เวียดนาม, ท่องเที่ยว, เดินป่า, ดูนก
น้ำตกดาตันลา

ในตอนที่เราไปถึงน้ำตกดาตันลานั้น บรรยากาศก็ไม่สู้ดีเสียเท่าไร เมฆครึ้มและฝนที่โปรยลงมาเล็กน้อย แม้เรารู้สึกหวั่นๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราล้มเลิกแผนการ เราจัดแจงหยิบอุปกรณ์และสำรวจนกบริเวณโดยรอบทันที นกกินปลีหางยาวคอดำ และนกติ๊ดหัวแดง รอต้อนรับนักดูนกต่างแดนอย่างพวกเรา

เราใช้เวลาที่น้ำตกจนเวลาล่วงเข้าสู่เที่ยงวัน จึงเข้าไปยังร้านอาหารที่อยู่บริเวณทางเข้าน้ำตก เลือกนั่งโต๊ะริมระเบียงที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ไม่ห่าง เพื่อหวังมองหานกระหว่างรับประทานอาหาร ซึ่งถือว่าเราประสบความสำเร็จ นกศิวะปีกสีฟ้าบินเข้ามาหากินอยู่ที่ต้นไม้ริมระเบียงตรงที่พวกเรานั่งรับประทานอาหารเที่ยงกัน พร้อมกับนกแซงแซวสีเทา และนกพญาไฟคอเทา ตามมาด้วยนก Indochinese Barbet นกโพระดกเฉพาะถิ่นของเวียดนาม มาเกาะหลบฝนอยู่ด้วย

ดาลัต, เวียดนาม, ท่องเที่ยว, เดินป่า, ดูนก

ดาลัต, เวียดนาม, ท่องเที่ยว, เดินป่า, ดูนก
นก White-cheeked Laughungthrush

เมื่อมองไปด้านล่างก็มีนก White cheeked Laughingthrush ฝูงใหญ่กระโดดหากินไปมาตามพื้นและพุ่มไม้ จากโต๊ะกินข้าวมองไปไกลๆ แนวป่าสนและดงหญ้าขึ้นครื้มเป็นฉากหลัง ตรงนั้น เราเห็นนก Dalat Shrike-babbler หากินอยู่ เป็นช่วงเวลาสาละวนที่ทำเอาพวกเราไม่อยากผละออกไปจากร้านอาหารเลย เราสั่งเครื่องดื่ม และอาหารทานเล่น มาเติมโต๊ะอาหารอยู่เรื่อยๆ นี่เป็นการดูนกที่สบายที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมาเลยทีเดียว

หลังจากนั่งกินดื่มและดูนกอยู่นานก็ได้เวลาเข้าเมืองเพื่อเช็กอินห้องพัก เราออกไปรอรถโดยสารประจำทางที่ด้านหน้าของลานจอดรถ นั่งอยู่บนรถโดยสารไม่นานเราก็เข้าเขตเมือง รถจอดในตลาดไม่ไกลจากห้องพัก หลังจากเช็กอินและจัดการสัมภาระเสร็จแล้ว เราก็ออกไปสำรวจตลาดและเมืองในตอนเย็นกันต่อ ภายในตลาดกลางเมืองดาลัตส่วนมากเป็นร้านแบกะดิน ขายของอุปโภค บริโภคต่างๆ ร้านรวงที่มีคนไทยหนาแน่นคือร้านแบ๋งห์จร้างเนือง หรือที่คนไทยเรียกว่า ‘พิซซ่าเวียดนาม’ ร้านเหล่านี้แม่ค้าจะแบกคานหาบมาจับจองทำเลตั้งร้าน และมีเก้าอี้เตี้ยๆ เตรียมไว้บริการลูกค้าที่มาใช้บริการ

ดาลัต, เวียดนาม, ท่องเที่ยว, เดินป่า, ดูนก
ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาติโชค

อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาในตลาดนี้คือพืชทรงกลมขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า ‘อาร์ติโชค’ มีให้เห็นเกลื่อนกลาดในตลาดดาลัต พืชชนิดนี้นำเข้ามาเพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจของที่นี่ สอบถามก็ได้ความว่ามีสรรพคุณมากมายทั้งลดไขมัน และป้องกันตับแข็ง นักดื่มทั้งหลายจึงควรหามารับประทาน

ดาลัต, เวียดนาม, ท่องเที่ยว, เดินป่า, ดูนก
จุดขึ้นรถจี๊ปโดยสารที่ภูเขาลังเบียง

เช้าวันที่ 2 แผนการของพวกเราคือเดินทางไปยังภูเขาลังเบียง ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการเป็นเส้นทางปีนเขา แต่หากชอบสบายก็เลือกนั่งรถจี๊ป ที่มีให้บริการตรงสถานีด้านล่าง แน่นอนว่าพวกเราต้องเลือกทางลำบากเพราะ หวังได้ดูนกระหว่างทาง เราให้รถจี๊ปมาส่งเราตรงครึ่งทางของเส้นทางเดินป่า ยังไม่ทันจัดแจงอุปกรณ์ให้เรียบร้อย เจ้านกจุนจู๋ท้องเทาก็ร้องต้อนรับเราจากพุ่มไม้รกข้างทาง นกชนิดนี้หายากมากในประเทศไทย มาได้ยินที่นี่ทำเอาพวกเราหูพึ่ง แต่นกชนิดนี้ตัวเล็ก แถมยังซ่อนตัวเก่ง แม้เสียงร้องจะเหมือนอยู่ที่ปลายเท้า แต่ยากจะได้เห็นตัว พวกเรานั่งย่อหมอบนอนอยู่นาน แต่ก็ได้เห็นเพียงเงาเหลืองๆ จากสีบนกระหม่อมของนกวูบไหวไปมา

เราเริ่มออกเดินเท้ากันในช่วงแปดโมงเช้า แต่ฟ้าก็ยังสลัวสลับมืดครึ้ม ลักษณะภูมิประเทศของเส้นทางเป็นไหล่เขา โดยรอบเป็นไม้พุ่มเตี้ยแทรกกับป่าสน และตัดขึ้นสันเขาหลังจากผ่านไป 3 กิโลเมตร ซึ่งด้านบนเป็นป่าสนทั้งหมด พื้นป่าโล่งมองเห็นได้ไกล นกน่าสนใจที่พบในบริเวณนี้ได้แก่ นกอีแพรดคอขาว นกเปลือกไม้ นกจับแมลงเล็กขาวดำ นอกจากนี้ เรายังเจอนกเฉพาะถิ่นของเวียดนาม อย่างนก Vietnamese Greenfinch และนก Black headed Sibia อีกด้วย เนก Sibia หรือในไทยเรียกว่ากลุ่มนกหางรำ เราพบเห็นมันอยู่ในกรงเป็นจำนวนมากในตอนที่สำรวจตลาดเมื่อคืนก่อน น่ากลัวเหลือเกินว่าครั้งต่อไปที่เรากลับมา จะหาดูมันได้ยากขึ้น

ดาลัต, เวียดนาม, ท่องเที่ยว, เดินป่า, ดูนก
ป่าสนบนลังเบียง

เมื่อเดินผ่านป่าสนมาประมาณ 4 กิโลเมตร เราเริ่มเข้าสู่รอยต่อของป่าดิบเขา ที่จุดนี้ เราพบ Necklaced Barbet นกโพระดกเฉพาะถิ่นของเวียดนามอีกหนึ่งชนิดเกาะอยู่บนยอดไม้กลางหุบ แต่หลังจากเข้าสู่พื้นที่ป่าดิบแล้ว กลับไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ เสียงนกมีบ้างประปราย มีฝูงนกขนาดเล็กที่หากินร่วมกันผ่านเข้ามาเป็นครั้งคราว ซึ่งได้เจอนกเฉพาะถิ่นอย่าง White spectacle Warbler หากินปะปนในฝูงนกกระจิ๊ดด้วย

จากตรงนี้ผมเอะใจที่ว่าเห็นนกตัวหนึ่งหน้าตาคล้ายกับนกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ กระโดดหากินตามหลังฝูงมาด้วย จึงถามเพื่อนร่วมทริปที่ทำการบ้านเรื่องนกมาอย่างดีว่า ที่เวียดนามมีนกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ด้วยหรือ เพื่อนผมทำหน้าตาประดักประเดิด และบอกว่า ที่เวียดนามไม่มี แต่มีนกที่หน้าตาคล้ายกัน เป็นนกเฉพาะถิ่นแถมหายากเสียด้วย มันคือนก Yellow billed Nuthatch เขาคะยั้นคะยอถามผมเป็นการใหญ่ว่านกอยู่ตรงไหน เนื่องจากว่าป่าค่อนข้างทึบมุมที่เขายืนคงโดนไม้บัง ผมพยายามบอกตำแหน่งนกให้เขา แต่นกเจ้ากรรมก็อยู่ไม่นิ่งเสียเลย จนสุดท้ายโชคเข้าข้าง นกโผออกมาที่โล่งพอจะมองเห็นตัวแต่ก็ยังมืดเกินกว่าจะถ่ายรูปได้ อย่างไรก็ตาม พวกเราดีใจกระโดดโลดเต้นกับนกชนิดนี้ที่ไม่คาดว่าจะได้เจอ

ดาลัต, เวียดนาม, ท่องเที่ยว, เดินป่า, ดูนก
นก Necklaced Barbet

พวกเราเดินดูนกกันต่อในบรรยากาศที่กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง มีนกเขนสีฟ้าหางขาวบินตัดหน้าตัดหลังไปมาพอให้หายเหงา และนกเดินดงสีเทาดำที่ยืนนิ่งบนคาคบไม้ เราเดินต่ออีกสักพักแล้วจึงถอดใจกลับ ซึ่งกว่าจะลงมาถึงท่ารถจี๊ปด้านล่างก็บ่ายคล้อย เรารอรถโดยสารประจำทางอยู่นาน แต่ก็ยังไม่ใช่คันที่พาเรากลับตลาดเสียที จึงยอมขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ ในตอนแรกนั้นเราค่อนข้างกลัวการขึ้นแท็กซี่ที่เวียดนามมาก จากข่าวข้อมูลเรื่องการโกงสารพัด แต่พอได้ลองด้วยตัวเองแล้วก็ไม่มีปัญหาโดนโกง ราคาก็เป็นไปตามมิเตอร์ไม่มีผิดปกติอะไร

แท็กซี่ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีพาเรากลับมายังตลาดดาลัตอีกครั้งในช่วงเวลาเกือบบ่ายสามโมงเย็น เราเก็บของที่ห้องพัก ออกมาหามื้อเย็น จากนั้นก็กลับไปพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับการดูนกในครึ่งเช้าของวันพรุ่งนี้ ซึ่งเราวางแผนว่าจะกลับไปที่น้ำตกดาตันลาอีกครั้ง และเดินทางต่อไปยังสนามบินในตอนบ่ายเพื่อกลับบ้าน

เช้านี้ เราแบกสัมภาระพะรุงพะรังตรงดิ่งไปยังน้ำตกดาตันลา เราเลือกนั่งที่ร้านอาหารร้านเดิม โต๊ะตัวเดิม แต่คราวนี้เราผลัดกันเดินออกไปดูนกสลับกับนั่งเฝ้าโต๊ะ เพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดเกินไป จึงสั่งอาหารทานเล่นมาไว้บนโต๊ะด้วย

ดาลัต, เวียดนาม, ท่องเที่ยว, เดินป่า, ดูนก
นก Indochinese Barbet

เช้านี้เราเจอนกขุนแผนหัวแดง และนกเดินดงหัวสีส้มอยู่รอบๆ ส่วนนก White cheeked laughingthrush ฝูงใหญ่ก็ยังคงหากินอยู่ที่เดิม เราผลัดกันออกไปเดินอยู่หลายรอบ แต่ในตอนที่เป็นเวรของผมที่ต้องนั่งเฝ้าโต๊ะ น้องที่เดินออกไปดูนกก่อนหน้านี้ก็วิ่งหน้าตาตื่นกลับมา แล้วพูดคำเดิมซ้ำๆว่า “ปากไขว้ ปากไขว้” อย่างเหนื่อยหอบ ‘ปากไขว้’ เป็นชื่อเล่นที่เราตั้งให้นก Vietnamese Crossbill นกเฉพาะถิ่นหายากอีกชนิดที่พบได้แค่ในเขตดาลัต ชื่อเล่นปากไขว้พ้องกับชื่อสามัญ Crossbill ก็เป็นตามลักษณะปากของมันที่ไม่ได้สบกันพอดี แต่ปลายบิดไขว้กันอย่างประหลาด หลังจากถามไถ่จุดที่น้องพบนกตัวนั้น ผมก็รีบคว้ากล้องแล้วก็วิ่งออกไปทันที ระยะทางนั้นค่อนข้างไกล ผมจึงไม่แปลกใจที่น้องวิ่งกลับมาอย่างเหนื่อยหอบ เมื่อผมไปถึง สมาชิกทีมของเราอีกคนก็ยืนรอท่าอยู่เพื่อชี้เป้าหมายให้ โชคดีว่าถึงแม้จะเสียเวลาไปหลายนาทีกว่าจะมาถึง แต่นกก็ยังคงวนเวียนหากินอยู่ในบริเวณนั้น

ดาลัต, เวียดนาม, ท่องเที่ยว, เดินป่า, ดูนก
นก Vietnamese Red Crossbill

หลังจากเฝ้าดูเจ้าปากไขว้ หรือ Vietnamese Crossbill เสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางไปสนามบินพอดิบพอดี ถือว่าเป็นการจบทริปที่น่าประทับใจทีเดียว ผมกลับไปที่ร้านอาหารเก็บของและขึ้นแท็กซี่ที่รอลูกค้าอยู่แถวนั้นไปยังสนามบิน เป็นอันปิดฉากการเดินทางสั้นๆ ที่ไม่คาดหวังอะไรเป็นพิเศษในฤดูฝนพรำเช่นนี้ แต่กลายเป็นว่ามีสิ่งพิเศษต้อนรับเราอย่างดีไม่ขาดสาย คงเป็นอย่างที่ใครว่าไว้ “ถ้าเราไม่คาดหวัง ทุกอย่างคือกำไร”

ผู้เขียนเดินทางวันที่ 28 กุุมภาพันธ์ 2561

เรื่องและภาพ: วัทธิกร โสภณรัตน์


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ชมนกนานาพันธุ์ที่เกาะบอร์เนียว

เรื่องแนะนำ

ดอยหลวง และดอยหนอก จังหวัดพะเยา

ทริปเดินป่าปีนเขา 3 วัน 2 คืน เดือนธันวาคมของทุกปีเป็นช่วงเวลาดีๆ แห่งการเฉลิมฉลอง เพราะใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกขณะจิต หลายคนเลือกอยู่บ้าน บางคนเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่วนตัวผมเลือกปิดภารกิจสุดท้ายของปีด้วยการพาตัวเองไปพิชิต ดอยหนอก คราวก่อนผมนั่งรถไฟไปเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติขุนตาล ครั้งนี้ผมเลยขอเลือกเดินทางด้วยรถทัวร์ของบขส. บ้าง เพราะห่างหายจากการนั่งรถสาธารณะประเภทนี้ไปนานมากทีเดียว โจทย์การท่องเที่ยวของเราครั้งนี้คือการไปเยือนเมืองรอง ผมและทีมเลือกไปจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผมเคยไปแบบผ่านๆนานๆ ที ครั้งนี้จึงตั้งใจเต็มที่ไปตามความปรารถนาของตัวเองที่ชื่นชอบการเดินป่าและปีนเขา หลายคนอาจสงสัยว่าจังหวัดพะเยามีอะไรน่าสนใจบ้าง จริงๆ แล้วจังหวัดนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากนะครับ เป็นแหล่งที่พบพระพุทธรูปหินทรายและหลักศิลาจารึกมากมาย แสดงให้เห็นถึงความเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอารยธรรมและมีเรื่องราวน่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่นเลย ว่ากันว่าพะเยายังเป็นหนึ่งในเส้นทางแห่งความรักของพระลอ พระเพื่อน และพระแพง ตัวเอกจากในวรรณคดีเรื่องลิลิตพระลออีกด้วย แน่นอนว่าแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้นหูคนทั่วไปมากที่สุดก็คือ “กว๊านพะเยา” ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นชุมชนมาก่อนกาลเวลาผ่านไปจนกระทั่งมีสภาพอย่างปัจจุบันเพราะมีการสร้างประตูน้ำกักเก็บน้ำ และใต้ผืนน้ำแห่งนี้ก็มีวัดที่จมอยู่ประมาณยี่สิบวัด หนึ่งในนั้นคือวัดติโลกอาราม เป็นวัดสำคัญที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกของจังหวัดพะเยาด้วย ไม่ไกลจากกว๊านพะเยาก็เป็นที่ตั้งของวัดศรีโคมคำ วัดคู่บ้านคู่เมืองที่เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ถือว่าเก่าแก่ที่สุดในแผ่นดินล้านนา ด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ พะเยาก็มีของดีไม่แพ้ใครและยังเป็นเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ด้วย นั่นคือดอยหลวงที่มีความสูง 1,694 เมตรจากระดับทะเล และ ดอยหนอก อันเป็นหมุดหมายสำคัญของเหล่านักเดินป่า เพราะว่าบนยอดดอยหลวงและดอยหนอกนั้นจัดว่ามีทัศนียภาพสวยงามมาก บนยอดดอยหนอกยังเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุดอยหนอก อันเป็นที่สักการะของชาวพะเยา ลำปาง และเชียงราย ก่อนเดินทางขึ้นสู่ดอยหลวง เราต้องติดต่อที่ทำการหน่วยย่อย ดล.6 อุทยานแห่งชาติดอยหลวงพะเยา […]

มรดกโลกอิหร่านที่อาจสูญเสียในความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐ

เนื่องจากความตึงเครียดที่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน แหล่ง มรดกโลกอิหร่าน ของวัฒนธรรมจักรวรรดิเปอร์เซียที่ขึ้นชื่อเหล่านี้อาจถูกทำลายไปด้วย จากพระราชวังเปอร์เซียที่แผ่ขยายไพศาลไปจนถึงศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมละเอียดอ่อนโดดเด่น อิหร่านเป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกถึง 22 แห่ง รวมถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญระดับโลกนับร้อยแห่ง ซากเมืองหลวงเก่าปาซาร์กาดีและเปอร์เซโปลิส (Pasargadae and Persepolis) ยังคงแสดงออกถึงอำนาจจากหลากเชื้อชาติของมหาจักรวรรดิที่เป็นผู้สร้าง และนวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานทำให้เมืองกลางทะเลทรายของประเทศยังคงมีน้ำใช้จนถึงทุกวันนี้ ผู้แสวงบุญนับล้านคนยังคงหลั่งไหลไปเยือนอนุสาวรีย์ของศาสนาอิสลามนิกายชีอะฮ์ และยังมีเมืองของอิหร่านอีกมากมายที่ได้รับการขึ้นทะเบียนด้านความสำคัญทางประวัติศาสตร์ขององค์การยูเนสโก นั่นเป็นเหตุผลว่า การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความลงบัญชีทวิตเตอร์เตือนว่าสหรัฐฯจะพุ่งเป้าการโจมตีไปที่แหล่งมรดกโลกของอิหร่าน จึงได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง มรดกโลกทางวัฒนธรรมได้รับการปกป้องตามอนุสัญญาปี 1954 เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินวัฒนธรรมในกรณีการขัดแย้งกันด้วยอาวุธ (1954 Hague Convention for the Protection of Cultural Property in the Event of Armed Conflict) และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติปี 1972 (1972 Convention Concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage) […]

เลือกเป้เดินป่า โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ไทยแลนด์

เลือกเป้เดินป่า อย่างไรให้เหมาะสม จะแบกเป้ท่องเที่ยวให้สบายต้องเลือกเป้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน โดยก่อนอื่นต้องถามตัวเองก่อนว่าเราจะเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบไหน เพราะการแบกเป้เที่ยวมีตั้งแต่เที่ยววันเดียวเที่ยวหลายวันจนถึงเกินหนึ่งสัปดาห์การเดินทางในระยะทางที่ต่างกัน เป้ที่ใช้ก็จะมีขนาดต่างกัน ถ้าเป็นแบบสั้นๆวันเดียวไปเช้าเย็นกลับ หรือนอนค้างคืนเดียว เป้ไม่ต้องใบใหญ่มาก แต่ถ้าเป็นทริปที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางค้างแรมหลายวัน ก็จะต้องเป็นเป้ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยมีความจุมากๆสิ่งสำคัญอีกอย่างเมื่อเราได้เป้ที่มีความจุเหมาะสมกับการเดินทางแล้ว อุปกรณ์ที่บรรจุลงในเป้ก็สำคัญเช่นกันเพราะมีผลในเรื่องน้ำหนักที่ต้องแบก เรื่องอุปกรณ์จะขอเอาไว้เขียนถึงอีกครั้งในคราวหน้า กลับมาที่เรื่องเป้ต่อเราแบ่งประเภทการใช้งานของเป้ไว้ดังนี้ เป้ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (DAY PACK) ส่วนใหญ่เป้ชนิดนี้มีไว้ใส่โน้ตบุ๊ก ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นในชีวิตประจำวันขนาดความจุประมาณ 20 ลิตรเป็นเป้อเนกประสงค์ก็ว่าได้ที่สามารถนำพาไปได้ทุกที่ เป้ท่องเที่ยว (ALL MOUNTAIN) เป็นเป้ที่ออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวแบกขึ้นรถทัวร์ เครื่องบินได้อย่างสบายหรืออาจจะเดินป่าสักคืนสองคืนก็ยังรับได้ขนาดไม่ใหญ่มากประมาณ 30 ลิตร น้ำหนักเบาเพราะโครงสร้างไม่มีอะไรซับซ้อนมาก เป้เดินป่า (TREKKING PACK) เป็นเป้ที่ออกแบบมาเพื่อแบกรับน้ำหนักได้มากขึ้น และมีระบบรองรับแผ่นหลังที่ดีเทคโนโลยีในการกระจายความร้อนจากการเดินป่าก็จะมีประสิทธิภาพกว่าเป้ชนิดอื่น ช่วยให้เดินระยะทางไกลได้สบายมากขึ้น ตัวเป้มีน้ำหนักมากกว่าเป้ ALL MOUNTAIN มีระบบซัพพอร์ตหลัง ไหล่และสะโพกที่ดีมาก รับน้ำหนักสัมภาระได้ 18 – 22 กิโลกรัม เมื่อเรารู้แล้วว่าจะเลือกซื้อเป้เพื่อกิจกรรมอะไร อันดับต่อมาเป็นเรื่องของขนาดเป้และเพศของผู้ใช้ สรีระของผู้หญิงกับผู้ชายต่างกันมาก ช่วงกระดูกสันหลัง ความกว้างของไหล่ และสะโพก สิ่งเหล่านี้มีผลต่อการเลือกซื้อเป้ทั้งสิ้น แต่เพื่อความชัวร์ก็ต้องวัดขนาดครับ วิธีการวัดขนาดเป้ให้วัดจากกระดูกต้นคอถึงกระดูกเอว หน่วยวัดเป็นนิ้วขั้นตอนนี้ไปวัดที่ร้านขายก็ได้นะครับให้ทางร้านวัดให้ […]

เทคโนโลยีใหม่ “เต็นท์” ที่ช่วยให้การตั้งแคมป์ใต้น้ำเป็นไปได้

“เต็นท์” ใต้น้ำใหม่นี้ช่วยให้นักดำน้ำสามารถงีบหลับ กิน อีกทั้งยังช่วยลดความดันอากาศใต้คลื่น ตั้งแต่รุ่งอรุณแห่งยุค SCUBA สมัยใหม่ นำโดย Jacques Cousteau ในต้นปี 1940 นักสำรวจมหาสมุทรได้แสวงหาวิธีการใหม่ในการอยู่ใต้ทะเลได้นานขึ้น เพราะเดิมทีถังออกซิเจนสามารถบรรจุก๊าซได้ในปริมาณที่จำกัด อีกทั้งในเรื่องของสรีรวิทยาของมนุษย์ภายใต้แรงดันน้ำในทะเลลึก ทำให้นักประดาน้ำจำเป็นต้องว่ายน้ำขึ้นมาหายใจบนผืนน้ำอยู่เป็นระยะ นักสำรวจของทาง National Geographic อย่าง Michael Lombardi และศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก Winslow Burleson ได้ทำการออกแบบและจดสิทธิบัตร “Ocean Space Habitant” หรือเต็นท์ใต้น้ำไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเอาไว้สนับสนุนและช่วยให้นักดำน้ำสามารถอยู่ในทะเลได้นานกว่าปกติ เมื่อความลึกไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป การใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำแบบธรรมดา (SCUBA) นั้นมีข้อจำกัดหลายประการ ประการแรกถือเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่จะสูดออกซิเจนเข้าไปในปริมาณที่มากกว่าปกติเวลาอยู่ใต้ทะเลลึก เพราะฉะนั้นการดำน้ำลึกแทบจะเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้น้อยมาก ประการที่สองอาจเป็นกรณีที่ต้องพบกับปัญหา “โรคน้ำหนีบ” (The Bends) ซึ่งหากถึงตอนนั้นการรักษาอาจจะเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง “โรคน้ำหนีบ ถือเป็นอันตรายอย่างมากในความลึกของน้ำระดับนี้ นั่นหมายความว่าการเข้าถึงหน่วยฉุกเฉินใต้น้ำแทบจะกลายเป็นศูนย์เลย” เจนนิเฟอร์เฮย์ส ช่างภาพใต้น้ำกล่าว ในขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกใต้น้ำไม่เอื้ออำนวยเธอและคู่หูของเธอ ปลอดภัยไว้ก่อน จุดประสงค์ของ Ocean Space Habitat เพื่อแก้ปัญหาที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์การดำน้ำ […]