เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ

เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ

บันทึกเส้นทางเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2020 ที่ไม่ได้ให้เพียงความท้าทาย แต่รวมไปถึงการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง และวิถีการอนุรักษ์ธรรมชาติในมุมมองใหม่

(เชิญชมวิดีโอ ‘เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ’ จ. แม่ฮ่องสอน ได้ที่นี่)

ลองนึกภาพว่าคุณเป็น “คนเมือง” ที่ต้องไปเดินและอาศัยอยู่ป่าเป็นเวลา 4 วัน 4 คืน ในเส้นทางราว 49 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ค่อยๆไต่ระดับสู่ยอดดอยอันสูงชันบนทางเท้าในป่าคับแคบ เส้นทางบางช่วงค่อนข้างอันตรายจากทางลาดบนสันเขา (ทั้งช่วงขึ้นและลง) ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ ก็อาจมีโอกาสเท้าบวมเนื่องจากการเดินโดยใส่รองเท้าเดินป่าหนาเตอะอย่างยาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น (บางคนก็ค่ำ)

เมื่อยามหลับใหล ก็มีโอกาสเผชิญกับน้ำค้างเกาะเต็นท์ที่ส่งอุณหภูมิหนาวเย็นเหลือประมาณจับไปทั่วร่างกาย จนไม่อาจข่มตาได้สนิทตลอดทั้งคืน บางคนต้องล้มเลิกการเดินทางกลางคันด้วยสภาพร่างกายที่ไม่อาจฝืนทน และมีคนอีกไม่น้อยที่ยังพอประคับประคองสภาพร่างกาย แต่กลับต้องสู้กับจิตใจของตัวเองด้วยการถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “เรามาทำอะไรที่นี่”

นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้รับจากการเดินป่าในเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านงานเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2020 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้วเดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
บรรยากาศเส้นทางที่สวยงามของเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา

แม้จะมีเรื่องราวอันยากลำบากมากมายเกิดขึ้นบนเส้นทาง ในอีกด้านหนึ่ง ก็ก่อให้เกิดความทรงจำล้ำค่าที่ยากจะลืมเลือนเช่นกัน

ความทรงจำนั้นไม่ได้เกิดจากการเดินป่าเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงเพื่อนร่วมทางและชาวกะเหรี่ยง เจ้าของเส้นทางตัวจริงที่ช่วยทำให้ภารกิจการเดินป่าครั้งนี้เป็นไปอย่างน่าจดจำ

วัฒนธรรมการเดินป่าที่ยั่งยืน

ตัวผมที่เริ่มเดินป่าเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้รับคำเชิญให้ไปเดินป่าตามรอยเส้นทางที่มีผู้เคยสัมผัสมาก่อนและบอกเล่าประสบการณ์ไว้ในบทความที่กล่าวถึงเส้นทางการเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2019 วัฒนธรรมใหม่ของการเดินป่าที่ยั่งยืน เมื่อต้นปีที่แล้ว

โดยที่มาที่ไปของเส้นทางเดินป่านี้ ผู้จัดกิจกรรมได้รับแรงบันดาลใจมาจากเส้นทางเดินป่า Fjallraven Classic คือการเดินป่าระยะทางไกล 110 กิโลเมตร บนเส้นทางที่มีชื่อว่า “Kungsladen” ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศสวีเดน จัดโดย Fjallraven แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์เพื่อกิจกรรมกลางแจ้งจากประเทศสวีเดน ผู้จัดโครงการ Fjallraven Thailand Trail ซึ่งเป็นชาวไทยที่ได้มีโอกาสไปเดินป่าในเส้นทางนี้มาแล้ว ได้นำรูปแบบโครงการนี้มาจัดขึ้นในประเทศไทย พร้อมเสาะหาเส้นทางที่เหมาะสม ซึ่งก็คือเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงาแห่งนี้

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
ปลอกแขนสำหรับเจ้าหน้าที่ Fjallraven Thailand Trail 2020

ทั้งสองเส้นทางส่งเสริมการเดินป่าที่มุ่งเน้นให้ผู้คนพึ่งพาตนเอง ชื่นชมธรรมชาติแบบไม่เร่งรีบ เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และยึดหลักวัฒนธรรมการเดินป่า ทั้ง การพึ่งพาตนเอง ด้วยการแบกสัมภาระของตัวเองทุกชิ้น เพื่อให้เราวิเคราะห์ถึงสิ่งที่จำเป็นในการเดินป่าจริงๆ การรักษาธรรมชาติให้คงอยู่ เนื่องจากเราต้องการไปชมธรรมชาติ เราจึงออกไปเดินป่า ดังนั้นเราจึงต้องรักษาธรรมชาติให้ยังคงงดงาม ไม่ว่าจะเป็นการไม่ทิ้งขยะบนเส้นทาง แต่นำขยะกลับออกมาจัดการในพื้นที่อันเหมาะสม ของเสียจากร่างกายต้องฝังกลบให้ถูกวิธี และ การให้เกียรติผู้ร่วมทาง แม้คนที่ร่วมเดินทางอาจมีความแตกต่างทั้งเชื้อชาติและภาษา แต่ก็ล้วนเป็นผู้ที่รักในชีวิตกลางแจ้ง จึงควรมองข้ามความแตกต่างนั้น และให้เกียรติผู้ร่วมทาง เราก็จะได้รับเกียรตินั้นเช่นเดียวกัน

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
Trekking Pass และแผ่นไม้สำหรับประทับตราจุด Check Point ตลอดทั้ง 4 วัน

เส้นทางที่มีความยาวราว 49 กิโลเมตรนี้เป็นเส้นทางเดินเท้าบนสันเขาซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ใช้เส้นทางนี้ในการติดต่อเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างหมู่บ้านที่อยู่รายทางตามภูเขามาเป็นเวลานับร้อยปี แต่ปัจจุบันเส้นทางนี้ไม่ได้ถูกใช้งานมากนัก เนื่องจากมีเส้นทางใหม่ที่สามารถเดินทางโดยรถยนต์ ซึ่งแม้จะต้องอ้อมภูเขา แต่ก็มีความสะดวกสบายมากกว่า เส้นทางจึงเริ่มค่อยๆ ถูกลืมเลือนไป แต่ในครั้งนี้ เส้นทางที่ชาวกะหรี่ยงคุ้นเคยมานานกำลังจะทำให้คนเมืองจากหลากหลายประเทศจำนวนหนึ่งได้สัมผัสประสบการณ์เดินป่าท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

ตัวผมแม้จะไม่ได้มีประสบการณ์ในการเดินป่ามากมายนัก แต่ก็ตัดสินใจรับคำเชิญในการท้าทายตัวเองผ่านเส้นทางเดินป่าระยะไกลนี้

แผนผังแสดงระยะทางและความสูงของเส้นทางตลอดทั้ง 4 วัน

วันที่ 1: จอลือคี สู่แดนภูเขาชาวกะเหรี่ยง

ในคืนก่อนหน้า เราต้องเดินทางไปที่อำเภอแม่สะเรียง อำเภอเล็กๆในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นเสมือนบริเวณเชื่อมต่อความเจริญกับดินแดนชนบทของชาวเขา เพื่อผ่านขั้นตอนการลงทะเบียนและตระเตรียมอุปกรณ์เดินป่าขั้นสุดท้ายก่อนออกเดินทาง

เมื่อวันเดินทางวันแรกมาถึง นักเดินป่าทั้งหลายต้องใช้รถตู้คันใหญ่เพื่อเดินทางออกจากตัวอำเภอไปให้ใกล้จุดสิ้นสุดทางหลวง จากนั้นนักเดินป่าจำต้องขนถ่ายตัวเองและสัมภาระไปยังขบวนรถกระบะของชาวบ้านท้องถิ่นราว 10 คันเพื่อไปยัง แม่ปะ จุดเริ่มต้นในการเดินป่าครั้งนี้ ที่อยู่บนความสูงราว 950 เมตรจากระดับทะเล โดยเส้นทางที่ไปยังจุดออกเดินนั้นต้องขับรถผ่านภูเขาอันลาดชันและคดเคี้ยว จึงต้องอาศัยชาวบ้านที่คุ้นเคยเส้นทางเป็นสารถีไปส่งยังปลายทาง

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, เส้นทางเดินป่า, ขุนน้ำเงา
เส้นทางที่รถกระบะของชาวบ้านนำส่งคณะเดินป่าไปยังจุดเริ่มเดิน
เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
บรรดานักเดินป่าต้องโดยสารรถกระบะพร้อมสัมภาระไปยังจุดเริ่มเดิน

เพราะการเข้าสู่เส้นทางบนสันเขาและป่าลึกอาจทำให้หลงได้ง่ายสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยเส้นทาง ดั้งนั้นก่อนออกเดิน จึงต้องมีการประชุม จัดกลุ่มสี รวมไปถึงแนะนำชาวบ้านผู้ชำนาญเส้นทางประมาณ 10 คน ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำทาง เป็นที่ปรึกษาระหว่างการเดินทาง รวมไปถึงตอบข้อสงสัยต่างๆ ในกรณีที่คนเมืองต่างถิ่นอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพื้นที่ที่พวกเขาคุ้นเคย ก่อนจะเริ่มออกเดิน

……………………..

เมื่อเริ่มออกเดินตามเส้นทางที่ลาดสันเขาไปราวครึ่งวัน คนที่ไม่ได้คุ้นเคยกับการเดินป่ามากนักเช่นผมก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบ สีหน้าท่าทางจึงแสดงออกอย่างชัดเจน จนพี่เล็ก หนึ่งในชาวบ้านผู้นำทางไปกับกลุ่มของเรา ทักผมด้วยภาษาไทยกลางในสำเนียงท้องถิ่น

“เหนื่อยเหรอครับ”

ผมพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ

“ธรรมดาครับ ขนาดผมคนพื้นที่ยังเหนื่อยเลย” ผมเห็นใบหน้าอันสดใสของพี่เล็กที่หันมาทางผมแม้จะเดินมาครึ่งวันแล้วก็ตาม ยากจะเชื่อว่าเขาเองก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกับผม

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
บรรยากาศจุดพักกลางวันในเส้นทางวันแรก

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
เส้นทางก่อนถึงจอลือคี

หลังจากใช้เวลาเดินป่าราว 5-6 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร เราก็มาถึงยังจุด Check Point ที่ 1 ชื่อว่า “จอลือคี” ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,150 เมตรจากระดับทะเล คำว่า จอลือคี ในภาษากะเหรี่ยงแปลว่า “ภูเขาที่เป็นต้นน้ำ” หรือขุนน้ำของห้วยจอลือ จากจุดนี้สามารถเห็นขุนน้ำที่คอยซับน้ำฝนจนเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์ที่หล่อเลี้ยงทั้งชาวกะเหรี่ยงและอีกหลายชีวิตเบื้องล่างภูเขา รวมไปถึงมุมมอง 360 องศาของทิวทัศน์ภูเขาอันสลับซับซ้อน ผู้มาเยือนหลายคนตื่นเต้นไปกับทัศนียภาพที่สวยงามจับใจ รวมไปถึงตอนกลางคืนที่ท้องฟ้าเปิดให้ชมดวงดาวได้อย่างสุดสายตาไร้สิ่งบดบัง

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
เต็นท์ของบรรดานักเดินป่าที่กางในจุด Check Point ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา
เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
ลานกางเต็นท์ที่จอลือคี สามารถมองทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศาโดยไร้สิ่งบดบัง

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trailแต่สำหรับชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ นี่คือทัศนียภาพที่พวกเขาคุ้นเคยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เช่นเดียวกับคนเมืองที่คุ้นเคยกับทัศนียภาพของตึกสูงที่ให้ภาพราวกับภูเขาแคบๆ ซึ่งสูงลดหลั่นและอัดแน่นกันในพื้นที่เล็กๆเดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
บรรยากาศการประกอบอาหารหน้าเต็นท์ที่พักท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามล้อมรอบ โดยวัฒนธรรมการเดินป่าในกิจกรรมนี้ นักเดินป่าต้องไม่ทิ้งร่อยรอยใดๆ และนำขยะทุกชิ้นออกไปจัดการในพื้นที่เหมาะสม
เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
บรรยากาศแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันที่จอลือคี

วันที่ 2: ดอยธง สู่ยอดดอยชันในแดนหนาว

ในวันนี้ นักเดินป่าทุกคนเริ่มออกเดินทางจากจอลือคีตั้งแต่เช้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังยอด “ดอยธง” จุด Check Point ที่ 2 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1,650 เมตรจากระดับทะเล อันเป็นจุดสูงที่สุดของเส้นทางในครั้งนี้เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
เส้นทางเดินป่าในวันที่สอง ที่มีความลาดชันมากที่สุด แต่ก็มีทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดทาง

แม้จะเป็นวันที่มีระยะการเดินสั้นที่สุด คือ 8 กิโลเมตร แต่สำหรับผม นี่คือวันที่ยากที่สุดในการเดินทาง เพราะเส้นทางนั้นต้องเดินไปบนสันปันน้ำที่มีความชันมาก ทำให้ชาวบ้านผู้นำทางต้องคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือนักเดินป่าต่างถิ่นเป็นพิเศษ รวมถึงตัวผมที่ต้องอาศัยกำลังของพวกเขาในการผลักดันร่างกายเมื่อต้องเดินบนทางลาดชันในยามที่ร่างกายไร้เรี่ยวแรงอยู่ครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่าเส้นทางจะยากลำบากที่สุด แต่ก็ตอบแทนนักเดินป่าด้วยทิวทัศน์ภูเขาอันสวยงามสุดลูกหูลูกตาไปเกือบตลอดเส้นทาง

……………………..

“เมื่อราว 20 ปีที่แล้ว ชาวกะเหรี่ยงในแถบเส้นทางนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ราวกับหมู่บ้านในนิทาน” คือใจความที่ ธัชรวี หาริกุล หรือพี่งบ ผู้จัดโครงการเดินป่านี้ เล่าถึงประสบการณ์การค้นพบเส้นทางเดินป่านี้ให้กับนักเดินป่าฟัง หลังเสร็จสิ้นการเดินทางในยามเย็นวันที่สองของการเดินทาง

พี่งบกล่าวต่อไปว่า ในหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง ดูเหมือนเงินตราไม่ใช่สิ่งจำเป็น พวกเขาถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่ละครอบครัวมีที่ดินราว 4-5 แปลงเพื่อทำไร่หมุนเวียน ปลูกข้าวแค่พอกิน เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จก็ปล่อยให้ที่ดินผืนนั้นฟื้นตัว ไปปลูกข้าวในไร่นาแปลงอื่น รอเวลาให้ดินที่ถูกใช้งานไปแล้วกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เป็นวิถีการอนุรักษ์ป่าที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เพื่อให้พวกเขาพึ่งพาอาศัยธรรมชาติได้ต่อไป หากต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมก็เพียงแค่เข้าไปหาของป่าหรือล่าสัตว์ พวกเขาแทบไม่รู้จักการใช้เงินตรา ชาวบ้านของหมู่บ้านในนิทานนี้มีชีวิตเป็นไปอย่างเรียบง่ายและมีความสุข

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
ในทุกวันหลังเสร็จสิ้นการเดินป่า ผู้เข้าร่วมการเดินป่าทั้งไทยและต่างชาติจะรับฟังเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังเส้นทางในแต่ละช่วง

“แต่ในช่วงระยะหลัง วิถีชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไป” พี่งบกล่าวและเสริมว่า วิถีชีวิตสมัยใหม่แบบคนเมืองค่อยๆคืบคลานเข้ามา พวกเขาค้นพบว่าเงินตรากลายเป็นสิ่งจำเป็น การทำไร่หมุนเวียนในเชิงอนุรักษ์เริ่มกลายเป็นการถางป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว อันเป็นทางเดียวที่พวกเขาจะหาเงินมาได้มากๆ พวกเขาจึงเริ่มทำการเกษตรในวิถีที่ทำลายธรรมชาติมากขึ้น รวมไปถึงการใช้สารเคมี

ดังนั้น เพื่อช่วยชาวกะเหรี่ยงอีกทางหนึ่ง พี่งบจึงเกิดแรงบันดาลใจในการจัดโครงการเดินป่านี้ขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านเริ่มมีรายได้จากการนำทางหรือขายของให้นักท่องเที่ยวหรือนักเดินป่าที่ต้องการสัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และเพื่อให้ชาวบ้านได้เล็งเห็นถึงวิธีการหาเงินแบบหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำลายธรรมชาติ แต่ต้องรักษาไว้เพื่อการท่องเที่ยว และเพื่อวิถีชิวิตดั้งเดิมที่ต้องพึ่งพิงธรรมชาติของพวกเขาเองเดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
สภาพป่าที่ปรากฎในเส้นทางส่วนหนึ่ง
เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail, ชาวกะเหรี่ยง
ผู้นำทาง ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่กำลังผ่อนคลายอิริยาบถ หลังทำหน้าที่นำทางนักเดินป่ามาตลอดทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม พี่งบบอกว่า นี่เป็นเพียงโครงการเล็กๆ อาจจะช่วยชาวบ้านได้ในระดับที่ไม่ใหญ่โตนัก “แต่อย่างน้อยให้พวกเขาไม่ต้องถางป่าเพิ่มนิดหนึ่งก็ยังดี” เขากล่าวในระหว่างการคุยส่วนตัวกับผม

ในเวลาไม่นาน จากจุดเริ่มต้นด้วยโครงการเล็กๆของพี่งบก็เริ่มพัฒนามากขึ้น ซึ่งจะขยายความในภายหลัง

(อ่านต่อหน้า 2)

เรื่องแนะนำ

ชีวิตการผจญภัยที่อยู่บนเส้นเชือก

Outdoors DNA กลุ่มคนที่รักการปีนเขาอยู่ในดีเอ็นเอ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวแอ็กชันผจญภัย สิ่งหนึ่งที่มักเห็นในฉากภาพยนตร์เสมอคือการผจญภัยแบบสุดขั้ว ทั้งการปีนเขาแบบใช้เชือกโรยตัว การกางเต็นท์นอนในแดนหิมะ เดินลุยในป่ารกชัฎ นอนเต็นท์แคร่ริมผา (Portal-edge) ซึ่งหลายคนอาจนึกว่า กิจกรรมสุดโหดแบบนั้นคงมีแค่ชาวต่างชาติที่สามารถเข้าถึงได้ แต่สำหรับประเทศไทย เราพบว่ามีกลุ่มคนที่หลงใหลการเล่นเชือกผูกเงื่อน ปีนเขา โรยตัว นอนริมหน้าผาสูง และลุยหิมะบ้างในกรณีที่ผจญภัยในต่างประเทศ พวกเขาเรียกตัวเองว่า “ Outdoors DNA ” ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่น่าจับตาที่สุดในตอนนี้ กองบรรณาธิการออนไลน์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มีโอกาสพูดคุยกับ คุณวิน – นวิน ฟูทวีมั่งทรัพย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มOutdoors DNA พวกเขามีแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวแบบผจญภัยที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวมได้อย่างน่าสนใจทีเดียว “จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มท่องเที่ยวขึ้นเพราะ ผมและพี่ดี้ – ศรีพงษ์   พรรณ์แผ้ว เป็นผู้รักการผจญภัย เขากับพี่หนุ่ม – ทิพากร วิชชุรังษี เคยคุยกันว่าอยากทำเฟซบุ๊กแฟนเพจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบผจญภัย เพราะนอกเหนือจากเดินป่าแล้ว ยังมีเรื่องของการปีนเขา (Mountaineering) ที่น่าสนใจ ซึ่งในตอนนั้นก็วางแผนจะไปเที่ยวอินเดียด้วยกัน” คุณวินเล่าถึงจุดเริ่มต้นให้เราฟัง เมื่อมีโอกาสคุยกันก็พบว่า พวกเรามีแนวทางในการท่องเที่ยวคล้าย ๆ […]

แคนยอนเร้นลึกแห่งออสเตรเลีย

มีเพียงเชือก ไม่ง้อจีพีเอส ชาวออสเตรเลียใจกล้าเหล่านี้ทิ้งตัวลงสู่แคนยอนเร้นลึกแห่งทิวเขาบลูเมาน์เทนส์ เพื่อยลโฉมความงดงามของธรรมชาติที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส

อุปกรณ์เดินป่า 10 อย่าง คัดสรรเพื่อคนรักการท่องเที่ยวธรรมชาติ

เพราะประสบการณ์การเดินป่าที่ดีย่อมมาจากอุปกรณ์ที่เหมาะสม นี่คืออุปกรณ์เสริม 10 อย่าง ที่ทำให้ผู้รักการเดินป่ามีความสะดวกสบายระหว่างทริปมากขึ้น การเดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติกลายมาเป็นกิจกรรมที่มีผู้สนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นการท่องเที่ยวที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับคนที่อยู่ในเมืองได้ออกไปใกล้ชิดธรรมชาติ และเป็นโอกาสพิเศษที่หาได้ยากในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ อาจมีหลายคนที่ได้เห็นกิจกรรมของผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าแล้วเกิดแรงบันดาลใจอยากออกไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่เช่นนี้บ้าง และเริ่มต้นหาแนวทางในการเป็นนักเดินป่าสมัครเล่นดูบ้าง แต่ไม่ว่าจะเป็นนักเดินป่ามือใหม่หรือมือเก๋า ย่อมต้องระลึกอยู่เสมอว่า นอกจากสภาพร่างกายอันแข็งแรงและจิตใจที่พร้อมเริ่มต้นผจญภัยเพื่อพบเจอสิ่งใหม่ๆแล้ว อุปกรณ์ใช้สอยสำหรับการเดินป่าที่ครบครันก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จึงได้จัดทำเนื้อหาคำแนะนำด้านอุปกรณ์สำหรับนักเดินป่าไว้ ไม่ว่าจะเป็น  อุปกรณ์เดินป่า สำหรับผู้เริ่มต้นกิจกรรมเดินป่า และ เลือกเป้เดินป่า โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ไทยแลนด์ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องราวอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับนักเดินป่า ส่วนเนื้อหาในครั้งนี้จะเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของอุปกรณ์เสริมจำนวน 10 อย่าง ที่ทำให้รู้สึกว่าการเดินป่าไม่ได้ “ลำบากลำบน” มากจนเกินไป เพื่อให้เป็นคำแนะนำสำหรับนักเดินป่ารุ่นใหม่ได้จัดอุปกรณ์เหล่านี้ลงกระเป๋าสะพายคู่ใจ ส่วนนักเดินป่าที่เดินทางสายนี้มานาน ก็สามารถพิจารณาอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อเพิ่มเติมความสมบูรณ์แบบให้กับการเดินทางครั้งต่อไปได้เช่นกัน เบาะรองนอน SEA TO SUMMIT Ultra-light S.I. ขนาด R (Regular) (ราคาประมาณ 3,590 บาท) เบาะรองนอนเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำให้เราสามารถพักผ่อนค้างแรมในป่าได้สบาย เสริมพลังให้กับตัวเราในวันต่อไป เบาะรองนอนชนิดนี้มีค่า R-Value ซึ่งเป็นความสามารถในการป้องกันการถ่ายเทความร้อนระหว่างร่างกายกับพื้นดินที่ […]

เดินป่า ในประเทศไทย กับระดับความยากที่ต่างกัน

เดินป่า ในประเทศไทย กับระดับความยากง่ายของแต่ละเส้นทางที่แตกต่างกัน การท่องเที่ยวในรูปแบบการ เดินป่า ในประเทศไทยได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด และรักการผจญภัย ซึ่งสังเกตได้จากจำนวนผู้ประกอบธุรกิจเดินป่าในประเทศไทยที่มีไม่ตํ่ากว่าสองร้อยราย หรือการเติบโตของสื่อออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเดินป่า ร้านรวงเกี่ยวกับอุปกรณ์เดินป่าที่เพิ่มมากขึ้น และการบริการนำเที่ยวเดินป่าในทุกภูมิภาคของประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวเดินป่าในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการจัดการท่องเที่ยวเดินป่าเพื่อศักษาเรียนรู้ธรรมชาติ นำไปสู่แนวคิดในการช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ในขณะเดียวกัน พื้นที่ก็ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มีหน่วยงานราชการเป็นผู้บริหารจัดการดูแล ดังนั้นการเข้าไปประกอบกิจกรรมเดินป่าในพื้นที่เหล่านี้จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทาง อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แม้ว่าจะเป็นพื้นที่อนุรักษ์เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง และรายละเอียดของการเข้าไปท่องเที่ยวจะแตกต่างกัน อุทยานแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อการศึกษาเรียนรู้ เป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักในการประกาศจัดตั้งและจัดการพื้นที่ ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว แต่เป็นการประกาศจัดตั้งเพื่ออนุรักษ์ให้เป็นบ้านของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าเป็นสำคัญ ข้อควรระวัง: การเข้าไป เดินป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจึงมีกฎระเบียบ ข้อห้าม ข้อปฏิบัติที่พึงระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ต้องขออนุญาต ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า และอาจไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับที่สะดวกสบายนัก แต่การจะเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ทั้งสองประเภทต้องคำนึงถึงความปลอดภัย การดำรงอยู่ของผืนป่าและสัตว์ป่า ผู้เป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริงเป็นหลักใหญ่เสมอ เส้นทาง เดินป่า 5 ระดับ ระดับ 1 Nature […]