8 วิธีการเดินทาง ที่จะกลายเป็นแนวโน้มสำหรับการเดินทางหลังการระบาดใหญ่

นี่คือ 8 วิธีการเดินทาง ที่จะเปลี่ยนไปหลังภาวะโรคระบาด

วิธีการเดินทาง ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เราลองไปดูคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและบล็อกเกอร์เหล่านี้

เนื่องจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ทำให้การเดินทางข้ามพรมแดนนานาชาติกลายเป็นเรื่องซับซ้อน แม้บางประเทศอาจทำความตกลงร่วมกันเรื่องการเปิดพรมแดนทางอากาศยานอยู่บ้าง แต่นักท่องเที่ยวยังไม่สามารถวางแผน วิธีการเดินทาง ได้อย่างสะดวกเหมือนช่วงก่อนการระบาด

เรื่อง STEVE BROCK

เหตุการณ์เช่นนี้จะกินเวลานานแค่ไหน ยังไม่มีใครทราบ Elizabeth Becker ผู้เขียนหนังสือ Overbooked: The Exploding Business of Travel and Tourism ตั้งข้อสังเกตว่า การระบาดใหญ่ “ทำลายล้าง” อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกมูลค่า 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในชั่วข้ามคืน

“ปัจจัยสำคัญของการเดินทางทั่วโลกในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การเปิดพรมแดน เปิดสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่ต้องขอวีซ่า เพื่อให้นักเดินทางไม่ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อต่ออายุวีซ่า หรืออำนวยความสะดวกให้สามารถต่อวีซ่าได้ในประเทศที่นักเดินทางคนนั้นกำลังพำนักอยู่” เธอกล่าว

นั่นหมายความว่าอย่างไรสำหรับอนาคตของการเดินทาง แม้จะมีความไม่แน่นอน แต่ผู้เชี่ยวชาญก็พอมองเห็นความสดใสของการท่องเที่ยวอยู่บ้าง Bruce Poon Tip ผู้เขียน Unlearn: The Year the Earth Stood Still และผู้ก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยว G Adventures กล่าวว่า ไม่เพียงเราจะออกเดินทางอีกครั้ง แต่เราจะทำให้ดีขึ้น “ผมยังเชื่อว่าการเดินทางสามารถเป็นตัวกระจายความมั่งคั่งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา” และเสริมว่า “การหยุดเพียงชั่วคราวนี้ทำให้เรามีเวลาพิจารณาว่า เราจะเดินทางอย่างมีสติมากขึ้นได้อย่างไร”

จากความมุ่งมั่นที่จะสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไปจนถึงวิธีการสร้างสรรค์ในการเดินทางทั่วโลก นี่คือวิธีการเดินทางที่บล็อกเกอร์และพอดแคสต์กำลังแนะนำ

ความยั่งยืนจะเป็นแรงผลักดัน

ผู้บริโภคกำลังให้ความสนใจเรื่องความยั่งยืน Becker คาดการณ์ว่า นักเดินทางจะสวมบทบาทเป็น “พลเมืองที่มีความตระหนัก” เรียกร้องนโยบายการเดินทางที่มีความรับผิดชอบ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอาจต้องตอบสนองนักเดินทางด้วยมาตรการที่ชัดเจน ในการจัดลำดับความสำคัญเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมมากกว่าเรื่องของผลกำไร “อย่าแปลกใจถ้าประเทศต่างๆ ออกมาตรการ ‘วันปลอดการบิน’ และมาตรการอื่นๆ เพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เธอกล่าว

การเดินทางของเราจะครอบคลุมเรื่องความหลากหลายของบุคคลมากขึ้น

กรณีการเคลื่อนไหวของ Black Lives Matter ทำให้ประเด็นเรื่องความเท่าเทียมชัดเจนขึ้นในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงการเดินทาง Sarah Greaves-Gabbadon กล่าวว่า อุตสาหกรรมจะก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่เธอก็กังวลว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น “เมื่อการแพร่ระบาดผ่านพ้นไปและแฮชแท็กไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไป ผู้ประกอบการจะยังคงกระตือรือร้นที่จะตอบสนองนักเดินทางที่มีความหลากหลายหรือไม่” เธอเขียนในอีเมล “ ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี แต่ก็ไม่มั่นใจอย่างเต็มที่”

Martinique Lewis จากบริษัท Black Travel Alliance รู้สึกว่า อุตสาหกรรมกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องและยังคงมีความหวัง เธอตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทต่างๆ กำลังตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และบอกว่าถึงเวลาแล้ว “เป็นครั้งแรกที่พวกเขากำลังพิจารณาว่า ผู้หญิงข้ามเพศต้องผ่านอะไรบ้างไม่เพียงแต่เลือกห้องน้ำที่จะเข้าในร้านอาหารเท่านั้น แต่เมื่อเธอเช็คอินในโรงแรมและเอกสารแสดงตัวตนไม่ตรงกับเพศสภาพ” Lewis กล่าว “ตอนนี้ มีนักเดินทางที่มีร่างกายอวบใหญ่ที่ต้องการเล่นเซิร์ฟและดำน้ำลึก แต่ทำไม่ได้เพราะยังไม่มีชุดที่พอดีตัวของพวกเขา ตอนนี้ มีนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้พิการทางสายตา ต้องการสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวและกีฬาผาดโผน แต่พวกเขาก็ทำได้แค่นั่งจินตนาการ”

การเดินทาง, วิธีการเดินทาง, รูปแบบการเดินทาง, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่นยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ภาพถ่าย Taufik Abdullah / Pixabay

ชุมชนขนาดเล็กจะมีบทบาทมากขึ้น

นักท่องเที่ยวสามารถสร้างความแตกต่างในเมืองเล็กๆ ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจก่อนการระบาดใหญ่ได้ Caz Makepeace แห่ง Y Travel Blog กล่าวว่า เธอและครอบครัวมักจะเดินทางอย่างช้าๆ ไปยังพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก “แทนที่จะแย่งชิงพื้นที่ถ่ายรูปในจุดหมายปลายที่ยอดนิยม” ตอนนี้เธอให้การสนับสนุนสถานที่เหล่านี้โดยการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นและบริจาคให้กับองค์กรการกุศล

Kate Newman จาก Travel for Difference แนะนำให้นักท่องเที่ยวมุ่งเน้นไปที่ “global south” หรือประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการท่องเที่ยว “เราจำเป็นสร้างความหลากหลายของหมุดหมายปลายทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว และให้ความสนใจไปยังสถานที่ที่เราเดินทางไป” เธอกล่าว “การได้เห็นชุมชนจำนวนมากประสบปัญหาในช่วงการระบาดโควิด-19 ทำให้ [ปัญหานี้] กระจ่างขึ้น”

เราจะแสวงหาคุณภาพมากกว่าปริมาณ

นักเดินทางที่มีประสบการณ์สูงจะคิดใช้ความคิดมากขึ้นในการวางแผนการเดินทาง “โควิด-19 ทำให้ผมต้องคิดใหม่ว่า ผมจะเดินทางอย่างไรและทำไม” Erick Prince จากบริษัท The Minority Nomad กล่าว “ทำให้ผมมีอิสระในการสำรวจโครงการท่องเที่ยวด้วยความหลงใหล มากกว่าเรื่องของตัวเงินที่ต้องจ่าย” แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องค่าใช้จ่าย บล็อกเกอร์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยกล่าวว่า เขามองหาโครงการท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน และเงินจากนักท่องเที่ยวตรงถึงมือของชาวบ้าน

การเดินทาง, วิธีการเดินทาง, รูปแบบการเดินทาง, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่นยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ภาพถ่าย ROCCO RORANDELLI, TERRAPROJECT/REDUX

Eulanda Osagiede จาก Hey Dip Your Toes In กำลังหยุดพักการเดินทางระหว่างประเทศ เธอบอกว่า การเดินทางเป็นสิทธิพิเศษที่หลายฝ่ายยอมรับ “สิทธิพิเศษมีหลายรูปแบบ และการตระหนักเรื่องผลกระทบจากการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่เราควรกลับมานั่งทบทวนอย่างกันอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้สิ่งแวดล้อมกลับไปเป็นเหมือนช่วงก่อนการระบาด”

การเดินทางแบบ Road Trip จะกลับมาเป็นที่นิยมมากขึ้น

สำหรับหลายๆ คน การเดินทางบนท้องถนนอาจเป็นทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้สำหรับการเดินทางในขณะนี้ ตัวอย่างเช่น Gabby Beckford จาก Packs Light กล่าว่า การขับรถข้ามรัฐอาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นพอๆ กับการบินข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ มันเกี่ยวกับทัศนคติ “การเดินทางแบบ Road trip แสดงให้ฉันเห็นว่า หัวใจหลักของการเดินทาง นั่นคือความอยากรู้อยากเห็น การเปิดรับความแปลกใหม่ และความน่าค้นหา [คือ] มุมมอง ไม่ใช่จุดหมาย” เธอกล่าว

การเดินทาง, วิธีการเดินทาง, รูปแบบการเดินทาง, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่นยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ภาพถ่าย DESIGN PICS INC, NATIONAL GEOGRAPHIC IMAGE COLLECTION

ที่ปรึกษาด้านการเดินทางจะกลับมามีความสำคัญ

Juliet Kinsman บรรณาธิการด้านความยั่งยืนของ Conde Nast Traveller คาดการณ์ว่า นักเดินทางอาจหันไปใช้บริการผู้ให้คำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น “ฉันคิดว่า สิ่งที่ปี 2020 ได้แสดงให้เห็นและสอนเรา คือเรื่องความเชี่ยวชาญของผู้ให้คำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวมีค่ามากกว่าค่าคอมมิชชันที่เราเสียไป” เธอกล่าว นอกจากนี้เธอหวังว่า นักท่องเที่ยวจะมองหาผู้ให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม “หรือผู้ที่ใส่ใจเรื่องการวางแผนการเดินทาง และมีความรับผิดชอบที่พวกเขาส่งนักเดินทางไปยังสถานที่ที่พวกเขาแนะนำ ซึ่งตัวลูกค้ามองว่า ต้องเชื่อมโยงกับเรื่องของห่วงโซ่อุปทาน” เธอกล่าว

เราจะโปรดปรานสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้บ้านมากขึ้น

บางคนค้นพบประโยชน์ของการเดินทางแม้อยู่ที่บ้าน บล็อกเกอร์ Jessie Festa จาก Epicure & Culture และ Jessie on a Journey มักจะเดินทางไปต่างประเทศเดือนละครั้ง ทุกวันนี้ การเรียนทำอาหารพื้นเมืองออนไลน์ เกม และประสบการณ์เสมือนจริง ช่วยให้เธอ “รักษาจิตวิญญาณแห่งการเดินทางให้คงอยู่ได้ โดยพิจารณาถึงความรู้สึกของการเดินทาง” เธอกล่าวและเสริมว่า การแลกเปลี่ยนโปสต์การ์ดกับกลุ่มคนท่องเที่ยว หรือชุมชนที่ทำเรื่องการท่องเที่ยว ก็เป็นหนึ่ง “วิธีที่สวยงาม” ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการเดินทางได้อย่างปลอดถัย

“เมื่อเรานึกถึงการถูกกักขังอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างไม่มีกำหนด การออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะก็ให้ความรู้สึกเหมือนการเดินทาง” บล็อกเกอร์ Chris Mitchell แห่ง Travelling Mitch กล่าว “ตอนนี้ ผู้คนเพลิดเพลินใจและรู้สึกอัศจรรย์กับอาหารที่เสิร์ฟในร้านอาหารข้างทาง”

การวางแผนการเดินทางจะกลายเป็นเรื่องสนุกอีกครั้ง

แม้ว่าบางคนจะพยายามทำตัวปกติที่สุด แต่ช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้คือการเตือนพวกเราว่า การเดินทางมีความสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกาย การสำรวจในปี 2013 ของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 483 คน พบว่า การเดินทางช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตั้งสมาธิหรือเพ่งความสนใจ การวางแผนการเดินทางก็มีให้ผลเช่นเดียวกัน การศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์แนลล์ในปี 2014 พบว่า การรอคอยที่จะเดินทางเพิ่มความสุขมากกว่าการคาดหวังว่าจะซื้อสินค้าที่เป็นวัตถุ

Joanna Penn นักเขียนและนักจัดรายการพ็อดแคสต์จากสหราชอาณาจักร ผู้อยู่เบื้องหลัง The Creative Penn and Books and Travel มักออกเดินทางเพื่อค้นคว้าข้อมูลสำหรับการเขียนหนังสือของเธอ “สำหรับฉัน ชีวิตด้านงานเขียนล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ระหว่างเดินทาง” เธอกล่าวในพ็อดแคสต์ล่าสุด “แนวคิดต่างๆ เกิดจากการเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ” ในอนาคต เธอคิดว่าการเดินทางของเธอจะรวมถึงการเดินเล่นที่สวนพฤกษศาสตร์ การนั่งดูหมุดหมายต่างๆ ในแผนที่และวางแผนการเดินทางทำให้เธอรู้สึกว่า เธอกำลังทำงานไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง “ฉันสามารถขยายขอบเขตความสะดวกสบายได้โดยไม่ต้องเครียดมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าฉันยอมรับว่าสิ่งต่างๆ อาจถูกยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงได้” เธอกล่าว


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

เรื่องแนะนำ

ทรานส์-อิหร่าน ทาง รถไฟอิหร่าน สายมรดกโลก มหัศจรรย์ท่องเที่ยวแห่งเปอร์เซีย

เส้นทางรถไฟทรานส์-อิหร่าน รถไฟอิหร่าน หัวใจของการฟื้นฟูภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของอิหร่าน “เส้นทางรถไฟทรานส์-อิหร่าน” (Trans-Iranian railway) มีเส้นทางครอบคลุมตั้งแต่บริเวณชายฝั่งทะเลแคสเปียนทางตอนเหนือไปจนถึงอ่าวเปอร์เซียทางตอนใต้ของประเทศด้วยความยาวกว่า 1,300 กม. รถไฟอิหร่าน สายนี้ผ่านภูมิประเทศที่หลากหลายทั้งพื้นที่ราบ ป่าลึก ภูเขาสูงและทะเลทราย  ความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของศตวรรษที่ 20 นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกยูเนสโกในปี พ.ศ. 2564 และเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชาวอิหร่าน โครงการรางรถไฟนี้เริ่มขึ้นเมื่อราชวงศ์ปาห์ลาวีที่เริ่มปกครองอิหร่านในปี พ.ศ. 2468 ต้องการยกระดับการค้าและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อลดการพึ่งพาอำนาจต่างชาติ โครงการสร้างรางรถไฟนี้ได้รับความร่วมมือจากหลากหลายบริษัททั่วโลกกว่า 40 บริษัทซึ่งมีบริษัทของชาวเดนมาร์กอย่าง “Kampsax” เป็นผู้นำโครงการ การบุกประเทศอิหร่านของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้รางรถไฟได้รับการพัฒนาและยกระดับโดยฝ่ายสัมพันธมิตรสำหรับการใช้ในทางทหาร  หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวในอิหร่านเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนอิหร่านกลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวหลักในแถบตะวันออกกลาง แต่เมื่อมีการปฏิวัติอิหร่านในปี พ.ศ. 2522 และตามด้วยสงครามอิรัก-อิหร่าน อิหร่านผ่านการคว่ำบาตรจากนานาประเทศและนักท่องเที่ยวลดหายไปเกือบหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อปี พ.ศ. 2562 องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) มีรายงานถึงการท่องเที่ยวที่กำลังกลับมาเติบโตในอิหร่าน เมื่อปี พ.ศ. 2557 อิหร่านมีนักท่องเที่ยวเพียง 4.8 ล้านคน แต่รัฐบาลมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 20 ล้านคนในปี […]

ท่องเที่ยวชุมชน ที่บ้านบางหมาก จังหวัดชุมพร

ท่องเที่ยวชุมชน สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น กินกาแฟ ดูลิง และชมเรือกสวน ในบรรยากาศชุมชนแดนใต้ หลังจากผ่านการนั่งหลังขดหลังแข็งบนรถตู้เป็นเวลา 6 ชั่วโมง จากกรุงเทพถึงชุมพร แดดยามบ่ายอาบไล้ไปทั่วผิวกายทันทีที่เราก้าวลงจากรถ “ฝนพึ่งหยุดตกเมื่อวันนี้เอง” เสียงจากพี่คม – คม ศรีราช เจ้าของที่พัก เอ่ยต้อนรับเมื่อพบกับเรา บรรยากาศสวนมะพร้าว สวนปาล์ม และสวนผลไม้ รายล้อมพื้นที่โรงแรมวิลล่า วาริช โรงแรมขนาด 14 ห้องพักในรูปแบบบ้านในสวน ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เราเลือกมาพักที่นี่จากความนิยมของคะแนนรีวิวที่สูงลิ่วในเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง ฉันยังแอบถามตัวเองในใจว่า “โรงแรมเล็กๆ ในหมู่บ้านชนบท ได้รับคะแนนสูงขนาดนี้ได้อย่างไร” และอีกหนึ่งเหตุผลคือมาดูรูปแบบการจัดการ ท่องเที่ยวชุมชน ก่อนหน้านี้ทั้งพี่คมและพี่แตง – นพรัตน์ ศรีราช ภรรยาของพี่คม เคยเป็นพนักงานบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพ และเมื่อถึงวันที่ทั้งคู่มองเห็นช่องทางในการกลับบ้านเกิด จึงเกิดแนวความคิดในการสร้างที่พักขึ้น โดยตั้งใจให้เป็นที่พักสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น (Local experiences) “ในช่วงแรก พี่เสนอแนวคิดที่พักแบบนี้กับคนในครอบครัว แต่ไม่มีใครสนับสนุนเราเลย” พี่คมเล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “ทุกคนถามว่า ใครจะเข้ามาพักในหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้” แต่จากประสบการณ์ที่เคยเดินทางไปต่างประเทศหลายเมือง […]

สีสันฤดูร้อน ณ ทะเลสาบบอลอโตนอันเป็นที่รักของฮังการี

สถานที่ท่องเที่ยวที่เคยโด่งดังของบรรดาชาวฮังกาเรียน และครอบครัวชาวเยอรมันที่ถูกพลัดพรากจากกำแพงเบอร์ลิน มาวันนี้ทะเลสาบบอลอโตนกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในหมู่คนรุ่นใหม่

สัมผัสประสบการณ์เดินทางบน รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย

ภาพทิวทัศน์ของรัสเซียนั้นดูเลือนราง เมื่อมองผ่านหน้าต่างของรถไฟสุดหรูอย่าง โกลเด้น อีเกิล ทรานส์–ไซบีเรีย เรื่องราวและภาพ: DANIELLE AMY ฝนโปรยปรายขณะที่เราขึ้นรถไฟใน เมืองวลาดีวอสตอค หรือเมืองสถานีปลายทางทรานส์-ไซบีเรียอันห่างไกลที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของรัสเซีย ซึ่งเดินทางโดยการนั่งเรือจากเกาหลีเหนือใช้เวลานานถึงเก้าชั่วโมง รถไฟถูกทาด้วยสีเทาและน้ำเงิน โดยแต่ละขบวนจะประดับตราสัญลักษณ์ “Golden Eagle Trans-Siberian Express” เป็นตัวอักษรแบบทองคำอันแวววาว เส้นทางรถไฟแล่นผ่านทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ของมองโกเลีย และเทือกเขายูรัลที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ รถไฟแล่นผ่านกระท่อมไม้ในไซบีเรียไปยังแหล่งสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าแห่งมอสโก กลุ่มของเราได้ร่วมเดินทางรถไปกับ National Geographic Expeditions เป็นเวลา 16 วัน จากการสังเกตพบว่ามีคู่รักที่เกษียณอายุราชการเป็นส่วนใหญ่ คือชาวอเมริกันห้าคน ชาวแคนาดาหนึ่งคน หัวหน้าทัวร์รัสเซีย นักประวัติศาสตร์ และฉันที่เป็นผู้ประสานงานภาพถ่ายที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีพนักงานรถไฟประมาณ 50 คน ตั้งแต่พนักงานต้อนรับผู้โดยสาร ผู้เข้าร่วมประชุม บริกร บาร์เทนเดอร์ ผู้จัดการ ไปจนถึงวิศวกร คนทำอาหาร หัวหน้าพ่อครัว คนทำขนม คนอบขนมปัง หรือแม้แต่นักเล่นฮาร์ปและนักเปียโน เมื่อรถไฟเร่งความเร็วผ้าม่านสีเบจกลายเป็นกระจกเงาสะท้อนภาพห้องโดยสารแต่ละห้องที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องเรือนแบบโบราณ รวมถึงการเลือกใช้พรมและผนังสีแดงเพื่อเพิ่มความหรูหราแบบมีระดับ นี่เป็นระยะทางกว่าเก้าพันกิโลเมตร จนกว่าจะถึงมอสโกซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก […]