ปีนเขา เดินป่า ชมปักษาแห่งอินโดนีเซีย และรับรู้คุณค่าของการคงอยู่

ปีนเขา เดินป่า ชมปักษาแห่งอินโดนีเซีย

ออกเดินทางสู่เมืองซีโบดาส

จากโบโกร์ใช้เวลาเดินทางอีกประมาน 2 ชั่วโมงเพื่อไปยังที่พักของเราในเมืองซีโบดาส ซึ่งเป็นเมืองบนภูเขา อากาศค่อนข้างแห้งและหนาวเย็น ถนนหนทางเล็กแคบ แต่ก็มีบ้านเรือนเรียงรายไปตามตรอกซอกซอย มีเพียงใจกลางเมืองเท่านั้นที่ถนนกว้างขึ้นเล็กน้อย เรามาถึงที่พักเวลาบ่ายมากแล้ว อีกทั้งจุดดูนกที่เราต้องไปค่อนข้างไกลจากที่พัก จึงใช้เวลาที่เหลือสำรวจชุมชนละแวกนั้น และพักผ่อนเก็บแรงไว้สำหรับกิจกรรมในวันรุ่งขึ้น

เป้าหมายของเราในการเดินทางครั้งนี้ที่เมืองซีโบดาสนั้นมี 2 จุดใหญ่ๆ คือสวนพฤกษศาสตร์ซีโบดาส และ อุทยานแห่งชาติกุหนุงเกเดปารังโง สำหรับเช้าวันแรกที่ซีโบดาส เราเลือกใช้แรงกายไปกับการเดินขึ้นภูเขาที่กุหนุงเกเด ที่มีสภาพทางเดินค่อนข้างลำบาก หินก้อนใหญ่วางเขื่องอยู่ตลอดแนว มีเหลี่ยมมุมของหินคอยให้เราต้องระวังทุกย่างก้าว

ดูนกที่เกาะชวา, ดูนก, เกาะชวา, อินโดนีเซีย
หลังจากปีนเขาจนเหน็ดเหนื่อย บนก Javan Trogon สีสวยตัวนี้ก็ทำเอาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ที่กุหนุงเกเด เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อวงการชีววิทยาอย่างมาก เนื่องจากเป็นหนึ่งในสถานที่สำรวจธรรมชาติในแถบหมู่เกาะเอเชียแปซิฟิกของนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ ผู้ค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับ ชาร์ลส์ ดาร์วิน โดยทั้งสองคนเดินทางสำรวจกันคนละซีกโลก แต่ค้นพบเรื่องราวทางวิวัฒนาการคล้ายๆ กัน โดยก่อนที่ดาร์วินตีพิมพ์หนังสือ The Origin of Species เขาอ่านบทความที่เกิดจากการค้นพบของวอลเลซ และสิ่งที่อยู่ในบทความนั้นได้ยืนยันสิ่งที่ดาร์วินคิดมาตลอด นั่นทำให้เขายิ่งมั่นใจกับการเผยแพร่หนังสือที่เปลี่ยนแปลงแนวคิดเรื่องการกำเนิดชีวิตไปตลอดกาล ในเวลานี้ ผมก็กำลังอยู่บนเส้นทางเดียวกันกับที่วอลเลซสำรวจพืชพันธุ์และส่ำสัตว์บนกุหนุงเกเด

ดูนกที่เกาะชวา, ดูนก, เกาะชวา, อินโดนีเซีย
เส้นทางเดินเขาบนกุหนุงเกเดเต็มไปด้วยหินน้อยใหญ่ แต่ก็มีเส้นทางเดินสบายในช่วงเดินผ่านหนองน้ำขนาดใหญ่บนภูเขา มองไปปลายทางจะเห็นยอดปล่องภูเขาไฟซึ่งเป็นจุดสูงที่สุดของเทือกเขานี้เป็นฉากหลัง

เนื่องจากเราออกเดินขึ้นเขาตั้งแต่เช้าตรู่ จึงพบนกที่เป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นหลายชนิด เช่น Blood-breasted flower pecker, White-flanked sunbird และ Orange-spotted bulbul ระหว่างทางนก Brush Cuckoo ออกมาส่งเสียงใสต้อนรับแต่เช้า เราหยุดถ่ายภาพเป็นระยะ และรับประทานอาหารเที่ยงที่บลูเลก (blue lake) และพบกับ Javan Kingfisher ซึ่งเป็นหนึ่งในนกเฉพาะถิ่นที่เรากำลังตามหา นกกระเต็นชนิดนี้เป็นญาติกับนกกระเต็นอกขาว (White-throated Kingfisher) ในเมืองไทย ลักษณะภายนอกโดยรวมจึงคล้ายกัน แต่สีสันแตกต่างกันสิ้นเชิง Javan Kingfisher มีสีขนจัดจ้านกว่ามาก ปากสีแดงสด หัวน้ำตาลเข้ม ตัวสีน้ำเงินคราม และบนปีกมีแถบสีฟ้าสะท้อนแสง

นกชนหิน : เหยื่อของเงินตรา อำนาจ และความหรูหรา

ในช่วงบ่ายหลังจากอิ่มท้องเราออกเดินทางต่อ ผ่านหนองน้ำขนาดใหญ่บนภูเขา และพบกับนกอีกหลายชนิด ตัวที่เราจำได้แม่นคือ Javan Trogon สีสันฉูดฉาด ปากสีแดง หนังรอบตาสีฟ้า ท้องและคอสีเหลืองสด ถ้านกหันหน้ามา แม้ในป่ามืดทึบก็สังเกตได้ไม่ยาก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของทริปนี้ หลังจากได้พบกับปักษานานาพันธุ์ เราตัดสินใจลงในช่วง 4 โมงเย็น หลังจากเหนื่อยล้ากับการเดินทาง และผมมีอาการบาดเจ็บหัวเข่ากำเริบ

ดูนกที่เกาะชวา, ดูนก, เกาะชวา, อินโดนีเซีย
Brush Cuckoo หรือนกคัคคูหางแพน เป็นนกที่พบได้ทั่วไปบนเกาะชวาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นชายป่า หรือสวนในเมือง

เช้าวันต่อมา เรามาถึงทางเข้าอุทยานฯ ในเวลาเดิม แต่พบว่า ค่าผ่านทางที่เพิ่มขึ้นสูงมาก โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าเป็นวันหยุดจึงมีการคิดราคาเพิ่ม เราตัดสินใจล่าถอยและเปลี่ยนเป็นเดินดูนกในสวนพฤกษศาสตร์ซีโบดาส บรรยากาศวันนี้จึงสบายๆ เดินแบกกล้องถ่ายรูปไปเรื่อยๆ และพบกับนกหลายชนิด

ในวันที่ 4 เรากลับมาที่กุหนุงเกเดอีกครั้ง แต่วันนี้ผมต้องแยกตัวจากคณะเนื่องจากปัญหาที่หัวเข่า จึงพบเพียง Javan Cuckoo shrike โผล่มาให้เห็นอยู่ไกลลิบๆ เหมือนเป็นของปลอบใจจากสภาพสังขารที่อิดโรย สมาชิกที่เหลือใช้เวลาหลายชั่วโมงเดินกลับมาพบกันที่จุดนัดพบ ซึ่งเวลาล่วงไปเกือบสองทุ่ม

ในระหว่างเดินป่าช่วงหัวค่ำ ผมพบฝูงหมูป่า Beared pig หลังจากรวมตัวกันเรียบร้อย เราจึงเดินทางกลับที่พัก จัดเก็บข้าวของ เพื่อเดินทางกลับจาการ์ตาในวันถัดไป

วันสุดท้ายที่ต้องกล่าวอำลา

เช้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเราในอินโดนีเซีย ดังนั้นเราจึงตั้งใจหานกให้ได้มากที่สุดก่อนจะกลับบ้าน เมื่อเราไปถึงป่าชายเลนที่ตั้งใจเข้าชมในวันแรก เราพบ Cerulean Kingfisher, Sacred Kingfisher, Island Collared Dove, Sunda Teal, Javan White-eye, Javan Plover และ นกที่เรามองหามาตลอดอย่าง Bar-winged Prinia เราพยายามหาข้อมูลชนิดนี้ในอินเตอร์เน็ตและพบกับความสะเทือนใจที่ว่า ชาวบ้านจับนกชนิดนี้ไปเลี้ยงเพื่อประกวดเสียงร้อง การพบเจอ Bar-winged Prinia จึงตอกย้ำความสำคัญของมันมากขึ้นไปอีก

นกเป็ดน้ำ Sunda Tea lเป็นนกเฉพาะถิ่นอีกชนิดหนึ่งที่เราพบเจอในป่าชายเลนในเมืองจาการ์ตา

เรากลับมายังที่พักในช่วงสายเพื่อเก็บข้าวของและเดินทางไปยังสนามบิน สิ้นสุดการเดินทางดูนกในประเทศอินโดนีเซียครั้งนี้กับจำนวนนก 111 ชนิด สำหรับสมาชิกคนอื่นก็คงได้มากกว่าผมเล็กน้อย เนื่องจากผมไม่สามารถฝืนสังขารปีนเขาขึ้นไปต่อได้ ในใจนั้นก็พลางคิดหาทางกลับมาที่นี่ให้ได้ด้วยความพร้อมที่มากกว่านี้

ดูนกที่เกาะชวา, ดูนก, เกาะชวา, อินโดนีเซีย
ประเทศอินโดนีเซียนั้นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายสูง ซึ่งนกป่าเป็นสัตว์ที่สามารถพบเห็นได้ตามบ้านเรือนจนกลายเป็นเรื่องปกติ ผลกระทบและอัตราการสูญเสียนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผมได้แต่หวังว่า การกลับมาที่นี่ในครั้งต่อไป คงไม่ต้องพยายามตามหานกตัวไหนอย่างบ้าคลั่งเหมือนที่ตามหา Bar-winged Prinia อย่างครั้งนี้ ส่วน Javan Coucal ก็คงจะไม่มีโอกาสเห็นกันอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกร่วมเมื่อได้เห็นการสูญพันธุ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเรา เป็นอย่างนี้นี่เอง…

เรื่องและภาพถ่าย
วัทธิกร โสภณรัตน์

เรื่องแนะนำ

The Jumper : เด็กโดดแห่งสังขละบุรี

เรื่องและภาพ วีรวัฒน์  เวียงไชย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) หนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวมักจะมี อ. สังขละบุรี จ. กาญจนบุรี อยู่ในรายการด้วยเสมอ  นอกจากวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาวไทยหลากเชื้อชาติในท้องถิ่นแล้ว นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาเพื่อสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบาย วิวของเขื่อนวชิราลงกรณ์ และการกระโดดสะพานมอญของเด็กโดดแห่งสังขละบุรี ในขณะที่เด็กไทยเชื้อสายมอญบางส่วนแต่งชุดประจำถิ่น อาสาเป็นไกด์บรรยายประวัติความเป็นมาของสะพานมอญหรือสะพานอุตตมานุสรณ์และเมืองสังขละบุรี แต่ยังมีเด็กชายล้วนอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยความกล้าเพื่อกระโดดจากสะพานมอญซึ่งสูงหลายสิบเมตรเพื่อเรียกเสียงฮือฮาจากนักท่องเที่ยว  ทั้งหมดสวมเฉพาะกางเกงและปราศจากอุปกรณ์ป้องกันตัวเมื่อกระโดดจากที่สูงลงสู่พื้นน้ำข้างล่างที่มีเรือแล่นผ่านไปมาไม่ขาดสาย  นอกจากคำถามต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็กๆ ที่แลกกับการท่องเที่ยวแล้ว วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะรายได้พวกเขา เช่น การขาดเรียน การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การทะเลาะวิวาท ใช้ยาเสพติด ฯลฯ ยังทำให้เกิดข้อสงสัยต่ออนาคตของพวกเขาเองด้วย  

ท่องเที่ยวชุมชน ที่บ้านบางหมาก จังหวัดชุมพร

ท่องเที่ยวชุมชน สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น กินกาแฟ ดูลิง และชมเรือกสวน ในบรรยากาศชุมชนแดนใต้ หลังจากผ่านการนั่งหลังขดหลังแข็งบนรถตู้เป็นเวลา 6 ชั่วโมง จากกรุงเทพถึงชุมพร แดดยามบ่ายอาบไล้ไปทั่วผิวกายทันทีที่เราก้าวลงจากรถ “ฝนพึ่งหยุดตกเมื่อวันนี้เอง” เสียงจากพี่คม – คม ศรีราช เจ้าของที่พัก เอ่ยต้อนรับเมื่อพบกับเรา บรรยากาศสวนมะพร้าว สวนปาล์ม และสวนผลไม้ รายล้อมพื้นที่โรงแรมวิลล่า วาริช โรงแรมขนาด 14 ห้องพักในรูปแบบบ้านในสวน ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เราเลือกมาพักที่นี่จากความนิยมของคะแนนรีวิวที่สูงลิ่วในเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง ฉันยังแอบถามตัวเองในใจว่า “โรงแรมเล็กๆ ในหมู่บ้านชนบท ได้รับคะแนนสูงขนาดนี้ได้อย่างไร” และอีกหนึ่งเหตุผลคือมาดูรูปแบบการจัดการ ท่องเที่ยวชุมชน ก่อนหน้านี้ทั้งพี่คมและพี่แตง – นพรัตน์ ศรีราช ภรรยาของพี่คม เคยเป็นพนักงานบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพ และเมื่อถึงวันที่ทั้งคู่มองเห็นช่องทางในการกลับบ้านเกิด จึงเกิดแนวความคิดในการสร้างที่พักขึ้น โดยตั้งใจให้เป็นที่พักสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น (Local experiences) “ในช่วงแรก พี่เสนอแนวคิดที่พักแบบนี้กับคนในครอบครัว แต่ไม่มีใครสนับสนุนเราเลย” พี่คมเล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “ทุกคนถามว่า ใครจะเข้ามาพักในหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้” แต่จากประสบการณ์ที่เคยเดินทางไปต่างประเทศหลายเมือง […]

เที่ยว ฮาวาย ในสายลมหนาว

การเดินทางครั้งนี้ เป็นการออกเดินทางไปทำงานและพักผ่อนในเวลาเดียวกัน เพื่อนร่วมทางครั้งนี้คือลูกชายวัยรุ่นที่อยากลองติดตามพ่อของเขาไปเที่ยว ฮาวาย สักครั้ง การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 เมื่อผมได้รับเกียรติเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันอุคุเลเลนานาชาติ รอบชิงชนะเลิศ ที่เกาะโฮโนลูลู มลรัฐ ฮาวาย จึงถือโอกาสพาลูกชายไปใช้ชีวิตที่ฮาวายเป็นเวลา 9 วัน ในช่วงฤดูหนาวในแถบหมู่เกาะฮาวาย อากาศไม่ได้หนาวเย็นยะเยือก อุณภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25-27 องศาเซลเซียส บวกกับลมพัดเอื่อยตลอดวัน แสงแดดร้อนแรงยังเป็นเอกลักษณ์ของเกาะฮาวายในทุกฤดูกาล สภาพท้องทะเลในช่วงนี้ไม่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเลสักเท่าไหร่ ทางตอนบนของเกาะมีสภาพคลื่นลมแรง เหมาะสำหรับการเล่นกระดานโต้คลื่นแบบเอ็กซ์ตรีมเท่านั้น ส่วนทางใต้ คลื่นลมสงบจนแทบไม่มีคลื่น จึงเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวบางตา ทั้งพ่อลูกจึงไม่ได้วางแผนทำกิจกรรมที่ทะเลมากนัก แต่เน้นไปเดินเที่ยวสำรวจสภาพภูมิทัศน์บนเกาะแทน ครั้งนี้จึงได้มุมและภาพที่ยังไม่ค่อยมีใครได้ไปสัมผัสมาฝากทุกท่านครับ หาด Ke Iki ที่อยู่ทางเหนือของเกาะโอวาฮู เป็นที่ตั้งของรูปสลักหินโบราณ แต่ตอนที่เราสองคนพ่อลูกเดินทางไปถึง เป็นช่วงที่น้ำทะเลได้พัดพาทรายมาทับถมรูปสลักจนมองไม่เห็น แต่เราก็ใช้เวลาด้วยกันบนชายหาดที่เต็มไปด้วยหิน ให้ความรู้สึกสนุกตอนที่ต้องคอยเดินอย่างระแวดระวังเพื่อหลบหินคมๆ ถัดมาไม่ไกล เป็นที่ตั้งของอ่าววายเมีย (Waimea) อันสวยงาม แต่ในฤดูหนาว คลื่นลมแรงและอันตรายมาก ไม่เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ และผมได้ยินมาว่า สัปดาห์ก่อนผมมาถึง นักท่องเที่ยวจมหายไปกับเกลียวคลื่น เราจึงตัดสินใจไป วายเมียวัลเลย์ หุบเขาที่รุ่มรวยด้วยพฤษชาติท้องถิ่น กับเส้นทางเดินเดินป่าง่ายๆ […]

ความงาม… ใต้โลกน้ำแข็ง ที่น้อยคนได้สัมผัส

ช่างเป็นภูมิทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก แถบนี้ของแอนตาร์กติกาตะวันออกมีแมวนํ้า เพนกวิน และนกอื่นๆ เพียงไม่กี่ชนิดอาศัยอยู่ และไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกอยู่เลยแม้แต่ชนิดเดียว คุณอาจคิดว่า ก้นสมุทรคงมีสภาพเป็นทะเลทรายเช่นกัน แต่อันที่จริง กลับเป็นอุทยานงามสะพรั่งที่หยั่งรากอยู่ในห้วงลึกของกาลเวลา สัตว์ทะเลแถบขั้วโลกใต้ส่วนใหญ่ถูกตัดขาดจากโลกที่เหลือมานานหลายสิบล้านปี ตั้งแต่ตอนที่ทวีปดังกล่าวแยกตั;ออกจากทวีปอื่นๆ แล้วกลายเป็นนํ้าแข็งทั้งทวีปนับแต่นั้นมา กระแสนํ้าเย็นรอบขั้วโลกใต้ (Antarctic Circumpolar Current) ก็เคลื่อนตัวหมุนวนจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกรอบทวีปแอนตาร์กติกาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับอุณหภูมิมีความสูงตํ่าแตกต่างกันอย่างสุดขั้วและขวางกั้นการแพร่กระจายของสัตว์ทะเล การตัดขาดอันยาวนานนี้เปิดทางให้สิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายอย่างมากและเป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น วิวัฒน์อยู่ตรงก้นสมุทรนั่นเอง เมื่อดำลึกลงไปกว่า 50 เมตรลงไป แสงจะมืดสลัวลงและเราไม่เห็นสาหร่ายเคลป์หรือพืชพรรณชนิดอื่นใดอีก ก้นสมุทรจะปกคลุมด้วยไฮดรอยด์หรือขนนกทะเลอย่างหนาแน่น (พวกมันเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นคอโลนี และมีความเกี่ยวข้องกับปะการัง) และหอยพัดนับพันๆตัว หอยพัดเหล่านี้มีขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร แต่อาจมีอายุถึง 40 ปีหรือมากกว่านั้น เพราะสรรพชีวิตเติบโตอย่างเชื่องช้า ในแอนตาร์กติกา ที่ความลึกระดับนี้ เรายังสังเกตเห็นไครนอยด์ สัตว์ในอันดับดาวขนนก ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดกับดาวทะเล พวกมันดักจับอนุภาคอาหารที่ล่องลอยอยู่ด้วยแขนพลิ้วไหวซึ่งอาจมีมากถึง 20 เส้น และมีสัตว์จำพวกไอโซพอดหน้าตาคล้ายแมลง ปีกแข็งขนาดใหญ่แหวกว่ายและคืบคลานอยู่ท่ามกลางพวกมัน ลูกเพนกวินนับพันตัวกำลังหายไปเพราะแผ่นน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาละลาย ความหลากหลายนั้นมากมายละลานตาที่สุดที่ระดับความลึก 70 เมตร ซึ่งเป็นขีดจำกัดของการดำนํ้าของเรา เราเห็นกัลปังหาพุ่ม สัตว์จำพวกมีกระดอง ปะการังอ่อน ฟองนํ้า […]