เมืองท่องเที่ยว ยอดนิยมประจำปี 2018 ฮ่องกงคว้าอันดับ 1 ประเทศไทยโผล่ถึง 2 จังหวัด

เมืองท่องเที่ยว ยอดนิยมประจำปี 2018 ฮ่องกง ครองแชมป์

เมืองท่องเที่ยว ยอดนิยมประจำปี 2018 ฮ่องกงคว้าอันดับ 1  โดยมี กรุงเทพฯ และ ลอนดอน ตามมาติด ๆ

ว่าแต่เคยสงสัยกันไหมว่า การจัดอันดับ เมืองท่องเที่ยว ยอดนิยมแบบนี้ เขาใช้เกณฑ์อะไรในการวัด วันนี้ทาง เนชั่ลแนล จีโอกราฟฟิก จะพาไปดูกันว่าใน 20 อันดับนี้มีประเทศไหนบ้าง โดยมีเมืองจากประเทศไทยของเราติดอยู่ใน Top 20 ถึง 2 เมืองด้วยกัน

เกณฑ์ที่ใช้วัด 

ในส่วนสำหรับเกณฑ์ที่ใช้วัดจำนวนนักท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมนั้น ก็จะใช้เกณฑ์ง่าย ๆ คือ นักท่องเที่ยวจะต้องอาศัยอยู่ในเมืองนั้น ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และต้องไม่เกิน 12 เดือน เท่ากับว่าพวกนักท่องเที่ยวที่เข้ามารอเปลี่ยนเครื่องระหว่างทาง ก็ถือว่าไม่ได้เอาเข้ามานับด้วยในการจัดอันดับครั้งนี้

แล้วพวกที่เข้ามาทำงานในไทย หรือมาเรียนหนังสือล่ะ

พวกนี้ก็ไม่ได้เอาเข้ามานับด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า คนพวกนี้ไม่ต่างอะไรกับเป็นประชากรคนหนึ่งเลย โดยคนพวกนี้จะถือว่าเป็น ประชากรชั่วคราว (Temporary Residents) อีกทั้งยังไม่นับคนที่ลี้ภัยทหารหรือทางการเมืองมาอีกด้วย

มาดู 20 อันดับกันดีกว่า ว่ามีเมืองไหนบ้าง 

โดยแชมป์ก็ตกเป็นของ ฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศจีน โดยปีนี้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากถึงร้อยละ 7 มีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 29.8 ล้านรายด้วยกัน ซึ่งไม่น่าแปลกใจ ด้วยความที่ฮ่องกงเป็น เมืองท่องเที่ยว ที่รอบล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้ามากมาย จนมีชื่อเล่นเรียกว่า Concrete Jungle แต่ที่น่าแปลกใจก็คือมากกว่าร้อยละ 70% ของเมืองนั้นปกคลุมไปด้วยภูเขาและพื้นที่สีเขียว เรียกได้ว่า ฮ่องกง นั้นมีความผสมผสานของธรรมชาติและเมืองกันได้อย่างลงด้วยกันเลยดีเทียว

เมืองท่องเที่ยว, ปีนเขา, ฮ่องกง, ปั่นจักรยาน
นอกจากจะมีห้างสรรพสินค้าให้เลือกช็อปมากมายแล้ว ฮ่องกง ยังมีอีกไฮไลท์คือ เส้นทางปั่นจักรยาน และการปีนเขา

โดยเมืองหลวงของเราอย่าง กรุงเทพฯ นั้นก็ตามมาติด ๆ ในอันดับสอง โดยมียอดนักท่องเที่ยวมากถึง 23.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นมาจากปีก่อนร้อยละ 5.5 ส่วนอันดับสามคือ ลอนดอน เมืองหลวงจากประเทศอังกฤษ โดยมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาจากปีก่อนร้อยละ 4.5

เมืองที่มีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวเยอะที่สุด 

ปีนี้ตกเป็นของเมืองหลวงของประเทศอิสราเอลอย่างเมือง เยรูซาเลม โดยมีอัตรามากขึ้นจากปีก่อนมากถึงร้อยละ 37.5 มีจำนวนท่องเที่ยวทั้งหมด 4.8 ล้านคน

เยรูซาเลม, อิสราเอล, เมืองท่องเที่ยว
เยรูซาเลมถือเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยได้รับการกล่าวถึงในชื่อ “อูรูซาลิมา” ในแผ่นศิลาจารึกของเมโสโปเตเมีย ซึ่งมีความหมายว่า “นครแห่งชาลิม” อันเป็นนามของพระเจ้าในแผ่นดินคานาอันเมื่อราว 2,400 ปีก่อนคริสตกาล

อีกทั้งยังมีอีก 3 เมืองจากประเทศอินเดียอย่าง เจนไน อักรา และนิวเดลี ที่มีอัตราการเติบโตสูงเฉกเช่นเดียวกับเยรูซาเลม

ขณะเดียวกันเมืองบ่อน คาสิโนอย่าง ลาสเวกัส กลับมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่น้อยลง

แม้อัตราการเติบโตของนักเที่ยวของสหรัฐฯ นั้น ส่วนใหญ่จะมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น แต่ในรายของ ลาส เวกัส นั้นกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น โดยสาเหตุหลัก ๆ เกิดขึ้นมาจากผลพวงของการกราดยิงในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2017 ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความหวาดกลัว จนเกี่ยวเนื่องต่อมาถึงปีนี้ เฉกเช่นเดียวกับค่าเงินดอลล่าร์ที่มีความแข็งตัวด้วย

ลาส เวกัส, เมือง
เหตุกราดยิงในงานเทศกาลดนตรีคันทรีรูตไนน์ตีวันฮาร์วิสต์ ริมถนนลาสเวกัสสตริปในเมืองแพระไดส์ รัฐเนวาดา มือปืนเปิดฉากระดมยิงจากชั้นที่ 32 ของโรงแรมและกาสิโนแมนดะเลย์เบย์ ข้ามถนนไปยังฝูงชนในลานจัดงานกลางแจ้งระหว่างที่นักร้องเจสัน ออลดีน กำลังปิดการแสดง

20 อันดับ เมืองท่องเที่ยว ยอดนิยมในปี 2018 

  1. ฮ่องกง (เขตปกครองพิเศษฮ่องกง)
  2. กรุงเทพฯ (ประเทศไทย)
  3. ลอนดอน (ประเทศอังกฤษ)
  4. สิงคโปร์ (ประเทศสิงคโปร์)
  5. มาเก๊า (ประเทศมาเก๊า)
  6. ปารีส (ประเทศฝรั่งเศส)
  7. ดูไบ (ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์)
  8. นิวยอร์ก ซิตี้ (ประเทศสหรัฐอเมริกา)
  9. กัวลาลัมเปอร์ (ประเทศมาเลเซีย)
  10. เซินเจิ้น (ประเทศจีน)
  11. ภูเก็ต (ประเทศไทย)
  12. อิสตันบูล (ประเทศตุรกี)
  13. เดลี (ประเทศอินเดีย)
  14. โตเกียว (ประเทศญี่ปุ่น)
  15. โรม (ประเทศอิตาลี)
  16. อันตัลยา (ประเทศตุรกี)
  17. ไทไป (ประเทศไต้หวัน)
  18. กว่างโจว (ประเทศจีน)
  19. มุมไบ (ประเทศอินเดีย)
  20. ปราก (ประเทศสาธารณรัฐเช็ก)
ไทย, ประเทศไทย, ภูเก็ต, เมืองยอดนิยม
โดยจังหวัดภูเก็ตก็ติด 20 อันดับแรกของ เมืองท่องเที่ยว ยอดนิยมประจำปี 2018 อีกด้วย โดยอยู่ที่อันดับ 11 มีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 11.9 ล้านคน

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


บทความอื่น ๆ : อ่าวมาหยากับความงามที่เลือนหาย

ดูการจัดอันดับทั้งหมดได้ที่ Euromonitor International

เรื่องแนะนำ

ท่องเที่ยวแบบ “ด้านมืด” ไปกับสถานที่โหดร้ายเหล่านี้

ค่ายกักกันเอาชวิทซ์, คุกตวลสเลง และอนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาสถานที่น่ากลัวเหล่านี้อ้าแขนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้เข้ามาเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันโหดร้ายที่มนุษย์จะกระทำต่อกันได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

อาบป่า ให้ถึงหัวใจ ชินริน-โยคุ (SHINRIN-YOKU)

“อาบป่า” ผมเคยได้ยินคำนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่เคยเข้าใจความหมายของคำ ๆ นี้สักเท่าไหร่ จนกระทั่งไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสพบกับป้าแอ๊ด ทิพวันถือคำ ตัวแทนกลุ่มอาบป่ากาญจนบุรี ด้วยความสงสัยในความหมาย และวิธีการของการ อาบป่า ว่า มันดีอย่างไร ทำอย่างไร และทำไมเราต้องอาบป่า ป้าแอ๊ดยินดีให้ความรู้กับเราอย่างเป็นกันเอง ด้วยการพาพวกเราเดินเล่นไป คุยไป ในพื้นที่ของ ”บ้านกลางป่า” สถานที่พักผ่อนในรูปแบบโฮมสเตย์ที่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ที่นี่รายล้อมไปด้วยพื้นที่ป่าหลายไร่ ที่ให้ความรู้สึกทั้งสงบและร่มรื่น ถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการพาครอบครัวมาพักผ่อนพร้อมกับได้เรียนรู้วิธีการอาบป่าไปด้วย ป้าแอ๊ดอธิบายให้พวกเราฟังเกี่ยวกับเรื่องของการอาบป่าว่า เป็นศาสตร์บำบัดชนิดหนึ่งที่เริ่มต้นมาจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยสภาวะความตึงเครียดค่อนข้างสูงในประเทศ จึงส่งผลทำให้คนในสังคมมีภาวะของโรคซึมเศร้า จนนำไปสู่อัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงส่งเสริมให้มีการศึกษาและวิจัยการใช้ธรรมชาติบำบัด แทนการใช้สารเคมี ผลการวิจัยพบว่า นอกจากปริมาณออกซิเจนมากมายที่ต้นไม้ปล่อยออกมาแล้ว “ไฟทอนไซด์” (Phytoncide) น้ำมันหอมระเหยที่ต้นไม้ปล่อยออกมา เพื่อป้องกันตัวเองจากแมลง แบคทีเรีย และเชื้อราต่าง ๆ ยังมีกลิ่นเฉพาะที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียด เพิ่มความผ่อนคลายให้แก่มนุษย์ มีอารมณ์ที่ดีขึ้น นอนหลับสนิท และสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายไปพร้อมกัน นั่นหมายความว่า เราจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วยจากอาบป่า นับว่าศาสตร์บำบัดด้วยธรรมชาติแขนงนี้ มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ป้าแอ๊ดชวนพวกเราเดินไป คุยไป และแนะนำถึงวิธีการอาบป่า […]