เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ

เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ

บันทึกเส้นทางเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2020 ที่ไม่ได้ให้เพียงความท้าทาย แต่รวมไปถึงการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง และวิถีการอนุรักษ์ธรรมชาติในมุมมองใหม่

(เชิญชมวิดีโอ ‘เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ’ จ. แม่ฮ่องสอน ได้ที่นี่)

ลองนึกภาพว่าคุณเป็น “คนเมือง” ที่ต้องไปเดินและอาศัยอยู่ป่าเป็นเวลา 4 วัน 4 คืน ในเส้นทางราว 49 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ค่อยๆไต่ระดับสู่ยอดดอยอันสูงชันบนทางเท้าในป่าคับแคบ เส้นทางบางช่วงค่อนข้างอันตรายจากทางลาดบนสันเขา (ทั้งช่วงขึ้นและลง) ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ ก็อาจมีโอกาสเท้าบวมเนื่องจากการเดินโดยใส่รองเท้าเดินป่าหนาเตอะอย่างยาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น (บางคนก็ค่ำ)

เมื่อยามหลับใหล ก็มีโอกาสเผชิญกับน้ำค้างเกาะเต็นท์ที่ส่งอุณหภูมิหนาวเย็นเหลือประมาณจับไปทั่วร่างกาย จนไม่อาจข่มตาได้สนิทตลอดทั้งคืน บางคนต้องล้มเลิกการเดินทางกลางคันด้วยสภาพร่างกายที่ไม่อาจฝืนทน และมีคนอีกไม่น้อยที่ยังพอประคับประคองสภาพร่างกาย แต่กลับต้องสู้กับจิตใจของตัวเองด้วยการถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “เรามาทำอะไรที่นี่”

นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้รับจากการเดินป่าในเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านงานเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2020 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้วเดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
บรรยากาศเส้นทางที่สวยงามของเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา

แม้จะมีเรื่องราวอันยากลำบากมากมายเกิดขึ้นบนเส้นทาง ในอีกด้านหนึ่ง ก็ก่อให้เกิดความทรงจำล้ำค่าที่ยากจะลืมเลือนเช่นกัน

ความทรงจำนั้นไม่ได้เกิดจากการเดินป่าเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงเพื่อนร่วมทางและชาวกะเหรี่ยง เจ้าของเส้นทางตัวจริงที่ช่วยทำให้ภารกิจการเดินป่าครั้งนี้เป็นไปอย่างน่าจดจำ

วัฒนธรรมการเดินป่าที่ยั่งยืน

ตัวผมที่เริ่มเดินป่าเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้รับคำเชิญให้ไปเดินป่าตามรอยเส้นทางที่มีผู้เคยสัมผัสมาก่อนและบอกเล่าประสบการณ์ไว้ในบทความที่กล่าวถึงเส้นทางการเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2019 วัฒนธรรมใหม่ของการเดินป่าที่ยั่งยืน เมื่อต้นปีที่แล้ว

โดยที่มาที่ไปของเส้นทางเดินป่านี้ ผู้จัดกิจกรรมได้รับแรงบันดาลใจมาจากเส้นทางเดินป่า Fjallraven Classic คือการเดินป่าระยะทางไกล 110 กิโลเมตร บนเส้นทางที่มีชื่อว่า “Kungsladen” ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศสวีเดน จัดโดย Fjallraven แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์เพื่อกิจกรรมกลางแจ้งจากประเทศสวีเดน ผู้จัดโครงการ Fjallraven Thailand Trail ซึ่งเป็นชาวไทยที่ได้มีโอกาสไปเดินป่าในเส้นทางนี้มาแล้ว ได้นำรูปแบบโครงการนี้มาจัดขึ้นในประเทศไทย พร้อมเสาะหาเส้นทางที่เหมาะสม ซึ่งก็คือเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงาแห่งนี้

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
ปลอกแขนสำหรับเจ้าหน้าที่ Fjallraven Thailand Trail 2020

ทั้งสองเส้นทางส่งเสริมการเดินป่าที่มุ่งเน้นให้ผู้คนพึ่งพาตนเอง ชื่นชมธรรมชาติแบบไม่เร่งรีบ เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และยึดหลักวัฒนธรรมการเดินป่า ทั้ง การพึ่งพาตนเอง ด้วยการแบกสัมภาระของตัวเองทุกชิ้น เพื่อให้เราวิเคราะห์ถึงสิ่งที่จำเป็นในการเดินป่าจริงๆ การรักษาธรรมชาติให้คงอยู่ เนื่องจากเราต้องการไปชมธรรมชาติ เราจึงออกไปเดินป่า ดังนั้นเราจึงต้องรักษาธรรมชาติให้ยังคงงดงาม ไม่ว่าจะเป็นการไม่ทิ้งขยะบนเส้นทาง แต่นำขยะกลับออกมาจัดการในพื้นที่อันเหมาะสม ของเสียจากร่างกายต้องฝังกลบให้ถูกวิธี และ การให้เกียรติผู้ร่วมทาง แม้คนที่ร่วมเดินทางอาจมีความแตกต่างทั้งเชื้อชาติและภาษา แต่ก็ล้วนเป็นผู้ที่รักในชีวิตกลางแจ้ง จึงควรมองข้ามความแตกต่างนั้น และให้เกียรติผู้ร่วมทาง เราก็จะได้รับเกียรตินั้นเช่นเดียวกัน

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
Trekking Pass และแผ่นไม้สำหรับประทับตราจุด Check Point ตลอดทั้ง 4 วัน

เส้นทางที่มีความยาวราว 49 กิโลเมตรนี้เป็นเส้นทางเดินเท้าบนสันเขาซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ใช้เส้นทางนี้ในการติดต่อเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างหมู่บ้านที่อยู่รายทางตามภูเขามาเป็นเวลานับร้อยปี แต่ปัจจุบันเส้นทางนี้ไม่ได้ถูกใช้งานมากนัก เนื่องจากมีเส้นทางใหม่ที่สามารถเดินทางโดยรถยนต์ ซึ่งแม้จะต้องอ้อมภูเขา แต่ก็มีความสะดวกสบายมากกว่า เส้นทางจึงเริ่มค่อยๆ ถูกลืมเลือนไป แต่ในครั้งนี้ เส้นทางที่ชาวกะหรี่ยงคุ้นเคยมานานกำลังจะทำให้คนเมืองจากหลากหลายประเทศจำนวนหนึ่งได้สัมผัสประสบการณ์เดินป่าท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

ตัวผมแม้จะไม่ได้มีประสบการณ์ในการเดินป่ามากมายนัก แต่ก็ตัดสินใจรับคำเชิญในการท้าทายตัวเองผ่านเส้นทางเดินป่าระยะไกลนี้

แผนผังแสดงระยะทางและความสูงของเส้นทางตลอดทั้ง 4 วัน

วันที่ 1: จอลือคี สู่แดนภูเขาชาวกะเหรี่ยง

ในคืนก่อนหน้า เราต้องเดินทางไปที่อำเภอแม่สะเรียง อำเภอเล็กๆในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นเสมือนบริเวณเชื่อมต่อความเจริญกับดินแดนชนบทของชาวเขา เพื่อผ่านขั้นตอนการลงทะเบียนและตระเตรียมอุปกรณ์เดินป่าขั้นสุดท้ายก่อนออกเดินทาง

เมื่อวันเดินทางวันแรกมาถึง นักเดินป่าทั้งหลายต้องใช้รถตู้คันใหญ่เพื่อเดินทางออกจากตัวอำเภอไปให้ใกล้จุดสิ้นสุดทางหลวง จากนั้นนักเดินป่าจำต้องขนถ่ายตัวเองและสัมภาระไปยังขบวนรถกระบะของชาวบ้านท้องถิ่นราว 10 คันเพื่อไปยัง แม่ปะ จุดเริ่มต้นในการเดินป่าครั้งนี้ ที่อยู่บนความสูงราว 950 เมตรจากระดับทะเล โดยเส้นทางที่ไปยังจุดออกเดินนั้นต้องขับรถผ่านภูเขาอันลาดชันและคดเคี้ยว จึงต้องอาศัยชาวบ้านที่คุ้นเคยเส้นทางเป็นสารถีไปส่งยังปลายทาง

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, เส้นทางเดินป่า, ขุนน้ำเงา
เส้นทางที่รถกระบะของชาวบ้านนำส่งคณะเดินป่าไปยังจุดเริ่มเดิน
เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
บรรดานักเดินป่าต้องโดยสารรถกระบะพร้อมสัมภาระไปยังจุดเริ่มเดิน

เพราะการเข้าสู่เส้นทางบนสันเขาและป่าลึกอาจทำให้หลงได้ง่ายสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยเส้นทาง ดั้งนั้นก่อนออกเดิน จึงต้องมีการประชุม จัดกลุ่มสี รวมไปถึงแนะนำชาวบ้านผู้ชำนาญเส้นทางประมาณ 10 คน ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำทาง เป็นที่ปรึกษาระหว่างการเดินทาง รวมไปถึงตอบข้อสงสัยต่างๆ ในกรณีที่คนเมืองต่างถิ่นอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพื้นที่ที่พวกเขาคุ้นเคย ก่อนจะเริ่มออกเดิน

……………………..

เมื่อเริ่มออกเดินตามเส้นทางที่ลาดสันเขาไปราวครึ่งวัน คนที่ไม่ได้คุ้นเคยกับการเดินป่ามากนักเช่นผมก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบ สีหน้าท่าทางจึงแสดงออกอย่างชัดเจน จนพี่เล็ก หนึ่งในชาวบ้านผู้นำทางไปกับกลุ่มของเรา ทักผมด้วยภาษาไทยกลางในสำเนียงท้องถิ่น

“เหนื่อยเหรอครับ”

ผมพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ

“ธรรมดาครับ ขนาดผมคนพื้นที่ยังเหนื่อยเลย” ผมเห็นใบหน้าอันสดใสของพี่เล็กที่หันมาทางผมแม้จะเดินมาครึ่งวันแล้วก็ตาม ยากจะเชื่อว่าเขาเองก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกับผม

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
บรรยากาศจุดพักกลางวันในเส้นทางวันแรก

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
เส้นทางก่อนถึงจอลือคี

หลังจากใช้เวลาเดินป่าราว 5-6 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร เราก็มาถึงยังจุด Check Point ที่ 1 ชื่อว่า “จอลือคี” ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,150 เมตรจากระดับทะเล คำว่า จอลือคี ในภาษากะเหรี่ยงแปลว่า “ภูเขาที่เป็นต้นน้ำ” หรือขุนน้ำของห้วยจอลือ จากจุดนี้สามารถเห็นขุนน้ำที่คอยซับน้ำฝนจนเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์ที่หล่อเลี้ยงทั้งชาวกะเหรี่ยงและอีกหลายชีวิตเบื้องล่างภูเขา รวมไปถึงมุมมอง 360 องศาของทิวทัศน์ภูเขาอันสลับซับซ้อน ผู้มาเยือนหลายคนตื่นเต้นไปกับทัศนียภาพที่สวยงามจับใจ รวมไปถึงตอนกลางคืนที่ท้องฟ้าเปิดให้ชมดวงดาวได้อย่างสุดสายตาไร้สิ่งบดบัง

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
เต็นท์ของบรรดานักเดินป่าที่กางในจุด Check Point ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา
เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
ลานกางเต็นท์ที่จอลือคี สามารถมองทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศาโดยไร้สิ่งบดบัง

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trailแต่สำหรับชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ นี่คือทัศนียภาพที่พวกเขาคุ้นเคยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เช่นเดียวกับคนเมืองที่คุ้นเคยกับทัศนียภาพของตึกสูงที่ให้ภาพราวกับภูเขาแคบๆ ซึ่งสูงลดหลั่นและอัดแน่นกันในพื้นที่เล็กๆเดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
บรรยากาศการประกอบอาหารหน้าเต็นท์ที่พักท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามล้อมรอบ โดยวัฒนธรรมการเดินป่าในกิจกรรมนี้ นักเดินป่าต้องไม่ทิ้งร่อยรอยใดๆ และนำขยะทุกชิ้นออกไปจัดการในพื้นที่เหมาะสม
เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
บรรยากาศแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันที่จอลือคี

วันที่ 2: ดอยธง สู่ยอดดอยชันในแดนหนาว

ในวันนี้ นักเดินป่าทุกคนเริ่มออกเดินทางจากจอลือคีตั้งแต่เช้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังยอด “ดอยธง” จุด Check Point ที่ 2 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1,650 เมตรจากระดับทะเล อันเป็นจุดสูงที่สุดของเส้นทางในครั้งนี้เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
เส้นทางเดินป่าในวันที่สอง ที่มีความลาดชันมากที่สุด แต่ก็มีทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดทาง

แม้จะเป็นวันที่มีระยะการเดินสั้นที่สุด คือ 8 กิโลเมตร แต่สำหรับผม นี่คือวันที่ยากที่สุดในการเดินทาง เพราะเส้นทางนั้นต้องเดินไปบนสันปันน้ำที่มีความชันมาก ทำให้ชาวบ้านผู้นำทางต้องคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือนักเดินป่าต่างถิ่นเป็นพิเศษ รวมถึงตัวผมที่ต้องอาศัยกำลังของพวกเขาในการผลักดันร่างกายเมื่อต้องเดินบนทางลาดชันในยามที่ร่างกายไร้เรี่ยวแรงอยู่ครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่าเส้นทางจะยากลำบากที่สุด แต่ก็ตอบแทนนักเดินป่าด้วยทิวทัศน์ภูเขาอันสวยงามสุดลูกหูลูกตาไปเกือบตลอดเส้นทาง

……………………..

“เมื่อราว 20 ปีที่แล้ว ชาวกะเหรี่ยงในแถบเส้นทางนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ราวกับหมู่บ้านในนิทาน” คือใจความที่ ธัชรวี หาริกุล หรือพี่งบ ผู้จัดโครงการเดินป่านี้ เล่าถึงประสบการณ์การค้นพบเส้นทางเดินป่านี้ให้กับนักเดินป่าฟัง หลังเสร็จสิ้นการเดินทางในยามเย็นวันที่สองของการเดินทาง

พี่งบกล่าวต่อไปว่า ในหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง ดูเหมือนเงินตราไม่ใช่สิ่งจำเป็น พวกเขาถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่ละครอบครัวมีที่ดินราว 4-5 แปลงเพื่อทำไร่หมุนเวียน ปลูกข้าวแค่พอกิน เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จก็ปล่อยให้ที่ดินผืนนั้นฟื้นตัว ไปปลูกข้าวในไร่นาแปลงอื่น รอเวลาให้ดินที่ถูกใช้งานไปแล้วกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เป็นวิถีการอนุรักษ์ป่าที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เพื่อให้พวกเขาพึ่งพาอาศัยธรรมชาติได้ต่อไป หากต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมก็เพียงแค่เข้าไปหาของป่าหรือล่าสัตว์ พวกเขาแทบไม่รู้จักการใช้เงินตรา ชาวบ้านของหมู่บ้านในนิทานนี้มีชีวิตเป็นไปอย่างเรียบง่ายและมีความสุข

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
ในทุกวันหลังเสร็จสิ้นการเดินป่า ผู้เข้าร่วมการเดินป่าทั้งไทยและต่างชาติจะรับฟังเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังเส้นทางในแต่ละช่วง

“แต่ในช่วงระยะหลัง วิถีชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไป” พี่งบกล่าวและเสริมว่า วิถีชีวิตสมัยใหม่แบบคนเมืองค่อยๆคืบคลานเข้ามา พวกเขาค้นพบว่าเงินตรากลายเป็นสิ่งจำเป็น การทำไร่หมุนเวียนในเชิงอนุรักษ์เริ่มกลายเป็นการถางป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว อันเป็นทางเดียวที่พวกเขาจะหาเงินมาได้มากๆ พวกเขาจึงเริ่มทำการเกษตรในวิถีที่ทำลายธรรมชาติมากขึ้น รวมไปถึงการใช้สารเคมี

ดังนั้น เพื่อช่วยชาวกะเหรี่ยงอีกทางหนึ่ง พี่งบจึงเกิดแรงบันดาลใจในการจัดโครงการเดินป่านี้ขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านเริ่มมีรายได้จากการนำทางหรือขายของให้นักท่องเที่ยวหรือนักเดินป่าที่ต้องการสัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และเพื่อให้ชาวบ้านได้เล็งเห็นถึงวิธีการหาเงินแบบหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำลายธรรมชาติ แต่ต้องรักษาไว้เพื่อการท่องเที่ยว และเพื่อวิถีชิวิตดั้งเดิมที่ต้องพึ่งพิงธรรมชาติของพวกเขาเองเดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail

เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail
สภาพป่าที่ปรากฎในเส้นทางส่วนหนึ่ง
เดินป่า, แม่ฮ่องสอน, ขุนน้ำเงา, Fjallraven Thailand Trail, ชาวกะเหรี่ยง
ผู้นำทาง ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่กำลังผ่อนคลายอิริยาบถ หลังทำหน้าที่นำทางนักเดินป่ามาตลอดทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม พี่งบบอกว่า นี่เป็นเพียงโครงการเล็กๆ อาจจะช่วยชาวบ้านได้ในระดับที่ไม่ใหญ่โตนัก “แต่อย่างน้อยให้พวกเขาไม่ต้องถางป่าเพิ่มนิดหนึ่งก็ยังดี” เขากล่าวในระหว่างการคุยส่วนตัวกับผม

ในเวลาไม่นาน จากจุดเริ่มต้นด้วยโครงการเล็กๆของพี่งบก็เริ่มพัฒนามากขึ้น ซึ่งจะขยายความในภายหลัง

(อ่านต่อหน้า 2)

เรื่องแนะนำ

ท่องดินแดนน้ำแข็งแห่งเกาะกรีนแลนด์

ชมหมีขั้วโลก ปีนภูเขาน้ำแข็ง และสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นในเกาะที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง กรีนแลนด์ กรีนแลนด์ เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งในภาษา Eskimo-Aleut อันเป็นภาษาของชาวกรีนแลนด์เอสกิโมผู้เป็นชาวพื้นถิ่นของเกาะแห่งนี้เรียกว่า Kalaallit Nunaat เป็นเกาะขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติและการผจญภัยหลากหลายรูปแบบ เราสามารถเริ่มต้นสำรวจเกาะแห่งนี้ได้จากฟยอร์ดหลายแห่งในกรีนแลนด์ตะวันออก โดยการพายเรือคายัครอบภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งอาจได้มีโอกาสทอดสายตาไปยังหมีขั้วโลกเจ้าถิ่นที่คล่องแคล่วว่องไว เล่นไต่สกีลงมาในที่พื้นที่ลาดชันอันห่างไกล เดินไต่ธารน้ำแข็ง เรียนรู้การควบคุมสุนัขลากเลื่อน ขี่รถลากเลื่อนหิมะ จากนั้นไปยังชายฝั่งด้านใต้และตะวันตกเพื่อเดินตามเส้นทางเดินเขา ตกปลา หรือชมทิวทัศน์ในบริเวณที่ตั้งแคมป์ หรือท่องไปในที่มีผู้คนอยู่อาศัยอยู่มากอย่างเมือง Nuuk และ Sisimiut เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและอาหารของชาวเอสกิโม กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นไปได้ที่เกาะกรีนแลนด์ เรื่องโดย STARLIGHT WILLIAMS ภาพถ่ายโดย KEITH LADZINSKI อ่านเพิ่มเติม ดำสำรวจใต้ผืนน้ำแข็งของกรีนแลนด์

ชีวิตการผจญภัยที่อยู่บนเส้นเชือก

Outdoors DNA กลุ่มคนที่รักการปีนเขาอยู่ในดีเอ็นเอ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวแอ็กชันผจญภัย สิ่งหนึ่งที่มักเห็นในฉากภาพยนตร์เสมอคือการผจญภัยแบบสุดขั้ว ทั้งการปีนเขาแบบใช้เชือกโรยตัว การกางเต็นท์นอนในแดนหิมะ เดินลุยในป่ารกชัฎ นอนเต็นท์แคร่ริมผา (Portal-edge) ซึ่งหลายคนอาจนึกว่า กิจกรรมสุดโหดแบบนั้นคงมีแค่ชาวต่างชาติที่สามารถเข้าถึงได้ แต่สำหรับประเทศไทย เราพบว่ามีกลุ่มคนที่หลงใหลการเล่นเชือกผูกเงื่อน ปีนเขา โรยตัว นอนริมหน้าผาสูง และลุยหิมะบ้างในกรณีที่ผจญภัยในต่างประเทศ พวกเขาเรียกตัวเองว่า “ Outdoors DNA ” ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่น่าจับตาที่สุดในตอนนี้ กองบรรณาธิการออนไลน์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มีโอกาสพูดคุยกับ คุณวิน – นวิน ฟูทวีมั่งทรัพย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มOutdoors DNA พวกเขามีแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวแบบผจญภัยที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวมได้อย่างน่าสนใจทีเดียว “จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มท่องเที่ยวขึ้นเพราะ ผมและพี่ดี้ – ศรีพงษ์   พรรณ์แผ้ว เป็นผู้รักการผจญภัย เขากับพี่หนุ่ม – ทิพากร วิชชุรังษี เคยคุยกันว่าอยากทำเฟซบุ๊กแฟนเพจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบผจญภัย เพราะนอกเหนือจากเดินป่าแล้ว ยังมีเรื่องของการปีนเขา (Mountaineering) ที่น่าสนใจ ซึ่งในตอนนั้นก็วางแผนจะไปเที่ยวอินเดียด้วยกัน” คุณวินเล่าถึงจุดเริ่มต้นให้เราฟัง เมื่อมีโอกาสคุยกันก็พบว่า พวกเรามีแนวทางในการท่องเที่ยวคล้าย ๆ […]

สิ่งที่ควรทำเมื่อมา อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน

ฉลองครบรอบ 100 ปี ของอุทยานอันเป็นที่รักด้วยกิจกรรมที่ไม่สิ้นสุด อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1919 ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ที่มีมาอย่างยาวนาน และยังถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ อันเป็นที่รักของสหรัฐอเมริกา ลองอ่านเคล็ดลับจากผู้มีประสบการณ์ทั้งเจ็ดที่นี่ เพื่อให้การเดินทางของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป Do the classics ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย วิธีดั้งเดิมในการหาเส้นทางลาดชันของหุบเขาคือ การขี่ล่อ การเดินทางหนึ่งวันในฝั่งทางใต้ควรเริ่มเดินทางออกจาก Stone Corral เพื่อมุ่งไปทาง Bright Angel Trail ที่แฟนทอมแรนช์ คุณจะพบที่พักเพียงแห่งเดียวในอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ที่ไม่ใช่การตั้งแคมป์ (วิธีที่ดีที่สุดคือการจองทัวร์และที่พักของคุณล่วงหน้าหกเดือน) การล่องแพในแม่น้ำโคโลราโด การผจญภัยนี้จะทำให้คุณมองเห็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอุทยานฯ เส้นทางของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวและคดเคี้ยวที่สุดในโลก มากกว่า 160 เส้นทาง และใช้ระยะเวลาในการเดินทางสามารถอยู่ได้เป็นเวลาหนึ่งถึง 25 วัน เพลิดเพลินกับการขับรถชมวิวทิวทัศน์ สำหรับการเยี่ยมชมภายในหนึ่งวัน บนถนน เฮอร์มีส ตามแนวชายฝั่งทางใต้เป็นเส้นทางยาว 11 กิโลเมตร ที่ล้อมรอบหุบเขาแกรนด์แคนยอนและทัศนียภาพอันยอดเยี่ยมของแม่น้ำโคโลราโดที่คดเคี้ยวสลับกับเขาวงกตของหุบเขา นอกจากนี้ยังมีบริการรถบัสรับส่งไปตามเส้นทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อคราวที่มีการยุติห้ามใช้รถยนต์ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ถนนเคปรอยัล ริมฝั่งทางเหนือ […]

อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ : ปีนมือเปล่าโลกตะลึง

นี่คือเรื่องราวเบื้องหลังภาพยนตร์สารคดีเรื่อง FREE SOLO ที่เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนต์สารคดียอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ล่าสุด... อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ ชายผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการปีนหน้าผาขนาดมหึมาด้วยสองมือเปล่า ปราศจากเชือก และยังคงมีชีวิตรอดมาเล่าถึงประสบการณ์ในครั้งนั้น