ปีนเขา เดินป่า ชมปักษาแห่งอินโดนีเซีย และรับรู้คุณค่าของการคงอยู่

ปีนเขา เดินป่า ชมปักษาแห่งอินโดนีเซีย

บันทึกการเดินทาง ดูนกที่เกาะชวา

หากกล่าวถึงการท่องเที่ยวธรรมชาติบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย หลายคนอาจนึกถึงภูเขาไฟโบรโม หรือคาวาอีเจน รวมถึงทะเลแสนงามตามแบบฉบับหมู่เกาะในซีกโลกใต้ แต่การเดินทางของพวกเราครั้งนี้ ผมและเพื่อนผู้นิยมธรรมชาติผ่านกิจกรรมดูนก เดินทางไปยังด้านตะวันตกของเกาะซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยไปเยือนน้อยมาก โดยการเดินทางครั้งนี้ เราตั้งเป้าเพื่อ ดูนกที่เกาะชวา จุดหมายปลายทางหลักอยู่ที่อุทยานแห่งชาติกุหนุงเกเดปารังโง ในเมืองซีโบดาส นอกจากนกแล้ว ในฐานะผู้สนใจด้านธรรมชาติวิทยา เรายังพบเจอสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

หลังใช้เวลาบนเครื่องบินไป 3 ชั่วโมง จากดอนเมืองถึงจาการ์ตา ขณะนั้นเวลา 2 นาฬิกาโดยประมาณ พวกเราค่อนข้างง่วง อ่อนล้า และหิว บวกกับบรรยากาศที่แสนอึดอัด เพราะอาคารผู้โดยสารอยู่ระหว่างการปรับปรุง เครื่องปรับอากาศทำงานได้ไม่ดี และยังมีกลิ่นสีอาคารอบอวลในบางบริเวณ ระหว่างรอรถที่เช่าไว้ เราทำได้เพียงแยกย้ายกันไปจัดการธุระส่วนตัว

ดูนกที่เกาะชวา
นก Black-napedFruite Dove เป็นนกในวงศ์วานเดียวกันนกพิราบ นกเขา เป็นนกสีสรรสวยงามพบได้แม้ในสวนสาธารณะกลางเมืองอย่างสวนพฤกษศาสตร์โบโกร์ ด้วยความสวยงามสะดุดตานี้เองทำให้มันเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการค้านกป่าผิดกฎหมาย

เมื่อเวลานัดมาถึง เราตั้งเป้าหมายแรกของวันไว้ที่ป่าชายเลนใกล้สนามบิน ซึ่งไม่คาดคิดว่า เราต้องพบกับความผิดพลาดตั้งแต่จุดแรก เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ไม่ระบุเวลาเข้าออกชัดเจน และไม่สามารถเดินเข้าได้ตามอำเภอใจ เราค่อนข้างเสียดายโอกาสการตามหานก Javan Coucal ที่มีลักษณะคล้ายนกกระปูดใหญ่บ้านเรา แต่ทั่วทั้งหัวและลำตัวนั้นเป็นสีดำสนิท เว้นแต่ปีกสีน้ำตาลแดง นกชนิดนี้เป็นนกเฉพาะถิ่น หรือ endemic species พบได้บนเกาะชวาเท่านั้น นอกจากนี้ยังมี Cerulean Kingfisher นกกระเต็นตัวเล็กสีฟ้าสด และ Sunda Teal นกเป็ดน้ำเฉพาะถิ่นของประเทศอินโดนีเซีย

อ่านเพิ่มเติม : ทำไมเราชอบดูนก

ดูนกที่เกาะชวา
Maned Forest Lizard ในสวนพฤกษศาสตร์โบโกร์ กำลังรังวางไข่ที่อยู่ใกล้ๆ  เราจึงร่นถอยออกจากพื้นที่ เพื่อไม่เป็นการคุกคามจนเกินไป

เราตัดใจจากป่าชายเลนอย่างรวดเร็ว โดยวางแผนว่าจะกลับมายังที่แห่งนี้อีกครั้งในเช้าวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ เราจึงมุ่งหน้าไปยังปลายทางต่อไปคือ สวนพฤกษศาสตร์โบโกร์ ในเมืองโบโกร์ (Bogor) ที่เป็นทางผ่านระหว่างทางจากจาการ์ตาไปซีโบดาส เมื่อมาถึง เราได้ยินเสียงร้องเหมือนนกในกลุ่มนกกาฝากดังมาจากยอดไม้ที่อยู่อีกฝากรั้ว และเราพบนก Scarlet-headed Flowerpecker ซึ่งเป็นนกอินโดนีเซียชนิดแรกในทริปนี้

ดูนกที่เกาะชวา
เช้าวันแรกของการเดินขึ้นกุหนุงเกเด นกตัวแรกที่ออกมาต้อนรับเราในช่วงแรกของการปีนเขาคือ Crescent-chested Babbler ตัวนี้
ดูนกที่เกาะชวา, ดูนก, เกาะชวา, อินโดนีเซีย
นอกจากนกแล้ว เกาะชวานั้นมีสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะพืชหรือสัตว์ นั่นก็รวมถึงเจ้า Indonesian False Bloodsucker ตัวนี้ด้วย

หลังจากเดินวนอยู่ในสวนจนบ่ายแก่ เราพบนกที่น่าสนใจมากมาย ทั้ง Gray-cheeked Green-Pigeon และ Black-naped Fruit Dove ที่เป็นสมาชิกในวงศ์นกพิราบที่มีสีสันสวยงาม Brush Cuckoo (นกคัคคูหางแพน) ที่พบยากในประเทศไทย และ Javan Munia ซึ่งเป็นนกเฉพาะถิ่นอีกชนิดหนึ่ง นอกจากนกแล้ว เรายังพบกิ้งก่า Maned Forest Lizard ที่มีเหนียงและแผงหลังคอดูคล้ายมังกร

อ่านต่อหน้า 2 ปีนเขาดูนกในซีโบดาส

เรื่องแนะนำ

Camping Etiquette : แคมป์อย่างไรให้ยั่งยืน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาวงการแคมปิ้งเมืองไทยเป็นที่นิยมขึ้นมาแบบก้าวกระโดด ปัจจัยที่ทำให้เป็นเช่นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศต้องหยุดชะงักลง ผู้คนหันมาให้ความสนใจไปพักผ่อนยังสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติแบบกลางแจ้ง และ แคมปิ้ง กันมากขึ้น ปี 2020 นี้ จึงเรียกได้ว่าเป็นปีทองของกิจกรรมเอ๊าต์ดอร์ทุกรูปแบบ หลาย ๆ คนตกหลุมรักเสน่ห์ของการนอนกลางดินกินกลางทราย และเริ่มออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากชีวิตประจำวัน แต่จะมีใครรู้บ้างว่าประวัติศาสตร์การ แคมปิ้ง มีมาอย่างยาวนาน ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป โดยเฉพาะอเมริกานั้นเริ่มมาตั้งแต่ ค.ศ. 1869 จากการที่ผู้คนเริ่มหันมาชื่นชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และความงามของพืชพันธุ์สัตว์ป่าต่าง ๆ จนกลายมาเป็นการสร้างรากฐานในการดูแลทรัพยากรที่ดี ทำให้อเมริกาในปัจจุบัน เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่อง Recreation Camping เป็นอย่างมาก เรื่องและภาพประกอบ : ฐิตวันต์ ไชยวงศ์ จากรายงานของ North American Camping Report, sponsored by Kampgrounds of America (KOA)* ในปี 2019 มีจำนวนแคมปิ้งสูงถึง 91 ล้านครอบครัว เพิ่มจากปี […]

สวนสวรรค์เหนือ แมนแฮตตัน

ทางฝั่งตะวันตกตอนล่างของเกาะ แมนแฮตตัน ภาพที่คุณเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นสิ่งที่สวนสาธารณะในเมืองพยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ต้น นั่นคือโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำหนัก และแข็งทื่อที่รองรับทางรถไฟลอยฟ้า สวนสาธารณะตามเมืองใหญ่ๆ มักถูกมองว่าเป็นแหล่งพักพิง เป็นดั่งเกาะเขียวชอุ่ม ท่ามกลางทะเลคอนกรีตและเหล็กกล้า ทว่าเมืองเมื่อเข้าใกล้สวนสาธารณะไฮไลน์ (High Line) ในย่านเชลชี ทางฝั่งตะวันตกตอนล่างของเกาะ แมนแฮตตัน ภาพที่คุณเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นสิ่งที่สวนสาธารณะในเมืองพยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ต้น นั่นคือโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำหนัก และแข็งทื่อที่รองรับทางรถไฟลอยฟ้า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้ในการขนส่งขบวนตู้สินค้าไปยังโรงงานและโกดังต่างๆ และอย่างน้อยที่สุด เมื่อมองจากระยะไกล สิ่งนี้ก็ดูคล้ายเศษซากที่ถูกทิ้งร้างมากกว่าจะเป็นโอเอซิสกลางใจเมือง กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ไฮไลน์ยังเป็นเพียงเศษซากกลางเมืองที่กำลังผุพังไปตามกาลเวลา ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง รวมถึงรูดอล์ฟ จูลีอานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กระหว่างปี 1994-2001 ต่างรอวันที่จะรื้อทางรถไฟสายนี้แทบไม่ไหว คณะบริหารของจูลีอานีซึ่งตระหนักดีว่า สำหรับย่านเชลซีที่กำลังได้รับการแปลงโฉมเป็นหอศิลป์ ร้านอาหาร และเขตที่พักอาศัยหรูหราแล้วเศษซากที่หลงเหลืออยู่ของไฮไลน์ซึ่งทอดตัวคดเคี้ยวเป็นระยะทางราว 2.4 กิโลเมตรจากถนนแกนส์โวร์ตจนถึงถนนสายที่ 34 คือภาระอัปลักษณ์อันหนักอึ้ง พวกเขามั่นใจว่าเศษซากอันแปลกแยกของเมืองต้องถูกขจัดออกไปเพื่อให้ย่านโดยรอบได้พัฒนาอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ทางการไม่เคยทำพลาดขนาดนี้มาก่อน เพราะเป็นเวลาเกือบสิบปีหลังจากคณะบริหารของจูลีอานีพยายามรื้อถอนไฮไลน์ แต่มันกลับกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะที่สร้างสรรค์และดึงดูดผู้คนได้ดีที่สุดในมหานครนิวยอร์กและอาจดีที่สุดในประเทศด้วยซ้ำ เสาเหล็กกล้าสีดำที่ครั้งหนึ่งเคยรองรับทางรถไฟร้าง ปัจจุบันกำลังโอบอุ้มสวนสาธารณะลอยฟ้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นทางเดิน ส่วนหนึ่งเป็นจัตุรัสกลางเมือง และอีกส่วนเป็นสวนพฤกษศาสตร์ เส้นทางหนึ่งในสามซึ่งอยู่ทางด้านใต้เริ่มตั้งแต่ถนนแกนส์โวร์ตยาวไปจนถึงถนนสายที่ 20 ตะวันตกตัดผ่านถนนเทนท์อเวนิว เปิดใช้งานเมื่อฤดูร้อนปี 2009 เส้นทางช่วงที่สองจะเปิดในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ โดยขยายสวนสาธารณะออกไปอีกสิบช่วงตึก หรือเป็นระยะทางราว 0.8 กิโลเมตรไปจนถึงถนนสายที่ 30  ผู้สนับสนุนต่างหวังว่า ในที่สุด สวนสาธารณะจะครอบคลุมส่วนที่เหลือทั้งหมดของไฮไลน์ อ่านต่อหน้า 2 

สถานที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการเดินทางของเหล่าคนรักช็อกโกแลต

ดื่มด่ำกับรสชาติแห่งความหวาน สวรรค์ของเหล่าคนรักช็อกโกแลต โรงงาน Maison Cailler เมืองบร็อก, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เยี่ยมชมโรงงานหนึ่งของแบรนด์ Callier ที่เป็นผู้ผลิตช็อกโกแลตอันเก่าแก่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสวิส เมืองบร็อก ซึ่งโรงงาน Cailler ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1898 ด้านในมีการฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลต และคุณยังสามารถชิมช็อกโกแลตที่ผ่านการเก็บไว้อย่างดีในห้องชิมช็อกโกแลตของโรงงาน เคล็ดลับการเดินทาง: การทัวร์โรงงานทั้งหมดใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง ในบริเวณใกล้เคียงมีเส้นทางสำหรับทางเท้าและเส้นทางสำหรับนักเดินทางไกล สำหรับปีนหรือเดินทางเท้าไปตามทะเลสาบ Gruyère ร้าน Magnolia Bakery เมืองนิวยอร์ก, ประเทศสหรัฐอเมริกา ร้านเบเกอรี่เล็กๆ แสนอบอุ่น สไตล์ยุค 50 แห่งนี้ มีชื่อเสียงโด่งดัง เมื่อนักแสดงจากซีรีย์ทางทีวี เรื่อง Sex and the City ได้แวะเวียนมาเติมความหวานด้วย Red velvet chocolate ทางเบเกอรี่ยังจัดจำหน่าย คัปเค้กสายรุ้งสีสดใส รวมถึง Banana pudding, Cookies, Cherry Cheesecake และ Brownie ซึ่งเค้กช็อกโกแลตเยอรมันได้รับคะแนนความนิยมสูงสุด […]