น้ำตกในเอเชีย มีอีกมากมายในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่สวยไม่แพ้น้ำตกของไทย

สะพายเป้คู่ใจตะลุยแดนน้ำตกแห่งเอเชีย ช่วงหน้าร้อนนี้

เอเชีย ถือเป็นดินแดนที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทุกประเทศในแถบเอเชียล้วนมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์

น้ำตกในเอเชีย

เอเชีย เป็นทวีปที่มีพื้นที่มากที่สุดและมีภูมิภาคมากถึง 51 ภูมิภาค มีเทือกเขาสูงที่เกิดจากการโก่งตัวของหิน และยังมีในส่วนของที่ราบต่ำซึ่งเกิดจากการทับถมของดินตะกอนในแม่น้ำ โดยความกว้างใหญ่ของทวีปเอเชียทำให้ในแต่ละพื้นที่มีอากาศที่แตกต่างกัน ทั้งอากาศร้อนชื้น อบอุ่น และเย็น น้ำตกในเอเชีย

สำหรับใครที่ยังไม่มีแผนเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้ ลองหากระเป๋าเป้ดีๆ สักใบ และออกไปท่องแหล่งธรรมชาติอันงดงามของเอเชียซึ่งมีสิ่งที่น่าดึงดูดใจอีกมากมาย ทั้งวัฒนธรรมอันแปลกใหม่ของแต่ละท้องถิ่น สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอันน่าทึ่ง รวมไปถึงวัดหรือแหล่งสถาปัตยกรรมแบบโบราณอันวิจิตรบรรจงซึ่งสืบต่อกันมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี

หากพูดถึงแหล่งธรรมชาติอุดมสมบูรณ์คงหนีไม่พ้นทวีปเอเชีย ซึ่งทาง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวบรวมน้ำตกที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศไทย เพื่อทำให้การท่องเที่ยวช่วงวันหยุดของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

น้ำตกในเอเชีย
น้ำตกกวางสี (Kuang Si Falls) น้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหลวงพระบาง เป็นหินปูนสองชั้น สูงราว 70 เมตร สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางสำหรับชมธรรมชาติของป่าเขา
ขอบคุณภาพถ่าย: https://www.pinterest.it/pin/562738915938943776/

น้ำตกตาดกวางสี (Kuang Si Falls) สปป. ลาว

ลาวมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันน่าทึ่งอย่างน้ำตกตาดกวางสี ซึ่งเป็นน้ำตกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เรียกได้ว่าหากมีโอกาสมาเยือน สปป. ลาว ก็ไม่ควรพลาดชมแหล่งต้นน้ำอันสูงชันของชั้นหินที่เรียงซ้อนกันอย่างสวยงามราวกับถูกจับวางเป็นอย่างดี นอกจากนี้ น้ำตกตาดกวางสียังเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดของประเทศซึ่งอยู่ใกล้กับหลวงพระบาง ดังนั้น คุณสามารถใช้บริการรถรับ-ส่ง เพื่อช่วยประหยัดเวลาได้ อนึ่ง ทางอุทยานฯ น้ำตกตาดกวางสีอนุญาตให้มีการเล่นน้ำในบางพื้นที่เท่านั้น

เคล็ดลับ: หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงฝูงชน ควรไปในช่วงเวลาที่เหมาะสม คือช่วงเช้า นอกจากจะได้รับบรรยากาศดีๆ เวลายามเช้ายังเอื้อต่อการถ่ายภาพเก็บประสบการณ์อันน่าทึ่งและความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้

น้ำตกในเอเชีย
หากเดินทางมาในเขตชานเมืองพินอูลวิน คุณจะได้พบกับน้ำตกอนิสกาน (Anisakan Falls) อันโด่งดัง ซึ่งตั้งอยู่ที่กลางป่าเขาลำเนาไพร โดยชื่อของน้ำตกนั้นมาจากชื่อ หมู่บ้านอนิสกาน (Anisakan Village)
ขอบคุณภาพถ่าย: https://www.pinterest.it/pin/562738915938943776/

น้ำตกอนิสกาน (Anisakan Falls)เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์

ปัจจุบันเมียนมาร์ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่สนใจความงดงามซึ่งถูกซุกซ่อนไว้อย่างบรรดาวัดโบราณเก่าแก่ในบากัน เมืองมัณฑะเลย์อันน่าพิศวง และทะเลสาบอินเลที่เงียบสงบ แต่ถ้าหากคุณชอบความท้าทาย ลองไปในเขตชานเมืองเมเมียว เพื่อเดินทางไปน้ำตกอนิสกาน ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากเมืองเมเมียวประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง โดยคุณต้องพิชิตยอดเขาของน้ำตกอันสูงชัน เพื่อให้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ และเมื่อความเหนื่อยล้าจากการพิชิตยอดเขาหายไปแล้ว ลองเดินไปยังจุดชมวิวของยอดเขา คุณจะได้เห็นน้ำไหลผ่านโขดหินลงสู่ผืนน้ำที่มีสีฟ้าอมเขียวราวกับภาพวาด

เคล็ดลับ: เพื่อทำให้การปีนเขากลายเป็นเรื่องแสนง่าย ลองใช้วิธีแช่น้ำเย็นช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ซึ่งจะคลายอาการเหนื่อยล้าจากการปีนเขาได้เป็นอย่างดี

น้ำตกในเอเชีย
น้ำตกเลิฟ (Love Waterfall) ห่างจากเมืองซาปาราวๆ 10 กิโลเมตร โดยทางขึ้นไปยังน้ำตกเป็นทางเดินที่ปูด้วยหิน และมีค่าเข้าชม 70,000 ดอง หรือประมาณ 105 บาทไทย
ขอบคุณภาพถ่าย: https://www.pinterest.it/pin/562738915938943776/

น้ำตกเลิฟ (Love Waterfall) เมืองซาปา ประเทศเวียดนาม

ในเวียดนาม มีทั้งทุ่งนา ภูเขา หิน ปูน และชายหาดที่สวยงาม อาจกล่าวได้ว่าสิ่งเหล่านี้คือความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติของที่นี่ หากคุณกำลังมองหาน้ำตกสวยที่สุด เพียงแค่ขับรถออกไปไม่ไกลจากเมืองซาปา ซึ่งคุณจะพบกับน้ำตกเลิฟอันงดงาม เพียงเดินจากจุดจอดรถประมาณ 20 นาที แล้วเดินไปตามเส้นทางของป่าทึบ คุณก็จะพบภูเขาอันงดงามที่ล้อมรอบน้ำตก

เคล็ดลับ: มีตำนานเล่าขานกันมาว่า มี อัญมณี มากมายถูกซ่อนไว้ที่นี่ เพราะเชื่อกันว่านางฟ้าจะลงมาอาบน้ำในน้ำตกแห่งนี้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ทำให้ผู้คนดำลงไปในน้ำที่เย็นจัดจนเกือบเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม น้ำตกนี้ตั้งอยู่กลางป่าทึบ คุณควรทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

น้ำตกในเอเชีย
หากมาเยือนแดนกัมพูชาในช่วงหน้าฝน (เดือนกรกฎาคม – ตุลาคม) ลองแวะมาผ่อนคลายที่น้ำตกโพพกวิล (Popokvil Waterfall) ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำเยอะและสวยที่สุด โดยชื่อ Popokvil หมายถึง “เมฆหมุน” เกิดจากหมอกที่หมุนอยู่เหนือน้ำตก
ขอบคุณภาพถ่าย: https://www.pinterest.com/pin/394276142351471553/?lp=true

น้ำตกโพพกวิล (Popokvil Waterfall) ประเทศกัมพูชา

กัมพูชา คือแหล่งท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าและเป็นประเทศที่แสดงถึงวัฒนธรรมอย่างเห็นได้ชัด บนภูเขาโบกอร์ เมืองกัมปอต มีน้ำตกโพพกวิล เป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมมามากที่สุดในช่วงฤดูฝนเพราะเป็นช่วงเหมาะสมแก่การมาเที่ยวชม สิ่งที่น่าพึงพอใจสำหรับที่นี่ คือคุณสามารถพักผ่อนหย่อนกายได้ตามอัธยาศัย โดยในละแวกนี้มีร้านอาหารมากมายที่อำนวยความสะดวกให้กับคนที่มาปีนเขา

เคล็ดลับ: คุณสามารถชมวิวทิวทัศน์ของน้ำตกได้อย่างเต็มตาได้จากระยะไกล แต่ถ้าคุณอยากชมแบบใกล้ๆ แนะนำให้ปีนขึ้นไปด้านบน และระวังอันตรายจากหินสูงชันที่มีจำนวนมาก

น้ำตกในเอเชีย
น้ำตกที่สวยที่สุดในลังกาวี หรือน้ำตกเซเว่นเวล (Seven Wells Waterfall) มีบันไดสูงชันทอดผ่านต้นไม้ไปจนถึงน้ำตก บริเวณชั้นล่างของน้ำตกมีสิ่งอำนวยความสะดวกจุดพักพิเศษซึ่งคุณสามารถแช่น้ำตกได้อย่างสบายใจ
ขอบคุณภาพถ่าย: https://www.pinterest.it/pin/562738915938943776/

น้ำตกเซเว่นเวล (Seven Wells Waterfall) เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย

เกาะลังกาวีอันสวยงามของประเทศมาเลเซีย มีน้ำตกที่สวยงามไม่แพ้ประเทศอื่นซึ่งซ่อนตัวอยู่กลางป่าเขาห่างจากสะพานลอยฟ้าของลังกาวีไม่มากนัก น้ำตกเซเว่นเวล คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นและสวยที่สุดบนเกาะ บริเวณชั้นล่างของน้ำตกเป็นจุดที่คนนิยมมากที่สุด เพราะสามารถว่ายน้ำและนั่งรับประทานอาหารได้ หากคุณต้องการไปจุดชมวิว คุณสามารถใช้บริการกระเช้าลอยฟ้า หรือเดินขึ้นไปตามป้ายบอกเส้นทาง

เคล็ดลับ: การเที่ยวน้ำตกเซเว่นเวล คุณควรศึกษาข้อมูลมาก่อน เพราะมีจุดเสี่ยงอยู่มากที่อาจทำให้คุณได้รับบาดเจ็บ

น้ำตกในเอเชีย
น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย หรือน้ำตกเต๋อเทียน (Detian Waterfall) การเดินทางจากไทยที่สะดวกที่สุดคือ นั่งเครื่องบินไปยังเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม และนั่งรถบัสไปยังเมืองกาวบั่ง โดยจะมีรถมินิบัสไปถึงน้ำตกเต๋อเทียน
ขอบคุณภาพถ่าย: https://www.pinterest.it/pin/562738915938943776/

น้ำตกเต๋อเทียน (Detian Waterfall) ประเทศจีนและเวียดนาม

น้ำตกเต๋อเทียน ตั้งอยู่กลางพรมแดนระหว่างจีน-เวียดนาม เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ เอเชีย ทางจีนเรียกว่า Detian ขณะที่เวียดนามเรียกว่า Ban Gioc น้ำตกเต๋อเทียนถูกรายล้อมไปด้วยธรรมชาติของป่าเขาและใบไม้หลากสีที่ร่วงโรย ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามอย่างแท้จริง หากมองลงมาจากด้านบนจะเห็นว่าในฝั่งของเวียดนามเป็นน้ำตกแบบชั้นเดียว น้ำไหลตรงเป็นทางยาว ในขณะที่จีนนั้นมีถึงสามชั้น โดยน้ำจะไหลลดหลั่นกันลงมาดูยิ่งใหญ่อลังการ

เคล็ดลับ: แม้น้ำตกเต๋อเทียนจะเปิดให้เยี่ยมชมตลอดทั้งปี แต่ควรเลี่ยงการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากระดับน้ำจะลดลงอย่างมาก

***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม: หนีร้อนไปพักผ่อนแบบสำราญใจกับที่เที่ยวใน สเปนสเปน

เรื่องแนะนำ

สุดยอดภาพถ่ายท่องเที่ยวแห่งปี 2017

คืนหนึ่งของเดือนธันวาคมในปี 2015 เซรกิโอ ตาปิโร คว้าถุงนอน, กล้อง และขาตั้งออกมาวางท่ามกลางท้องฟ้ากระจ่างไร้มวลเมฆ ห่างจากเขาออกไป 8 ไมล์คือภูเขาไฟโคลิมาที่ปะทุเถ้าถ่านออกมา ท่ามกลางสายฟ้าฟาด ครั้งแรกของการปะทุ ตาปิโรเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขาเปิดรูรับแสงนาน 8 วินาทีเพื่อบันทึกภาพของไฟและหินที่ถูกส่งออกมาจากใต้พื้นโลกเอาไว้ และทันใดนั้นเองก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น เมื่อสายฟ้าเส้นหนึ่งผ่าลงมาจากหมู่มวลเมฆของเถ้าถ่าน “ภาพถ่ายนี้คือของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้แก่ผมครับ” เขากล่าว “ตอนที่ผมเช็ครูปถ่ายจากจอกล้องถ่ายภาพ ผมอึ้งไปเลย แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง” ภาพถ่ายนี้ชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายท่องเที่ยวประจำปี 2017 “ช่วงเวลาอันทรงพลัง ถูกบันทึกไว้อย่างงดงาม ภาพถ่ายของเซรกิโอจัดอยู่ในภาพถ่ายธรรมชาติชั้นนำ ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์” มอลลี่ โรเบิร์ต บรรณาธิการภาพอาวุโส หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินครั้งนี้กล่าว “เซรกิโอ มุ่งมั่นถ่ายภาพภูเขาไฟมา 15 ปี สมาธิอันเยี่ยมยอดของเขาปรากฏให้เห็นผ่านภาพการปะทุของภูเขาไฟอันน่ามหัศจรรย์” ตาปิโรเริ่มต้นถ่ายภาพภูเขาไฟในปี 2002 งานของเขาต้องใช้ความพยายามอย่างสูง รวมถึงความอดทนและอารมณ์ขัน “ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังสนทนากับญาติของตัวเอง คล้ายๆ ลุงของผม” เขาอธิบาย “บางครั้งผมคิดว่าถูเขาไฟเองก็เล่นตลก หลังคุณอยู่ที่ตรงนั้นมาแล้ว 16 ชั่วโมง ในที่สุดคุณตัดสินใจเก็บอุปกรณ์กลับ ในขณะที่คุณกำลังขับรถกลับบ้าน คุณกลับเห็นภูเขาไฟปะทุขึ้น ผ่านกระจกมองหลัง” ความอดทนและการมองโลกในแง่ดีของเขา […]

ภูกระดึง ความงามที่ไม่เคยเลือนหาย

ภูกระดึง ประติมากรรมทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ กับเส้นทางเดินป่าสุดคลาสสิคและความสวยงามของทิวสนตัดกับสีสันบนท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปตามเวลาและฤดูกาล เป็นสิ่งที่เหล่านักท่องเที่ยวหัวใจธรรมชาติยกให้เป็นหนึ่งในภูเขาที่ต้องไป แต่ทว่าเหตุการณ์ไฟป่าที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงกังวลไม่น้อยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทั้งผืนป่า สัตว์น้อยใหญ่ และบรรดาเจ้าหน้าที่ร่วมทั้งจิตอาสาที่ร่วมกันดับไฟ แต่ท้ายที่สุดด้วยความร่วมมือร่วมแรงกันอย่างสุดความสามารถก็เป็นผล ทำให้ไฟสงบลงในเวลาต่อมา แน่นอนว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ นอกจากเราจะช่วยส่งกำลังใจไปช่วยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์ธรรมชาติก็คือการสร้างความเข้าใจต่อ ภูกระดึง สันฐานภูกระดึง “ภูกระดึง” เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด มีที่ราบบนยอดภูเขาเป็นพื้นที่กว้างประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 8,522 สนามฟุตบอลขนาดมาตราฐาน มีความสูงอยู่ระหว่าง 1,200 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง หรือสูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 950 เมตร เทียบคร่าวๆก็ประมาณ 3 เท่าของตึกใบหยก-2 ด้วยความสูงระดับนี้จึงทำให้อากาศบนยอดภูเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 26 °C ภูกระดึงขุนเขาแหล่งจินตนาการ มองจากด้านที่ราบหรือด้านข้างภูเขา ภูกระดึงจะมีลักษณะคล้ายกับกระดึงห้อยคอวัว (ภาษาท้องถิ่น แปลว่า กระดิ่ง) สันนิษฐานว่าจากลักษณะรูปร่างดังกล่าวจึงกลายเป็นที่มาของชื่อภูเขาที่ชาวบ้านเรียกขานกัน แต่เมื่อมองจากมุมสูงโดยเฉพาะในภาพถ่ายจากดาวเทียม ภูกระดึงจะมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ยิ่งเน้นย้ำให้ภูกระดึงเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติกสำหรับคู่รัก    บ้างก็มองว่าเป็นรูปใบบอน โดยมีส่วนปลายใบอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และส่วนเว้าด้านในอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะกระแสน้ำ ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของภูเขาลูกนี้ ซึ่งเราจะสามารถมองเห็นทางน้ำไหลจากบนยอดภูสู่พื้นล่างอย่างชัดเจนบนภาพถ่ายจากดาวเทียมผ่านร่องเขาดังกล่าว ภูมินามสู่ความเข้าใจ ตลอดเส้นทางขึ้นสู่ยอดภูกระดึงเราจะเจอกับสาระพัดซำ […]

พิชิตขุนเขาด้วยมือเปล่า

เรื่อง มาร์ค เอ็ม ซินนอท เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ นักปีนผาคนดังกลายเป็นบุคคลแรกที่สามารถพิชิตเอล คาพิทัน ภูเขาหินความสูง 3,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่ตั้งตระหง่านคล้ายกำแพงขนาดยักษ์ได้สำเร็จ โดยปราศจากเชือก หรืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยใดๆทั้งสิ้น ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ อาจเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมาในวงการปีนผา ตัวเขาใช้เวลาในการปีนทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง 56 นาที ภารกิจท้าทายขีดจำกัดของตัวเองนี้เสร็จสิ้นลงในเวลา 9.28 นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่น ภายใต้ท้องฟ้าสดใส ที่มีเมฆบางเบา ฮอนโนลด์ทิ้งร่างกายลงบนโขดหินของยอดเขาที่มีขนาดราวห้องนอนของเด็กเท่านั้น ฮอนโนลด์ หรือเป็นที่รู้จักในฐานะนักปีนผาด้วยมือเปล่า เริ่มภารกิจนี้ในตอนที่อรุณแตะขอบฟ้า เมื่อเวลา 5.32 นาฬิกา หลังใช้เวลาทั้งคืนในรถตู้ เขาแต่งกายด้วยเสื้อยืดตัวโปรดสีแดง และกางเกงไนลอน เติมเต็มท้องที่ว่างเปล่าด้วยมื้อเช้า ซึ่งประกอบไปด้วยข้าวโอ๊ต, เมล็ดเจีย, เมล็ดแฟลกซ์ และบลูเบอร์รี่ เมื่อเดินทางมาถึง ฮอนโนลด์จอดรถตู้และเดินขึ้นไปตามทางเดินกรวด มุ่งตรงสู่กำแพงหินขนาดยักษ์ เขาดึงรองเท้าปีนเขาคู่ใจออกมา คาดถุงเล็กๆบรรจุผงชอล์กไว้รอบเอว ซึ่งจะช่วยให้มือของเขานั้นแห้งอยู่เสมอ และเมื่อพบรอยแยกแรก ฮอนโนลด์ก็เริ่มต้นสร้างตำนานใหม่ ด้วยการปีนขึ้นไป เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปี […]