เรือคายัค ลำเล็กออกล่องทะเลแดนใต้ของไทย ผ่านเรื่องราวอันประทับอยู่ใจในความทรงจำ

ล่อง เรือคายัค ตลอด 65 กิโลเมตรในทะเลแดนใต้ของไทย

การตัดสินใจพาย เรือคายัค ออกสู่ทะเล ได้นำมาซึ่งเรื่องราวน่าประทับใจและอีกหลายเรื่องราวที่ได้เรียนรู้

เมื่อสิบกว่าปีก่อน เรากับเพื่อนๆ เช่า เรือคายัค พายจากอ่าวนางข้ามไปยังหาดไร่เลย์ เรือคายัคไฟเบอร์กลาสสองลำ ทุกคนไม่เคยมีประสบการณ์ในการพายเรือออกทะเลมาก่อน ตลอดทางโดนลมซัด คลื่นสาด แถมยังล้มคว่ำตอนพยายามเอาเรือขึ้นจอดหน้าหาด วันนั้นจบลงด้วยเสียงเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า “คายัคคือกีฬาที่อันตรายที่สุด” ในใจของเราค้านเบาๆ แต่ไม่ได้แย้งออกไป

เรื่อง: ชุตินันท์ โมรา (digitalay)

ภาพ: ชุตินันท์ โมรา (digitalay) พลพิชญ์ คมสัน (digitalay)

 

เริ่มต้นที่คลอง

กรุงเทพคือเวนิสแห่งตะวันออก เป็นสิ่งที่ได้ยินกันจนเคยชิน สมาพันธ์เรือพับของพวกเราก็เริ่มต้นกันตามคลองในกรุง คลองประเวศส่วนที่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ คือคลองเส้นแรกที่เราได้สัมผัสชีวิตเรียดน้ำ

กลุ่มเพื่อนที่ติดกับดักชีวิตในเมืองเหมือนกัน เริ่มหันกลับมามองสายน้ำที่หลายคนลืมมันไป และพบว่าความสงบของสายน้ำช่วยให้เราผ่อนคลายจากความเครียดของเมืองได้เป็นอย่างดี หลังจากการพายเรือเพียงไม่กี่ชั่วโมงในคลองประเวศ เราก็ตัดสินใจซื้อเรือ

เรือพับสำหรับคนเมือง

มนุษย์คอนโดอย่างเรา พูดเต็มปากได้เลยว่าบ้านไม่มีที่ แค่จักรยานก็กินที่ห้องนั่งเล่นไปครึ่งหนึ่งแล้ว รถที่มีอยู่ก็เป็นคันเล็กติด rack ขนเรือบนหลังคาก็ไม่ไหว ความฝันในการมีเรือเป็นของตัวเองจึงมาลงตัวที่ เรือคายัค แบบพับ

ที่จริงแล้วเรือพับมีใช้กันมายาวนานเป็นร้อยปี เรือพับรุ่นแรกๆ พัฒนามาจากเรือล่าสัตว์ของชาวอินุอิท ตัวเรือแยกชิ้นเฟรมกับชิ้นเปลือก ชิ้นเฟรมจะแยกชิ้นพับเก็บใส่กระเป๋าได้ เรือพับแบบนี้มีความสามารถในการออกทะเลสูง แต่การเก็บล้างก็เป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะคนอยู่คอนโดจะกางตากส่วนเปลือกไว้ตรงไหน แค่ตากผ้าตรงระเบียงก็หมดพื้นที่แล้ว

ปัญหาของเราจบลงที่เรือพับฟิวเจอร์บอร์ด มันอาจจะไม่ใช่เรือที่ดีที่สุด แต่ตอบโจทย์ของมนุษย์เมืองอย่างเราที่สุด

เรือคายัค
เริ่มต้นการเดินทางด้วยการกางประกอบเรือตั้งแต่หกโมงเช้า

คายัคทัวร์ริ่ง

การเลือกซื้อเรือลำหนึ่งก็คล้ายกับการเลือกซื้อจักรยาน ไม่มีเรือลำไหนทำได้ดีทุกอย่าง เราต้องมีภาพในใจว่ากิจกรรมแบบไหนบ้างที่เราอยากทำ จะพายในแม่น้ำลำคลองเท่านั้น หรือจะพายล่องแก่ง หรือจะพายพร้อมแบกอุปกรณ์แคมปิ้ง แล้วจะพายออกทะเลที่มีคลื่นหรือเปล่า คำถามเหล่านี้จะช่วยตัดตัวเลือกให้เหลือคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

เมื่อได้เรือมาซักพักก็วางแผนออกเดินทางส่งท้ายปี พายเรือเลาะจากกระบี่ไปพังงา ด้วยเวลา 3 วัน

ดินแดนแห่งเกาะ

กระบี่และพังงาคือสวรรค์ของเรือเล็ก ลักษณะเกาะหินปูนแบบคาร์สต์ (karst) ที่ยุบตัวแล้วแยกออกมาจากแผ่นดินใหญ่เป็นปราการช่วยป้องกันลมแรงของทะเลเปิด คลื่นและลมด้านในเบาบางแทบไม่ต่างกับอยู่ในทะเลสาบ

ทริปนี้เป็นการพายแบบ touring พายกินระยะเปลี่ยนที่นอนไปทุกวัน พกสัมภาระติดเรือไปตลอดทาง วางแผนกันว่าจะพายเฉลี่ยระยะทาง 25 กิโลเมตรต่อวัน เลาะขอบแผ่นดินไปเรื่อยๆ ไม่ตัดกลางอ่าว เพราะถึงแม้จะเป็นทะเลด้านใน แต่เราก็ไม่อยากจะเพิ่มความเสี่ยง

พวกเรา 9 ชีวิตโหลดเรือพับขึ้นเครื่องไปจากกรุงเทพ จุดเริ่มต้นอยู่ที่อำเภอท่าเลน จังหวัดกระบี่

อ่านต่อหน้า 2  

เรื่องแนะนำ

ล่องเรือดูวาฬ ในดินแดนแห่งแสงเหนือที่ Skjervøy

ประสบการณ์ ล่องเรือดูวาฬ ในสภาพอากาศสุดขั้ว เป็นประสบการณ์ที่เราตราตรึงไม่รู้ลืม ย้อนไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน น้อยคนนักที่รู้จักหมู่บ้าน Skjervøy (แชร์วอย) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ประกอบอุตสาหกรรมประมง ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานใดๆ สำหรับรองรับการท่องเที่ยวเลย แต่ทุกวันนี้ แชร์วอยเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นในสายตานักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นจุด ล่องเรือดูวาฬ ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในทะเลแถบอาร์กติก เรื่อง สุวิมล สงวนสัตย์ ภาพ สุวิมล สงวนสัตย์/ ชุตยาเวศ สินธุพันธ์ ทุกปีในช่วงฤดูหนาว Humpback Whale (วาฬหลังค่อม) และ Orca (วาฬเพชฌฆาต) มักเข้ามาหากินในฟยอร์ดของเมือง Tromsø (ทรมเซอ) จึงทำให้เมืองนี้คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หวังมาชมวาฬและล่าแสงเหนือไปพร้อมกัน แต่เมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา พบว่า ไม่มีวาฬเข้ามาที่ทรมเซออีกเลย ทุกคนต่างตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ปกติฝูงวาฬมักล่าเหยื่อในแหล่งที่มีฝูงปลาเฮร์ริ่ง แต่เมื่อเฮร์ริ่งหายไปจากทรมเซอ นักวิจัยต่างก็ตั้งข้อสันนิษฐานไปต่างๆนานาว่า อาจเป็นเพราะอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น มลภาวะจากฟาร์มแซลมอน หรือหลายๆ ปัจจัยประกอบกัน แม้ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด แต่ในฤดูหนาวของปีเดียวกันนั้นเอง ชาวประมงในแชร์วอยรายงานมาว่า […]

หญิงสาวผู้เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกกว่า 3,000 ไมล์ แบบไร้เทคโนโลยี

เส้นทางสู่พอลินีเซียเป็นธรรมเนียมของผู้ชายเป็นใหญ่มายาวนาน Lehua Kamalu กำลังทำลายขนบนั้น และชุบชีวิตทักษะโบราณให้กลับมามีชีวิต เลอฮัว คามาลู มีเวลาพูดคุยเพียงไม่กี่นาที เธอนั่งอยู่บนเรือแคนูสองลำที่เรียกว่า Hōkūle’a กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ไกลจากเกาะใหญ่ของฮาวายที่ซึ่งลูกเรือของเธอพึ่งจะออกเดินทาง เสียงลมพัดผ่านเข้ามาในสายโทรศัพท์พร้อมกับเสียงพูดของเธอ Kamalu ในฐานะกะลาสีเรือและนักเดินเรือผู้เชี่ยวชาญกำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาสำคัญ ช่วงเริ่มต้นออกเดินทาง สิ่งที่เธอต้องการทั้งหมดคือสมาธิเพื่อกำหนดเส้นทางสำหรับการเดินทางไกลข้างหน้า “เราจะประเมินว่าเราอยู่ห่างจากเกาะแค่ไหน” เธอเล่า “และเราจะตั้งค่าเส้นทางเพื่อมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้” จากนั้นไม่นานเธอต้องวางสายและยังไร้เสียงโทรกลับ Hōkūle’a และลูกเรือ 10 คนมุ่งหน้าไปยังตาฮิติ ด้วยระยะทาง 3,000 ไมล์กับเวลาอีก 20 วัน Polynesian Voyaging Society (PVS) แล่นเรือในทะเลแสนกว้างใหญ่โดยไร้ความช่วยเหลือจากเทคโนโลยีนำทางสมัยใหม่ เรือแคนูสำรองสองลำที่แล่นข้ามมหาสมุทรและรอบโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ออกแบบมาเพื่อจำลองเรือแบบดั้งเดิมที่เคยแล่นในมหาสมุทรแปซิฟิก ดวงอาทิตย์กับดวงดาวเป็นเข็มทิศ และคลื่นกับลมก็เป็นแผนที่ “ทุกอย่างต้องใช้ใจล้วนๆ” คามาลู ผู้อำนวยการเดินทางบอก “คุณต้องติดตามทิศทางลม ความเร็วเรือ แล้วปรับใบเรือ” เส้นทางโบราณของการเดินเรือ คามาลูเป็นกัปตันและนักเดินเรือหญิงคนแรกของ Hōkūle’a ซึ่งนับเป็นหนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนที่เป็นผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์แห่งปิตาที่มักถ่ายทอดจากรุ่นปู่สู่ลูกชาย เธอค้นพบความหมายในเรื่องราวของเปเล่ เทพธิดาแห่งไฟของฮาวาย ผู้ซึ่งตามตำนานเล่าขานว่า เธอถูกเนรเทศจากตาฮิติและข้ามมหาสมุทรไปสู่ฮาวาย เป็นการเปิดบรรพบุรุษ ‘เส้นทางเดินทะเล’ […]