ดูนก กับ "ป้ากล้อง" หญิงรุ่นใหญ่ที่เลือกกิจกรรมการดูนกเป็นความรักและความชอบของเธอ

ดูนก ง่ายๆ สไตล์ “ป้ากล้อง”

จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ผลงานการ ดูนก

เริ่มหลงใหลการถ่ายรูปตอนไหน

น่าจะเป็นช่วงสิบปีที่ผ่านมา จริงๆ แล้วพี่ชอบเป็นนางแบบให้ถ่ายมากกว่านะ (ยิ้ม) แต่เรามีกล้องเป็นของตัวเองมาเป็นสิบปีแล้วหลังๆ เริ่มมาคิดว่ามีกล้องอยู่ข้างกายมาตั้งนานแล้ว เราได้เก็บภาพอะไรที่เป็นเรื่องราวบ้างหรือยัง

ย้อนไปถึงคำพูดที่ว่า “หนึ่งภาพถ่ายมากกว่าหมื่นคำบรรยาย” พี่ว่ามันใช่ เพราะหนึ่งภาพถ่ายมันจะบอกเลยว่ามุมมองของเราเป็นยังไง สิ่งที่เราเห็นเป็นยังไง เริ่มจากความอยากบันทึกเรื่องราวด้วยภาพถ่าย ประกอบกับพี่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยจึงอยากบันทึกภาพบ้านเมืองในต่างประเทศใช้กล้องตัวเล็กๆถ่ายแบบงูๆปลาๆถ่ายไปเรื่อยเปื่อย

แล้วพัฒนาตัวเองอย่างไร

พัฒนาด้วยการเปลี่ยนอุปกรณ์ (หัวเราะ) ไม่ว่าจะเป็นกล้อง เลนส์ อยากถ่ายอะไรที่ไกลๆ ก็เปลี่ยนเป็นเลนส์ 300 mm. ขณะเดียวกันก็อยากถ่ายมาโครด้วย เพราะเป็นการมองผ่านเลนส์ที่ทำให้เราได้เห็นในสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น แต่สุดท้ายพี่ก็ปล่อยไปเพราะรู้สึกว่ามันยากไปสำหรับเรา ไหนจะใช้อุปกรณ์เยอะคิดว่าคงไม่ใช่แนวของเรา สุดท้ายได้ลองเทเลโฟโต้

แรกๆ ก็ไม่ได้คิดจะถ่ายนกหรอก วันหนึ่งมีนกมากินผลไม้หลังบ้านพี่ก็เลยถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กมีเพื่อนๆ เข้ามาชมว่าสวย พี่เริ่มได้ใจก็เลยออกไปถ่ายนกตามทุ่งนาแถวบ้าน พอได้เห็นแอ๊กชั่นของนก ได้เห็นความน่ารักของนกก็รู้สึกชอบ พี่ไม่ชอบถ่ายภาพนกที่อยู่นิ่งๆ มันเหมือนสัตว์สตัฟฟ์เกินไป พี่ว่าเวลาที่นกจะบินหรือกำลังป้อนอาหารให้ลูกนก มันได้อารมณ์ความรู้สึกดี เคยคิดจะเปลี่ยนไปใช้เลนส์ 600 mm. ด้วย แต่พี่แบกไม่ไหว มันไม่เหมาะกับสรีระอย่างพี่

อุปกรณ์มีผลต่อความสวยงามของภาพไหม

มีผลแน่นอน แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ภาพนั้นสวย โทรศัพท์มือถือก็ถ่ายภาพสวยได้ ถ้าแสงดีระยะได้เราสามารถหยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายได้ทันทีบางครั้งถ่ายภาพมาได้สวยกว่ากล้องใหญ่เสียอีก

ฝึกนานแค่ไหนกว่าจะได้ภาพสวยๆ

พี่อยากจะบอกว่าการถ่ายภาพนกอาจไม่ได้ใช้ฝีมือเป็นหลัก สำหรับพี่คิดว่าดวงและโอกาสต้องมาก่อน คุณออกไปถ่ายนกคุณจะเจอนกหรือเปล่า คุณจะได้แอ๊กชั่นแบบที่คุณคิดไว้หรือเปล่า นกกำลังบิน นกกำลังป้อนอาหาร บางทีคุณไปก็เห็นแต่นกเกาะกิ่งไม้เฉยๆ

ฉากการบินไล่ล่าในการหาเหยื่อที่คิดว่าหาดูได้ในทุ่งนาย่านอำเภอปากพลีจังหวัดนครนายกเท่านั้น เพราะที่นี่จะเป็นเพียงจุดเดียวที่เหยี่ยวมานอน / ภาพถ่าย : ป้ากล้อง

รวมไปถึงเรื่องแสง บางครั้งมุมที่อยากได้กลายเป็นการถ่ายย้อนแสง มันก็ถ่ายไม่ได้อีก บางทีขับรถไปเป็นร้อยกิโลเมตรเพื่อจะรอเจอนกชนิดหนึ่ง แต่รอทั้งวันยังไม่มีนกสักตัวให้ถ่ายเลย นอกจากดวงและโอกาสแล้วต่อมาก็เป็นฝีมือกับอุปกรณ์ ซึ่งก็เป็นเรื่องของการตั้งค่ากล้องการตั้งค่าการใช้งานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่ถ่าย ถามว่าใช้เวลานานแค่ไหน บอกได้เลยค่ะว่า ทุกวันนี้ยังเรียนรู้อยู่เรื่อยๆ แต่พี่คิดว่าอะไรที่เราทำแล้วมีความสุข มันใช้เวลาไม่นานค่ะที่จะได้ภาพสวยๆ

ได้อะไรจากการออกไปถ่ายภาพนกและสัตว์อื่นๆ

แน่นอนว่าได้ความสุขกับการอยู่กับสิ่งที่เราชอบ ได้เห็นพฤติกรรมสัตว์ที่น่ารักน่าหลงใหล กิริยาท่าทางของสัตว์ที่จีบกัน พองขนใส่กัน เถียงกัน เราได้ความสุขจากการเห็นภาพเหล่านั้น ต่อมาก็ได้ความอดทน มีสติและสมาธิ บางทีนั่งกลางแดดทั้งวัน นกจะมาตอนไหนก็ไม่รู้ เวลานกมาเราต้องจ้องไว้ต้องเล็งกล้องไว้ตลอดห้ามวอกแวก เราต้องพร้อมที่จะกดชัตเตอร์ตลอด สุดท้าย ถ้าการออกมาถ่ายรูปแล้วไม่ได้รูปอะไรกลับไปเลยก็ทำให้เราต้องฝึกรับความผิดหวังไว้บ้าง

อ่านต่อหน้า 3

เรื่องแนะนำ

17 ที่เที่ยวโรแมนติกทั่วโลกในมุมมองเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

สัมผัสกลิ่นอายแห่งความรักในจุดหมายปลายทางที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทีสุดของความโรแมนติก จากการคัดเลือกของทีมงานเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในจังหวัด กาญจนบุรี

หมวดประวัติศาสตร์  สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยแต่เดิมแล้ว สะพานข้ามแม่น้ำแควนั้นเป็นสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริงในทางประวัติศาสตร์ มีอยู่แค่ในหนังภาพยนตร์เท่านั้น เดิมที่มีชื่อว่า สะพานท่ามะขาม แต่ทางจังหวัดเองได้มีความเห็นว่า ให้เปลี่ยนชื่อสะพานท่ามะขามนั้น ให้เป็น สะพานข้ามแม่น้ำแคว เพื่อให้เหมือนในหนังภาพยนตร์ เพื่อที่จะได้มีนักท่องเที่ยวมาตามมา ถ่ายรูป สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นและจังหวัด ทางรถไฟสายมรณะ ด้วยความที่เป็นทางเดินรถไฟที่มีความยากในการสร้างเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของชื่อทางรถไฟสายมรณะ โดยมีเชลยศึกเสียชิวิตสูญเสียชีวิตไปหลายชีวิตในการสร้างทางรถไฟสายนี้ ซึ่งถ้าแวะไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแควนั้น ก็ไม่ควรพลาดทางรถไฟสายมรณะ เพราะด้วยระยะทางที่อยู่ติดกัน ทำให้เดินทางสะดวก หมวดวัฒนธรรม  วัดถ้ำพุหว้า ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหญ้า ภายในตัวอำเภอเมือง โดยจุดเด่นของวัดถ้ำพุหว้านั้นจะอยู่ที่ความเงียบสงบ และอากาศที่ร่มรืน โดยภายในวัด ก็มีองค์พระพุทธรูปหลายองค์รวมถึง พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศพม่ามาไว้ให้นักท่องเที่ยว ได้เคารพ และสักการะบูชา สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดกับชายแดนของประเทศพม่า โดยทางอำเภอได้ถูกโอบล้อมไปด้วยหุบเขาธรรมชาติ และยังมีแม่น้ำซองกาเลีย ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศพม่าไหลผ่านอีกด้วย สังขละบุรีนั้นถือเป็นอำเภอที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก มีคนหลายชนชาติและวัฒนธรรมอาศัยอยู่ อาทิเช่น มอญ กระเหรี่ยง ไทย ลาว และ พม่า (แนะนำสถานที่น่าสนใจในสังขละบุรี) ***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช โครงการนักศึกษาฝึกงาน […]

แคนยอนเร้นลึกแห่งออสเตรเลีย

มีเพียงเชือก ไม่ง้อจีพีเอส ชาวออสเตรเลียใจกล้าเหล่านี้ทิ้งตัวลงสู่แคนยอนเร้นลึกแห่งทิวเขาบลูเมาน์เทนส์ เพื่อยลโฉมความงดงามของธรรมชาติที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส