8 วิธีการเดินทาง ที่จะกลายเป็นแนวโน้มสำหรับการเดินทางหลังการระบาดใหญ่

นี่คือ 8 วิธีการเดินทาง ที่จะเปลี่ยนไปหลังภาวะโรคระบาด

วิธีการเดินทาง ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เราลองไปดูคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและบล็อกเกอร์เหล่านี้

เนื่องจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ทำให้การเดินทางข้ามพรมแดนนานาชาติกลายเป็นเรื่องซับซ้อน แม้บางประเทศอาจทำความตกลงร่วมกันเรื่องการเปิดพรมแดนทางอากาศยานอยู่บ้าง แต่นักท่องเที่ยวยังไม่สามารถวางแผน วิธีการเดินทาง ได้อย่างสะดวกเหมือนช่วงก่อนการระบาด

เรื่อง STEVE BROCK

เหตุการณ์เช่นนี้จะกินเวลานานแค่ไหน ยังไม่มีใครทราบ Elizabeth Becker ผู้เขียนหนังสือ Overbooked: The Exploding Business of Travel and Tourism ตั้งข้อสังเกตว่า การระบาดใหญ่ “ทำลายล้าง” อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกมูลค่า 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในชั่วข้ามคืน

“ปัจจัยสำคัญของการเดินทางทั่วโลกในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การเปิดพรมแดน เปิดสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่ต้องขอวีซ่า เพื่อให้นักเดินทางไม่ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อต่ออายุวีซ่า หรืออำนวยความสะดวกให้สามารถต่อวีซ่าได้ในประเทศที่นักเดินทางคนนั้นกำลังพำนักอยู่” เธอกล่าว

นั่นหมายความว่าอย่างไรสำหรับอนาคตของการเดินทาง แม้จะมีความไม่แน่นอน แต่ผู้เชี่ยวชาญก็พอมองเห็นความสดใสของการท่องเที่ยวอยู่บ้าง Bruce Poon Tip ผู้เขียน Unlearn: The Year the Earth Stood Still และผู้ก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยว G Adventures กล่าวว่า ไม่เพียงเราจะออกเดินทางอีกครั้ง แต่เราจะทำให้ดีขึ้น “ผมยังเชื่อว่าการเดินทางสามารถเป็นตัวกระจายความมั่งคั่งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา” และเสริมว่า “การหยุดเพียงชั่วคราวนี้ทำให้เรามีเวลาพิจารณาว่า เราจะเดินทางอย่างมีสติมากขึ้นได้อย่างไร”

จากความมุ่งมั่นที่จะสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไปจนถึงวิธีการสร้างสรรค์ในการเดินทางทั่วโลก นี่คือวิธีการเดินทางที่บล็อกเกอร์และพอดแคสต์กำลังแนะนำ

ความยั่งยืนจะเป็นแรงผลักดัน

ผู้บริโภคกำลังให้ความสนใจเรื่องความยั่งยืน Becker คาดการณ์ว่า นักเดินทางจะสวมบทบาทเป็น “พลเมืองที่มีความตระหนัก” เรียกร้องนโยบายการเดินทางที่มีความรับผิดชอบ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอาจต้องตอบสนองนักเดินทางด้วยมาตรการที่ชัดเจน ในการจัดลำดับความสำคัญเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมมากกว่าเรื่องของผลกำไร “อย่าแปลกใจถ้าประเทศต่างๆ ออกมาตรการ ‘วันปลอดการบิน’ และมาตรการอื่นๆ เพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เธอกล่าว

การเดินทางของเราจะครอบคลุมเรื่องความหลากหลายของบุคคลมากขึ้น

กรณีการเคลื่อนไหวของ Black Lives Matter ทำให้ประเด็นเรื่องความเท่าเทียมชัดเจนขึ้นในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงการเดินทาง Sarah Greaves-Gabbadon กล่าวว่า อุตสาหกรรมจะก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่เธอก็กังวลว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น “เมื่อการแพร่ระบาดผ่านพ้นไปและแฮชแท็กไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไป ผู้ประกอบการจะยังคงกระตือรือร้นที่จะตอบสนองนักเดินทางที่มีความหลากหลายหรือไม่” เธอเขียนในอีเมล “ ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี แต่ก็ไม่มั่นใจอย่างเต็มที่”

Martinique Lewis จากบริษัท Black Travel Alliance รู้สึกว่า อุตสาหกรรมกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องและยังคงมีความหวัง เธอตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทต่างๆ กำลังตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และบอกว่าถึงเวลาแล้ว “เป็นครั้งแรกที่พวกเขากำลังพิจารณาว่า ผู้หญิงข้ามเพศต้องผ่านอะไรบ้างไม่เพียงแต่เลือกห้องน้ำที่จะเข้าในร้านอาหารเท่านั้น แต่เมื่อเธอเช็คอินในโรงแรมและเอกสารแสดงตัวตนไม่ตรงกับเพศสภาพ” Lewis กล่าว “ตอนนี้ มีนักเดินทางที่มีร่างกายอวบใหญ่ที่ต้องการเล่นเซิร์ฟและดำน้ำลึก แต่ทำไม่ได้เพราะยังไม่มีชุดที่พอดีตัวของพวกเขา ตอนนี้ มีนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้พิการทางสายตา ต้องการสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวและกีฬาผาดโผน แต่พวกเขาก็ทำได้แค่นั่งจินตนาการ”

การเดินทาง, วิธีการเดินทาง, รูปแบบการเดินทาง, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่นยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ภาพถ่าย Taufik Abdullah / Pixabay

ชุมชนขนาดเล็กจะมีบทบาทมากขึ้น

นักท่องเที่ยวสามารถสร้างความแตกต่างในเมืองเล็กๆ ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจก่อนการระบาดใหญ่ได้ Caz Makepeace แห่ง Y Travel Blog กล่าวว่า เธอและครอบครัวมักจะเดินทางอย่างช้าๆ ไปยังพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก “แทนที่จะแย่งชิงพื้นที่ถ่ายรูปในจุดหมายปลายที่ยอดนิยม” ตอนนี้เธอให้การสนับสนุนสถานที่เหล่านี้โดยการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นและบริจาคให้กับองค์กรการกุศล

Kate Newman จาก Travel for Difference แนะนำให้นักท่องเที่ยวมุ่งเน้นไปที่ “global south” หรือประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการท่องเที่ยว “เราจำเป็นสร้างความหลากหลายของหมุดหมายปลายทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว และให้ความสนใจไปยังสถานที่ที่เราเดินทางไป” เธอกล่าว “การได้เห็นชุมชนจำนวนมากประสบปัญหาในช่วงการระบาดโควิด-19 ทำให้ [ปัญหานี้] กระจ่างขึ้น”

เราจะแสวงหาคุณภาพมากกว่าปริมาณ

นักเดินทางที่มีประสบการณ์สูงจะคิดใช้ความคิดมากขึ้นในการวางแผนการเดินทาง “โควิด-19 ทำให้ผมต้องคิดใหม่ว่า ผมจะเดินทางอย่างไรและทำไม” Erick Prince จากบริษัท The Minority Nomad กล่าว “ทำให้ผมมีอิสระในการสำรวจโครงการท่องเที่ยวด้วยความหลงใหล มากกว่าเรื่องของตัวเงินที่ต้องจ่าย” แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องค่าใช้จ่าย บล็อกเกอร์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยกล่าวว่า เขามองหาโครงการท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน และเงินจากนักท่องเที่ยวตรงถึงมือของชาวบ้าน

การเดินทาง, วิธีการเดินทาง, รูปแบบการเดินทาง, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่นยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ภาพถ่าย ROCCO RORANDELLI, TERRAPROJECT/REDUX

Eulanda Osagiede จาก Hey Dip Your Toes In กำลังหยุดพักการเดินทางระหว่างประเทศ เธอบอกว่า การเดินทางเป็นสิทธิพิเศษที่หลายฝ่ายยอมรับ “สิทธิพิเศษมีหลายรูปแบบ และการตระหนักเรื่องผลกระทบจากการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่เราควรกลับมานั่งทบทวนอย่างกันอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้สิ่งแวดล้อมกลับไปเป็นเหมือนช่วงก่อนการระบาด”

การเดินทางแบบ Road Trip จะกลับมาเป็นที่นิยมมากขึ้น

สำหรับหลายๆ คน การเดินทางบนท้องถนนอาจเป็นทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้สำหรับการเดินทางในขณะนี้ ตัวอย่างเช่น Gabby Beckford จาก Packs Light กล่าว่า การขับรถข้ามรัฐอาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นพอๆ กับการบินข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ มันเกี่ยวกับทัศนคติ “การเดินทางแบบ Road trip แสดงให้ฉันเห็นว่า หัวใจหลักของการเดินทาง นั่นคือความอยากรู้อยากเห็น การเปิดรับความแปลกใหม่ และความน่าค้นหา [คือ] มุมมอง ไม่ใช่จุดหมาย” เธอกล่าว

การเดินทาง, วิธีการเดินทาง, รูปแบบการเดินทาง, ท่องเที่ยวชุมชน, ท่องเที่นยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ภาพถ่าย DESIGN PICS INC, NATIONAL GEOGRAPHIC IMAGE COLLECTION

ที่ปรึกษาด้านการเดินทางจะกลับมามีความสำคัญ

Juliet Kinsman บรรณาธิการด้านความยั่งยืนของ Conde Nast Traveller คาดการณ์ว่า นักเดินทางอาจหันไปใช้บริการผู้ให้คำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น “ฉันคิดว่า สิ่งที่ปี 2020 ได้แสดงให้เห็นและสอนเรา คือเรื่องความเชี่ยวชาญของผู้ให้คำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวมีค่ามากกว่าค่าคอมมิชชันที่เราเสียไป” เธอกล่าว นอกจากนี้เธอหวังว่า นักท่องเที่ยวจะมองหาผู้ให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม “หรือผู้ที่ใส่ใจเรื่องการวางแผนการเดินทาง และมีความรับผิดชอบที่พวกเขาส่งนักเดินทางไปยังสถานที่ที่พวกเขาแนะนำ ซึ่งตัวลูกค้ามองว่า ต้องเชื่อมโยงกับเรื่องของห่วงโซ่อุปทาน” เธอกล่าว

เราจะโปรดปรานสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้บ้านมากขึ้น

บางคนค้นพบประโยชน์ของการเดินทางแม้อยู่ที่บ้าน บล็อกเกอร์ Jessie Festa จาก Epicure & Culture และ Jessie on a Journey มักจะเดินทางไปต่างประเทศเดือนละครั้ง ทุกวันนี้ การเรียนทำอาหารพื้นเมืองออนไลน์ เกม และประสบการณ์เสมือนจริง ช่วยให้เธอ “รักษาจิตวิญญาณแห่งการเดินทางให้คงอยู่ได้ โดยพิจารณาถึงความรู้สึกของการเดินทาง” เธอกล่าวและเสริมว่า การแลกเปลี่ยนโปสต์การ์ดกับกลุ่มคนท่องเที่ยว หรือชุมชนที่ทำเรื่องการท่องเที่ยว ก็เป็นหนึ่ง “วิธีที่สวยงาม” ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการเดินทางได้อย่างปลอดถัย

“เมื่อเรานึกถึงการถูกกักขังอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างไม่มีกำหนด การออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะก็ให้ความรู้สึกเหมือนการเดินทาง” บล็อกเกอร์ Chris Mitchell แห่ง Travelling Mitch กล่าว “ตอนนี้ ผู้คนเพลิดเพลินใจและรู้สึกอัศจรรย์กับอาหารที่เสิร์ฟในร้านอาหารข้างทาง”

การวางแผนการเดินทางจะกลายเป็นเรื่องสนุกอีกครั้ง

แม้ว่าบางคนจะพยายามทำตัวปกติที่สุด แต่ช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้คือการเตือนพวกเราว่า การเดินทางมีความสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกาย การสำรวจในปี 2013 ของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 483 คน พบว่า การเดินทางช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตั้งสมาธิหรือเพ่งความสนใจ การวางแผนการเดินทางก็มีให้ผลเช่นเดียวกัน การศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์แนลล์ในปี 2014 พบว่า การรอคอยที่จะเดินทางเพิ่มความสุขมากกว่าการคาดหวังว่าจะซื้อสินค้าที่เป็นวัตถุ

Joanna Penn นักเขียนและนักจัดรายการพ็อดแคสต์จากสหราชอาณาจักร ผู้อยู่เบื้องหลัง The Creative Penn and Books and Travel มักออกเดินทางเพื่อค้นคว้าข้อมูลสำหรับการเขียนหนังสือของเธอ “สำหรับฉัน ชีวิตด้านงานเขียนล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ระหว่างเดินทาง” เธอกล่าวในพ็อดแคสต์ล่าสุด “แนวคิดต่างๆ เกิดจากการเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ” ในอนาคต เธอคิดว่าการเดินทางของเธอจะรวมถึงการเดินเล่นที่สวนพฤกษศาสตร์ การนั่งดูหมุดหมายต่างๆ ในแผนที่และวางแผนการเดินทางทำให้เธอรู้สึกว่า เธอกำลังทำงานไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง “ฉันสามารถขยายขอบเขตความสะดวกสบายได้โดยไม่ต้องเครียดมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าฉันยอมรับว่าสิ่งต่างๆ อาจถูกยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงได้” เธอกล่าว


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

เรื่องแนะนำ

ดูดาว ที่ริมน้ำ และล่าช้างบนเนินช้างศึก

แสงดาราระยิบพรายที่กาญจนบุรี ดูดาว แสงแดดกำลังส่องแสงอย่างเต็มกำลังในช่วงฤดูร้อนของเมืองไทย ใบไม้กำลังปลิดปลิวและร่วงโรยตามวงรอบของมันที่เวียนมาอีกรอบในปีนี้ ที่สังขละบุรี ระดับน้ำในแม่น้ำซองกาเรียลดระดับลงมาก เผยให้เห็นโครงสร้างเดิมและซากไม้ยืนต้นตายโผล่พ้นผิวน้ำ วิถีชีวิตในช่วงหลังการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวที่นี่ซบเซาไม่ต่างจากสถานที่อื่นๆ ดูดาว นักเดินทางและคนในท้องถิ่นหลายคนกล่าวว่า “อำเภอสังขละบุรีเป็นเมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม เมืองแห่งสายน้ำ ขุนเขา และผืนป่าอันอุดม” ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นความงดงามอย่างหนึ่งที่ทำให้สังขละบุรีเป็นเมืองที่หลายคนอยากมาเยี่ยมชม ครั้งนี้ เราออกเดินทางมาถึงสังขละตอนบ่ายคล้อย เที่ยวชมวัดวาที่ผสานเอกลักษณ์ของคนท้องถิ่นพร้อมเรื่องราวของคนมอญ และเดินตลาดชมวิถีชีวิตของชาวบ้านในช่วงที่นักท่องเที่ยวยังมีจำนวนน้อย สิ่งที่ชาวบ้านในอำเภอสังขละบุรีพยายามนำเสนอคือ เรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่เราได้เห็นผ่านอาหาร การแต่งกาย และภาษาพูด แต่หมุดหมายสำคัญของการเดินทางของเราครั้งนี้คือ การดูดาวยามค่ำคืนบนวัดจมน้ำ หรือวัดวังก์วิเวการาม (เดิม) ในอดีต วัดวังก์วิเวการาม (เดิม) เป็นศาสนสถานที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพ ชาวกะเหรี่ยง และมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2496 ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสายคือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ใน พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีโครงการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเขื่อนเขาแหลม เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเก็บกักน้ำหลังเขื่อนแล้ว […]

โบสถ์ไม้รัสเซียสร้างโดยไม่ใช้ตะปู

โบสถ์ไม้รัสเซีย สร้างโดยไม่ใช้ตะปู ณ เกาะ Kizhi กลางทะเลสาบ Onega ทางตอนเหนือของรัสเซีย คือสถานที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างที่มีความงามเฉพาะตัว มันคือ โบสถ์ไม้ นิกายออร์โธด็อกซ์ที่สร้างในศตวรรษที่ 18 โดยมีจุดเด่นก็คือสถานที่สักการะบูชาขนาดใหญ่นี้ถูกสร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว โบสถ์แห่งนี้ประกอบด้วยอาคารสองหลังและหอคอยความสูง 37 เมตร ด้านบนประกอบด้วยโดมทั้งหมด 22 โดม ซึ่งภายในมีบันไดวนที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปได้ถึงยอดเพื่อชมวิว แม้กาลเวลาจะผ่านมานานหลายปีแล้ว แต่โบสถ์ไม้ยังคงมีสภาพดีอยู่ ซึ่งทางองค์กรยูเนสโกได้ประกาศให้โบสถ์แห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี 1990   อ่านเพิ่มเติม อดีตเหมืองเกลือที่ปัจจุบันกลายเป็นสวนสนุก

สถานที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการเดินทางของเหล่าคนรักช็อกโกแลต

ดื่มด่ำกับรสชาติแห่งความหวาน สวรรค์ของเหล่าคนรักช็อกโกแลต โรงงาน Maison Cailler เมืองบร็อก, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เยี่ยมชมโรงงานหนึ่งของแบรนด์ Callier ที่เป็นผู้ผลิตช็อกโกแลตอันเก่าแก่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสวิส เมืองบร็อก ซึ่งโรงงาน Cailler ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1898 ด้านในมีการฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลต และคุณยังสามารถชิมช็อกโกแลตที่ผ่านการเก็บไว้อย่างดีในห้องชิมช็อกโกแลตของโรงงาน เคล็ดลับการเดินทาง: การทัวร์โรงงานทั้งหมดใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง ในบริเวณใกล้เคียงมีเส้นทางสำหรับทางเท้าและเส้นทางสำหรับนักเดินทางไกล สำหรับปีนหรือเดินทางเท้าไปตามทะเลสาบ Gruyère ร้าน Magnolia Bakery เมืองนิวยอร์ก, ประเทศสหรัฐอเมริกา ร้านเบเกอรี่เล็กๆ แสนอบอุ่น สไตล์ยุค 50 แห่งนี้ มีชื่อเสียงโด่งดัง เมื่อนักแสดงจากซีรีย์ทางทีวี เรื่อง Sex and the City ได้แวะเวียนมาเติมความหวานด้วย Red velvet chocolate ทางเบเกอรี่ยังจัดจำหน่าย คัปเค้กสายรุ้งสีสดใส รวมถึง Banana pudding, Cookies, Cherry Cheesecake และ Brownie ซึ่งเค้กช็อกโกแลตเยอรมันได้รับคะแนนความนิยมสูงสุด […]

เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ

บันทึกเส้นทางเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2020 ที่ไม่ได้ให้เพียงความท้าทาย แต่รวมไปถึงการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง และวิถีการอนุรักษ์ธรรมชาติในมุมมองใหม่ (เชิญชมวิดีโอ ‘เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ’ จ. แม่ฮ่องสอน ได้ที่นี่) ลองนึกภาพว่าคุณเป็น “คนเมือง” ที่ต้องไปเดินและอาศัยอยู่ป่าเป็นเวลา 4 วัน 4 คืน ในเส้นทางราว 49 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ค่อยๆไต่ระดับสู่ยอดดอยอันสูงชันบนทางเท้าในป่าคับแคบ เส้นทางบางช่วงค่อนข้างอันตรายจากทางลาดบนสันเขา (ทั้งช่วงขึ้นและลง) ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ ก็อาจมีโอกาสเท้าบวมเนื่องจากการเดินโดยใส่รองเท้าเดินป่าหนาเตอะอย่างยาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น (บางคนก็ค่ำ) เมื่อยามหลับใหล ก็มีโอกาสเผชิญกับน้ำค้างเกาะเต็นท์ที่ส่งอุณหภูมิหนาวเย็นเหลือประมาณจับไปทั่วร่างกาย จนไม่อาจข่มตาได้สนิทตลอดทั้งคืน บางคนต้องล้มเลิกการเดินทางกลางคันด้วยสภาพร่างกายที่ไม่อาจฝืนทน และมีคนอีกไม่น้อยที่ยังพอประคับประคองสภาพร่างกาย แต่กลับต้องสู้กับจิตใจของตัวเองด้วยการถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “เรามาทำอะไรที่นี่” นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้รับจากการเดินป่าในเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านงานเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2020 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว แม้จะมีเรื่องราวอันยากลำบากมากมายเกิดขึ้นบนเส้นทาง ในอีกด้านหนึ่ง […]