เที่ยวชุมชน ไทยพวน จังหวัดนครนายก - National Geographic Thailand

เที่ยวชุมชน ไทยพวน จังหวัดนครนายก

จากประวัติศาสตร์ของประเทศไทย กระแสประชากรไหลเวียนเปลี่ยนถ่ายเป็นพลวัต เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้คนเหล่านั้นได้ทิ้งร่องรอยทางวัฒนธรรม บ้างก็ลงหลักปักฐาน และนำวัฒนธรรมที่เคยถือปฏิบัติมาเผยแพร่จนเป็นเอกลักษณ์อย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้ ประเทศไทยจึงประกอบด้วยประชากรที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นเสน่ห์ที่น่าภาคภูมิใจ

วันนี้ ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปที่ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อไปเรียนรู้วิถีชีวิตของชาว ไทยพวน โดยเข้าพักที่ “โฮมเสตย์บ้านสะเภาทอง” ของคุณลุงประทีป-คุณป้าสุรีย์ มากคำ นอกจากนี้ สถานที่แห่งนี้ยังเป็น “ศูนย์การเฮียนฮู้วัฒนธรรมไทย-พวน” อีกด้วย

ทันทีที่ถึง คุณลุงกับคุณป้าปฏิบัติตัวกับผู้มาเยือนเสมือนเป็นญาติมิตร เราจึงรู้สึกอบอุ่นเสมือนได้กลับมาเยี่ยมญาติเช่นกัน และยังมีเจ้ามอมแมม สุนัขตัวโตขนฟูสีขาว (ที่มีประวัติไม่ธรรมดา) เดินสมทบออกมาต้อนรับ

เจ้ามอมแมม สุนัขสีขาวขนฟูที่มาร่วมนั่งฟังการสนทนาด้วย

พวกเราเริ่มจากการนั่งสนทนาถามสารทุกข์สุขดิบกันอย่างสนุกสนาน คุณลุงประทีปเล่าว่า “ไทยพวน” เป็นชื่อเรียกคนพวนที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว ที่มาตั้งถิ่นฐานตามจังหวัดต่างๆ ในไทย เช่น ลพบุรี สุพรรณบุรี และสุโขทัย เป็นต้น โดยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีการตั้งชมรมไทยพวนแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างชาวไทยพวนที่อาศัยอยู่ในไทย มีงานประจำปี 2 งาน คืองานร้อยใจไทยพวน และงานผ้าป่าชมรมไทยพวนแห่งประเทศไทย ซึ่งคุณลุงคุณป้าได้เข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมฯ เป็นประจำ

สำหรับจังหวัดนครนายก ชาวไทยพวนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นในตำบลหนองแสง ตำบลเกาะโพธิ์ ตำบลท่าเรือ และตำบลเกาะหวาย วิถีชีวิตของชาวไทยพวนปัจจุบัน ส่วนใหญ่ยังมีวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรม ผลิตข้าวของเครื่องใช้ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากธรรมชาติที่หาง่ายในพื้นที่จากภูมิปัญญาของตนเอง

ไทยพวน, นครนายก, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ชาวไทยพวนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก

สนทนากันได้สักพักพวกเราออกเดินชมรอบบริเวณบ้านคุณลุงคุณป้าที่ทำเป็นศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวไทยพวน โดยจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือของชาวไทยพวนที่ใช้ในการทำเกษตรกรรมในอดีต อุปกรณ์ที่ใช้ทำกับข้าวในครัว ฝึกพูดภาษาไทยพวนง่ายๆ อย่าง “ ไปกะเลอ สบายดีเน้อ ” หมายถึง ไปไหนมา สบายดีไหม และได้เรียนรู้การแต่งกายของไทยพวน

หลังจากเดินชมบริเวณบ้าน คุณป้าก็ได้เตรียมผ้าถุงและสไบให้ผู้เขียนสวมใส่ก่อนออกไปชมสถานที่ต่างๆ ในตำบลเกาะหวาย โดยจะแบ่งเป็นสี่ชุมชน คือ ชุมชนเกาะหวาย ชุมชนท่าแดง ชุมชนบ้านใหม่ และชุมชนฝั่งคลอง

ไทยพวน, นครนายก, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
คุณลุงกำลังทอผ้าลายไทยพวนด้วยกี่กระตุก

ผู้เขียนเริ่มจากเดินสำรวจชุมชนเกาะหวาย บ้านเรือนส่วนใหญ่มีลักษณะใต้ถุนสูง บางหลังปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยด้วยการต่อเติมชั้นล่าง ปูกระเบื้อง และเทพื้นคอนกรีต เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย เราเดินเล่นเรื่อยมาจนถึงวัดเกาะหวาย ที่กำลังมีการจัดงานบุญผะเวด ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีที่จะจัดขึ้นในเดือนสิบสอง ตามประเพณีฮีตสิบสองของชาวไทยพวน (ประเพณีที่ต้องปฏิบัติประจำสืบทอดกันมาทุก 12 เดือนใน 1 ปี) ผู้เขียนได้มีโอกาสฟังพระเทศน์มหาชาติ และได้ร่วมทำบุญถวายกัณฑ์เทศน์ นับว่าเป็นโอกาสที่ดียิ่ง

หลังจากนั้น ผู้เขียนเดินทางไปยังวัดท่าแดง ชุมชนท่าแดง เพื่อไปกราบสักการะเจดีย์หลวงพ่อภาระ พระภิกษุซึ่งเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่อพยพมาพร้อมกับชาวไทยพวน และมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดนครนายก บ้านท่าแดงเป็นจุดแรกที่ชาวไทยพวนมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดนครนายก และได้กระจายตัวไปอยู่ตามตำบลต่างๆ ในอำเภอปากพลีในเวลาต่อมา

ห่างจากวัดท่าแดงไม่ไกล ผู้เขียนเดินทางต่อไปยังวัดปทุมวงษาวาส ชุมชนบ้านใหม่ เพื่อไปชมการทอผ้ากี่กระตุกที่ศูนย์ภูมิปัญญามนุษย์ นับเป็นความโชคดีของผู้เขียนที่ได้เห็นคุณลุงกำลังทอผ้าลายไทยพวนโบราณอยู่พอดี

ผ้าผืนนั้นประกอบด้วย 4 ลาย คือ “ลายพญานาคน้อย” เป็นความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเล่าทางพุทธศาสนาที่ว่าพญานาคเป็นผู้มีฤทธิ์เดช มีเงินมีทอง “ลายขอ” คนพวนคิดลายนี้ขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับลายพญานาคน้อยเพื่อสื่อถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและการมีเมตตามหานิยม “ลายตุ้มตัน” มาจากเครื่องประกอบในงานมงคลที่นิยมห้อยตุ้มตามบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล และลายสุดท้าย “ลายโพธิ์ศรี” มาจากต้นโพธิ์ศรีที่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีทอดกฐิน

ไทยพวน, นครนายก, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ร่วมลอยกระทงที่วัดฝั่งคลอง

ล่วงถึงเวลาพระอาทิตย์อัสดง ท้องฟ้าถูกแทนที่ด้วยพระจันทร์เต็มดวง ผู้เขียนได้เดินทางไปยังวัดฝั่งคลอง ชุมชนฝั่งคลองเพื่อร่วมประเพณีลอยกระทงของชาวไทยพวนซึ่งก็เป็นหนึ่งในประเพณีของเดือนสิบสอง เป็นการจัดงานที่เรียบง่ายมีเพียงจุดจำหน่ายกระทงและจุดแจกอาหารของทางวัด มีเสียงดนตรีคลอเบาๆ แต่ผู้เขียนกลับรู้สึกครึกครื้นเพราะเสียงเรียกให้ไปทานอาหารที่ทางวัดจัดเตรียมให้ผู้ที่มาลอยกระทงได้ทานฟรีดังเป็นระยะๆ ตั้งแต่ทางเข้า จุดจำหน่ายกระทง และจุดที่เราลอยกระทง “ลอยกระทงแล้วอย่าลืมมาทานก๋วยเตี๋ยวและมันบวชนะหนู” เป็นประโยคที่ทำให้คนต่างถิ่นอย่างผู้เขียนอบอุ่นหัวใจ ย้ำกันขนาดนี้ผู้เขียนจึงฝากท้องสำหรับมื้อเย็นที่วัดฝั่งคลองนี้เลยค่ะ รสชาติของทั้ง2เมนูอร่อยมากโดยเฉพาะมันบวช อิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งใจ

ไทยพวน, นครนายก, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ใส่บาตรพระที่ตลาดท่าแดง

เวลาหัวรุ่งของเช้าวันใหม่ ผู้เขียนตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวไปตลาดท่าแดงเพื่อไปใส่บาตร คุณป้าบอกว่าพระทั้ง 4 วัดในตำบลเกาะหวาย จะมาเดินบิณฑบาตที่ตลาดแห่งนี้เป็นประจำ

หลังจากใส่บาตร เราแวะไปซื้ออาหารในตลาดก่อนกลับบ้าน คุณป้าซื้อเจี่ยว ซึ่งเป็นอาหารที่นำปลาไปต้มกับน้ำปลาร้า แล้วนำมาตำกับพริกย่าง กระเทียมย่าง และหอมย่าง เป็นอาหารประจำบ้านของชาวไทยพวน แวะซื้อขนมข้าวกระยาคู เป็นขนมโบราณหาทานยากและขนมขึ้นชื่อของชุมชนบ้านใหม่ที่ทำจากข้าวกระยาคูที่ยังเป็นน้ำนมสีเขียวอ่อนๆ อยู่ ทานกับกะทิ รสชาติกลมกล่อมนุ่มละมุนลิ้น และซื้อปลาดู ปลาที่ได้จากการหมักกับเกลือ แล้วเติมข้าวคั่วหมักทิ้งไว้ 15-20 วัน เป็นของฝากขึ้นชื่อของชุมชนเกาะหวาย

หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เราต่างก็นั่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนเองอีกเล็กน้อย พอได้เวลาผู้เขียนจึงกล่าวลาคุณลุงและคุณป้า แล้วเดินทางไปยังวัดฝั่งคลองอีกครั้งเพื่อไปชม “มิวเซียม ปะพวน ที่ปากพลี” ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมเรื่องราวของชาวไทยพวนในอำเภอปากพลี ปิดท้ายด้วยการไปนั่งทบทวนสิ่งที่ได้รับจากการเดินทางในครั้งนี้ที่ร้านกาแฟสันติชล

การเดินทางในครั้งนี้ ผู้เขียนได้ค้นพบเสน่ห์ของการพักแบบโฮมเสตย์ที่ต้องพักรวมกับเจ้าของบ้านภายใต้ชายคาเดียวกัน ซึ่งการเข้าพักในแต่ละบ้านผู้เข้าพักจะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของเจ้าของบ้าน มันทำให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่จริงๆ ของผู้ที่อาศัยในบ้านหลังนั้น การได้นั่งฟังเรื่องราวของเจ้าของบ้านและชุมชนทำให้ตัวเราเองเข้าใจผู้อื่นมากยิ่งขึ้น

ไทยพวน, นครนายก, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ดแต่งกายของสาวไทยพวนที่จัดแสดงไว้ในมิวเซียม ปะพวน ที่ปากพลี วัดฝั่งคลอง

การท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมในตำบลเกาะหวายนี้ ผู้เขียนสัมผัสได้ว่าแม้โลกปัจจุบันจะเปลี่ยนไปแต่ชาวไทยพวน ก็รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ โดยยังคงพยายามรักษาอัตลักษณ์ของวิถีไทยพวน มีความยินดีที่จะเผยแพร่แลกเปลี่ยนความรู้ และต้อนรับผู้มาเยือนที่ต้องการมาเรียนรู้วิถีชีวิตรวมถึงวัฒนธรรมในชุมชน ชาวเกาะหวาย “ยินดีต๊อนฮับเน้อ”

เรื่อง: ณสิตา ราชาดี
ภาพ: ไพฑูรย์ ปฏิสนธิเจริญ


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สัมผัสเมืองนครนายกพร้อมเพื่อนร่วมทางวัยเก๋า

เรื่องแนะนำ

การขี่ม้า ร่องรอยทางวัฒนธรรมที่เหลืออยู่บนเกาะสวรรค์

พบกับ คนเลี้ยงม้ารุ่นสุดท้าย แห่งดินแดนเฟรนช์โพลินีเซีย ที่ยังคงรักษา การขี่ม้า ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานให้คงอยู่บนเกาะที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน เป็นเวลากว่าศตวรรษ ที่ชาวมาร์เคซันได้รักษามรดกทางธรรมชาติของพวกเขาเอาไว้ รวมไปถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง การขี่ม้า เกาะมาร์เคซัสเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนเฟรนช์โพลินีเซีย ที่นี่ คุณจะไม่พบบังกะโลที่สร้างอยู่เหนือผิวน้ำ หรือลากูนสีเทอร์ควอยส์ อยู่บนเกาะทั้ง 12 เกาะ หกเกาะจากทั้งหมดยังไม่มีมนุษย์อยู่อาศัย ภาพภูเขาสีเขียวครึ้มตัดกับสีน้ำทะเลเป็นทัศนีภาพอันโดดเด่นของเกาะมาร์เคซัส นอกจากมรดกทางธรรมชาติอันล้ำค่าแล้ว ชาวมาร์เคซันยังคงรัษาประเพณีท้องถิ่นไว้อย่างดี ทั้งเรื่องการสักลาย การเต้นรำ ภาษา และการขี่ม้า ม้าได้ถูกนำเข้ามายังเกาะอัวฮูกาในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า เป็นของขวัญจากพลเรือเอก Abel Dupetit-Thouars ชาวฝรั่งเศส ที่นำม้ามาจากชิลี ชาวเกาะได้ดูแลเลี้ยงม้าเป็นอย่างดี และใช้ม้าเป็นยานพาหนะเดินทางบนเกาะ ม้ายังช่วยส่งเสริมการล่าสัตว์ป่าของชาวเกาะให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ทั้งหารล่าแพะและหมูป่า ซึ่งพวกเขานำมาปรุงเป็นอาหารด้วยกรมมวิธีท้องถิ่นที่ทำให้เนื้อสัตว์สุกอย่างช้าๆ ด้วยการอบร้อนในเตาที่ฝังไว้ใต้ดิน หรือที่เรียกว่า อูมู (ชมภาพการปรุงอาหารแบบท้องถิ่นได้ ที่นี่) นอกจากเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ ชาวเกาะยังมีอาหารประเภทอื่นให้เลือกสรรทั้งผลไม้ อย่างมะพร้าว มะม่วง และผลไม้เขตร้อนชนิดต่างๆ รวมถึงวัตถุดิบจากท้องทะเล ชาวมาร์เคซัน “มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีโดยไม่ต้องพึ่งพาแผ่นดินใหญ่” Julien Girardot ช่างภาพ เล่าและเสริมว่า ทุกวันนี้ ด้วยการพัฒนาของถนนและการเข้ามาของรถยนต์ “ชาวมาร์เคซันส่วนใหญ่ขับรถกระบะสัญชาติญี่ปุ่นไปจ่ายตลาด […]

เทคโนโลยีใหม่ “เต็นท์” ที่ช่วยให้การตั้งแคมป์ใต้น้ำเป็นไปได้

“เต็นท์” ใต้น้ำใหม่นี้ช่วยให้นักดำน้ำสามารถงีบหลับ กิน อีกทั้งยังช่วยลดความดันอากาศใต้คลื่น ตั้งแต่รุ่งอรุณแห่งยุค SCUBA สมัยใหม่ นำโดย Jacques Cousteau ในต้นปี 1940 นักสำรวจมหาสมุทรได้แสวงหาวิธีการใหม่ในการอยู่ใต้ทะเลได้นานขึ้น เพราะเดิมทีถังออกซิเจนสามารถบรรจุก๊าซได้ในปริมาณที่จำกัด อีกทั้งในเรื่องของสรีรวิทยาของมนุษย์ภายใต้แรงดันน้ำในทะเลลึก ทำให้นักประดาน้ำจำเป็นต้องว่ายน้ำขึ้นมาหายใจบนผืนน้ำอยู่เป็นระยะ นักสำรวจของทาง National Geographic อย่าง Michael Lombardi และศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก Winslow Burleson ได้ทำการออกแบบและจดสิทธิบัตร “Ocean Space Habitant” หรือเต็นท์ใต้น้ำไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเอาไว้สนับสนุนและช่วยให้นักดำน้ำสามารถอยู่ในทะเลได้นานกว่าปกติ เมื่อความลึกไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป การใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำแบบธรรมดา (SCUBA) นั้นมีข้อจำกัดหลายประการ ประการแรกถือเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่จะสูดออกซิเจนเข้าไปในปริมาณที่มากกว่าปกติเวลาอยู่ใต้ทะเลลึก เพราะฉะนั้นการดำน้ำลึกแทบจะเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้น้อยมาก ประการที่สองอาจเป็นกรณีที่ต้องพบกับปัญหา “โรคน้ำหนีบ” (The Bends) ซึ่งหากถึงตอนนั้นการรักษาอาจจะเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง “โรคน้ำหนีบ ถือเป็นอันตรายอย่างมากในความลึกของน้ำระดับนี้ นั่นหมายความว่าการเข้าถึงหน่วยฉุกเฉินใต้น้ำแทบจะกลายเป็นศูนย์เลย” เจนนิเฟอร์เฮย์ส ช่างภาพใต้น้ำกล่าว ในขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกใต้น้ำไม่เอื้ออำนวยเธอและคู่หูของเธอ ปลอดภัยไว้ก่อน จุดประสงค์ของ Ocean Space Habitat เพื่อแก้ปัญหาที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์การดำน้ำ […]

เที่ยวชมประวัติศาสตร์ในวังคลองเตย หรือ “บ้านปลายเนิน” ของนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม

เรื่องราวหนึ่งวันในหนึ่งปีของการเยี่ยมชม บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเตย สถานที่ประทับของเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ที่เต็มไปด้วยศิลปวัตถุและสถาปัตยกรรมเรือนไทยร่วมสมัยใจกลางกรุง สถานที่ทุกแห่งล้วนมีความทรงจำ จากการตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลา ร่วมด้วยผู้คนที่มาข้องเกี่ยวสร้างสรรค์ เกิดเป็นความผูกพันและบันดาลสถานที่นั้นดูมีชีวิตขึ้นมา จนมีคุณค่า น่าเข้าไปเยี่ยมเยือนเพื่อซึมซับความทรงจำอันสวยงามนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของประเทศ หรือของโลก โดย บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเคย เป็นหนึ่งในสถานที่มีคุณค่าเช่นนั้น บ้านปลายเนินตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ บนถนนพระรามสี่ เป็นตำหนักส่วนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ซึ่งที่คนทั่วไปรู้จักกันในพระสมัญญานามว่า “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” และ “สมเด็จครู” โดยพระองค์ได้เริ่มมาประทับที่ตำหนักไทย บ้านปลายเนินเมื่อ พ.ศ. 2457 และบ้านปลายเนินก็ยังคงตั้งอยู่ที่นี่มาจนถึงปัจจุบัน โดยเหตุที่พระองค์ได้รับพระสมัญญาเช่นนั้น เนื่องจากพระองค์มีความสามารถในศิลปวิทยาหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการนิพนธ์บทโขน ละคร หรือผลงานด้านการนิพนธ์เพลง เช่น เพลงเขมรไทรโยค และคำร้องของเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ยังใช้มาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน นอกจากนี้ พระองค์ยังมีความสามารถในทางศิลปะ เช่น ภาพเขียนสีบนเพดานพระที่นั่งบรมพิมาน และผลงานทางสถาปัตยกรรม เช่น การออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ พระอุโบสถวัดราชาธิวาสฯ เป็นต้น ด้วยผลงานที่มากมายเช่นนี้ องค์การยูเนสโก ได้เชิดชูพระเกียรติยศของสมเด็จครูให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกเมื่อ […]