วัดปรางค์หลวง ชมพระปรางค์เอนแห่งเมืองนนท์ - National Geographic Thailand

วัดปรางค์หลวง ชมพระปรางค์เอนแห่งเมืองนนท์

เที่ยว วัดปรางค์หลวง ชมพระปรางค์เอนแห่งเมืองนนท์

จังหวัดนนทบุรีนั้นเป็นแหล่งชุมชนชาวสวนที่เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ด้วยความที่เป็นหัวเมืองที่อยู่ใกล้กรุงศรีอยุธยาที่สุด ทำให้การอพยพย้ายถิ่นฐานมาเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวก เมื่อมีชุมชนก็ต้องมีวัด เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธด้วย เมืองนนท์เองก็จัดได้ว่ามีวัดมากที่สุดอีกจังหวัดหนึ่ง จากข้อมูลทะเบียนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติพบว่ามีถึง 195 วัดทีเดียว และหนึ่งในนั้นคือ วัดปรางค์หลวง

นนทบุรีถือเป็นเมืองที่มีบทบาทต่อกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีเส้นทางออกสู่ทะเล นอกจากนี้ก็ยังมีเมืองธนบุรี เมืองนครชัยศรี เมืองสาครบุรี เมืองสมุทรสงคราม เมืองเพชรบุรี เมืองราชบุรี และเมืองสมุทรปราการ โดยเรียกกลุ่มหัวเมืองเหล่านี้ว่า “ปากใต้” ที่ไม่ใช่ “ปักษ์ใต้” นั่นคือเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของกรุงศรีอยุธยา และถือเป็นกลุ่มหัวเมืองที่มีหน้าที่ผลิตและจัดหาอาหารทะเลส่งเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย

วัดปรางค์หลวง, สถานที่ท่องเที่ยว, วัดไทย, วัด, นนทบุรี

วัดปรางค์หลวง วัดเก่าแก่ที่สุดในเขตปริมณฑล

วัดปรางค์หลวงตั้งอยู่ในอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นับเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในเขตปริมณฑล เชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น (พ.ศ. 1893 –  1991) ปัจจุบันกรมศิลปากรได้เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์จนงดงาม เดิมทีวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดหลวง” ต่อมาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 10  ได้ประทานชื่อใหม่เป็น “วัดปรางค์หลวง”

โบราณสถานสำคัญที่ควรมาชมคือ “ปรางค์ประธาน” ผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะแบบอยุธยาจึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ในส่วนของข้อมูลนั้นมีแหล่งที่มาหลากหลาย ทั้งจากการบอกเล่าสืบกันมาจากชุมชนว่าวัดนี้สร้างในปี พ.ศ. 1890 แต่จากข้อมูลในหนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม 2 ระบุว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1904 ซึ่งโดยรวมแล้วก็พอจะบ่งชี้ได้ว่าวัดปรางค์หลวงสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น

วัดปรางค์หลวง, สถานที่ท่องเที่ยว, วัดไทย, วัด, นนทบุรี

พระปรางค์เอนแห่งเมืองนนท์

เพียงแค่ได้เห็นปรางค์ประธาน (เจดีย์ทรงปรางค์) ครั้งแรก ผมก็รับรู้ได้เลยว่า ถ้าพระปรางค์ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์เช่นอดีตคงมีความสวยงามมาก สิ่งที่บ่งบอกว่าปรางค์ประธานองค์นี้น่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้นก็คือรูปแบบการก่อสร้างซึ่งเป็นศิลปะขอม อาณาจักรขอมได้แผ่ขยายอิทธพลเข้ามาในแผ่นดินสยามโดยมีลพบุรีเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญ ต่อมาในสมัยสุโขทัยขอมยังคงเรืองอำนาจอยู่ การสร้างบ้านเมืองจึงมีผังเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก และมีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ในช่วงเวลาคาบเกี่ยวจากสมัยสุโขทัยมาสมัยอยุธยาทำให้การก่อสร้างบ้านเมืองหรือวัดยังติดรูปแบบของทางขอม พูดง่ายๆ ว่ายังไม่มีสไตล์ของตัวเองที่ชัดเจน อย่างปรางค์ประธานองค์นี้คือเป็นแบบขอมโบราณที่เคยมีอิทธิพลต่อลพบุรี ไม่ใช่แบบเขมรที่เป็นเขมร ปัจจุบันยอดปรางค์มี 6 ชั้น ดูรวมๆ แล้วคล้ายปราสาทขอม พระปรางค์ที่มีรูปแบบคล้ายกันก็เช่น วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัดปรางค์หลวง, สถานที่ท่องเที่ยว, วัดไทย, วัด, นนทบุรี

องค์พระปรางค์มีซุ้มจระนำทั้งสี่ด้านปิดทึบ เป็นซุ้มที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางประทับยืน ปางอุ้มบาตร ปางประทานอภัยด้วยพระหัตถ์ซ้าย ปางถวายเนตร  สังเกตที่พระพักตร์มีรูปทรงออกแป้นๆ เกือบสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่คล้ายกับพระพุทธรูปศิลปะขอม ศักดิ์ชัย สายสิงห์ (2556, หน้า  288 – 289) ได้กล่าวถึงพระพุทธรูปปูนปั้นยืนนี้ว่า ปางดังกล่าวไม่ค่อยนิยมนำมาประดับปรางค์สมัยอยุธยามาก่อน แต่กลับพบที่ทางเหนือคือสุโขทัย – ล้านนา เช่น พระพุทธรูปดุนแผ่นทองจังโกบนองค์ระฆังของพระธาตุหริภุญชัย ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 20

นี่คือข้อสันนิษฐานจากรูปแบบสถาปัตยกรรม แต่ยังมีข้อมูลจากหลายแหล่งที่มีข้อมูลไม่ตรงกันนักว่าถ้าดูองค์พระปรางค์แยกส่วนก็จะบอกได้ว่าแต่ละส่วนควรอยู่ในยุคสมัยใด แต่ถ้าเอาทั้งหมดมารวมกันบ้างก็ว่าวัดปรางค์หลวงนี้น่าจะอยู่ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 21 สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ด้วยเหตุผลที่ว่าพระองค์ทรงเคยเสด็จไปประทับที่เมืองพิษณุโลกในปี พ.ศ. 2006 จึงได้รับอิทธิพลจากศิลปะทางเหนือพร้อมทั้งช่างกลับมาก็เป็นได้

ปัจจุบันพระปรางค์องค์นี้มีลักษณะเอนอันเนื่องมาจากดินทรุด ซึ่งผมว่าทำให้ดูสะดุดตา และพลอยทำให้นึกไปถึงหอเอนแห่งเมืองปิซาที่มีอายุไล่เลี่ยกัน

พระอุโบสถ

พระอุโบสถเก่าที่สร้างมาคู่กับองค์พระปรางค์ โดยสร้างตามคติความเชื่อและตามระเบียบของวัดในสมัยอยุธยาที่มีปรางค์ประธานเป็นที่ตั้งหลักของวัด มีอุโบสถอยู่ด้านหน้าหรือทางทิศเหนือนั่นเอง ด้วยพระอุโบสถหันหน้าไปทางทิศเหนือ แกนทิศหลักของวัดจึงเป็นเหนือ – ใต้ ซึ่งต่างจากวัดทั่วไปที่เจดีย์ประธานและวิหารอุโบสถจะเรียงตามแนวทิศมงคลคือ ตะวันตก – ตะวันออก ภายในพระอุโบสถเก่านั้นประดิษฐาน “หลวงพ่ออู่ทอง” พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองปางมารวิชัย หน้าตัก 9 คืบ ปัจจุบัน องค์พระประธานรอการปิดทองอีกครั้งเนื่องจากได้รับความเสียหายในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่ทำให้องค์พระระเบิด จึงต้องมีการซ่อมแซม

วัดปรางค์หลวง, สถานที่ท่องเที่ยว, วัดไทย, วัด, นนทบุรี

ใบเสมาที่หน้าอุโบสถเป็นหลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่มีความเก่าแก่ และทำให้เชื่อได้ว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น เพราะใบเสมาแบบนี้มักเป็นที่นิยมและมีให้เห็นที่พิษณุโลก สุโขทัย เป็นใบเสมาที่อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 – 21   สลักจากหินชนวนสีเทา เดิมอยู่ครบแต่เกิดชำรุดเสียหายจากการเข้าปรับปรุงพื้นที่ ตอนนี้เหลืออยู่หนึ่งอันที่สมบูรณ์ที่สุด ส่วนรอบอาคารพระอุโบสถเป็นกำแพงเก่าที่ดูจากหลักฐานแล้วกำแพงเดิมน่าจะสูงใหญ่มาก เพราะดูจากความหนาของกำแพง นี่คือเทคนิคการก่อสร้างอย่างหนึ่งที่ได้รับอิทธพลมาจากทางโลกตะวันตก อย่างเช่น ตึกพระเจ้าเหาที่อยู่ในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี วัดพุทไธศวรรย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็มีกำแพงหนาและสูงเช่นกัน

นี่เป็นเพียงข้อมูลบางส่วนที่พอสืบค้นได้ จะตรงและจริงแค่ไหนนั้นตอบยาก เพราะแต่ละข้อมูลก็มีเหตุผลอ้างอิงอธิบายรับรองไว้ สำหรับผมขอแค่เพียงมีเวลาเดินชมแล้วนำข้อมูลมาประกอบการชมอย่างเข้าใจก็พอใจแล้ว

วัดปรางค์หลวง, สถานที่ท่องเที่ยว, วัดไทย, วัด, นนทบุรี

ช่วงนี้การเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ อาจไม่สะดวกนัก โดยเฉพาะต่างประเทศ ยิ่งเป็นประเทศอิตาลีด้วยแล้วน่าจะยังอีกนาน ดังนั้นหากคุณผู้อ่านท่านใดมีแผนจะเดินทางไปชมหอเอนแห่งเมืองปิซา ประเทศอิตาลีแล้วละก็ ผมว่าลองแวะไปชมพระปรางค์เอนแห่งเมืองนนท์ก่อนเป็นไง พระปรางค์องค์นี้ใช้เวลานานกว่าห้าร้อยปีถึงจะเอนนะครับ ส่วนหอเอนแห่งเมืองปิซานั้นสร้างเสร็จปุ๊บก็เอนเลย แสดงให้เห็นถึงความสามารถของช่างไทยว่าเก่งไม่แพ้ใครเลยละ

เรื่อง: ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
ภาพถ่าย: เอกรัตน์ ปัญญะธารา


ข้อมูลอ้างอิง

อยุธยาในย่านกรุงเทพฯ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร

ยอดปรางค์ 6 ชั้นตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนาที่ว่าสวรรค์มี 6 ชั้น


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เทคนิคพาลูกเที่ยวในช่วงวันหยุด

เรื่องแนะนำ

บ้านแม่เหาะ เสน่ห์การท่องเที่ยวชุมชนปกาเกอะญอ

ชาวปกาเกอะญอใน บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดการท่องเที่ยวด้วยการชูเอกลักษณ์ของชุมชน 08.00 น. บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แสงแดดยามเช้าในเดือนพฤศจิกายนแทงทะลุผ่านทุ่งดอกบัวตอง นำความอบอุ่นและสดชื่นมาในคราวเดียวกัน สำนึกที่เคยร่ำเรียนวิชานิเวศวิทยาก็พลันแล่นเข้ามาในความคิดว่า บัวตองเป็นพืชต่างถิ่นและเป็นผู้รุกราน แต่ถ้าในแง่ของความอภิรมย์ ภาพตรงหน้านับได้ว่าเป็นความงดงามอย่างหนึ่งในชีวิต จากการระบาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวโดยตรง หลายฝ่ายจึงกลับมามองย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยเบ่งบาน กลับหายวับไปในชั่วพริบตาเดียว หลายคนพูดถึงคำว่า “ยั่งยืน” เช่น รายได้ที่ยั่งยืน การประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน และอีกมากมายที่ลงท้ายด้วยคำว่ายั่งยืน แต่พวกเราเข้าใจคำว่า “ยั่งยืน” อย่างไร หลังจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมีความผ่อนคลายมากขึ้น ประชาชนในประเทศต่างถวิลหาการเดินทางอีกครั้ง ทั้งด้วยนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ยิ่งผลักให้ผู้คนในประเทศมองว่า เป็นช่วงเวลาอันดีที่จะออกไปปลดปล่อยอารมณ์ที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม มาตรการล็อกดาวน์ได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ให้เราได้เรียนรู้ นั่นคือการฟื้นตัวของสถานที่ทางธรรมชาติ ทุกคนเห็นตรงกันว่า “เราควรเริ่มหันมามองการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ซึ่งหมายความรวมไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน เราจึงมองหาสถานที่ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว “ความยั่งยืน” และ “การท่องเที่ยว” ให้กับเราได้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่บริษัท Local Alike บริษัทนำเที่ยวชุมชน ติดต่อเราเข้ามาเพื่อไปเยี่ยมชมชุมชนแม่เหาะ ชุมชนที่บริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และสามารถสร้างความยั่งยืนได้จากการร่วมมือกันของคนในพื้นที่ เดินขึ้นดอยตามเส้นทางชุมชน บ้านแม่เหาะ […]

เที่ยว เขื่อนบางลาง นอนค้างบน เกาะป็อบคอร์น

ถ้าเพื่อนชวนคุณไปเที่ยว เขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา คุณจะไปไหม? มันอันตรายหรือเปล่า กับข่าวสารที่รับรู้มา ถ้าถามว่ากลัวไหม ก็ต้องตอบว่า “ไม่”  แต่ในใจลึก ๆ เราคิดว่า ถ้าคนจะตาย อยู่ที่ไหนก็ตายได้ ไม่ต้องไปถึงยะลาหรอก คนที่นั่นเขายังใช้ชีวิตประจำวันกันได้ แล้วทำไมเราจะไปเที่ยวสักครั้งไม่ได้ละ แล้วในที่สุดเราก็ตัดสินใจล่องใต้ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ เขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา จนได้ ครั้งแรกที่ออกเดินทางผมเจอด่านตรวจระหว่างทางเยอะมาก บอกตามตรงว่าตื่นเต้น เพราะเราไม่เคยเจอแบบนี้ แต่ก็เหมือนได้รับรางวัลปลอบใจนั่นคือวิวสวย ๆ ตลอดสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนของผู้คน สลับกับวิวทะเลขณะที่รถกำลังเคลื่อนผ่านบนเส้นทางระหว่างจังหวัดปัตตานีกับยะลา ถนนเส้นนี้มีโค้งเยอะมาก เสียจนเรานึกว่ากำลังขับรถขึ้นเหนือ เรียกว่าใครขี้เมารถละก็ แนะนำให้กินยาแก้เมารถรอไว้ได้เลย แต่ถ้าหลับคุณอาจจะพลาดชมวิวสวย ๆ ได้นะ สำหรับความปลอดภัยของที่นี่ ขอเล่าว่าช่างแตกต่างจากข่าวในทีวีและหนังสือพิมพ์อย่างสิ้นเชิง เพราะเราได้พบเจอแต่ผู้คนที่มีน้ำใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเรา นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเยือนยะลา และขอสัญญากับตัวเองว่าจะกลับมาที่นี้อีกครั้งแน่นอน และนี่คือการกลับมายังจังหวัดยะลา จังหวัดสุดท้ายปลายด้ามขวานของประเทศไทย อีกครั้งสำหรับผม… ทริปนี้ผมออกเดินทางมากับเพื่อน ๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นผมและเพื่อนได้มีโอกาสไปเที่ยวที่เบตงมาแล้ว  แต่รอบนี้พวกเราขอแวะมาเที่ยวที่บันนังสตาเพิ่มเติมดูบ้าง เพราะทราบมาว่าที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่อยู่ที่ “เขื่อนบางลาง” การเดินทางมายังเขื่อนบางลาง เราสามารถมาได้ง่าย […]

โบสถ์ไม้รัสเซียสร้างโดยไม่ใช้ตะปู

โบสถ์ไม้รัสเซีย สร้างโดยไม่ใช้ตะปู ณ เกาะ Kizhi กลางทะเลสาบ Onega ทางตอนเหนือของรัสเซีย คือสถานที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างที่มีความงามเฉพาะตัว มันคือ โบสถ์ไม้ นิกายออร์โธด็อกซ์ที่สร้างในศตวรรษที่ 18 โดยมีจุดเด่นก็คือสถานที่สักการะบูชาขนาดใหญ่นี้ถูกสร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว โบสถ์แห่งนี้ประกอบด้วยอาคารสองหลังและหอคอยความสูง 37 เมตร ด้านบนประกอบด้วยโดมทั้งหมด 22 โดม ซึ่งภายในมีบันไดวนที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปได้ถึงยอดเพื่อชมวิว แม้กาลเวลาจะผ่านมานานหลายปีแล้ว แต่โบสถ์ไม้ยังคงมีสภาพดีอยู่ ซึ่งทางองค์กรยูเนสโกได้ประกาศให้โบสถ์แห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี 1990   อ่านเพิ่มเติม อดีตเหมืองเกลือที่ปัจจุบันกลายเป็นสวนสนุก

ย้อนรอยเส้นทางเหนือกาลเวลาใน อิตาลี

ในแคว้นปุลยา ประเทศ อิตาลี และภูมิภาคทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์อื่นๆ ทั่วโลก การอพยพเคลื่อนย้ายสัตว์ตามฤดูกาลยังคงเป็น ธรรมเนียมปฏิบัติของชุมชนท้องถิ่น เดือนมิถุนายนของทุกปี นุนซีโอ มาร์เชลลี จะต้อนฝูงแกะ 1,300 ตัวของเขา และออกจากบ้านใกล้หมู่บ้านยุคกลางชื่อ อันเวร์ซาเดลยิอาบรุซซี ในเทือกเขาแอปเพนไนน์ทางตอนกลางของ อิตาลี  ในการเดินเป็นระยะทางราว 50 กิโลเมตรตลอดสามวัน  มาร์เชลลีวัย 65 ปี และคนเลี้ยงแกะจำนวนหนึ่ง รวมถึงแขกผู้มาเยือนสองสามคนที่สนใจวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนในภูมิภาคแถบนี้ จะต้อนแกะไปยังทุ่งหญ้าบนเขาสูงเหนือไร่ของมาร์เชลลี เส้นทางจากไร่ไปยังทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ฤดูร้อนทอดตามรอย ตรัตตูโร (tratturo) ภาษาอิตาลีที่ใช้เรียกเส้นทางซึ่งเกิดจากการอพยพตามฤดูกาลเหล่านี้ที่ดำเนินสืบมากว่า 2,300 ปี  หลังผ่านถนนปูหินในอันเวร์ซามาแล้ว ขบวนแกะกับคนต้อนจะเริ่มเดินขึ้นเนิน  สัญจรคดเคี้ยวไปมาผ่านทุ่งดอกไม้ป่า หมู่ต้นบีชและป่าสนเก่าแก่ ไปจนถึงหมู่บ้านหินทรุดโทรม เมื่อถึงบ่ายของวันที่สาม พวกเขาก็เดินทางขึ้นไปถึงที่ราบสูง ณ ระดับ 2,000 เมตร ใต้ยอดเขามอนเตเกรโคที่ยังมีหิมะห่มคลุม แม้จะห่างจากโรมเพียง 150 กิโลเมตร ที่ราบสูงแห่งนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนโลกที่ถูกลืม ผึ้งหึ่งบินตอมออริกาโนและไทม์ป่า อินทรีและเหยี่ยวโผบินบนท้องฟ้าสีครามเหนือแอปเพนไนน์  สมุนไพรหลายร้อยชนิด หญ้า และดอกไม้ป่านานาพันธุ์งอกงามขึ้นที่นี่ นี่คือสถานที่ที่เมื่อมาเยือนแล้วคุณจะไม่อยากจากไป แต่มาร์เชลลียังมีงานที่ฟาร์มต้องกลับไปสะสาง […]