เที่ยวชุมชน ไทยพวน จังหวัดนครนายก - National Geographic Thailand

เที่ยวชุมชน ไทยพวน จังหวัดนครนายก

จากประวัติศาสตร์ของประเทศไทย กระแสประชากรไหลเวียนเปลี่ยนถ่ายเป็นพลวัต เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้คนเหล่านั้นได้ทิ้งร่องรอยทางวัฒนธรรม บ้างก็ลงหลักปักฐาน และนำวัฒนธรรมที่เคยถือปฏิบัติมาเผยแพร่จนเป็นเอกลักษณ์อย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้ ประเทศไทยจึงประกอบด้วยประชากรที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นเสน่ห์ที่น่าภาคภูมิใจ

วันนี้ ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปที่ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อไปเรียนรู้วิถีชีวิตของชาว ไทยพวน โดยเข้าพักที่ “โฮมเสตย์บ้านสะเภาทอง” ของคุณลุงประทีป-คุณป้าสุรีย์ มากคำ นอกจากนี้ สถานที่แห่งนี้ยังเป็น “ศูนย์การเฮียนฮู้วัฒนธรรมไทย-พวน” อีกด้วย

ทันทีที่ถึง คุณลุงกับคุณป้าปฏิบัติตัวกับผู้มาเยือนเสมือนเป็นญาติมิตร เราจึงรู้สึกอบอุ่นเสมือนได้กลับมาเยี่ยมญาติเช่นกัน และยังมีเจ้ามอมแมม สุนัขตัวโตขนฟูสีขาว (ที่มีประวัติไม่ธรรมดา) เดินสมทบออกมาต้อนรับ

เจ้ามอมแมม สุนัขสีขาวขนฟูที่มาร่วมนั่งฟังการสนทนาด้วย

พวกเราเริ่มจากการนั่งสนทนาถามสารทุกข์สุขดิบกันอย่างสนุกสนาน คุณลุงประทีปเล่าว่า “ไทยพวน” เป็นชื่อเรียกคนพวนที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว ที่มาตั้งถิ่นฐานตามจังหวัดต่างๆ ในไทย เช่น ลพบุรี สุพรรณบุรี และสุโขทัย เป็นต้น โดยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีการตั้งชมรมไทยพวนแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างชาวไทยพวนที่อาศัยอยู่ในไทย มีงานประจำปี 2 งาน คืองานร้อยใจไทยพวน และงานผ้าป่าชมรมไทยพวนแห่งประเทศไทย ซึ่งคุณลุงคุณป้าได้เข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมฯ เป็นประจำ

สำหรับจังหวัดนครนายก ชาวไทยพวนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นในตำบลหนองแสง ตำบลเกาะโพธิ์ ตำบลท่าเรือ และตำบลเกาะหวาย วิถีชีวิตของชาวไทยพวนปัจจุบัน ส่วนใหญ่ยังมีวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรม ผลิตข้าวของเครื่องใช้ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากธรรมชาติที่หาง่ายในพื้นที่จากภูมิปัญญาของตนเอง

ไทยพวน, นครนายก, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ชาวไทยพวนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก

สนทนากันได้สักพักพวกเราออกเดินชมรอบบริเวณบ้านคุณลุงคุณป้าที่ทำเป็นศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวไทยพวน โดยจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือของชาวไทยพวนที่ใช้ในการทำเกษตรกรรมในอดีต อุปกรณ์ที่ใช้ทำกับข้าวในครัว ฝึกพูดภาษาไทยพวนง่ายๆ อย่าง “ ไปกะเลอ สบายดีเน้อ ” หมายถึง ไปไหนมา สบายดีไหม และได้เรียนรู้การแต่งกายของไทยพวน

หลังจากเดินชมบริเวณบ้าน คุณป้าก็ได้เตรียมผ้าถุงและสไบให้ผู้เขียนสวมใส่ก่อนออกไปชมสถานที่ต่างๆ ในตำบลเกาะหวาย โดยจะแบ่งเป็นสี่ชุมชน คือ ชุมชนเกาะหวาย ชุมชนท่าแดง ชุมชนบ้านใหม่ และชุมชนฝั่งคลอง

ไทยพวน, นครนายก, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
คุณลุงกำลังทอผ้าลายไทยพวนด้วยกี่กระตุก

ผู้เขียนเริ่มจากเดินสำรวจชุมชนเกาะหวาย บ้านเรือนส่วนใหญ่มีลักษณะใต้ถุนสูง บางหลังปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยด้วยการต่อเติมชั้นล่าง ปูกระเบื้อง และเทพื้นคอนกรีต เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย เราเดินเล่นเรื่อยมาจนถึงวัดเกาะหวาย ที่กำลังมีการจัดงานบุญผะเวด ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีที่จะจัดขึ้นในเดือนสิบสอง ตามประเพณีฮีตสิบสองของชาวไทยพวน (ประเพณีที่ต้องปฏิบัติประจำสืบทอดกันมาทุก 12 เดือนใน 1 ปี) ผู้เขียนได้มีโอกาสฟังพระเทศน์มหาชาติ และได้ร่วมทำบุญถวายกัณฑ์เทศน์ นับว่าเป็นโอกาสที่ดียิ่ง

หลังจากนั้น ผู้เขียนเดินทางไปยังวัดท่าแดง ชุมชนท่าแดง เพื่อไปกราบสักการะเจดีย์หลวงพ่อภาระ พระภิกษุซึ่งเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่อพยพมาพร้อมกับชาวไทยพวน และมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดนครนายก บ้านท่าแดงเป็นจุดแรกที่ชาวไทยพวนมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดนครนายก และได้กระจายตัวไปอยู่ตามตำบลต่างๆ ในอำเภอปากพลีในเวลาต่อมา

ห่างจากวัดท่าแดงไม่ไกล ผู้เขียนเดินทางต่อไปยังวัดปทุมวงษาวาส ชุมชนบ้านใหม่ เพื่อไปชมการทอผ้ากี่กระตุกที่ศูนย์ภูมิปัญญามนุษย์ นับเป็นความโชคดีของผู้เขียนที่ได้เห็นคุณลุงกำลังทอผ้าลายไทยพวนโบราณอยู่พอดี

ผ้าผืนนั้นประกอบด้วย 4 ลาย คือ “ลายพญานาคน้อย” เป็นความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเล่าทางพุทธศาสนาที่ว่าพญานาคเป็นผู้มีฤทธิ์เดช มีเงินมีทอง “ลายขอ” คนพวนคิดลายนี้ขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับลายพญานาคน้อยเพื่อสื่อถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและการมีเมตตามหานิยม “ลายตุ้มตัน” มาจากเครื่องประกอบในงานมงคลที่นิยมห้อยตุ้มตามบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล และลายสุดท้าย “ลายโพธิ์ศรี” มาจากต้นโพธิ์ศรีที่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีทอดกฐิน

ไทยพวน, นครนายก, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ร่วมลอยกระทงที่วัดฝั่งคลอง

ล่วงถึงเวลาพระอาทิตย์อัสดง ท้องฟ้าถูกแทนที่ด้วยพระจันทร์เต็มดวง ผู้เขียนได้เดินทางไปยังวัดฝั่งคลอง ชุมชนฝั่งคลองเพื่อร่วมประเพณีลอยกระทงของชาวไทยพวนซึ่งก็เป็นหนึ่งในประเพณีของเดือนสิบสอง เป็นการจัดงานที่เรียบง่ายมีเพียงจุดจำหน่ายกระทงและจุดแจกอาหารของทางวัด มีเสียงดนตรีคลอเบาๆ แต่ผู้เขียนกลับรู้สึกครึกครื้นเพราะเสียงเรียกให้ไปทานอาหารที่ทางวัดจัดเตรียมให้ผู้ที่มาลอยกระทงได้ทานฟรีดังเป็นระยะๆ ตั้งแต่ทางเข้า จุดจำหน่ายกระทง และจุดที่เราลอยกระทง “ลอยกระทงแล้วอย่าลืมมาทานก๋วยเตี๋ยวและมันบวชนะหนู” เป็นประโยคที่ทำให้คนต่างถิ่นอย่างผู้เขียนอบอุ่นหัวใจ ย้ำกันขนาดนี้ผู้เขียนจึงฝากท้องสำหรับมื้อเย็นที่วัดฝั่งคลองนี้เลยค่ะ รสชาติของทั้ง2เมนูอร่อยมากโดยเฉพาะมันบวช อิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งใจ

ไทยพวน, นครนายก, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ใส่บาตรพระที่ตลาดท่าแดง

เวลาหัวรุ่งของเช้าวันใหม่ ผู้เขียนตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวไปตลาดท่าแดงเพื่อไปใส่บาตร คุณป้าบอกว่าพระทั้ง 4 วัดในตำบลเกาะหวาย จะมาเดินบิณฑบาตที่ตลาดแห่งนี้เป็นประจำ

หลังจากใส่บาตร เราแวะไปซื้ออาหารในตลาดก่อนกลับบ้าน คุณป้าซื้อเจี่ยว ซึ่งเป็นอาหารที่นำปลาไปต้มกับน้ำปลาร้า แล้วนำมาตำกับพริกย่าง กระเทียมย่าง และหอมย่าง เป็นอาหารประจำบ้านของชาวไทยพวน แวะซื้อขนมข้าวกระยาคู เป็นขนมโบราณหาทานยากและขนมขึ้นชื่อของชุมชนบ้านใหม่ที่ทำจากข้าวกระยาคูที่ยังเป็นน้ำนมสีเขียวอ่อนๆ อยู่ ทานกับกะทิ รสชาติกลมกล่อมนุ่มละมุนลิ้น และซื้อปลาดู ปลาที่ได้จากการหมักกับเกลือ แล้วเติมข้าวคั่วหมักทิ้งไว้ 15-20 วัน เป็นของฝากขึ้นชื่อของชุมชนเกาะหวาย

หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เราต่างก็นั่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนเองอีกเล็กน้อย พอได้เวลาผู้เขียนจึงกล่าวลาคุณลุงและคุณป้า แล้วเดินทางไปยังวัดฝั่งคลองอีกครั้งเพื่อไปชม “มิวเซียม ปะพวน ที่ปากพลี” ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมเรื่องราวของชาวไทยพวนในอำเภอปากพลี ปิดท้ายด้วยการไปนั่งทบทวนสิ่งที่ได้รับจากการเดินทางในครั้งนี้ที่ร้านกาแฟสันติชล

การเดินทางในครั้งนี้ ผู้เขียนได้ค้นพบเสน่ห์ของการพักแบบโฮมเสตย์ที่ต้องพักรวมกับเจ้าของบ้านภายใต้ชายคาเดียวกัน ซึ่งการเข้าพักในแต่ละบ้านผู้เข้าพักจะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของเจ้าของบ้าน มันทำให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่จริงๆ ของผู้ที่อาศัยในบ้านหลังนั้น การได้นั่งฟังเรื่องราวของเจ้าของบ้านและชุมชนทำให้ตัวเราเองเข้าใจผู้อื่นมากยิ่งขึ้น

ไทยพวน, นครนายก, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ดแต่งกายของสาวไทยพวนที่จัดแสดงไว้ในมิวเซียม ปะพวน ที่ปากพลี วัดฝั่งคลอง

การท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมในตำบลเกาะหวายนี้ ผู้เขียนสัมผัสได้ว่าแม้โลกปัจจุบันจะเปลี่ยนไปแต่ชาวไทยพวน ก็รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ โดยยังคงพยายามรักษาอัตลักษณ์ของวิถีไทยพวน มีความยินดีที่จะเผยแพร่แลกเปลี่ยนความรู้ และต้อนรับผู้มาเยือนที่ต้องการมาเรียนรู้วิถีชีวิตรวมถึงวัฒนธรรมในชุมชน ชาวเกาะหวาย “ยินดีต๊อนฮับเน้อ”

เรื่อง: ณสิตา ราชาดี
ภาพ: ไพฑูรย์ ปฏิสนธิเจริญ


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สัมผัสเมืองนครนายกพร้อมเพื่อนร่วมทางวัยเก๋า

เรื่องแนะนำ

5 แหล่งผจญภัยตามสไตล์ Game of Thrones

บรรดาแฟนๆซีรี่ส์ Game of Thrones ล้วนเคยตื่นเต้นไปกับการต่อสู้บนป้อมน้ำแข็ง, การแล่นเรือผ่านเมืองอันตระการตาตลอดจนขบวนม้าข้ามทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา เราขอเสนอกิจกรรมที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าการนั่งดูซีรี่ส์ด้วยการออกผจญภัยในดินแดนเวสเทอรอสด้วยตัวคุณเอง ลองเดินทางไปท่องเที่ยวยังหนึ่งในห้าสถานที่เหล่านี้ดู แล้วคุณจะรู้สึกราวกับว่าตัวเองได้โดดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอภิมหากาพย์ศึกชิงบัลลังก์ครั้งนี้!   พิชิตกำแพงน้ำแข็งทางตอนเหนือ กำแพงน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอาณาจักรทั้ง 7 มีขึ้นเพื่อปกป้องชาวเวสเทอรอสจากอิสรชนหรือบรรดาผู้คนที่อาศัยอยู่นอกกำแพง และกองทัพไวท์วอร์คเกอร์ มนุษย์น้ำแข็งที่มีเป้าหมายเข่นฆ่าทุกคนในกำแพงแต่ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องเข้าร่วมกับจอห์น สโนว์ หรืออิสรชนเพื่อเดินทางไปให้ถึงบนกำแพง ที่รัฐแอลเบอร์ตา ของแคนาดา คุณผู้อ่านจะพบกับประสบการณ์การปีนกำแพงน้ำแข็งที่คล้ายคลึงกัน ในช่วงฤดูหนาวนักปีนผาจะเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อพิชิตทุ่งน้ำแข็ง ในทีนี้รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างอุทยานแห่งชาติ Banff และ Weeping Wall ด้วย คุณสามารถเดินทางขึ้นไปชมความงามของวิวทิวทัศน์ได้โดยปราศจากการตามล่าจากไวท์วอร์คเกอร์ ด้วยกองไฟและเบียร์อุ่นๆที่รออยู่ด้านบนของขุนเขา   ตั้งแคมป์ดั่งอิสรชน แม้ว่าเมืองหลวงของเวสเทอรอส อย่างนครคิงส์แลนดิงจะร่ำรวยไปด้วยทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกคนในอาณาจักรทั้ง 7 ที่ปรารถนาชีวิตเช่นนั้น หลายตัวละครหลักในซีรี่ย์เรื่องนี้หลับนอนกลางป่า กินอาหารจากสิ่งที่พวกเขาล่าได้ เช่น แบรน สตาร์ก โฮดอร์ และมีร่า รีด พวกเขาหลับใหลใต้หมู่ดาวทุกคืน ระหว่างการเดินทางตามเส้นทางนอกกำแพง ในขณะที่จอห์น สโนว์ และยากริดคนรักเอง ก็เคยใช้ชีวิตเช่นนี้ก่อนจะเดินทางกลับไปยังปราสาทดำ ป้อมปราการที่กำแพง หากอยากจะดื่มด่ำกับธรรมชาติเช่นพวกเขา คุณต้องเดินทางไปยังไอซ์แลนด์ ไม่ใช่แค่สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ส์เท่านั้น […]

ภาพเนินทะเลทรายที่น่าตื่นตาของญี่ปุ่น

ภาพทะเลทราย ที่น่าตื่นตาของญี่ปุ่น ภาพทะเลทราย แนวสีทองเหลืองอร่ามที่นึกไม่ถึงทอดยาวไปตามชายฝั่งทะเลนอกเมืองทตโทริ เป็นเนินทะเลทรายเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่น เกลียวคลื่นภูเขาทะเลทรายสูงถึง 4.8 กิโลเมตรเหนือศีรษะ อูฐเป็นพาหนะที่ใช้เดินทาง และภาพฝันของภาพลวงตาในทะเลทรายถูกแทนที่ไฟของเมืองใหญ่ ทัศนียภาพของทตโทริคล้ายกับฉากของอารับราตรี ขัดกับภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นที่คนมักจะนึกถึงอย่าง ซูชิ รถไฟหัวกระสุน ห้าแยกชิบุยะ และเฮลโหล คิตตี้ ทตโทริ ซาคิว หรือเนินทะเลทรายทตโทริ เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งพันปีก่อนโดยที่ทรายถูกพัดพายังฝั่งแม่น้ำเซ็นไดและถูกทับถมลงในทะเล ลมแรงและกองทรายที่มาจากชายฝั่ง ทำให้เกิดโอเอซิสทะเลทรายขึ้นมาในดินแดนปลาดิบ ด้วยความยาว 14 กิโลเมตร และกว้างน้อยกว่า 3 กิโลเมตร ทตโทริเป็นพื้นที่เล็กๆในอุทยานแห่งชาติ ซันอินไคกัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของข้อตกลงระหว่างอุทยานธรณีโลกยูเนสโก้กับรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะรักษาในเชิง วัฒนธรรมประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางชีวภาพ ทตโทริอาจจะไม่ได้ปรากฏอยู่ในหนึ่งพันหนึ่งราตรี แต่มันปรากฏอยู่ในวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงหลายงานในญี่ปุ่นซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันมีความสำคัญทางวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน อาริชิมะ ทาเคโอะ กวีชาวญี่ปุ่นทำให้เนินทะเลทรายแห่งนี้มีชื่อเสียง เมื่อเขาเขียนบทกวีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เขามีกับหญิงสาวที่แต่งงานแล้ว โดยอธิบายความรู้สึกขมขื่นที่ด่ำดิ่งอย่างลึกซึ้งของเขาในขณะที่ล้อมรอบเต็มไปด้วยผืนทราย ไม่นานหลังจากนั้นเขาและหญิงผู้นั้นได้ทำการอัตวิบากรรมด้วยกัน ทศวรรษต่อในช่วงปี 1960 ทตโทริกลายเป็นเวทีของ อาเบะ โคโบ นักเขียนนวนิยาย ในหนังสือที่ชื่อว่า woman in the dunes เรื่องราวซึ่งถูกมองว่ามาก่อนกาลและในที่สุดก็กลายเป็นภาพยนตร์ที่ถูกเสนอให้เข้าชิงรางวัล มีนักท่องเที่ยวมากกว่าสองล้านคนต่อปีมาเยี่ยมเยือนที่แห่งนี้ คุณสามารถหากิจกรรมทั่วไปทำในที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็น […]

นี่คือ 8 วิธีการเดินทาง ที่จะเปลี่ยนไปหลังภาวะโรคระบาด

วิธีการเดินทาง ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เราลองไปดูคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและบล็อกเกอร์เหล่านี้ เนื่องจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ทำให้การเดินทางข้ามพรมแดนนานาชาติกลายเป็นเรื่องซับซ้อน แม้บางประเทศอาจทำความตกลงร่วมกันเรื่องการเปิดพรมแดนทางอากาศยานอยู่บ้าง แต่นักท่องเที่ยวยังไม่สามารถวางแผน วิธีการเดินทาง ได้อย่างสะดวกเหมือนช่วงก่อนการระบาด เรื่อง STEVE BROCK เหตุการณ์เช่นนี้จะกินเวลานานแค่ไหน ยังไม่มีใครทราบ Elizabeth Becker ผู้เขียนหนังสือ Overbooked: The Exploding Business of Travel and Tourism ตั้งข้อสังเกตว่า การระบาดใหญ่ “ทำลายล้าง” อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกมูลค่า 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในชั่วข้ามคืน “ปัจจัยสำคัญของการเดินทางทั่วโลกในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การเปิดพรมแดน เปิดสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่ต้องขอวีซ่า เพื่อให้นักเดินทางไม่ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อต่ออายุวีซ่า หรืออำนวยความสะดวกให้สามารถต่อวีซ่าได้ในประเทศที่นักเดินทางคนนั้นกำลังพำนักอยู่” เธอกล่าว นั่นหมายความว่าอย่างไรสำหรับอนาคตของการเดินทาง แม้จะมีความไม่แน่นอน แต่ผู้เชี่ยวชาญก็พอมองเห็นความสดใสของการท่องเที่ยวอยู่บ้าง Bruce Poon Tip ผู้เขียน Unlearn: The Year the Earth Stood Still และผู้ก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยว […]

สัมผัสเมืองนครนายกพร้อมเพื่อนร่วมทางวัยเก๋า

เมื่อพูดถึงที่ เที่ยวนครนายก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปเยี่ยมชมน้ำตกสวยๆ และถ้าเป็นเหล่า Café Hopper ที่ชอบไปทอดอารมณ์ในร้านกาแฟก็จะนึกถึงร้านที่มีวิวทุ่งนาเป็นพื้นหลัง เพื่อถ่ายรูปลงสื่อโซเชียล นครนายกเป็นเมืองที่รุ่มรวยทรัพยากรธรรมชาติ (จนปรากฏเป็นส่วนหนึ่งในคำขวัญของจังหวัด) การเดินทางไป เที่ยวนครนายก ของผู้เขียนในครั้งนี้ นอกจากพาผู้อ่านไปสัมผัสทรัพยากรทางธรรมชาติแล้ว ความพิเศษครั้งนี้คือการเดินทางชมวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมีความน่าสนใจเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ในด้านสันติภาพ และที่สำคัญผู้เขียนมีเพื่อนร่วมทางส่วนใหญ่เป็นวัยเก๋า (Silver Age) การเดินทางในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ขอเชิญผู้อ่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ไปพร้อมกันค่ะ การเดินทางครั้งนี้ผู้เขียนเลือกเดินทางกับบริษัทนำเที่ยว เริ่มต้นออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่โดยรถบัสปรับอากาศพร้อมเพื่อนร่วมทางวัยเก๋า (ผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไป) ที่เดินทางทั้งแบบเป็นกลุ่ม เป็นคู่ หรือแม้กระทั่งมาเพียงท่านเดียว ทัวร์ครั้งนี้มีนักท่องเที่ยวจองเต็มทุกที่นั่ง มัคคุเทศก์บอกกับผู้เขียนว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวช่วงนี้เน้นขับรถเที่ยวเองเพราะยังกังวลเรื่องโควิด-19 ดังนั้นเราต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง และยังคงต้องเว้นระยะห่างทางสังคม บรรยากาศระหว่างเดินทางไปยังนครนายกเป็นไปอย่างสบายๆ มัคคุเทศก์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ เหล่าวัยเก๋ามีส่วนร่วมกับกิจกรรมอย่างสนุกสนาน และยังสามารถตอบคำถามที่มัคคุเทศก์ถามได้เกือบทุกคำถาม นี่สินะที่เรียกว่า “เก๋าประสบการณ์” ซึ่งทำให้ผู้เขียนไม่รู้สึกถึงช่องว่างระหว่างวัยบนรถคันนี้เลย วัดถ้ำสาริกา อำเภอเมือง เป็นจุดหมายแรกที่คณะเรามาถึงและเป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนได้มาเยือน โดยปกติชื่อ “สาริกา” ส่วนใหญ่จะนึกถึงน้ำตกสาริกา ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของนครนายก แต่วัดถ้ำสาริกาแห่งนี้มีความสำคัญมากในทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นหนึ่งในสถานที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านเป็นชาวอุบลราชธานี ครั้งเมื่อท่านเป็นภิกษุสงฆ์ ได้ออกเดินธุดงค์ทั่วประเทศไทย เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาในแบบที่ถูกต้อง […]