เสน่ห์ ของสถานที่และจุดหมายปลายทางที่นำไปสู่ความรักอันน่าหลงใหลจับใจผู้อ่าน

สถานที่มีเสน่ห์จับใจผู้อ่านของเรา

จากเมืองที่มี เสน่ห์ ชวนหลงใหลในยุโรปไปจนถึงป่าฝนเขตร้อนในอเมริกาใต้ จุดหมายปลายทางเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกถึงความรัก

ประโยคจากเพลงคลาสสิกอย่าง I left my heart in San Franciscoเพลงสิบสองบรรทัดยอดนิยมที่เปิดตัวในปี 1953 เดิมทีประพันธ์โดย George Cory กับ Douglass Cross ท่ามกลางเพลงรักมากมายที่ขับกล่อมเราทุกวัน เพลงนี้ก็ยังติดอยู่ในใจของใครหลายๆ คน นอกจากนี้ยังเป็นเพลงที่มีความโดดเด่นเพราะเนื้อเพลงไม่เกี่ยวกับผู้คน แต่หากเป็นการพูดถึงสถานที่

เมื่อวาเลนไทน์ที่ผ่านมาทางเพจ National Geographic Travel ได้เล่นเกมร่วมกับผู้อ่าน โดยโพสต์เนื้อเพลง I left my heart in San Francisco โดยจะเว้นช่องว่างหลัง “I left my heart in……………” เพื่อเปิดให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็นถึงสถานที่ตราตรึงใจของผู้อ่านไว้ที่ท้ายประโยค ซึ่งทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวมคำตอบไว้ด้านล่างและคุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเพื่อรับแรงบันดาลใจได้ที่นี่

คำตอบเหล่านี้นำเราไปสู่การเดินทางจากเมืองที่มีเสน่ห์ในยุโรปไปจนถึงป่าฝนเขตร้อนของอเมริกาใต้ที่ผ่านเรื่องราวความรักของครอบครัวและมิตรภาพระหว่างเพื่อน ทั้งนี้บางคนเผยว่าพวกเขายังไม่พบความรักในชีวิตของพวกเขา ซึ่งคนอื่น กล่าวว่าพวกเขา “ทิ้งหัวใจ” ไว้ในหลายๆ เมือง บางคนหวังว่าพวกเขาจะกลับไปอีกครั้ง ในขณะที่บางคนก็เลือกอยู่อย่างถาวร แน่นอนว่ามนุษย์เราจะทำทุกอย่างเพื่อความรัก

อิสตันบูล

“ฉันเคยมาสองครั้งแล้ว ซึ่งทั้งสองครั้งทำให้ฉันไม่รู้สึกอยากกลับบ้าน เพราะฉันรู้สึกว่าที่นี่คือบ้าน มันแปลกมากเพราะฉันไม่ใช่คนตุรกี แต่ฉันรักผู้คน ประวัติศาสตร์ และอาหารของที่นี่ และฉันยังคงฝันถึงขนมบัคลาวาอีกด้วย … “- Mariam Khwajazada

ฮาวาย

“ฉันเดินทางไปทั่วโลก แต่ไม่มีสถานที่ใดที่ทำให้ฉันจะรู้สึกได้รับพลังงานชีวิตได้เท่าสถานที่นี้มาก่อน ทั้งสภาพอากาศ ความงาม ธรรมชาติ ป่าเขา ภูเขาไฟ และมหาสมุทรที่ทำให้คุณต้องอุทานออกมาว่า อโลฮา “- Jaime Kersnason

เกาะแวนคูเวอร์

“ฉันคิดถึงมหาสมุทร ป่าฝนแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ สัตว์ป่า และการแสดงอันยอดเยี่ยม (ดนตรี การเล่น การลาก และการล้อเลียน) และสภาพภูมิอากาศอันแสนอบอุ่นที่สมบูรณ์แบบ … ” – Samantha Nelson

เสน่ห์

กัวเตมาลา

“ในเดือนกรกฎาคมของปี 2008 ฉันทิ้งหัวใจไว้ที่กัวเตมาลา เราเพิ่งผ่านช่วงเวลาสี่วันแห่งความสุขกับลูกที่จะมาเป็นบุตรบุญธรรมของเราในไม่ช้า แต่ขั้นตอนการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมนั้นต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน เราจึงต้องปล่อยเขาไว้ในความดูแลของครอบครัวอุปถัมภ์ ซึ่งทำให้การบอกลาเป็นเรื่องที่ยาก จากนั้นสี่เดือนต่อมาเอกสารก็สำเร็จไปด้วยดี ทำให้เขา (บุตรบุญธรรม) กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเราอีกครั้ง” – Eileen Thompson Sparacino

เอดินบะระ

“เมืองที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ ลักษณะความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิตที่เอดินบะระนั้นจะทำให้คุณรู้สึกเลือดสูบฉีดอยู่ตลอดเวลา” – Stephanie Bowman

ไอซ์แลนด์

“ภูเขาธารน้ำแข็ง น้ำตก และแสงเหนือ! ฉันไม่เคยตกหลุมรักที่ไหนมากเท่าที่นี่เลย! ” – Moumita Dutta

ปารีส เกาะกาลาปาโกส และซานฟรานซิสโก

“หนึ่งในสามอยู่ที่ปารีสเนื่องจากเป็นเมืองที่ฉันและสามีหมั้นกัน อีกหนึ่งในสามนั้นอยู่ที่เกาะกาลาปาโกสที่เราไปฮันนีมูน ส่วนที่เหลืออยู่ที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราได้พาลูกสาวไปเที่ยวครั้งแรก จริงๆ ดูเหมือนว่าเราจะตกหลุมรักกับจุดหมายปลายทางใหม่ทุกแห่ง แต่ทั้งสามสถานที่นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรื่องราวความรักของเรา” – Angela Houser

เสน่ห์

นิวซีแลนด์

“ฉันทิ้งหัวใจไว้ที่นิวซีแลนด์ นั่นคือสิ่งที่ฉันหวนระลึกถึงในช่วงเวลาตอนนั้นมันวิเศษมาก  ฉันตั้งท้องลูกชายของฉันได้สองเดือน ตอนกลับมาที่สหราชอาณาจักร ตอนนี้ลูกชายของฉันเอเดน เขาอายุแปดขวบแล้ว” – Poppy Vere Austin-Lata

สกอตแลนด์

“ความงามที่น่าประทับใจที่สุด ผู้คนที่ใจดีที่สุด ประวัติศาสตร์แสนล้ำค่าที่สุด ตั้งแต่อาหารไปจนถึงวิสกี้ทุกแก้วที่คุณได้ลิ้มลอง และเสียงเพลงจากปี่สก็อตที่คุณได้ยินอยู่ทุกครา วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์นั้นยังคงฝังแน่นอยู่ในประเทศอันยิ่งใหญ่คล้ายกับพรมที่ปกคลุมคุณด้วยความอบอุ่น ฉันวางแผนว่าจะกลับไปอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นครั้งที่สามของฉันในรอบสี่ปี ใช่สถานที่นี้มันพิเศษมากจริงๆ ” – Sasha Nelson Koenig

มารีเบเลส บาตาอัน

“ฉันทิ้งหัวใจไว้บนภูเขาตารัก มันเป็นเส้นทางที่ยาก แต่ฉันก็สามารถพิชิตยอดเขาได้!” – Kate Somera Torio

***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม : สถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับเยี่ยมชม ซากุระ ในสหรัฐอเมริกา

ซากุระ, สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น

เรื่องแนะนำ

ท่องเที่ยวแบบ “ด้านมืด” ไปกับสถานที่โหดร้ายเหล่านี้

ค่ายกักกันเอาชวิทซ์, คุกตวลสเลง และอนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาสถานที่น่ากลัวเหล่านี้อ้าแขนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้เข้ามาเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันโหดร้ายที่มนุษย์จะกระทำต่อกันได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

ล่องสาละวิน

ร่วมออกเดินทางล่องไปตามแม่น้ำสาละวิน สัมผัสธรรมชาติอันงดงาม และความคุกรุ่นของพื้นที่บริเวณชายแดน

หมออีม หญิงไทยคนแรกผู้ขึ้นสู่ยอดเขาทั้งเจ็ดทวีป

“การก้าวไปถึงจุดสูงสุดอาจไม่ใช่ความสุขที่ยิ่งใหญ่ แต่การกลับลงมาอย่างปลอดภัย คือสิ่งที่สำคัญกว่า” – หมออีม  นภัสพร ชำนาญสิทธิ์ บ่ายวันหนึ่ง ขณะนั่งทำงานตามปกติอยู่ในออฟฟิศ นิ้วมือพลันเลื่อนเมาส์ไปเจอข้อความที่ปรากฏในแถบแจ้งเตือนบนเฟซบุ๊ก ฉันอ่านข้อความจนจบอย่างถี่ถ้วนสองสามรอบ ความปลื้มปริ่มเกิดขึ้นในใจเมื่อทราบถึงจุดประสงค์ของผู้ส่งสาร ที่ต้องการให้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย นำเสนอเรื่องราวของ หมออีม ทันตแพทย์หญิง นภัสพร ชำนาญสิทธิ์ จากจุดเริ่มต้นจนถึงความสำเร็จ เมื่อปี 2016 หมออีม คือผู้หญิงไทยคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์อันเลื่องชื่อได้สำเร็จ และชื่อของเธอกลับมาปรากฏบนหน้าสื่ออีกครั้งหลังจากเธอพิชิตยอดเขา 7 แห่ง จาก 7 ผืนทวีป ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หมออีมกลายเป็นผู้หญิงที่คนไทยจับตามอง เธอคือคนไทยคนแรกที่ใช้ความพยายามและความร่วมมือจากหลายฝ่ายเดินทางไปสู่ยอดเขาทั้ง 7 แห่งได้สำเร็จ การเดินทาของหมออีมเริ่มต้นจากการไปร่วมปีนเขากับคุณคมรัตน์ พิชิตเดช หรือที่คนในวงการปีนเขามักเรียกในนาม ป๋าคมรัตน์ ครั้งนั้น ป๋ามองเห็นความพิเศษในตัวหมออีมจากครั้งที่ไปร่วมปีนเขาบนเส้นทางคีนาบาลูบนเกาะบอร์เนียวด้วยกัน เขาจึงผลักดันให้เธอลองพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ และเธอตอบตกลง “เธอเป็นผู้หญิงที่เดินขึ้นเขาอย่างไม่รู้จักเหนื่อย ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว และเดินเร็ว” คุณธำรงค์ ปิยนราภร ผู้จัดการส่วนตัวของหมออีม เล่าให้เราฟัง “ปกติป๋าคมรัตน์มีประสบการณ์ปีนเขาร่วมกับคนไทยมาหลายคน และป๋าพอจะมองออกว่าใครสามารถขึ้นไปบนเอเวอเรสต์ได้ ซึ่งป๋ามองเห็นความพิเศษในตัวหมออีม” หลังจากนั้น […]

เที่ยวค้างคืนบน เกาะร้าง กลางเขื่อนศรีนครินทร์

สองคืนบน เกาะร้าง กับเพื่อนที่รู้ใจ และบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ผมเป็นคนใจง่ายกับธรรมชาติ ใครชวนไปเที่ยวหาธรรมชาติก็มักตกปากรับคำหมด เพราะผมคิดว่าการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง เท่ากับเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ตัวเอง ทริปล่าสุดนี้เกิดจากการพูดคุยกับเพื่อนรุ่นน้องที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เราชวนกันไปหาเกาะร้างนอนที่เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในความดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และพื้นที่เหนือเขื่อนบางส่วนก็อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเกาะที่เราจะไปอยู่กลางทะเลสาบน้ำจืด เป็นสถานที่อนุโลมให้เฉพาะชาวบ้านในละแวกนั้นเข้าถึงได้ แต่นักท่องเที่ยวอย่างพวกเราต้องทำเรื่องขออนุญาตจากอุทยานฯ ก่อนเข้าพื้นที่ เกาะน้อยใหญ่กลางเขื่อนศรีนครินทร์นั้นเป็นเกาะร้างตามธรรมชาติ ซึ่งชาวบ้านได้อาศัยหลบแดดหลบฝนในยามออกมาหาปลาเลี้ยงชีพ เกาะเหล่านี้จึงค่อนข้างปลอดนักท่องเที่ยว บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับผู้รักธรรมชาติอย่างยิ่ง สามารถมาเที่ยวได้ตลอด ยกเว้นช่วงฤดูฝนที่อาจไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ พวกเรา 8 ชีวิตนัดเจอกันที่แพริมน้ำเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ในช่วงบ่ายวันหนึ่ง เมื่อเอาสัมภาระลงแพ พร้อมจะออกไปติดเกาะแล้ว เราคุยกับลุงเจ้าของเรือว่าให้ช่วยพาไปนอนที่เกาะไหนก็ได้ที่ไกลจากผู้คน ลุงเจ้าของเรือก็ขับเรือลากแพมุ่งหน้าไปด้านทิศเหนือของเขื่อนทันที เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง น้องในทีมเรียกให้ดูเกาะแห่งหนึ่ง “เหมือนเกาะในการ์ตูนขายหัวเราะเลยเนอะ” ทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดนี้ ว่าแล้วก็ตะโกนบอกให้ลุงขับเรือแวะเกาะขายหัวเราะ (เป็นชื่อที่เราตั้งกันเอง) เราลงไปสำรวจที่เกาะนี้และคิดว่าสามารถพักค้างแรมได้ จึงนัดแนะให้ลุงเจ้าของเรือมารับในอีก 2 วันข้างหน้า บรรยากาศบนเกาะเย็นสบาย มีลมพัดเอื่อยๆทั้งวัน มีร่มไม้ให้พอพักหลบแดด แต่ที่ประทับใจสุดๆก็ตรงที่เกาะนี้เป็นจุดชมวิวดวงอาทิตย์ขึ้นและตกได้งดงามมากๆ ถ้าใครชอบความเงียบสงบ ต้องหาทางมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ครับ ขอเพียงมีหนังสือสักเล่มกับกาแฟรสชาติดีๆ ทิ้งเวลาไปกับวิวสวยๆ เท่านี้ก็เป็นความสุขอย่างที่สุดแล้วละครับ การเดินทาง ผมใช้รถยนต์ส่วนตัวขับมุ่งหน้าไปยังเขื่อนศรีนครินทร์ ใช้เส้นทางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3199 แก่งเสี้ยน – […]