อำนาจอันเกรียงไกรของพระเจ้า ชัยวรมันที่ 7 ณ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

ชัยวรมันที่ 7 ณ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

ตะลึง! อำนาจเกรียงไกร ชัยวรมันที่ 7 ณ บ้านโป่ง

ชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724 – 1763)

แม้จะเป็นวีรกษัตริย์ของชาวกัมพูชา ทว่า พระราชอำนาจของพระองค์เกรียงไกร พระราชอาณาเขตของพระองค์ยิ่งใหญ่และกว้างขวางกว่ากษัตริย์พระองค์ใดในอาเซียนทั้งหมด แม้แต่วีรกษัตริย์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้ชนะสิบทิศ” หรือบุเรงนองกยอดินนรธา ก็มิอาจเทียบเท่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทั้งอาณาเขต และสิ่งก่อสร้าง โดยเฉพาะศาสนสถานที่โลกตะลึง อย่างปราสาทบายน บันทายฉมาร์ ฯลฯ

ล่าสุด ผมต้องอึ้งและทึ่งอีกครั้ง เมื่อพบว่ามีเมืองโบราณสำคัญในสมัยชัยวรมันที่ 7 อีกเมืองหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กรุงเทพมหานครกว่าเมืองใดๆ ไม่ว่าจะเป็น วิมายะปุระ (พิมาย) ศรีชัยสิงหปุระ (ปราสาทเมืองสิงห์) ฯลฯ ทว่า ผมเพิ่งเคยได้ยินชื่อ ศรีศัมพูกปัฏฏนะ (สี-สำ-พู-กะ-ปัด-ตะ-นะ) เป็นครั้งแรก

ชัยวรมันที่ 7, ประวัติศาสตร์ขอม, ทวารวดี, บ้านโป่ง, ราชบุรี, พิพิธภัณฑ์
รูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรแปดกร แบบเดียวกับที่พบ ณ ปราสาทเมืองสิงห์
ชัยวรมันที่ 7, ประวัติศาสตร์ขอม, ทวารวดี, บ้านโป่ง, ราชบุรี, พิพิธภัณฑ์
พระนางปรัชญาปรมิตา พระชายาของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

ทั้งๆ ที่เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ถึง 80 กิโลเมตร หรือไม่ถึง 1 ชั่วโมง ทางรถยนต์ ปัจจุบัน ศรีศัมพูกปัฏฏนะ เป็นที่รู้จักนาม “สระโกสินารายณ์” เขตตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แค่นี้เอง

ทั้งนี้เพราะสิ่งก่อสร้างสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เมื่อราว 800 ปีก่อนที่ยังหลงเหลืออยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์คือ สระโกสินารายณ์ มีสถานะเป็น “บาราย” หรือสระน้ำเพื่อการชลประทานโดยใช้แรงงานคนขุด ถือเป็นพระราชภารกิจสำคัญลำดับต้นๆ ที่พระเจ้าแผ่นดินเขมรต้องทำนุบำรุงพระราชอาณาจักรให้น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ เพื่อความผาสุกของพสกนิกร

ชื่อเมืองศรีศัมพูกปัฏฏนะ ปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรค์ (ปราสาทที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างอุทิศถวายพระราชบิดา) ว่าเป็น 1 ใน 23 เมืองทั่วพระราชอาณาจักร ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้นำพระชัยพุทธมหานาถ – พระพุทธรูปปางนาคปรก ศิลปะบายน ไปประดิษฐาน

ชัยวรมันที่ 7, ประวัติศาสตร์ขอม, ทวารวดี, บ้านโป่ง, ราชบุรี, พิพิธภัณฑ์
ยิ้มแบบบายน ใบหน้าที่ทำให้โลกจดจำกัมพูชา

อาทิ ลโวทยปุระ (ลพบุรี) สุวรรณปุระ (สุพรรณบุรี) ชัยราชปุระ (ราชบุรี) ศรีวัชระปุระ (เพชรบุรี) ศรีชัยสิงหปุระ (เมืองสิงห์ กาญจนบุรี ฯลฯ บ่งบอกถึงพระราชศรัทธาสูงส่งในศาสนาพุทธนิกายมหายาน และพระราชอำนาจเหนือเมืองบริวารดังกล่าว ทว่า เพียงการปรากฏชื่อเมืองศรีศัมพูกปัฏฏนะในจารึกปราสาทพระขรรค์ยังมิอาจยืนยันได้ว่า คือชุมชน “สระโกสินารายณ์” ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง ราชบุรี

หากในปี 2508 ไม่เกิดเหตุการณ์ที่มีผู้ใช้รถแทรกเตอร์ไถปรับระดับพื้นดินทางทิศตะวันตกของสระโกสินารายณ์ แล้วพบเศษอิฐโบราณหักพังทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือพบเศียรเทวรูปศิลา 2 เศียร ทำให้ชาวบ้านแตกตื่นแล้วพากันเข้ามาขุดค้น พบเศียรพระพุทธรูป เศียรเทวรูป พระพิมพ์ เครื่องปูนปั้นอีกมากมายเช่นกัน

ประวัติศาสตร์ขอม, ทวารวดี, บ้านโป่ง, ราชบุรี, พิพิธภัณฑ์
พระพุทธรูปปางนาคปรก ศิลปะบายน แบบเดียวกับพระชัยพุทธมหานาถ
ชัยวรมันที่ 7, ประวัติศาสตร์ขอม, ทวารวดี, บ้านโป่ง, ราชบุรี, พิพิธภัณฑ์
ประติมากรรรมนารายณ์ทรงสุบรรณ

จนกระทั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2509 กรมศิลปากรดำเนินการขุดค้น โดยมอบให้นายตรี อมาตยกุล หัวหน้ากองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ เป็นผู้ควบคุม ทำให้ได้ค้นพบหลักฐานสำคัญจำนวนมาก อันบ่งชี้ว่าที่นี่คือ “ศรีศัมพูกปัฏฏนะ” โดยเฉพาะรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรองค์ใหญ่ทำด้วยหินปูนสีเขียว แต่น่าเสียดายพบแต่ท่อนพระองค์เท่านั้น ส่วนเศียรและพระกรซึ่งมี ๘ พระกร และพระบาทได้หักหายไป นับเป็นกุญแจไขปริศนาสำคัญ ด้วยเป็นพระโพธิสัตว์ศิลปะบายน (ศิลปะเขมร ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗) เช่นเดียวกับที่พบ ณ ใจกลางปรางค์ประธานปราสาทเมืองสิงห์ กาญจนบุรี สอดคล้องกับความในศิลาจารึกปราสาทตาพรหม ซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างอุทิศถวายพระราชมารดา ที่ระบุว่าพระองค์ได้รับน้ำอมฤตจากพระศรีศากยะ หมายถึงทรงรับรสพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระองค์ยกย่องเทิดทูนพระราชบิดาเสมอพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เทิดทูนพระราชมารดาเสมอพระนางปรัชญาปรมิตา พระชายาของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ที่สำคัญ พระองค์เชื่อว่าพระองค์ก็เป็นอวตาร (การแบ่งภาคมาเกิด) ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรด้วยเช่นกัน การขุดค้นพบประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และพระนางปรัชญาปรมิตาจึงมีความสำคัญยิ่ง เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าบริเวณนี้เป็นที่ตั้งปราสาทประจำเมือง อันถือเป็นใจเมืองและเป็นศูนย์กลางโลกและจักรวาล หรือเป็นเขาพระสุเมรุประจำเมืองนั้นนั่นเอง

ประวัติศาสตร์ขอม, ทวารวดี, บ้านโป่ง, ราชบุรี, พิพิธภัณฑ์
สระโกสินารายณ์ ในอดีตคือ “บาราย” ประจำเมืองศรีศัมพูกปัฏฏนะ

โดยชาวบ้านเรียกบริเวณนี้ว่า “จอมปราสาท” มีปราสาทหินแบบเขมรตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางเมืองโบราณรูปสี่เหลี่ยม กว้างยาวด้านละ 1 กิโลเมตร  มีบาราย หรือสระโกสินารายณ์ ติดแนวกำแพงทางทิศเหนือ ค่อนไปทางตะวันออก เมืองตั้งอยู่ใกล้กับน้ำแม่กลอง ในเขตตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง ราชบุรี น่าเสียดาย ที่วันนี้ ไม่เหลือสภาพปราสาทหินให้เราเห็นแล้ว การลักลอบขุดหาโบราณวัตถุอย่างไร้การวบคุม ได้ทำลายหลักฐานทางโบราณคดีแทบสิ้นซาก คงเหลือแต่กองอิฐและเศษอิฐทิ้งกระจัดกระจาย กลาดเกลื่อนอยู่บนพื้นดินเท่านั้น

ต่อมาที่ดินบริเวณจอมปราสาท ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทสยามคราฟท์ ในเครือบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จอมปราสาทจึงกลายเป็นที่ตั้งศาลพระภูมิของโรงงานสยามคราฟท์

ปัจจุบัน จอมปราสาทคงเหลือเป็นเนินดินใหญ่ และที่โล่งบริเวณกลางโรงงาน ส่วนสระน้ำโกสินารายณ์ (บาราย) ได้รับการพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ เป็นที่ออกกำลังกายและสนามเด็กเล่น แต่ที่น่าปีติยินดียิ่งนักคือ การที่เทศบาลตำบลท่าผาเห็นความสำคัญของเมืองโบราณ “ศรีศัมพูกปัฏฏนะ” มานำเสนอไว้ใน “พิพิธภัณฑ์ชุมชนสระโกสินารายณ์” ซึ่งแม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนขนาดเล็ก ทว่า จัดแสดงโบราณวัตถุอย่างมีศิลปะ ทันยุคทันสมัย เข้าใจง่าย ไม่มีข้อมูลมากมายให้ยืนอ่านจนเมื่อย แต่มีสิ่งที่จับต้องได้ อาทิ พระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร สูงเกือบ 2 เมตร ที่มาของคำว่า “ยิ้มแบบบายน” จนกล่าวได้ว่าเป็นใบหน้าที่ทำให้โลกจดจำกัมพูชาได้ดีพอๆ กับปราสาทนครวัด ก็จำลองแบบมานำเสนอไว้ในพิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งนี้ด้วย

จนผมคิดว่าไม่เป็นการเกินเลยไป ที่จะยกย่องให้ที่นี่เป็น “พิพิธภัณฑ์ชุมชนขนาดเล็กที่ดีที่สุด” และหากใครไปเยือนบ้านโป่ง ก็ไม่น่าพลาดชมด้วยประการทั้งปวง

เรื่องและภาพถ่าย – ธีรภาพ โลหิตกุล


*พระโพธิสัตว์

คือท่านผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า โดยกำลังบำเพ็ญบารมี ๑๐ คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา ตามคติความเชื่อของชาวพุทธ นิกายมหายาน (ที่มา: พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ โดย พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต) พ.ศ.๒๕๓๗)

ตามคติความเชื่อของชาวพุทธฝ่ายมหายาน ยกย่อง พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตากรุณา และเป็นประมุขของพระโพธิสัตว์ทั้งมวล

*ศรีศัมพูกปัฏฏนะ

ความหมายของชื่อเมืองโบราณนี้ อ.วรณัย พงศาชลากร นักโบราณคดีอิสระ ระบุไว้ใน Oknation BLOG ว่า

“ศัมพูกะ” เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า “หอยสังข์” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคลทั้งในคติฮินดูและพุทธ อีกทั้งเมืองโบราณนิยมออกแบบผังเมืองเป็นรูปหอยสังข์ ส่วน “ปฏฏนฺ – ปัดตะนัม – นะ” แปลว่า “แผ่นดิน หรือท่าขึ้นเรือ”


*พิพิธภัณฑ์ชุมชนสระโกสินารายณ์  

หน่วยงานรับผิดชอบ : เทศบาลเมืองท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โทร. 0-3221-0531

ที่ตั้ง :  ด้านข้างสระโกสินารายณ์ฝั่งทิศตะวันตก หลังโรงงาน SCG  หมู่ 19 ตำบลท่าผา  อำเภอบ้านโป่ง ราชบุรี

*เปิดบริการ : วันพุธ – อาทิตย์  เวลา 10.00-16.00 น.  ค่าบริการ: ฟรี

*กรณีจะเข้าชมจอมปราสาท ติดต่อ เจ้าหน้าที่โรงงานสยามคราฟท์ SCG แจ้งความจำนงเข้าชม ฟรี


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สวัสดี… ปราสาทพระวิหาร

เรื่องแนะนำ

นั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ สู่พื้นที่ชนบท

นั่งบนเส้นทาง รถไฟเกาหลีเหนือ ในชนบท ที่น้อยคนสามารถเข้าถึง ช่วงทศวรรษที่ 1960 เมื่อครั้งมาร์ก โดแรนยังเป็นเด็กชายชาวอังกฤษ เขารู้สึกตื่นตากับหัวรถจักรไอน้ำ ในปี 1978 เขาเดินทางไปยังเยอรมนีตะวันออก เพื่อไล่ตามรถจักรไอน้ำใน ‘ดินแดนต้องห้าม’ ของยุคสมัยนั้น กว่า 40 ปีให้หลัง แรงบันดาลใจนี้ได้พาเขามาที่เกาหลีเหนือ เพื่อนั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ โดยในปี 2016 เขานั่งรถไฟสายมอสโก-อูลานบาตอร์-ปักกิ่ง ข้ามจากไซบีเรียและมองโกเลียสู่กรุงเปียงยาง และในเดือนกันยายน 2018 เขากับกลุ่มทัวร์ได้เดินทางจากกรุงเปียงยางไปยังเมืองราซ็อน ที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนจีนและรัสเซียที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ชนบทมากมาย โดยปกติแล้ว ชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกกรุงเปียงยาง แต่ด้วยบริการจากบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตจากทางการเกาหลีเหนือ ทริปการท่องเที่ยวชนบทด้วยรถไฟเกาหลีเหนือจึงเกิดขึ้นได้ ที่สถานีราซ็อนนี้ ผู้โดยสารสามารถเดินทางต่อไปยังรัสเซียหรือข้ามไปที่ประเทศจีนได้ เรื่อง SOO YOUN ภาพถ่าย DAVIDE MONTELEONE อ่านเพิ่มเติม ภาพชีวิตที่แทบไม่ต่างในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

อุทยานแห่งชาติคลองลาน…กับพื้นที่อนุรักษ์

หากคุณเคยไปท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติในที่ต่างๆ เรามักเห็นเส้นทาง เดินป่าศึกษาธรรมชาติอยู่ควบคู่ด้วยเสมอเกือบทุกอุทยานฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเส้นทางสั้นๆ ที่มีการพัฒนาเส้นทางแล้วและมีความปลอดภัยซึ่งภาษาราชการเรียกว่า “พื้นที่ให้บริการ” ในขณะที่บางอุทยานฯก็ประกาศเป็น “พื้นที่อนุรักษ์” และไม่เปิดให้เป็นพื้นที่ที่ให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้าถึง ด้วยความสงสัยปนหลงใหล ทีมงาน NATIONAL GEOGRAPHIC ฉบับภาษาไทย ได้ขออนุญาตติดตาม การทำงานของหน่วยลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ที่มีชื่อเรียกขานว่า “พญาเสือ 51” เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคลองลาน แห่งอุทยานแห่งชาติคลองลาน เข้าไปยังพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจว่าผืนป่าแห่งนี้มีความสำคัญอย่างไรและเกี่ยวข้องอย่างไรกับผืนป่าตะวันตก กับเส้นทางที่ไม่มีทางในป่าลึก เพราะตลอดสองข้างทางเป็นป่ารกชัฏ มองไม่เห็นเส้นทางเดินชัดเจนและเสี่ยงต่อการหลงป่าหากไม่มีเจ้าหน้าที่มาด้วย พื้นที่อนุรักษ์หมายถึงอะไร พื้นที่อนุรักษ์ หมายถึง พื้นที่ป่าสมบูรณ์ที่ถูกยกสถานะขึ้น เพื่อที่จะนำกฎหมายเข้าไปบริหารจัดการ และดูแลรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในผืนป่านั้น ๆ ได้ ทั้งทางบกและทางทะเล อนุรักษ์อะไร อนุรักษ์ระบบนิเวศที่มีความสัมพันธ์กันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สัตว์ป่า พันธุ์พืช ทุ่งหญ้า แหล่งน้ำ แหล่งดิน ฯลฯ ทำไมต้องอนุรักษ์ – เพื่อรักษาและคงไว้ซึ่งพื้นที่ป่าขนาดใหญ่อันเป็นตัวแทนของชีวมณฑลที่สำคัญของประเทศ – เพื่อรักษาพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ป้องกันการสูญพันธุ์ให้ได้มากที่สุด – เพื่อส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัย – […]

ท่องเที่ยวแบบ “ด้านมืด” ไปกับสถานที่โหดร้ายเหล่านี้

ค่ายกักกันเอาชวิทซ์, คุกตวลสเลง และอนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาสถานที่น่ากลัวเหล่านี้อ้าแขนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้เข้ามาเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันโหดร้ายที่มนุษย์จะกระทำต่อกันได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

ชมภาพอันน่าขนลุกภายในเมืองร้างกลางทะเลทรายที่นามีเบีย

ทะเลทรายนามิบในสภาพที่แห้งแล้งยังคงรักษาการตกแต่งของเมืองในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เอาไว้ได้ แต่กองทรายที่ถาโถมเข้ามาในเมืองได้กลืนกินสิ่งต่างๆ ที่หลงเหลืออยู่ ที่ประเทศ นามีเบีย ในเมืองโคลมานสค็อพ (Kolmanskop) ทรายที่ปกคลุมตึกรามบ้านช่องที่เคยเป็นเหมืองเพชรเก่าดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพัน วอลเปปอร์สีสันสดใสหลุดร่อนออกจากผนัง กองทรายไหลท่วมบรรดาซากบ้านเรือนที่ปรักหักพัง นี่คือภาพของเมืองโคลมานสค็อพ เมืองร้างกลางทะเลทรายนามิบในบริเวณแอฟริกาตอนใต้ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “เขตต้องห้าม” ในประเทศ นามีเบีย โดยสาเหตุที่ทำให้โคลมานสค็อพมีสภาพเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเช่นเดียวกับสภาพของเมืองในปัจจุบัน เรื่องราวของเมืองที่แสนเจ็บปวดและน่าประหลาด เย็นวันหนึ่งในปี 1908 ในขณะที่คนงานการรถไฟชาว นามีเบีย นาม Zacherias Lewala กำลังขุดดินเพื่อปรับเส้นทางรางรถไฟและเกลี่ยเนินทราย เขาได้พบก้อนหินจำนวนหนึ่งเปล่งประกายในยามที่แสงธรรมชาติรอบตัวของเขามืดสลัว นายจ้างชาวเยอรมันของ Lewala บอกว่านี่คือเพชร อัญมณีที่มีมูลค่า แต่ Lewala ก็ไม่ได้รับรางวัลใดๆ จากการบอกข่าวดีนี้ให้กับเจ้านายของเขา เวลาต่อมา บรรดาผู้สำรวจแร่ได้แห่กันเข้ามาที่เมืองนี้ ในปี 1912 เมืองนี้ก็เจริญขึ้น และสามารถผลิตเพชรได้นับล้านกะรัตต่อปี ซึ่งเป็นอัตราส่วนร้อยละ 11.7 ของการผลิตเพชรทั้งหมดบนโลกในเวลานั้น โคลมานสค็อพกลายเป็นเมืองหรูหรากลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ภายในเมืองมีทั้งร้านขายเนื้อ ร้านขายขนมอบ ที่ทำการไปรษณีย์ และโรงน้ำแข็งที่ผลิตจากน้ำสะอาดที่ขนส่งมาทางรถไฟ คนยุโรปมากมายย้ายเข้ามาทำงานในเมืองนี้และบริโภคพลังงานไฟฟ้าอย่างบ้าคลั่ง นอกจากนี้มีเรื่องเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งได้เลี้ยงนกกระจอกเทศเพื่อข่มขวัญชาวเมือง และใช้มันลากรถลากเลื่อนบนหิมะในคืนวันคริสต์มาส แต่ความเจริญของเมืองนั้นไม่ยั่งยืน […]