ช็อกโกแลต จากต่างแดนสวรรค์ที่คนรักช็อกแลตควรเดินทางไปลิ้มลอง

สถานที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการเดินทางของเหล่าคนรักช็อกโกแลต

ดื่มด่ำกับรสชาติแห่งความหวาน สวรรค์ของเหล่าคนรักช็อกโกแลต

โรงงาน Maison Cailler เมืองบร็อก, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เยี่ยมชมโรงงานหนึ่งของแบรนด์ Callier ที่เป็นผู้ผลิตช็อกโกแลตอันเก่าแก่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสวิส เมืองบร็อก ซึ่งโรงงาน Cailler ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1898 ด้านในมีการฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลต และคุณยังสามารถชิมช็อกโกแลตที่ผ่านการเก็บไว้อย่างดีในห้องชิมช็อกโกแลตของโรงงาน

เคล็ดลับการเดินทาง: การทัวร์โรงงานทั้งหมดใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง ในบริเวณใกล้เคียงมีเส้นทางสำหรับทางเท้าและเส้นทางสำหรับนักเดินทางไกล สำหรับปีนหรือเดินทางเท้าไปตามทะเลสาบ Gruyère

นิวยอร์ก, ช็อกโกแลต, เค้ก

ร้าน Magnolia Bakery เมืองนิวยอร์ก, ประเทศสหรัฐอเมริกา

ร้านเบเกอรี่เล็กๆ แสนอบอุ่น สไตล์ยุค 50 แห่งนี้ มีชื่อเสียงโด่งดัง เมื่อนักแสดงจากซีรีย์ทางทีวี เรื่อง Sex and the City ได้แวะเวียนมาเติมความหวานด้วย Red velvet chocolate ทางเบเกอรี่ยังจัดจำหน่าย คัปเค้กสายรุ้งสีสดใส รวมถึง Banana pudding, Cookies, Cherry Cheesecake และ Brownie ซึ่งเค้กช็อกโกแลตเยอรมันได้รับคะแนนความนิยมสูงสุด

เคล็ดลับการเดินทาง: แมกโนเลียมีทั้งหมดสี่สาขา รวมถึงสาขาบน ถนน Bleecker ฉากในเรื่อง Sex and the City

ร้าน Max Brenner เมืองนิวยอร์ก, ประเทศสหรัฐอเมริกา

มารู้จักกับช็อกโกแลตร้อนเสิร์ฟโดยถ้วยเซรามิกสีขาว “hug mug” ถนน Broadway และ ภัตตาคารที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษภายใต้ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์จากโกโก้ ตั้งแต่ Chocolate truffle martini และ Chocolate fondue ไปจนถึงเบียร์ Young’s chocolate stout

เคล็ดลับการเดินทาง: ร้าน Max Brenner ตั้งอยู่ 841 ถนน Broadway และ 141 ถนน Second Avenue

ร้าน Maya Chocolate ทาบาสโก้, ประเทศเม็กซิโก

ที่นี่ถือเป็นบ้านเกิดของช็อกโกแลต อาจมาจากคำว่า Maya xocoatl ลิ้มลองช็อกโกแลตร้อน สไตล์มายา: ที่มีความเข้มข้น ราดด้วยฟองนม รสชาติหวานปนขมนิดๆ และแต่งกลิ่นด้วยพริก ในสมัยประวัติศาสตร์นักปราชญ์ชาวสเปนใช้รสขมชงกับน้ำตาล, อบเชย, เมล็ดอัลมอนด์และนม เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยของนักสำรวจและเหล่ากองทัพ

เคล็ดลับการเดินทาง: Comalcalco, Tabasco มีพิพิธภัณฑ์ต้นโกโก้และไร่โกโก้

Sachertorte, เมืองเวียนนา, ประเทศออสเตรีย

ร้าน Sachertorte เมืองเวียนนา, ประเทศออสเตรีย

รู้จักกับสปันจ์เค้กช็อกโกแลต ปาดด้วยแยมแอปริคอต และปิดท้ายด้วยการราด Dark chocolate icing อย่างเค้ก Sachertorte ของแท้เกิดขึ้นในปี 1832 โดย Franz Sacher ได้รังสรรค์ขนมหวานเพื่อสร้างความประทับใจให้กับนายจ้างของเขา คือ Klemens Wenzel และ Prince von Metter chocolate ทำให้เขามีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จ ในปี 1876 Eduard ลูกชายของเขาเปิดโรงแรม Sacher ซึ่งคุณสามารถเยี่ยมชมคาเฟ่แสนสวยงามได้ที่ร้าน Sacher ในกรุงเวียนนา

เคล็ดลับการเดินทาง: ด้านบนของเค้ก Sachertorte ใช้วิปครีมที่ไม่มีรสหวานเพื่อให้สามารถดื่มคู่กับกาแฟหรือแชมเปญ

Hot Chocolate เมืองตูริน, ประเทศอิตาลี

ในเมืองหลวงแห่งช็อกโกแลตอย่างประเทศอิตาลี การนั่งจิบ cioccolato caldo ถือเป็นตัวช่วยที่ดีในช่วงหน้าหนาว เครื่องดื่มมีความร้อนผสมกับรสชาติขม ราดด้วยวิปครีม เมื่อมาถึงร้านคุณต้องลิ้มลอง bicerin เครื่องดื่มช็อกโกแลตร้อนและเอสเปรสโซ่ เสิร์ฟในถ้วยแก้วที่มีเฉพาะในตูริน หรือลอง giandujotto ขนมห่อกระดาษฟอยล์ และลูกอมช็อกโกแลตเฮเซลนัท

เคล็ดลับการเดินทาง: แนะนำให้เดินทางมาในเดือนกุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงเทศกาลช็อกโกแลต Cioccola-Tò หากซื้อ Choco-Pass ที่สำนักงานการท่องเที่ยวคุณจะได้รับส่วนลดสำหรับขนมหวานรอบเมือง

ช็อกโกแลต, วันวาเลนไทน์, ขนมหวาน

ร้าน Valrhona Chocolate Tain l’Hermitage, ประเทศฝรั่งเศส

ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตไวน์ ตั้งอยู่บนถนน Rhône คุณสามารถเยี่ยมชมบ้านช็อกโกแลต Valrhona ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักชิมช็อกโกแลตและเชฟชั้นนำจากทั่วโลก เป็นช็อกโกแลตแปลกใหม่เพราะทำด้วยไขมันธรรมชาติจากเนยโกโก้เท่านั้น ไม่เติมไขมันพืช คนรักช็อกโกแลตจะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการลิ้มลองหรือซื้อช็อกโกแลตจากโรงงาน ในขณะที่เชฟมืออาชีพสามารถเรียนรู้ที่ Valrhona’s École du Grand Chocolate เพราะถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนสอนทำช็อกโกแลตมีชื่อเสียงที่สุดในโลก

เคล็ดลับการเดินทาง: ร้านโรงงานเปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ สำรวจเมืองยุคกลางของ Tournon ตรงข้ามแม่น้ำ

Churros, ช็อกโกแลต, ของหวาน, มาดริด, สเปน

Chocolate and Churros Madrid, ประเทศสเปน

มีสถานประกอบการเพียงไม่กี่แห่งที่เปิดเผยกิจกรรมของคนประสบปัญหาโรคนอนไม่หลับของเมืองมาดริด ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน โดยมีช็อกโกแลตยอดนิยมที่รู้จักกันทั่วโลก (หรือเรียกในชื่อ churrerías) ปกติผู้คนมักจะมานั่งรับประทานตั้งแต่เวลาตีสี่จนถึงเวลาอาหารเช้า จานนี้ถือว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของพวกเขาคือ churros หรือ ปาท่องโก๋สเปน เป็นแป้งทอด ลักษณะยาวเป็นแท่ง จุ่มในช็อกโกแลตร้อนๆ รสขมเพียงเล็กน้อย ลองแวะมาเยือนที่ Chocolatería San Ginés พร้อมบริการเต็มไปด้วยความสนุกสนานรื่นเริง แสงไฟและบรรยากาศอันน่าตื่นตาตื่นใจ

เคล็ดลับการเดินทาง: Chocolatería San Ginés ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Pasadizo San Ginés เปิดตลอดทั้งคืน

เค้กช็อกโกแลต, Nemesis

คาเฟ่ริมน้ำ Nemesis กรุงลอนดอน, ประเทศอังกฤษ

หนึ่งในร้านอาหารสุดยอดของลอนดอน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเชฟมีชื่อเสียงหลายคน รวมถึง เจมี่ โอลิเวอร์ ขนมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของคาเฟ่ คือ เค้กช็อกโกแลต Nemesis ด้านบนเคลือบด้วยช็อกโกแลตหนึบหนับ มันวาวดูเป็นเค้กที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยช็อกโกแลตคุณภาพ

เคล็ดลับการเดินทาง: สำหรับคนรักช็อกโกแลตคุณสามารถเข้าร่วมงาน Chocolate Ecstasy Tour of London

Chocolate Hotel เมืองบอร์นมัธ, ประเทศอังกฤษ

สำหรับการกิน การหายใจและการนอน จะมีที่พักไหนดีไปกว่าโรงแรมธีมช็อกโกแลตแห่งนี้ สัมผัสกับรสชาติของช็อกโกแลต ซึ่งมีชั้นเรียนสอนหลักสูตรการทำช็อกโกแลตที่การันตีได้ว่าคนรักช็อกโกแลตจะได้รับความพึงพอใจเป็นอย่างมาก

การวางแผน: โรงแรมตั้งอยู่ West Cliff ใกล้กับชายหาดและตัวเมือง ลองออกกำลังกายโดยการเดินเลียบไปตามชายหาดที่สวยงามของเมืองคงจะดีไม่น้อย

***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม: สำรวจสถานที่ดีที่สุดในเมือง เกียวโต

เรื่องแนะนำ

สัมผัสประสบการณ์เดินทางบน รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย

ภาพทิวทัศน์ของรัสเซียนั้นดูเลือนราง เมื่อมองผ่านหน้าต่างของรถไฟสุดหรูอย่าง โกลเด้น อีเกิล ทรานส์–ไซบีเรีย เรื่องราวและภาพ: DANIELLE AMY ฝนโปรยปรายขณะที่เราขึ้นรถไฟใน เมืองวลาดีวอสตอค หรือเมืองสถานีปลายทางทรานส์-ไซบีเรียอันห่างไกลที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของรัสเซีย ซึ่งเดินทางโดยการนั่งเรือจากเกาหลีเหนือใช้เวลานานถึงเก้าชั่วโมง รถไฟถูกทาด้วยสีเทาและน้ำเงิน โดยแต่ละขบวนจะประดับตราสัญลักษณ์ “Golden Eagle Trans-Siberian Express” เป็นตัวอักษรแบบทองคำอันแวววาว เส้นทางรถไฟแล่นผ่านทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ของมองโกเลีย และเทือกเขายูรัลที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ รถไฟแล่นผ่านกระท่อมไม้ในไซบีเรียไปยังแหล่งสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าแห่งมอสโก กลุ่มของเราได้ร่วมเดินทางรถไปกับ National Geographic Expeditions เป็นเวลา 16 วัน จากการสังเกตพบว่ามีคู่รักที่เกษียณอายุราชการเป็นส่วนใหญ่ คือชาวอเมริกันห้าคน ชาวแคนาดาหนึ่งคน หัวหน้าทัวร์รัสเซีย นักประวัติศาสตร์ และฉันที่เป็นผู้ประสานงานภาพถ่ายที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีพนักงานรถไฟประมาณ 50 คน ตั้งแต่พนักงานต้อนรับผู้โดยสาร ผู้เข้าร่วมประชุม บริกร บาร์เทนเดอร์ ผู้จัดการ ไปจนถึงวิศวกร คนทำอาหาร หัวหน้าพ่อครัว คนทำขนม คนอบขนมปัง หรือแม้แต่นักเล่นฮาร์ปและนักเปียโน เมื่อรถไฟเร่งความเร็วผ้าม่านสีเบจกลายเป็นกระจกเงาสะท้อนภาพห้องโดยสารแต่ละห้องที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องเรือนแบบโบราณ รวมถึงการเลือกใช้พรมและผนังสีแดงเพื่อเพิ่มความหรูหราแบบมีระดับ นี่เป็นระยะทางกว่าเก้าพันกิโลเมตร จนกว่าจะถึงมอสโกซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก […]

เยลโลว์สโตน: ผืนป่าแห่งการพิทักษ์

เยลโลว์สโตน สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ทั้งสัตว์ดุร้าย หุบผาชันลึก น้ำตกที่ส่งเสียงครืนครั่น และน้ำร้อนจัด ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามเมื่อเที่ยวชม แต่ก็ชวนให้หวาดหวั่นเมื่อเข้าไปสัมผัส

กรุงเวียนนา “นครแห่งศิลปะและดนตรี” ครองแชมป์เมืองน่าอยู่ถึง 10 ปีซ้อน

กรุงเวียนนา ครองแชมป์เมืองน่าอยู่ถึง 10 ปีซ้อน โค่นแชมป์เก่าอย่างเมืองเมลเบิร์น ที่มีสถิติครองแชมป์นานถึง 7 ปี กรุงเวียนนา ได้รับสมญานามว่า “เมืองแห่งศิลปะและดนตรี” และขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแสนโรแมนติกแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนักแต่งเพลงคลาสสิกอย่าง บีโธเฟ่น, โมสาร์ท, ชูเบอร์ก, บราห์ม หรือ โยฮัน สเตราส์ ศิลปินอมตะแห่งดนตรีคลาสสิกล้วนมาจากเมืองนี้ นอกจากนี้กรุงเวียนนายังถูกยกให้เป็นเมืองที่มีความเข้มแข็งและมั่นคงทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมถึงการเมือง ในปี 2018 กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรียยังคงครองแชมป์เมืองน่าอยู่ถึง 10 ปีซ้อน ซึ่งผลการสำรวจและจัดอันดับ “The Global Liveability Report 2018” ของนิตยสาร The Economist Intelligence Unit กรุงเวียนนาได้คะแนนรวมถึงร้อยละ 99.1 ความโดดเด่นและคุณภาพชีวิตที่ดีในกรุงเวียนนา นอกจากดนตรีคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอันสวยงามของเมือง กรุงเวียนนายังถือว่าเป็นเมืองเงียบสงบ เพราะชาวออสเตรียนเป็นคนอนุรักษ์นิยม ไม่ชอบความรุนแรงและความขัดแย้ง ทำให้เป็นเมืองที่มีปัญหาอาชญากรรมต่ำเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในแถบยุโรป ทำให้กลายเป็นเมืองที่โดดเด่นในเรื่องความปลอดภัยของประชากร และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ออสเตรียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งเห็นได้จากวัฒนธรรมและความมั่งคั่งของประเทศ […]

บทเรียนทรงคุณค่าของหญิงสาวผู้เดินทางไปยังทุกประเทศบนโลก

เจสสิก้า นาบงโก หญิงสาวผู้เดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ทั้งหมด 195 ประเทศทั่วโลก โดยเธอเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้บันทึกความสำเร็จของการเดินทาง ทุกประเทศ นี้เอาไว้ ทั้งหมดเริ่มต้นที่บาหลี ในช่วงวันหยุด 2 สัปดาห์ของปี 2017 เจสสิก้า นาบงโก ที่กำลังรู้สึกไร้จุดหมายหลังการเปลี่ยนอาชีพจากคนทำงานนั่งโต๊ะสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจของตนเอง ตอนนั้นเธอได้อ่านบทความเกี่ยวกับนักเดินทางชื่อ แคสซี่ เดอ เปคอล ผู้สร้างสถิติโลกระดับกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด จากการไปเยือนทุกประเทศทั่วโลกภายในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุด นาบงโกตระหนักถึงการมีอยู่ของผู้คนที่ปรารถนาจะย่างก้าวเข้าไปในทุก ๆ ประเทศเช่นเดียวกับเธอ และนั่นบันดาลใจให้เธออยากเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ทำสำเร็จ นาบงโกเคยไปมาแล้ว 59 ประเทศ เธอเริ่มเดินทางตั้งแต่อายุ 4 ขวบ โดยการติดสอยห้อยตามพ่อแม่ชาวยูกันดาของเธอในการเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัวจากบ้านของพวกเขาในดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน โดยที่พ่อแม่ของเธอไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขากำลังปลูกฝังการเสพติดการเดินทางให้แก่ลูกสาวของพวกเขาอยู่ วันที่ 6 ตุลาคม ปี 2019 วันเกิดของพ่อผู้ล่วงลับนาบงโก ลุล่วงภารกิจในการเยือน 195 ประเทศทั่วโลก ทันทีที่เธอก้าวเท้าลงสู่ประเทศเซเชลส์ (193 ประเทศเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ รวมกับอีกสองรัฐที่ไม่ได้เป็นสมาชิก คือ นครรัฐวาติกันและปาเลสไตน์) ระหว่างการเดินทาง […]