ภูกระดึง เป็นสถานที่แห่งความทรงจำของนักเดินทางหลายต่อหลายคน

ภูกระดึง ความงามที่ไม่เคยเลือนหาย

ภูกระดึง ประติมากรรมทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ กับเส้นทางเดินป่าสุดคลาสสิคและความสวยงามของทิวสนตัดกับสีสันบนท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปตามเวลาและฤดูกาล

เป็นสิ่งที่เหล่านักท่องเที่ยวหัวใจธรรมชาติยกให้เป็นหนึ่งในภูเขาที่ต้องไป แต่ทว่าเหตุการณ์ไฟป่าที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงกังวลไม่น้อยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทั้งผืนป่า สัตว์น้อยใหญ่ และบรรดาเจ้าหน้าที่ร่วมทั้งจิตอาสาที่ร่วมกันดับไฟ แต่ท้ายที่สุดด้วยความร่วมมือร่วมแรงกันอย่างสุดความสามารถก็เป็นผล ทำให้ไฟสงบลงในเวลาต่อมา แน่นอนว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ นอกจากเราจะช่วยส่งกำลังใจไปช่วยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์ธรรมชาติก็คือการสร้างความเข้าใจต่อ ภูกระดึง

สันฐานภูกระดึง

“ภูกระดึง” เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด มีที่ราบบนยอดภูเขาเป็นพื้นที่กว้างประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 8,522 สนามฟุตบอลขนาดมาตราฐาน มีความสูงอยู่ระหว่าง 1,200 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง หรือสูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 950 เมตร เทียบคร่าวๆก็ประมาณ 3 เท่าของตึกใบหยก-2 ด้วยความสูงระดับนี้จึงทำให้อากาศบนยอดภูเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 26 °C

ภูกระดึงขุนเขาแหล่งจินตนาการ

มองจากด้านที่ราบหรือด้านข้างภูเขา ภูกระดึงจะมีลักษณะคล้ายกับกระดึงห้อยคอวัว (ภาษาท้องถิ่น แปลว่า กระดิ่ง) สันนิษฐานว่าจากลักษณะรูปร่างดังกล่าวจึงกลายเป็นที่มาของชื่อภูเขาที่ชาวบ้านเรียกขานกัน แต่เมื่อมองจากมุมสูงโดยเฉพาะในภาพถ่ายจากดาวเทียม ภูกระดึงจะมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ยิ่งเน้นย้ำให้ภูกระดึงเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติกสำหรับคู่รัก    บ้างก็มองว่าเป็นรูปใบบอน โดยมีส่วนปลายใบอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และส่วนเว้าด้านในอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะกระแสน้ำ ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของภูเขาลูกนี้ ซึ่งเราจะสามารถมองเห็นทางน้ำไหลจากบนยอดภูสู่พื้นล่างอย่างชัดเจนบนภาพถ่ายจากดาวเทียมผ่านร่องเขาดังกล่าว

ภูมินามสู่ความเข้าใจ

ตลอดเส้นทางขึ้นสู่ยอดภูกระดึงเราจะเจอกับสาระพัดซำ ไม่ว่าจะ ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน ซำแคร่ เป็นต้น แต่พอขึ้นไปบนยอดภูกลับพบชื่อสถานที่ที่ขึ้นต้นด้วย “ซำ” น้อยมาก ซึ่งคำว่า “ซำ” เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง พื้นที่ที่มีน้ำซับหรือน้ำใต้ดินผุดขึ้นสู่ผิวดิน และสาเหตุที่ซำทั้งหลายพบเฉพาะตามไหล่เขา ต้องย้อนไปตั้งแต่กำเนิดภูเขาเลย ดังนี้

ภูกระดึงเป็นภูเขาหินทรายที่เกิดจากการทับถมของตะกอนเป็นเวลานานกว่าร้อยล้านปีมาแล้ว การทับถมในแต่ละยุคสมัยกินเวลาเป็นหลักล้านปีจึงทำให้ตะกอนค่อยผสานตัวและแข็งกลายเป็นหินในที่สุด ด้วยเวลาที่ต่างกันก็ทำให้องค์ประกอบในหินทรายต่างกันด้วย จึงสามารถแบ่งชั้นหินออกเป็นชั้นๆตามแต่องค์ประกอบของหิน และเมื่อเวลาผ่านไปการกัดเซาะทางธรรมชาติจะเป็นตัวคัดกรองให้เหลือเพียงส่วนที่แข็งแกร่งยืนหยัดเป็นภูเขา ชั้นหินที่อ่อนก็ผุพังไปตามกาลเวลา ชั้นบนสุดก็กลายเป็นพื้นที่ราบบนยอดเขา ทำให้ภูกระดึงเป็นภูเขาโดดยอดตัดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ถ้าใครที่ยังนึกไม่ออก ก็ลองหยิบขนมชั้นแล้วกัดทั้งสองข้าง ลักษณะโครงสร้างภูเขาหินทรายยอดตัดแบบนี้ไม่ได้มีแค่เพียงภูกระดึงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอีกหลายลูกที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน อาทิเช่น  ภูหลวง ภูเขียว ภูหอ เป็นต้น

ภูกระดึง, ท่องเที่ยว, เที่ยวภูกระดึง, ป่าไม้บนภูกระดึง

จะเห็นว่าระหว่างชั้นของหินทรายจะมีแนวแตกตามชั้นหินที่เกิดจากแรงจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก จากนั้น “น้ำ” ก็จะอาศัยช่องว่างระหว่างหินเหล่านี้ไหลลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน บางส่วนก็ไหลมาตามรอยแยกระหว่างชั้น มาโผล่ด้านข้างของภูเขาหรือไหล่เขา ซึ่งก็คือตำแหน่งของ ซำทั้งหลายตามทางขึ้นของภูกระดึงนั้นเอง

และชื่อที่ตามหลัง “ซำ” คาดว่าเป็นชื่อของชนิดพืชที่พบใกล้ๆกับแหล่งน้ำนั้นๆ เช่น ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า เป็นต้น ยกเว้น “ซำแฮก” นะครับ เพราะ “แฮก” ก็คือ “แรก” ในภาษาอีสาน เป็นจุดแวะพักจุดแรกบนเส้นทางขึ้นสู่ยอดภูกระดึง ซึ่งในความเป็นจริงกว่าจะปีนมาถึงตรงนี้ได้ ก็ทำเอาหลายคนถึงกับหอบแฮกๆ เลยทำให้เข้าใจผิดว่า ซำแฮก คือ อาการหอบแฮกๆแบบซ้ำๆ

ความสวยงามที่พึงระวัง

คำต่อมาที่เราพบเจอมากในแผนที่ภูกระดึงก็คือ ”ผา”  แน่นอนว่าก็คือ “หน้าผา” จุดหมายปลายทางที่ทุกคนที่ขึ้นไปบนยอดภูกระดึงแล้วต้องไปนั่งชมพระอาทิตย์อัสดงในยามเย็นหรือไม่ก็ไปนั่งชมแสงแรกแห่งวันในยามเช้า ซึ่งบนภูกระดึงก็หลายผาที่มีพื้นที่เปิดโล่งพอให้เราได้เก็บเกี่ยวบรรยากาศ อาทิเช่น ผานกแอ่น ผาหมากดูก ผาจำศีล ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ เป็นต้น

แน่นอนว่า ตำแหน่งของผาเหล่านี้ก็คือบริเวณขอบสุดของที่ราบบนยอดภูกระดึง เพราะฉะนั้นเราควรพึงระวังไว้เสมอหากได้มีโอกาสไปเที่ยวบริเวณดังกล่าว เนื่องจากหน้าผาที่ภูกระดึงนี้ค่อนข้างชัน แม้แต่ในภาพถ่ายจากดาวเทียมยังเห็นเป็นขอบสูงอย่างชัดเจน และเป็นจุดที่อาจจะเกิดการพังทลายของหินสู่ด้านล่างได้ง่าย และที่ผ่านมาก็มีข่าวนักท่องเที่ยวพลัดตกเพราะความประมาทมาแล้ว

วนศาสตร์ภูกระดึง

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของภูกระดึง คือ ป่าสองข้างทางจะเปลี่ยนไปตามความสูงของพื้นที่ จาก ป่าเต็งรัง สู่ ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และสุดท้าย ณ ยอดภูกระดึง คือป่าสนเขาและทุ่งหญ้า ในความรู้สึกจริงหากได้เข้าไปเดินป่าบนเส้นทางนั้น ก็จะประมาณว่าจากป่าที่โปร่งโล่ง อากาศร้อนอบอ้าว ค่อยๆเปลี่ยนเป็นป่าเขียวหนาทึบ ที่อุณหภูมิค่อยเย็นลงอย่างช้าๆ เป็นเพราะความชื้นจากต้นไม้ที่ให้เราได้สัมผัสตลอดเส้นทาง

ป่าเต็งรัง เป็นป่าที่ขึ้นในพื้นที่ความสูงไม่มากนัก ลักษณะป่าโปร่งโล่ง ส่วนมากจะประกอบไปด้วยกลุ่มต้นไม้ทนแล้งและทนไฟป่าเพราะมีเปลือกหนา ต้นไม้ในป่าเต็งรังเหล่านี้จะพร้อมใจกันผลัดใบในช่วงฤดูแล้งเพื่อรักษาสมดุลน้ำในลำต้น ฉะนั้นถ้าเราไปปีนเขาช่วงหน้าแล้งก็ต้องทนร้อนหน่อยเพราะไม่ค่อยมีร่มเงาให้บังแดดมากนักในป่าประเภทนี้ แต่พอถึงช่วงฤดูฝน ป่าเต็งรังก็จะกลับมามีสีเขียวสดใสของใบอ่อนไปทั่วบริเวณอีกครั้ง สำหรับที่ภูกระดึงก็จะพบป่าเต็งรังได้ตั้งแต่ที่ทำการอุทยานฯ ไปจนถึงประมาณ ซำกกกอก

ถัดมาคือป่าเบญจพรรณ ประมาณซำกกกอกถึงซำกกโดน บริเวณนี้สภาพป่าจะค่อยๆเปลี่ยนไปจากโปร่งโล่งกลายเป็นแน่นขึ้นจนรู้สึกร่มรื่นเย็นสบาย บริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ และชุ่มชื้นกว่าป่าเต็งรัง จึงมีพืชพื้นล่างหลากหลายชนิดโดยเฉพาะพวกไม้พุ่มและไม้ล้มลุก สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือมีต้นไผ่ขนาดใหญ่ (ตัวชี้วัดป่าเบญจพรรณ) ขึ้นเป็นกลุ่มแซรกปนอยู่ทามกลางต้นไม้สูงใหญ่นานาชนิด

ป่าดิบเขา บริเวณนี้อากาศจะชื้นและเย็นจนรู้สึกได้มักมีเมฆหมอกปกคลุม ทั้งนี้เพราะระดับความสูงช่วงนี้จะอยู่ที่ 1,000 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ตามกิ่งก้านของไม่ใหญ่เหล่านี้จะมีมอสและเฟิร์นขนาดเล็กเกาะอาศัยอยู่จนทั่วและตามพื้นที่ป่า ช่วยไม่ให้ชะลอการชะล้างหน้าดินจากน้ำฝน ประมาณซำกกโดนถึงหลังแป

และสุดท้าย ป่าสนเขา หรือบริเวณยอดภูกระดึง ด้วยอากาศที่มีความชุ่มชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำส่งผลให้ต้นสนได้เติบโตให้เห็นเรียงรายตลอดเส้นทางสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ด้วยต้นสนที่มีรูปร่างสวยงามและโดดเด่นในยามที่ตัดกับสีสันของท้องฟ้า จึงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลายคนถึงกับหลงเสน่ห์ความสวยงามของที่นี่

ทั้งหมดที่ได้บอกเล่าไปก็เป็นเกร็ดความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ที่จะช่วยทำให้ทุกคนสัมผัสถึงธรรมชาติของภูกระดึงที่ไม่ได้มีเพียงความสวยงามบนยอดภูเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องราวต่างๆมากมายบนทุกก้าวย่างในพื้นที่แห่งนี้ ที่จะทำให้ทุกท่านใช้เป็นพื้นฐานในการเดินทางสำรวจ สร้างความเข้าใจ สู่การร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูให้ธรรมชาติของภูกระดึงและอีกหลายที่ที่ต้องเผชิญเพลิงเผาผลาญได้ฟื้นคืนกลับมาได้อย่างสมดุลต่อไป

เรื่องและภาพ จิสด้า

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA


-ข้อมูลอ้างอิง

กรมทรัพยากรธรณี  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

“อุทยานแห่งชาติภูกระดึง” Story map, บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: เดินป่าในประเทศไทย กับระดับความยากที่แตกต่างกัน

เดินป่า, เดินป่าในประเทศไทย, เดินป่าในไทย, ระดับความยาก
การเดินป่าในแต่ละเส้นทางต้องมีการศึกษาข้อมูลของเส้นทางให้รอบคอบ เพื่อการเตรียมความพร้อมก่อนจะไปเดินป่า

เรื่องแนะนำ

เคล็ดลับถ่ายภาพ :  10 จุดหมายปลายทางในฝันทั่วโลก

การได้ไปเยือนจุดหมายปลายทางในฝัน ไม่ว่าจะเป็นทัชมาฮาล มาชูปิกชู ปราสาทนครวัด หรือสโตนเฮนจ์ ถือเป็นรางวัลชีวิต แน่นอนว่าหลายคนย่อมไม่พลาดที่จะบันทึกภาพแห่งความทรงจำนั้นไว้ ปัญหาอย่างหนึ่งของสถานที่ในฝันเหล่านั้นคือ เราเห็นภาพถ่ายงดงามราวกับโปสการ์ดของสถานที่เหล่านั้นกันจนชินตา แล้วภาพถ่ายของเราจะมีอะไรน่าสนใจหรือแตกต่างออกไป มากกว่าจะเป็นแค่บันทึกเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต จิม ริชาร์ดสัน ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แบ่งปัน เคล็ดลับถ่ายภาพ ที่เขาได้จากการไปเยือนสถานที่สำคัญเหล่านั้น หากคุณมีโอกาสได้ไปสักครั้ง

รู้จักกับ คาร์ซีต อุปกรณ์บนรถเพื่อลูกน้อยที่พ่อแม่หลายคนหลงลืม

ภาพของเด็กวัยเกิดกำลังใช้ คาร์ซีต ภาพถ่ายจาก https://yourshot.nationalgeographic.com/photos/5386068/ โดย Michael Lee เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ การติดตั้ง คาร์ซีต (Car seat) หรือเบาะนิรภัยสำหรับเด็กจึงจำเป็น เพียงแต่ว่าในสังคมไทยอาจยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้มากนัก ความปลอดภัยของลูกน้อยเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับผู้ที่เป็นพ่อแม่เสมอ ในยามที่พ่อแม่ต้องพาลูกออกเดินทางไปโดยรถยนต์ส่วนตัว อุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งคือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือที่เรียกกันอย่างลำลองว่า คาร์ซีต (Car Seat หรือ Child Safety Seat) ซึ่งในระดับสังคมโลกถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกครอบครัวที่มีรถยนต์ แต่สำหรับในประเทศไทย การใช้คาร์ซีตอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในบรรดาพ่อแม่ลูกอ่อนชาวไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม คาร์ซีตกลายเป็นเด็นทางสังคมมากขึ้นเมื่อมีกรณีเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งมีเด็กน้อยนั่งอยู่บนรถ แต่กลับรอดชีวิตได้เพราะคาร์ซีตมาอยู่หลายครั้ง ถ้าเป็นในสังคมต่างประเทศ เหตุการณ์แบบนี้อาจเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับในประเทศไทยกลับดูเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะคาร์ซีตไม่ได้รับความสำคัญมากนัก และเหตุการณ์เช่นนี้ก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่า คาร์ซีตนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและทรงคุณค่ายิ่งสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกน้อย คาร์ซีตคืออะไร คาร์ซีต หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์เสริมเบาะที่นั่งรถยนต์ซึ่งออกแบบพิเศษเพื่อป้องกันเด็กจากการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในคราวที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ เช่น เหตุการณ์รถชน โดยปกติแล้ว คาร์ซีตถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่เจ้าของรถจะต้องเป็นผู้ติดตั้งด้วยตัวเอง มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าแต่เดิมเบาะนั่งบนรถยนต์สำหรับเด็กเริ่มมีการคิดค้นเมื่อราวทศวรรษที่ 1930 แต่ในช่วงเวลานั้นไม่ได้ถูกประดิษฐ์มาเพื่อจุดประสงค์ของความปลอดภัย แต่กลับประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเป็นเบาะที่ยกสูงเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถมองดูเด็กระหว่างควบคุมยานพาหนะได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเป็นเพื่อความปลอดภัยของเด็กดังเช่นในปัจจุบัน ความสำคัญของคาร์ซีต สำหรับผู้ใหญ่ การคาดเข็มขัดนิรภัย […]

สวัสดี… ปราสาทพระวิหาร

ซัวชไดย… เปรี๊ยะวิเฮียร์ สวัสดี… ปราสาทพระวิหาร ปราสาทหินดูจะไม่ใช่หมุดหมายสำคัญอันดับแรกๆ สำหรับนักเดินทางชาวไทยทั่วไป เสียเท่าไหร่ นอกจากคนที่สนใจ ใคร่รู้ในเรื่องเฉพาะเรื่องของโบราณคดี สถาปัตยกรรม อารยธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ ของกลุ่มชนคนโบราณ ความรุ่งเรืองของอาณาจักรต่างๆ และรู้ถึงสัจธรรมที่ว่าในเบื้องลึกของทุกเรื่องราวเหล่านั้น มีความน่าสนใจแฝงเร้นไว้อีกมากมาย ไม่รู้จบ ปราสาทหินในเมืองไทยทุกวันนี้มีปรากฏอยู่ไม่ใช่น้อย ยิ่งใหญ่ เก่ากาล แตกต่างกันไปตามกาลเวลา แต่ที่ถือได้ว่าเป็นปราสาทหินที่ทรงคุณค่าอลังการ ทั้งด้านความยิ่งใหญ่ เก่าแก่ เอกอุแห่งความงดงาม ปราสาทพระวิหาร ไม่เป็นสองรองใคร เรื่องและภาพถ่าย: เจนจบ ยิ่งสุมล การจะไปเยือนปราสาทพระวิหารได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เช่นปราสาทหินอื่นๆ ทั่วไป ในประเทศไทย ทั้งระยะทางที่ยาวไกลกว่า 600 กิโลเมตรจาก กรุงเทำพฯ สู่จังหวัดศรีสะเกษ ความสูงชันของที่ตั้งตัวปราสาท หรือเหตุผลปัญหาด้านชายแดนไทยกับกัมพูชา นบางเวลา ฯลฯ… แต่พวกเราก็ดั้นด้นเดินทางมาถึงจนได้ อย่างที่วาดหวังไว้ ……………………………… เช้ามืด ก่อนดวงตะวันจะสาดแสง พวกเรารอเวลาเตรียมพร้อมกันอยู่ที่ผามออีแดง ทันทีที่ลูกไฟแห่งสุริยะจักรวาล โผล่พ้นขอบฟ้า เสียงชัตเตอร์ ก็ดังระรัวประชันกันราวกับข้าวตอกแตก ณ […]

ตั้งแคมป์บนมหาสมุทร อาร์กติก

“นํ้าแข็งหนาประมาณหนึ่งเมตร เรานอนกันบนมหาสมุทรที่ อาร์กติก โดยมีกระแสนํ้าม้วนตัวอยู่ด้านล่าง” — จอน  โกลเดน ขี่จักรยานเสือภูเขาในอุทยานแห่งชาติอายูอิตทุก ใน อาร์กติก ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าการเดินทางในฤดูหนาว “มักเป็นไปไม่ได้” นับถอยหลังหกเดือน เตรียมพร้อมผมตั้งใจจะถ่ายภาพทีมนักผจญภัยสุดขั้วขี่จักรยานเสือภูเขาข้ามมหาสมุทรอาร์กติกในแคนาดาที่เย็นจนเป็นนํ้าแข็ง ผมจะ นั่งรถหิมะ ซึ่งก็ยังเป็นงานหนักอยู่ดี ผมจึงต้องดูแลสภาพร่างกายให้ดี ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือนผมเริ่มซ้อมวิ่งและฝึกฝนร่างกายช่วงกลางลำตัวในอาร์กติก ถ้าเหนื่อยคุณจะนั่งลงไม่ได้ ต้องเคลื่อนที่ต่อไปหรือไม่ก็เข้าไปอยู่ในถุงนอนเลย ผมยังขออุปกรณ์บางอย่างจากผู้สนับสนุนด้วย นั่นคือแผ่นรองนอนบุขนเป็ดและถุงมือที่ผมใส่ตอนถ่ายภาพได้ นับถอยหลังสองสัปดาห์ รายการสัมภาระที่จำเป็น: แคมป์ของเราในอายูอิตทุกอยู่ห่างจากความเจริญราว 80 กิโลเมตรในทุกทิศทางดังนั้นผมจึงนำทุกอย่างที่ต้องการไปด้วสำหรับการเดินทางสองวันครึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ • ไฟสัญญาณฉุกเฉิน • โทรศัพท์มือถือผ่านดาวเทียม (ซึ่งจะใช้ได้เพียงวันละสองชั่วโมง ผมจึงทบทวนข้อตกลงด้านความปลอดภัยกับครอบครัวของผมไว้ล่วงหน้า) • ถั่วแมกคาเดเมีย (ซึ่งมีปริมาณไขมันสูงที่สุด) • แปรงสีฟันที่มาพร้อมยาสีฟันแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง • แบตเตอรี่กล้องหนึ่งโหลความเย็นทำให้พลังงานหมดเร็ว ผมจึงเก็บมันไว้ในเสื้อกั๊กหรือถุงนอน • ชุดชั้นในแบบยาวสองชุด นับถอยหลังสองวัน พร้อมออกเดินทาง: ผมตื่นเต้นเป็นช่วงๆ แต่ไม่รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องจริงจนกระทั่งอยู่บนเครื่องบินไปเวอร์จิเนีย เมื่อเราลงจอดที่คีร์คิกทาร์จูอัก ผมไปที่บ้านแม่มัคคุเทศก์ชาวอินูอิตของเราเพื่อบรรจุสัมภาระใหม่ สมาชิกในทีมจัดเตรียมจักรยาน เราทบทวนสัญญาณมือเพื่อให้ผมกำกับพวกเขาในเฟรมกล้อง ขณะที่พวกเขาขี่ จักรยานได้ ก่อนออกเดินทาง […]