การอาบป่า คืออะไร ทำไมเรารู้สึกดีเมื่อเราได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ

การอาบป่า : ฟื้นใจ ฟื้นกาย ด้วยสัมผัสจากธรรมชาติ

ผมได้ยินคำว่า การอาบป่า มาสักพัก และเกิดคำถามในใจมาตลอดว่า เราอาบป่าไปเพื่ออะไร เราเดินทางท่องเที่ยวป่าเขาอยู่เนืองๆ แล้วแตกต่างกับอาบป่าอย่างไร จนในที่สุดผมก็ได้คำตอบและได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง

ผมรู้สึกโชคดีที่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมอาบป่าที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับการเชิญชวนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานกาญจนบุรี) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ กาาญจนบุรีเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ และระยะทางไม่ไกลจากรุงเทพฯ ด้วยเหตุนี้จึงกลายมาเป็นสถานที่ให้เราได้มารวมตัวทำกิจกรรม การอาบป่า โดยปรับรูปแบบการอาบป่าแบบญี่ปุ่นให้เหมาะกับบริบทของเมืองไทย

บ้านกลางทุ่งโฮมสเตย์ คือจุดนัดหมายของเรา น้าแอ๊ด-ทิพวัน ถือคำ เจ้าของที่พักและผู้นำกิจกรรม เดินออกมาทักทายด้วยไมตรีเมื่อเราเดินทางไปถึง เธอคือผู้ประกอบการโฮมสเตย์ที่จัดกิจกรรมอาบป่าให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ หลังจากนั้นจึงเกิดการรวมตัวกันของผู้ประกอบการโฮมสเตย์ในละแวกใกล้เคียง และนำเสนอโครงการไปยังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานกาญจนบุรี) ซึ่งมีความยินดีที่จะสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

การอาบป่า, อาบป่า, ชินรินโยคุ, กาญจนบุรี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“ในช่วงเริ่มต้น เราเริ่มจากกิจกรรมปลูกต้นไม้รอบๆ ที่พัก” น้าแอ๊ดเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นและเสริมว่า “แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากสภาพเนื้อดินไม่เอื้อต่อการเจริญของต้นไม้” เธอจึงเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่ ด้วยการเชิญชวนนักเรียนในท้องถิ่นเข้ามาเรียนรู้ต้นไม้และลักษณะป่าที่มีอยู่เดิม เพื่อให้เยาวชนเกิดความเข้าใจและหวงแหนทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง ผ่านโครงการ “ปลูกต้นไม้ในใจเธอ” ซึ่งได้รับเงินทุนสนุนจากบริษัท เซนทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

น้าแอ๊ดเล่าถึงแนวคิดเรื่องการอาบป่าว่า ระหว่างที่ทำกิจกรรมกับเด็กๆ เพื่อนฝูงจากแดนไกลได้ส่งหนังสือเกี่ยวกับหลักการอาบป่ามาให้ หลังจากเธอได้อ่านและลองทำความเข้าใจกับวิธีการ เธอเกิดความรู้สึกประทับใจและอยากลองทำกิจกรรมนี้ เพราะอยากให้ผู้อื่นได้สัมผัสความงามของธรรมชาติที่แท้จริง และได้รับประโยชน์จากการใช้เวลาในธรรมชาติอย่างเป็นมิตร

การอาบป่า, อาบป่า, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวไทย, กาญจนบุรี
น้าแอ๊ด-ทิพวัน ถือคำ เจ้าของที่พักและผู้นำกิจกรรมการอาบป่า

หลังจากนั้น เธอจึงสืบค้นข้อมูลเรื่องการอาบป่าอย่างจริงจังมากขึ้น และพบหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดย ดร.ชิง ลี ผู้นำกิจกรรมอาบป่าชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น หลากหลายคำถามเกิดขึ้นในใจเธอ ณ ขณะนั้น การอาบป่าช่วยให้ร่างกายสดชื่นจริงหรือ การอาบป่าช่วยให้เรานอนหลับง่ายขึ้นอย่างไร เธอจึงทดลองหาคำตอบด้วยตนเองจนพบว่า การอาบป่าส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจหลายอย่าง ทั้งลดความเครียด นอนหลับสบาย และช่วยให้ระบบไหลเวียนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ จากข้อมูลที่เธอสืบค้นยังพบว่า ต้นไม่ในธรรมชาติจะปล่อยสารไฟทอนไซด์ (Phytoncide) ซึ่งเป็นสารที่มีกลิ่นเฉพาะ ช่วยให้มนุษย์รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยลดความกังวล และเสริมระบบภูมิคุ้มกัน “วิธีการอาบป่า คือการเดินเข้าไปในป่าด้วยความสงบ เปิดประสาทสัมผัสทั้งหมดของคุณ และรับรู้ถึงสิ่งเร้าทั้งหมดที่เกิดขึ้นรอบคัวคุณ” น๊าแอ๊ดอธิบายขึ้นตอนการอาบป่าในขณะที่เรากิจกรรมในช่วงเช้า “การอาบป่า เราไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายว่าต้องเดินเท้าไปถึงจุดไหน สารสำคัญคือเราเปิดรับสิ่งเร้าทั้งหมดหรือยัง เราใช้เวลาเพียง 20 นาที ก็เพียงพอที่จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้”

ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของมนุษย์เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกืด การอาบป่าเราก็ใช้เครื่องมือเหล่านี้เช่นกัน สายตามองเห็นรูปร่างลักษณะเส้นสายต่างๆ ที่ธรรมชาติขีดเขียนไว้ ทำให้เกิดทัศนียภาพ ลิ้นของเราสามารถรับรสชาติต่างๆ ได้ ในขณะเดินอาบป่า หากคุณพบผลไม้ป่า ลองหยิบมาชิมสักผล ลิ้มรสธรรมชาติแท้จริงโดยไม่ผ่านการปรุงแต่ง จมูกรับรู้กลิ่น ลองหายใจเข้าลึก-ออกยาว สูดดมกลิ่นต้นไม้ กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้แห้ง ที่อบอวลอยู่ในป่า ก็ทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาได้ เสียงในป่าที่เราได้ยินทุกเสียงผ่านทางหู ช่วยเพิ่มความจดจ่ออยู่กับตัวเองได้ และหากคุณลองสัมผัส โอบกอด และลูบไล้เบาไปบนใบไม้ คุณจะรู้สึกว่าธรรมชาติก็กำลังสัมผัสคุณเช่นกัน

การโอบกอดต้นไม้ เป็นหนึ่งในกระบวนการอาบป่า

หลังจบกิจกรรมในวันนั้น ผมรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันที ความเมื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานในเมืองหายไป ความหดหู่จากช่วงล็อกดาวน์ก็ถูกคลายล็อก “ในประเทศญี่ปุ่น การอาบป่าเป็นวิธีการหนึ่งที่แพทย์นำมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีความเครียดจากการทำงาน” น้าแอ๊ดบอกและเสริมว่า “เพราะเมื่อเราใช้เวลาในป่าอย่างเป็นมิตร เราจะรับรู้ได้ถึงพลังการรักษาจากธรรมชาติ” ดังนั้น ผมจึงคิดว่าการอาบป่าไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเข้าป่าลึกเพียงอย่างเดียว แค่ได้เดินไปในสวนสาธารณะใกล้บ้าน แล้วเปิดทั้งกายและใจสู่อ้อมกอดของธรรมชาติ ให้พลวัตของสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ไหลผ่านเราไป เท่านี้ เราก็ได้รับการฟื้นฟูแล้ว

ขอขอบคุณ

ปิยพัชร์ วงศ์โดยหวัง ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี
ทิพวัน ถือคำ (น้าแอ๊ด) ผู้ให้ข้อมูล ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการเข้าร่วมกิจกรรมอาบป่าได้ที่ บ้านกลางทุ่งออร์แกนิคโฮมสเตย์
ดร. จีระ ประทีป เจ้าของพื้นที่จัดกิจกรรมอาบป่า

เรื่อง ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
ภาพถ่าย  ฤทธิรงค์ จันทองสุก


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ชินรินโยคุ การอาบป่าบำบัดแบบญี่ปุ่น

ชินรินโยคุ

 

เรื่องแนะนำ

รู้จักกับ คาร์ซีต อุปกรณ์บนรถเพื่อลูกน้อยที่พ่อแม่หลายคนหลงลืม

ภาพของเด็กวัยเกิดกำลังใช้ คาร์ซีต ภาพถ่ายจาก https://yourshot.nationalgeographic.com/photos/5386068/ โดย Michael Lee เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ การติดตั้ง คาร์ซีต (Car seat) หรือเบาะนิรภัยสำหรับเด็กจึงจำเป็น เพียงแต่ว่าในสังคมไทยอาจยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้มากนัก ความปลอดภัยของลูกน้อยเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับผู้ที่เป็นพ่อแม่เสมอ ในยามที่พ่อแม่ต้องพาลูกออกเดินทางไปโดยรถยนต์ส่วนตัว อุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งคือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือที่เรียกกันอย่างลำลองว่า คาร์ซีต (Car Seat หรือ Child Safety Seat) ซึ่งในระดับสังคมโลกถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกครอบครัวที่มีรถยนต์ แต่สำหรับในประเทศไทย การใช้คาร์ซีตอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในบรรดาพ่อแม่ลูกอ่อนชาวไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม คาร์ซีตกลายเป็นเด็นทางสังคมมากขึ้นเมื่อมีกรณีเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งมีเด็กน้อยนั่งอยู่บนรถ แต่กลับรอดชีวิตได้เพราะคาร์ซีตมาอยู่หลายครั้ง ถ้าเป็นในสังคมต่างประเทศ เหตุการณ์แบบนี้อาจเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับในประเทศไทยกลับดูเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะคาร์ซีตไม่ได้รับความสำคัญมากนัก และเหตุการณ์เช่นนี้ก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่า คาร์ซีตนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและทรงคุณค่ายิ่งสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกน้อย คาร์ซีตคืออะไร คาร์ซีต หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์เสริมเบาะที่นั่งรถยนต์ซึ่งออกแบบพิเศษเพื่อป้องกันเด็กจากการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในคราวที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ เช่น เหตุการณ์รถชน โดยปกติแล้ว คาร์ซีตถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่เจ้าของรถจะต้องเป็นผู้ติดตั้งด้วยตัวเอง มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าแต่เดิมเบาะนั่งบนรถยนต์สำหรับเด็กเริ่มมีการคิดค้นเมื่อราวทศวรรษที่ 1930 แต่ในช่วงเวลานั้นไม่ได้ถูกประดิษฐ์มาเพื่อจุดประสงค์ของความปลอดภัย แต่กลับประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเป็นเบาะที่ยกสูงเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถมองดูเด็กระหว่างควบคุมยานพาหนะได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเป็นเพื่อความปลอดภัยของเด็กดังเช่นในปัจจุบัน ความสำคัญของคาร์ซีต สำหรับผู้ใหญ่ การคาดเข็มขัดนิรภัย […]

เที่ยวชมประวัติศาสตร์ในวังคลองเตย หรือ “บ้านปลายเนิน” ของนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม

เรื่องราวหนึ่งวันในหนึ่งปีของการเยี่ยมชม บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเตย สถานที่ประทับของเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ที่เต็มไปด้วยศิลปวัตถุและสถาปัตยกรรมเรือนไทยร่วมสมัยใจกลางกรุง สถานที่ทุกแห่งล้วนมีความทรงจำ จากการตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลา ร่วมด้วยผู้คนที่มาข้องเกี่ยวสร้างสรรค์ เกิดเป็นความผูกพันและบันดาลสถานที่นั้นดูมีชีวิตขึ้นมา จนมีคุณค่า น่าเข้าไปเยี่ยมเยือนเพื่อซึมซับความทรงจำอันสวยงามนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของประเทศ หรือของโลก โดย บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเคย เป็นหนึ่งในสถานที่มีคุณค่าเช่นนั้น บ้านปลายเนินตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ บนถนนพระรามสี่ เป็นตำหนักส่วนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ซึ่งที่คนทั่วไปรู้จักกันในพระสมัญญานามว่า “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” และ “สมเด็จครู” โดยพระองค์ได้เริ่มมาประทับที่ตำหนักไทย บ้านปลายเนินเมื่อ พ.ศ. 2457 และบ้านปลายเนินก็ยังคงตั้งอยู่ที่นี่มาจนถึงปัจจุบัน โดยเหตุที่พระองค์ได้รับพระสมัญญาเช่นนั้น เนื่องจากพระองค์มีความสามารถในศิลปวิทยาหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการนิพนธ์บทโขน ละคร หรือผลงานด้านการนิพนธ์เพลง เช่น เพลงเขมรไทรโยค และคำร้องของเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ยังใช้มาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน นอกจากนี้ พระองค์ยังมีความสามารถในทางศิลปะ เช่น ภาพเขียนสีบนเพดานพระที่นั่งบรมพิมาน และผลงานทางสถาปัตยกรรม เช่น การออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ พระอุโบสถวัดราชาธิวาสฯ เป็นต้น ด้วยผลงานที่มากมายเช่นนี้ องค์การยูเนสโก ได้เชิดชูพระเกียรติยศของสมเด็จครูให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกเมื่อ […]

แคนยอนเร้นลึกแห่งออสเตรเลีย

มีเพียงเชือก ไม่ง้อจีพีเอส ชาวออสเตรเลียใจกล้าเหล่านี้ทิ้งตัวลงสู่แคนยอนเร้นลึกแห่งทิวเขาบลูเมาน์เทนส์ เพื่อยลโฉมความงดงามของธรรมชาติที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส

มาลาปัสกัว หมู่เกาะแห่งความฝันในทะเลฟิลิปปินส์

ความงามที่ล่ำลือใต้ท้องทะเลรอบเกาะ มาลาปัสกัว ดึงดูดให้เราอยากไปชมความงามด้วยตาตัวเองสักครั้ง การเดินทางสู่… มาลาปัสกัว เรื่อง : ชุตินันท์ โมรา ภาพ : ชุตินันท์ โมรา และพลพิชญ์ คมสัน พวกเรานั่งเครื่องบินมาลงที่เกาะเซบู เกาะรูปร่างยาวๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรดาหมู่เกาะแห่งประเทศฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประกอบขึ้นด้วยเกาะจำนวนหลายพันเกาะ ร่องน้ำที่พาดระหว่างเกาะหลายแห่งมีความลึกระดับหลายร้อยเมตร เกาะ มาลาปัสกัว อยู่ถัดออกมาจากส่วนเหนือสุดของเกาะเซบู การเดินทางไปให้ถึงต้องนั่งรถผ่านถนนชนบท เลาะไปตามหมู่บ้านต่างๆ ตลอด 5 ชั่วโมง แล้วเดินทางต่อด้วยเรืออีกประมาณ 20 นาที เพื่อข้ามไปให้ถึงเกาะเล็กๆ ที่เป็นจุดหมายโลกใต้ทะเลที่นี่ดึงดูดพวกเราด้วยชื่อเสียงของฉลามหางยาวฉลามลึกลับ ที่อาศัยอยู่ในน้ำลึกเกินกว่า 100 เมตร และมีความยาวของหางเกือบเท่าความยาวของตัว โรงอาบน้ำของฉลาม ความลับของหางที่เหมือนแส้นั้น เพิ่งถูกเปิดเผยเมื่อไม่กี่ปีก่อน มีคนถ่ายคลิปฉลามใช้หางต้อนปลาเหมือนคาวบอยไล่ต้อนฝูงแกะ เมื่อได้จังหวะก็ฟาดให้เหยื่อสลบก่อนจะว่ายวนกลับมากิน เราเปิดคลิปนี้ดูหลายรอบด้วยความทึ่ง หางแส้เรียวยาวของฉลามเคลื่อนไหวพริ้วอยู่ในน้ำ แค่การสะบัดตัวนิดเดียวหางแส้ก็สะบัดตามเหมือนกับคาวบอยในหนังที่เคยได้ดู การดูผ่านจอไม่เหมือนกับการพบหน้าจริง คล้ายกับการคุยเฟซไทม์กับคนรู้จัก ซึ่งให้ความรู้สึกต่างกับการนั่งคุยในห้องเดียวกัน การสั่นสะเทือนของน้ำที่เราสร้างไหลไปถึงฉลาม และการสะบัดหางของฉลามก็ส่งกลับมาถึงเรา เรามาที่นี่เพราะอยากพบกับฉลามหางยาวด้วยตัวของเราเอง ภูเขาใต้ทะเลยอดตัดซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเกาะ เป็นจุดแอบดูฉลามหางยาวที่ดีที่สุด ยอดตัดด้านบนแบนราบมีความลึกประมาณ 20 […]