8 วิธีการเดินทาง ที่จะกลายเป็นแนวโน้มสำหรับการเดินทางหลังการระบาดใหญ่

นี่คือ 8 วิธีการเดินทาง ที่จะเปลี่ยนไปหลังภาวะโรคระบาด

วิธีการเดินทาง ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เราลองไปดูคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและบล็อกเกอร์เหล่านี้

เนื่องจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ทำให้การเดินทางข้ามพรมแดนนานาชาติกลายเป็นเรื่องซับซ้อน แม้บางประเทศอาจทำความตกลงร่วมกันเรื่องการเปิดพรมแดนทางอากาศยานอยู่บ้าง แต่นักท่องเที่ยวยังไม่สามารถวางแผน วิธีการเดินทาง ได้อย่างสะดวกเหมือนช่วงก่อนการระบาด

เรื่อง STEVE BROCK

เหตุการณ์เช่นนี้จะกินเวลานานแค่ไหน ยังไม่มีใครทราบ Elizabeth Becker ผู้เขียนหนังสือ Overbooked: The Exploding Business of Travel and Tourism ตั้งข้อสังเกตว่า การระบาดใหญ่ “ทำลายล้าง” อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกมูลค่า 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในชั่วข้ามคืน

“ปัจจัยสำคัญของการเดินทางทั่วโลกในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การเปิดพรมแดน เปิดสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่ต้องขอวีซ่า เพื่อให้นักเดินทางไม่ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อต่ออายุวีซ่า หรืออำนวยความสะดวกให้สามารถต่อวีซ่าได้ในประเทศที่นักเดินทางคนนั้นกำลังพำนักอยู่” เธอกล่าว

นั่นหมายความว่าอย่างไรสำหรับอนาคตของการเดินทาง แม้จะมีความไม่แน่นอน แต่ผู้เชี่ยวชาญก็พอมองเห็นความสดใสของการท่องเที่ยวอยู่บ้าง Bruce Poon Tip ผู้เขียน Unlearn: The Year the Earth Stood Still และผู้ก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยว G Adventures กล่าวว่า ไม่เพียงเราจะออกเดินทางอีกครั้ง แต่เราจะทำให้ดีขึ้น “ผมยังเชื่อว่าการเดินทางสามารถเป็นตัวกระจายความมั่งคั่งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา” และเสริมว่า “การหยุดเพียงชั่วคราวนี้ทำให้เรามีเวลาพิจารณาว่า เราจะเดินทางอย่างมีสติมากขึ้นได้อย่างไร”

จากความมุ่งมั่นที่จะสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไปจนถึงวิธีการสร้างสรรค์ในการเดินทางทั่วโลก นี่คือวิธีการเดินทางที่บล็อกเกอร์และพอดแคสต์กำลังแนะนำ

ความยั่งยืนจะเป็นแรงผลักดัน

ผู้บริโภคกำลังให้ความสนใจเรื่องความยั่งยืน Becker คาดการณ์ว่า นักเดินทางจะสวมบทบาทเป็น “พลเมืองที่มีความตระหนัก” เรียกร้องนโยบายการเดินทางที่มีความรับผิดชอบ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอาจต้องตอบสนองนักเดินทางด้วยมาตรการที่ชัดเจน ในการจัดลำดับความสำคัญเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมมากกว่าเรื่องของผลกำไร “อย่าแปลกใจถ้าประเทศต่างๆ ออกมาตรการ ‘วันปลอดการบิน’ และมาตรการอื่นๆ เพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เธอกล่าว

การเดินทางของเราจะครอบคลุมเรื่องความหลากหลายของบุคคลมากขึ้น

กรณีการเคลื่อนไหวของ Black Lives Matter ทำให้ประเด็นเรื่องความเท่าเทียมชัดเจนขึ้นในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงการเดินทาง Sarah Greaves-Gabbadon กล่าวว่า อุตสาหกรรมจะก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่เธอก็กังวลว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น “เมื่อการแพร่ระบาดผ่านพ้นไปและแฮชแท็กไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไป ผู้ประกอบการจะยังคงกระตือรือร้นที่จะตอบสนองนักเดินทางที่มีความหลากหลายหรือไม่” เธอเขียนในอีเมล “ ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี แต่ก็ไม่มั่นใจอย่างเต็มที่”

Martinique Lewis จากบริษัท Black Travel Alliance รู้สึกว่า อุตสาหกรรมกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องและยังคงมีความหวัง เธอตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทต่างๆ กำลังตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และบอกว่าถึงเวลาแล้ว “เป็นครั้งแรกที่พวกเขากำลังพิจารณาว่า ผู้หญิงข้ามเพศต้องผ่านอะไรบ้างไม่เพียงแต่เลือกห้องน้ำที่จะเข้าในร้านอาหารเท่านั้น แต่เมื่อเธอเช็คอินในโรงแรมและเอกสารแสดงตัวตนไม่ตรงกับเพศสภาพ” Lewis กล่าว “ตอนนี้ มีนักเดินทางที่มีร่างกายอวบใหญ่ที่ต้องการเล่นเซิร์ฟและดำน้ำลึก แต่ทำไม่ได้เพราะยังไม่มีชุดที่พอดีตัวของพวกเขา ตอนนี้ มีนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้พิการทางสายตา ต้องการสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวและกีฬาผาดโผน แต่พวกเขาก็ทำได้แค่นั่งจินตนาการ”

การเดินทาง, วิธีการเดินทาง, รูปแบบการเดินทาง, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่นยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ภาพถ่าย Taufik Abdullah / Pixabay

ชุมชนขนาดเล็กจะมีบทบาทมากขึ้น

นักท่องเที่ยวสามารถสร้างความแตกต่างในเมืองเล็กๆ ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจก่อนการระบาดใหญ่ได้ Caz Makepeace แห่ง Y Travel Blog กล่าวว่า เธอและครอบครัวมักจะเดินทางอย่างช้าๆ ไปยังพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก “แทนที่จะแย่งชิงพื้นที่ถ่ายรูปในจุดหมายปลายที่ยอดนิยม” ตอนนี้เธอให้การสนับสนุนสถานที่เหล่านี้โดยการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นและบริจาคให้กับองค์กรการกุศล

Kate Newman จาก Travel for Difference แนะนำให้นักท่องเที่ยวมุ่งเน้นไปที่ “global south” หรือประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการท่องเที่ยว “เราจำเป็นสร้างความหลากหลายของหมุดหมายปลายทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว และให้ความสนใจไปยังสถานที่ที่เราเดินทางไป” เธอกล่าว “การได้เห็นชุมชนจำนวนมากประสบปัญหาในช่วงการระบาดโควิด-19 ทำให้ [ปัญหานี้] กระจ่างขึ้น”

เราจะแสวงหาคุณภาพมากกว่าปริมาณ

นักเดินทางที่มีประสบการณ์สูงจะคิดใช้ความคิดมากขึ้นในการวางแผนการเดินทาง “โควิด-19 ทำให้ผมต้องคิดใหม่ว่า ผมจะเดินทางอย่างไรและทำไม” Erick Prince จากบริษัท The Minority Nomad กล่าว “ทำให้ผมมีอิสระในการสำรวจโครงการท่องเที่ยวด้วยความหลงใหล มากกว่าเรื่องของตัวเงินที่ต้องจ่าย” แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องค่าใช้จ่าย บล็อกเกอร์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยกล่าวว่า เขามองหาโครงการท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน และเงินจากนักท่องเที่ยวตรงถึงมือของชาวบ้าน

การเดินทาง, วิธีการเดินทาง, รูปแบบการเดินทาง, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่นยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ภาพถ่าย ROCCO RORANDELLI, TERRAPROJECT/REDUX

Eulanda Osagiede จาก Hey Dip Your Toes In กำลังหยุดพักการเดินทางระหว่างประเทศ เธอบอกว่า การเดินทางเป็นสิทธิพิเศษที่หลายฝ่ายยอมรับ “สิทธิพิเศษมีหลายรูปแบบ และการตระหนักเรื่องผลกระทบจากการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่เราควรกลับมานั่งทบทวนอย่างกันอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้สิ่งแวดล้อมกลับไปเป็นเหมือนช่วงก่อนการระบาด”

การเดินทางแบบ Road Trip จะกลับมาเป็นที่นิยมมากขึ้น

สำหรับหลายๆ คน การเดินทางบนท้องถนนอาจเป็นทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้สำหรับการเดินทางในขณะนี้ ตัวอย่างเช่น Gabby Beckford จาก Packs Light กล่าว่า การขับรถข้ามรัฐอาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นพอๆ กับการบินข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ มันเกี่ยวกับทัศนคติ “การเดินทางแบบ Road trip แสดงให้ฉันเห็นว่า หัวใจหลักของการเดินทาง นั่นคือความอยากรู้อยากเห็น การเปิดรับความแปลกใหม่ และความน่าค้นหา [คือ] มุมมอง ไม่ใช่จุดหมาย” เธอกล่าว

การเดินทาง, วิธีการเดินทาง, รูปแบบการเดินทาง, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่นยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ภาพถ่าย DESIGN PICS INC, NATIONAL GEOGRAPHIC IMAGE COLLECTION

ที่ปรึกษาด้านการเดินทางจะกลับมามีความสำคัญ

Juliet Kinsman บรรณาธิการด้านความยั่งยืนของ Conde Nast Traveller คาดการณ์ว่า นักเดินทางอาจหันไปใช้บริการผู้ให้คำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น “ฉันคิดว่า สิ่งที่ปี 2020 ได้แสดงให้เห็นและสอนเรา คือเรื่องความเชี่ยวชาญของผู้ให้คำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวมีค่ามากกว่าค่าคอมมิชชันที่เราเสียไป” เธอกล่าว นอกจากนี้เธอหวังว่า นักท่องเที่ยวจะมองหาผู้ให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม “หรือผู้ที่ใส่ใจเรื่องการวางแผนการเดินทาง และมีความรับผิดชอบที่พวกเขาส่งนักเดินทางไปยังสถานที่ที่พวกเขาแนะนำ ซึ่งตัวลูกค้ามองว่า ต้องเชื่อมโยงกับเรื่องของห่วงโซ่อุปทาน” เธอกล่าว

เราจะโปรดปรานสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้บ้านมากขึ้น

บางคนค้นพบประโยชน์ของการเดินทางแม้อยู่ที่บ้าน บล็อกเกอร์ Jessie Festa จาก Epicure & Culture และ Jessie on a Journey มักจะเดินทางไปต่างประเทศเดือนละครั้ง ทุกวันนี้ การเรียนทำอาหารพื้นเมืองออนไลน์ เกม และประสบการณ์เสมือนจริง ช่วยให้เธอ “รักษาจิตวิญญาณแห่งการเดินทางให้คงอยู่ได้ โดยพิจารณาถึงความรู้สึกของการเดินทาง” เธอกล่าวและเสริมว่า การแลกเปลี่ยนโปสต์การ์ดกับกลุ่มคนท่องเที่ยว หรือชุมชนที่ทำเรื่องการท่องเที่ยว ก็เป็นหนึ่ง “วิธีที่สวยงาม” ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการเดินทางได้อย่างปลอดถัย

“เมื่อเรานึกถึงการถูกกักขังอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างไม่มีกำหนด การออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะก็ให้ความรู้สึกเหมือนการเดินทาง” บล็อกเกอร์ Chris Mitchell แห่ง Travelling Mitch กล่าว “ตอนนี้ ผู้คนเพลิดเพลินใจและรู้สึกอัศจรรย์กับอาหารที่เสิร์ฟในร้านอาหารข้างทาง”

การวางแผนการเดินทางจะกลายเป็นเรื่องสนุกอีกครั้ง

แม้ว่าบางคนจะพยายามทำตัวปกติที่สุด แต่ช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้คือการเตือนพวกเราว่า การเดินทางมีความสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกาย การสำรวจในปี 2013 ของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 483 คน พบว่า การเดินทางช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตั้งสมาธิหรือเพ่งความสนใจ การวางแผนการเดินทางก็มีให้ผลเช่นเดียวกัน การศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์แนลล์ในปี 2014 พบว่า การรอคอยที่จะเดินทางเพิ่มความสุขมากกว่าการคาดหวังว่าจะซื้อสินค้าที่เป็นวัตถุ

Joanna Penn นักเขียนและนักจัดรายการพ็อดแคสต์จากสหราชอาณาจักร ผู้อยู่เบื้องหลัง The Creative Penn and Books and Travel มักออกเดินทางเพื่อค้นคว้าข้อมูลสำหรับการเขียนหนังสือของเธอ “สำหรับฉัน ชีวิตด้านงานเขียนล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ระหว่างเดินทาง” เธอกล่าวในพ็อดแคสต์ล่าสุด “แนวคิดต่างๆ เกิดจากการเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ” ในอนาคต เธอคิดว่าการเดินทางของเธอจะรวมถึงการเดินเล่นที่สวนพฤกษศาสตร์ การนั่งดูหมุดหมายต่างๆ ในแผนที่และวางแผนการเดินทางทำให้เธอรู้สึกว่า เธอกำลังทำงานไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง “ฉันสามารถขยายขอบเขตความสะดวกสบายได้โดยไม่ต้องเครียดมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าฉันยอมรับว่าสิ่งต่างๆ อาจถูกยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงได้” เธอกล่าว


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

เรื่องแนะนำ

10 สุดยอด ร้านหนังสือ ระดับโลก

ร้านหนังสือ ระดับโลกทั้งสิบแห่งนี้จะปลุกความรักหนังสือในตัวคุณ แอตแลนติส บุ๊คส์ ซานโตรินี ประเทศกรีซ สิบปีก่อน กลุ่มเพื่อนจากหลากหลายประเทศทั่วโลกทั้งไซปรัส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาได้ก่อตั้งร้านหนังสือแห่งนี้ขึ้นมา ปัจจุบัน บ้านหลังงามในเอีย (Oia) ที่แปลงโฉมมาเป็นร้านหนังสือ มีการแสดงมุมมองของผืนน้ำรอบเกาะซานโตรินี ร้านหนังสือแห่งนี้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมมากมาย ทั้งการอ่านหนังสือริมระเบียง เวิร์กช็อปทำปกหนังสือ  รวมถึงเทศกาลอาหารและภาพยนตร์ กาเฟเบรเรียเอลเปนดูโล เม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก ร้านหนังสือขนาดใหญ่อันงดงามแห่งเม็กซิโกซิตี สว่างไสวด้วยโคมไฟประดับประดาดาษดื่น ที่แขวนจากบนเพดาน พื้นที่ภายในเปิดโล่ง ชั้นหนังสือแน่นขนัดไปด้วยหนังสือหลายหมวดหมู่ ทั้งภาษาสเปนและภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งดื่มด่ำกับทำนองเพลงสบายๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศภายในร้านแห่งนี้ มันโรส์บุ๊คส์ วิกตอเรีย ประเทศแคนาดา ในปี 1963 ครึ่งทศวรรษก่อนหน้าที่อลิซ มันโร ผู้ก่อตั้งร่วมของร้านหนังสือแห่งนี้จะชนะรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม เธอและสามีได้ตกแต่งอาคารยุคนีโอคลาสสิคและธนาคารเก่าให้มีความโอ่อ่าและสวยงาม โดยร้านหนังสือแห่งนี้อยู่ในโอลด์ทาวน์ เมืองวิกทอเรีย รัฐบริติชโคลัมเบีย  เอลอะเตเนโอกรันสเปลนดิด บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เอลอะเตเนโอเคยเป็นโรงละครและจัดแสดงการแสดงที่ชื่อว่า เดอะกรันสเปลนดิด (The Grand Splendid) โดยร้านหนังสือที่เคยเป็นโรงละครแห่งนี้ยังคงเก็บรักษาเครื่องประดับหรูหรา รวมไปถึงจิตรกรรมฝาผนังเฟรสโก และผ้าม่าน โพเวลส์ซิตี้ออฟบุ๊คส์ […]

ชาวสเปนหลงใหลการเต้นระบำเป็นชีวิตจิตใจ

ระบำฟลาเมงโก จังหวะการเต้นอันพริ้วไหวควบคู่กับดนตรีพื้นเมือง คือเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ ประเทศสเปน หากนึกถึง ประเทศสเปน คุณอาจนึกถึงภาพของวัวกระทิงพันธุ์ดุและมาธาดอร์ถือผ้าสีแดง ประเทศสเปนยังมีสัญลักษณ์อีกมากมายกระจายอยู่ทั่วเมือง หรือคุณอาจนึกถึงหญิงสาวเต้นระบำโชว์ลีลาสะบัดกระโปรงอันพริ้วไหว การก้าวเท้าเข้าจังหวะ และสวมใส่กระโปรงบานสีดำแดงพองเป็นชั้นๆ มีดอกไม้ขนาดใหญ่สีแดงประดับบนศีรษะ สิ่งนี้คือระบำสเปน ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง เพราะชาวสเปนชื่นชอบการเต้นรำเป็นชีวิตจิตใจ ระบำฟลาเมงโก (Flamenco) มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบแปด การเต้นที่แสนโดดเด่นและมีชื่อเสียงของ ประเทศสเปน แต่เดิมได้รับอิทธิพลมาจากชาวยิปซี  นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกด้านวัฒนธรรมอีกด้วย ระบำฟลาเมงโก ไม่ใช่เพียงการเต้นเท่านั้น แต่ยังผสมผสานระหว่างการร้องเพลง การเล่นกีตาร์ เต้นรำ การจับนิ้วมือและการปรบมือไปพร้อมกับจังหวะ ทั้งยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ด้วยจังหวะการเต้นที่เร้าใจและสนุกสนาน รวมไปถึงเครื่องแต่งกายสีสันจัดจ้านสวยงามของเหล่านักเต้นทำให้เกิดเป็นเสน่ห์ของระบำฟลาเมงโกที่ชวนหลงใหล ชาวสเปนที่หลงใหลในเสียงเพลงและการเต้นระบำ ประเทศสเปน มีชื่อเสียงเรื่องการเฉลิมฉลอง งานรื่นเริง และความสนุกสนานของผู้คน ชาวสเปนมีอุปนิสัยชื่นชอบการเข้าสังคมและการสังสรรค์เป็นอย่างมาก มักจะรวมตัวกับเพื่อนและครอบครัว โดยการออกไปนั่งในบาร์ที่มีอาหารเช้าอย่าง ‘ทาปาส’ และเพลิดเพลินไปกับการดื่ม ‘กันโญส’ สิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจ คือวัยรุ่นชาวสเปน ที่ต่างชื่นชอบการสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ แน่นอนว่าพวกเขาสามารถเข้าออกแหล่งท่องราตรีเป็นสิบๆ แห่งภายในคืนเดียว เพราะเหตุนี้จึงส่งผลทำให้ชาวสเปนมีนิสัยชอบพูดจาเสียงดังฟังชัด ชาวสเปนไม่เพียงแค่หลงใหลในการเต้นรำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเล่นดนตรีพื้นเมืองเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไว้ พวกเขาจะรวมตัวกันในช่วงเทศกาลพิเศษต่างๆ และบรรเลงดนตรีพื้นเมือง รวมถึงการเปิดหมวกตามท้องถนน ซึ่งชิ้นงานดนตรีอันโดดเด่นของสเปน มีตั้งแต่ดนตรีคลาสสิกตะวันตกและดนตรีคลาสสิกอันดาลูเซีย […]

มาลาปัสกัว หมู่เกาะแห่งความฝันในทะเลฟิลิปปินส์

ความงามที่ล่ำลือใต้ท้องทะเลรอบเกาะ มาลาปัสกัว ดึงดูดให้เราอยากไปชมความงามด้วยตาตัวเองสักครั้ง การเดินทางสู่… มาลาปัสกัว เรื่อง : ชุตินันท์ โมรา ภาพ : ชุตินันท์ โมรา และพลพิชญ์ คมสัน พวกเรานั่งเครื่องบินมาลงที่เกาะเซบู เกาะรูปร่างยาวๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรดาหมู่เกาะแห่งประเทศฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประกอบขึ้นด้วยเกาะจำนวนหลายพันเกาะ ร่องน้ำที่พาดระหว่างเกาะหลายแห่งมีความลึกระดับหลายร้อยเมตร เกาะ มาลาปัสกัว อยู่ถัดออกมาจากส่วนเหนือสุดของเกาะเซบู การเดินทางไปให้ถึงต้องนั่งรถผ่านถนนชนบท เลาะไปตามหมู่บ้านต่างๆ ตลอด 5 ชั่วโมง แล้วเดินทางต่อด้วยเรืออีกประมาณ 20 นาที เพื่อข้ามไปให้ถึงเกาะเล็กๆ ที่เป็นจุดหมายโลกใต้ทะเลที่นี่ดึงดูดพวกเราด้วยชื่อเสียงของฉลามหางยาวฉลามลึกลับ ที่อาศัยอยู่ในน้ำลึกเกินกว่า 100 เมตร และมีความยาวของหางเกือบเท่าความยาวของตัว โรงอาบน้ำของฉลาม ความลับของหางที่เหมือนแส้นั้น เพิ่งถูกเปิดเผยเมื่อไม่กี่ปีก่อน มีคนถ่ายคลิปฉลามใช้หางต้อนปลาเหมือนคาวบอยไล่ต้อนฝูงแกะ เมื่อได้จังหวะก็ฟาดให้เหยื่อสลบก่อนจะว่ายวนกลับมากิน เราเปิดคลิปนี้ดูหลายรอบด้วยความทึ่ง หางแส้เรียวยาวของฉลามเคลื่อนไหวพริ้วอยู่ในน้ำ แค่การสะบัดตัวนิดเดียวหางแส้ก็สะบัดตามเหมือนกับคาวบอยในหนังที่เคยได้ดู การดูผ่านจอไม่เหมือนกับการพบหน้าจริง คล้ายกับการคุยเฟซไทม์กับคนรู้จัก ซึ่งให้ความรู้สึกต่างกับการนั่งคุยในห้องเดียวกัน การสั่นสะเทือนของน้ำที่เราสร้างไหลไปถึงฉลาม และการสะบัดหางของฉลามก็ส่งกลับมาถึงเรา เรามาที่นี่เพราะอยากพบกับฉลามหางยาวด้วยตัวของเราเอง ภูเขาใต้ทะเลยอดตัดซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเกาะ เป็นจุดแอบดูฉลามหางยาวที่ดีที่สุด ยอดตัดด้านบนแบนราบมีความลึกประมาณ 20 […]

5 สถานที่เที่ยว ทะเลหน้าหนาว ไม่ไกลจากกรุงเทพ

เมื่อหน้าหนาวไม่หนาวอย่างที่คิด การเที่ยว ทะเลหน้าหนาว อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นเรื่องที่รับรู้โดยทั่วกันว่า ฤดูหนาวของประเทศไทยนั้นกลับมีอากาศที่ไม่ตรงตามชื่อฤดูกาล การเที่ยว ทะเลหน้าหนาว จึงนับว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับคนที่มองหาที่พักผ่อนในช่วงปีใหม่นี้ โดย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวบรวมสถานที่เที่ยวท่องเที่ยว ทะเลหน้าหนาว ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มาเป็นแนวทางทั้งหมด 5 จุด เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ทำไมต้องเกาะล้าน เมื่อพูดถึงเที่ยวทะเล ชื่อแรก ๆ ที่ผุดขึ้นเข้ามาในหัวของใครหลาย ๆ คนคงหนีไม่พ้นเกาะล้านอย่างแน่นอน ด้วยความที่เกาะล้านมีน้ำทะเลที่ใสสะอาด เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างหาดบางแสน โดยเกาะล้านก็มีหาดให้เลือกชื่นชมความสวยงามอยู่ 5 สถานที่ด้วยกัน คือ หาดตาแหวน หาดแสม หาดเทียน หาดนวล และหาดตายาย พัทยา จังหวัดชลบุรี  พัทยาแทบจะเป็นสถานที่เที่ยวสุดคลาสสิคของใครหลาย ๆ คนเลยก็ได้ เมื่อพูดถึงทะเล แต่จุดขายของพัทยาก็ไม่ได้มีแค่ชายหาดแค่นั้นนะ ยังมีโชว์ การละเล่น อีกทั้งยังมี Walking Street ให้เดินแก้เบื่อในตอนกลางคืนอีกด้วย แต่เดี๋ยวก่อน หลายคนอาจจะคิดว่าถ้าจะไปพักผ่อน พัทยาอาจจะไม่เป็นตัวเลือกที่เหมาะ บอกเลยว่าไม่ใช่ […]