หวนคืนสู่ กดานสค์ - มองมรดกยุคคอมมิวนิสต์แห่งโปแลนด์

หวนคืนสู่ กดานสค์ – มองมรดกยุคคอมมิวนิสต์แห่งโปแลนด์

โปแลนด์สมัยใหม่ได้แรงบันดาลใจจาก กดานสค์ เมืองที่ให้กำเนิดสหภาพแรงงานเสรีโซลิดาริตีเมื่อ 40 ปีก่อน

นานเหลือเกินที่ฉันมอง กดานสค์ ในฐานะเมืองที่ฉันเคยถูกตำรวจโปแลนด์จับเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปี 1982

ในปีนั้น รัฐบาลโปแลนด์เริ่มผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ หลังประกาศใช้กฎอัยการศึก ด้วยการปล่อยตัว เลค เวนซา ผู้นำสหภาพแรงงานเสรีโซลิดาริตี (Solidarity) ซึ่งถูกคุมขังอยู่นาน 11 เดือน โฆษกรัฐบาลเรียกวาเวนซา อย่างเย้ยหยันว่า “อดีตผู้นำของอดีตสหภาพแรงงาน” วาเวนซามีกำหนดขึ้นปราศรัยในวันนั้น และพวกเราราว 40 คน ซึ่งได้แก่ผู้สื่อข่าวต่างชาติ ช่างภาพ และผู้ช่วยชาวโปแลนด์ ออกันอยู่ตรงทางเข้าตึกอพาร์ตเมนต์ เพื่อรอเข้าสัมภาษณ์เขา

แต่ตำรวจกั้นไม่ให้เราเข้าไป เพราะตอนนั้นสหภาพแรงงานเสรีโซลิดาริตีเป็นองค์กรผิดกฎหมาย การปราศรัยของวาเวนซา และการที่เราพยายามเข้าพบเขาจึงเป็นเรื่องผิดกฎหมายไปด้วย การเผชิญหน้าในตอนแรกชวนตื่นตระหนก เพราะที่ผ่านมามีชาวโปแลนด์จำนวนไม่น้อยถูกจับกุมคุมขังในช่วงปราบปรามหลังการประกาศกฎอัยการศึก แต่ในสถานการณ์ตึงเครียดก็มีเรื่องชวนผ่อนคลายเกิดขึ้น เพราะตอนนั้นฉันตั้งครรภ์ได้สี่เดือน และเพื่อนชาวโปแลนด์ ในกลุ่มของเราพากันโกรธขึ้งที่ตำรวจทำให้ฉันเครียด

กดานสค์, โปแลนด์, อู่ต่อเรือ
ในยุคคอมมิวนิสต์ อู่ต่อเรือกดานสค์จ้างคนงานมากถึง 20,000 คน และเป็นสถานที่ให้กำเนิดโซลิดาริตี สหภาพแรงงานเสรีแห่งแรกของโปแลนด์ ปัจจุบัน อู่ต่อเรือขนาดเล็กกว่าหลายแห่งต่อเรือยอชต์หรูหราและเสากังหันลม

จากนั้นไม่นาน คนเกือบครึ่งตึกอพาร์ตเมนต์ก็รู้ว่าฉันตั้งครรภ์ และพากันตะโกนด่าทอตำรวจ กระนั้น พวกเราก็ถูกก็ถูกต้อนขึ้นไปนั่งเบียดเสียดในรถตู้ไร้หน้าต่างและถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจ พวกเราแค่ได้รับการตักเตือนให้อยู่ห่างจากวาเวนซาแล้วปล่อยตัวไป

ตอนนี้ฉันหวนกลับมาที่กดานสค์อีกครั้ง 40 ปีหลังการหยุดงานประท้วงของคนงานอู่ต่อเรือในเดือนสิงหาคม ที่ให้กำเนิดสหภาพแรงงานโซลิดาริตี และนำพาโปแลนด์สู่เส้นทางประชาธิปไตย การหยุดงานประท้วงเหล่านั้นดึงดูดนักข่าวอย่างฉันให้เดินทางมายังโปแลนด์เพื่อทำข่าวการปฏิวัติอย่างสันติ ฉันปักหลักทำงานอยู่ในวอร์ซอสามปีรายงานเกี่ยวกับการเติบโตของสหภาพแรงงานอันเข้มแข็งซึ่งท้ายที่สุดมีสมาชิกถึงสิบล้านคน

ระหว่างทำงานรับทุนเมื่อปี 1989 ฉันบันทึกการประนีประนอมระหว่างพรรคฝ่ายค้านนำโดยสหภาพแรงงานกับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ซึ่งนำไปสู่การเลือกตั้งกึ่งเสรีหลายครั้ง และโซลิดาริตีก็คว้าชัยชนะด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย นับจากนั้น โปแลนด์ก็เริ่มใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ซึ่งปกป้องความเป็นอิสระของของฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระอื่นๆ แต่รัฐบาลปัจจุบันของโปแลนด์ถูกมองว่า กำลังพยายามบ่อนทำลายรากฐานแห่งประชาธิปไตยเหล่านั้น

กดานสค์, โปแลนด์, การเดินขบวน
การเดินขบวนของสตรีที่เรียกว่า มานีฟา เลี้ยวเลาะผ่านย่านเมืองเก่าเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา โดยหยิบยกประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสิทธิสตรีและสิ่งแวดล้อมภายใต้สโลแกนว่า “ผู้หญิงและโลกมีเรื่องต้องแบกรับมากเกินไปแล้ว” กดานสค์ซึ่งมีประวัติศาสตร์ด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นแหล่งฟูมฟักการเคลื่อนไหวทางสังคมมาช้านาน

ที่เมืองท่าแถบทะเลบอลติกแห่งนี้ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ของการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า ผู้คน และแนวคิด ย้อนกลับไปถึงสมัยยุคกลาง บางทีสิ่งที่หลงเหลืออยู่อาจไม่ใช่การปฏิวัติ แต่เป็นจิตวิญญาณขบถ เมืองนี้ท้าทายอำนาจของพรรคกฎหมายและความยุติธรรม (Law and Justice Party) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และขึ้นชื่อเรื่องความมีขันติธรรม

เมื่อโปแลนด์ปฏิเสธรับผู้อพยพในฐานะส่วนหนึ่งของแผนการตั้งรกรากใหม่ในสหภาพยุโรป กดานสค์ก็ประกาศ พร้อมรับผู้อพยพไว้เอง และเมื่อยาโรสวาฟ คัตชินสกี ผู้นำพรรครัฐบาล เรียกแนวคิดเกี่ยวกับแอลจีบีทีคิว (LGBTQ) ว่าเป็นภัยคุกคามต่ออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวโปแลนด์ ทางการเมืองกดานสค์ก็ให้คำมั่นว่าจะปกป้องชนกลุ่มน้อย ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่าง

ถ้ากดานสค์เป็นเมืองแห่งการต่อต้าน ศูนย์โซลิดาริตีแห่งยุโรป (European Solidarity Centre) ก็คือหัวใจของเมืองนี้ ที่แห่งนี้คืออนุสรณ์สถานมีชีวิตของสหภาพแรงงาน และมรดกตกทอดของการหยุดงานประท้วงหลายครั้งในอดีต ซึ่งเปิดฉากขึ้นใกล้ประตูหมายเลข 2 (Gate No. 2) ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอู่ต่อเรือเมืองกดานสค์ หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งตอนนั้นว่า อู่ต่อเรือเลนิน

วาเวนซามีสำนักงานอยู่บนชั้นสอง ตอนที่เราพบกัน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเทามีคำว่า KONSTYTUCJA ซึ่งแปลว่า รัฐธรรมนูญในภาษาโปแลนด์ ข้อความที่เขาต้องการสื่อคือ พรรครัฐบาลเหยียบย่ำทำลายสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่สื่อซึ่งอยู่ภายใต้การครอบงำของรัฐบาลเลือกใช้คำเรียกวาเวนซาแบบไม่ไว้หน้าเช่นกัน โดยพูดถึงเขาว่าเป็น คนขายชาติและสิ่งตกค้างจากอดีต

กดานสค์, โปแลนด์
อะเล็กซานดรา ดุลเคียวิตซ์ นายกเทศมนตรีเมืองกดานสค์ ยืนอยู่หน้าข้อเรียกร้อง 21 ข้อที่นักกิจกรรมเขียน บนแผ่นไม้อัดระหว่างการหยุดงานประท้วงเมื่อปี 1980 ที่อู่เรือต่อกดานสค์

หลังทักทายอย่างเป็นกันเอง วาเวนซาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกกว่าเดิม และพูดห้วนๆว่า เปียร์ฟเช ปีตาเนีย หรือ “คำถามแรก” ในภาษาโปแลนด์ ราวกับกำลังกดนาฬิกาจับเวลาเพื่อเริ่มการวิ่งแข่ง เขาต้องรีบไปที่ไหนต่อหรือเปล่านะ หรือนี่อาจเป็นวิธีทำให้คนยำเกรง แต่เขาตอบคำถามฉันอย่างอดทน เมื่อถามถึงความรู้สึกตอนที่เขาก้าวเข้าไปในอู่เรือ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ปี 1980 เพื่อนำการหยุดงานประท้วง เขารำลึกถึงเหตุการณ์นั้นว่าเป็น “บันไดขั้นหนึ่ง หรือช่วงเวลาหนึ่ง” ก่อนจะเสริมว่า “ผมคาดหวังว่ามันคงไม่ใช่บันไดขั้นสุดท้ายในการต่อสู้ของผม” ในการเจรจาต่อรองหลายครั้ง กับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ เขาบอกฉันว่า “ผมรู้ดีว่าคงไม่ชนะขาด เลยต้องทำทีว่าจะไม่ยอมแพ้แบบหมดรูปเช่นกัน”

เราย้อนกลับไปคุยเรื่องความหมายของเสื้อเชิ้ตที่เขาสวมอยู่ วาเวนซาชี้ว่าโปแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศซึ่ง คุณค่าประชาธิปไตยกำลังถดถอยอันเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก เขาหยิบยกกฎหมายบางฉบับที่พรรครัฐบาล พยายามผลักดันผ่านรัฐสภาเพื่อบั่นทอนความเป็นอิสระของสถาบันตุลาการ “ระบบศาลสถิตยุติธรรมและการตัดสิน ในหลายกรณีเป็นอุปสรรคสำหรับผมเช่นกัน” เขายอมรับโดยเท้าความหลังถึงความท้าทายสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ระหว่างปี 1990 ถึง 1995

แต่เขาบอกว่า เขาไม่ได้พยายามที่จะ “คิดบัญชี” ฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ “พอคุณกำจัดอุปสรรคได้ข้อหนึ่ง คุณก็ต้องกำจัดข้อต่อไปอยู่ดี นั่นคือวิธีที่ระบอบเผด็จการ ถือกำเนิดขึ้นครับ”

เรื่อง วิกตอเรีย โป๊ป

ภาพถ่าย ยุสตีนา เมียลนีเคียวิตซ์

สามารถติดตามเรื่องราวฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนตุลาคม 2563

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม บังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายจากหลายมุมมองใน คิวบา

คิวบา เกาะที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งทะเลแคริบเบียน  เพียง 150 กิโลเมตรจากปลายสุดของแหลมฟลอริดา ดินแดนของประเทศ คิวบา ที่มีพื้นที่ 109883 ตารางกิโลเมตร เป็นบ้านของผู้คนและสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งนก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และจระเข้ ดินแดนนี้เป็นพื้นที่เกาะ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทะเลแคริบเบียน ภายในเต็มไปด้วยสีสันของทั้งตึกรามบ้านช่อง และสีสันของวิถีชีวิตที่สดใส ตั้งแต่โคลัมบัสค้นพบเกาะแห่งนี้ในปี 1492 คิวบาผ่านประวัติศาสตร์ต่างๆ มามากมาย มีเรื่องเล่าให้บรรพบุรุษได้ส่งต่อมายังลูกหลาน ธรรมเนียมดั้งเดิมบางอย่างยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ภาพถ่ายเพียงใบเดียวไม่อาจบอกเล่าความหลากหลายในคิวบาได้ทั้งหมด ทั้งกิจกรรมและสถาปัตยกรรม รถยนต์สัญชาติอเมริกันคันเก่าที่ปรับสีสันให้ฉูดฉาดแล่นไปตามถนน จากเอลมาเลกอนถึงฮาวานา คลื่นซัดฝั่งแตกฟองโปรยละอองน้ำทะเลสู่ผิวถนน ในเมืองวีญาเลส ชาวไร่ยังคงควบม้าเพื่อดูแลผลผลิตในไร่ยาสูบ เด็กนักเรียนแต่งชุดประจำโรงเรียนเดินอยู่บนถนนที่นำพวกเขากลับบ้าน ผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกันข้างทางเพื่อเล่นเกมโดมิโนที่พวกเขาโปรดปราน ภาพเหล่านี้ คุณสามารถพบเห็นได้ทั้งหมดบนเกาะสวรรค์แห่งแคริบเบียน ในขณะที่บางคนรู้จักคิวบาในแง่ของประเทศแห่งเสียงเพลง ซิการ์คุณภาพดี และการเต้นรำอย่างแมมโบและรุมบา คิวบายังเป็นสถานที่ที่มีอะไรมากมายจนคุณคาดไม่ถึง ตั้งแต่การปีนเขาบนพื้นที่เพาะปลูกยาสูบ จนถึงการดำดิ่งชมโลกใต้ทะเล             อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศ คิวบา เพชรยอดมงกุฎแห่งทะเลแคริบเบียน คลื่นนักท่องเที่ยวมาแล้ว    

ปิดตำนาน ตลาดซึกิจิ 

ปิดตำนานตลาดปลาชื่อดังแห่งมหาครโตเกียว ตลาดซึกิจิ เวลาร่วมร้อยปีที่ตลาดค้าส่งปลา ” ตลาดซึกิจิ ” เปิดให้บริการแก่ผู้บริโภค และต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลก มื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตลาดเก่าแก่แห่งนี้ได้ประกาศหยุดให้บริการ และได้ย้ายที่ทำการไปแห่งใหม่ ตลาดซึกิจิเปิดทำการครั้งแรกในปี 1935 และเคยเป็นตลาดปลาและอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนตลาดปลาแห่งใหม่ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ชื่อว่า ตลาดปลาโทโยสึ และเริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา ในช่วงที่เปิดให้บริการ ตลาดซึกิจิมีรายได้หมุนเวียนราวๆ วันละประมาณ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังเกิดธุรกิจเกี่ยวกับการประมง และสัตว์น้ำ เกิดขึ้นมากมายรอบๆ พื้นที่ เมื่อเวลาล่วงผ่านไป ตลาดซึกิจิได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักเดินทาง ที่มาท่องเที่ยวกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (ชาวญี่ปุ่นใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา) เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาลมีแผนจะย้ายตลาดซึกิจิ แต่ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน จนกระทั่งต้นปี 2010 เหตุผลหลักๆ ในการย้ายตลาดไปแห่งใหม่เนื่องมาจากโครงสร้างของตัวอาคารเริ่มทรุดโทรม ซึ่งตัวอาคารก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1935 และตั้งตระหง่านอยู่อย่างนั้น ผ่านวันเวลา และเหตุการณ์สำคัญๆ ของกรุงโตเกียว ตลาดโทโยสุเป็นตลาดปลาแห่งใหม่ที่จะเปิดทำการแทนตลาดซึกิจิ […]

สัมผัสชีวิตชาวเกาหลีเหนือ ผ่านการเดินทางของช่างภาพ

สัมผัส ชีวิตชาวเกาหลีเหนือ ผ่านการเดินทางของช่างภาพ Matjaž Tančič ช่างภาพชาวสโลวีเนียออกเดินทางไปยังดินแดนลึกลับในสายตาประชาคมโลก มันคือประเทศเกาหลีเหนือ เพื่อบันทึกภาพถ่ายวิถี ชีวิตชาวเกาหลีเหนือ และนำเสนอออกมาในรูปแบบนิทรรศการภาพสามมิติ วิดีโอนี้เป็นการบันทึกเบื้องหลังการทำงานของช่างภาพในการเดินทางไปถ่ายภาพของชาวเกาหลีเหนือตามที่ต่างๆ ซึ่งตลอดการเดินทางจะมีไกด์ชาวเกาหลีเหนือร่วมเดินทางไปกับพวกเขาตลอด ขอชวนคุณผู้อ่านออกเดินทางไปกับ Tančič สัมผัสชีวิตของชาวเกาหลีเหนือตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน, ฟาร์ม และโรงงาน ในดินแดนที่ได้ชื่อว่าลึกลับที่สุดในโลก   อ่านเรื่องราวของเกาหลีเหนือเพิ่มเติมที่นี่ เหลียวมองเกาหลีเหนือ

สถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับเยี่ยมชม ซากุระ ในสหรัฐอเมริกา

นี่คือเวลาและสถานที่สำหรับชมดอก ซากุระ สีชมพูและขาวอันแสนละเอียดอ่อนในสหรัฐฯ ตั้งแต่เริ่มมีการปลูกซากุระในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ ทำให้เห็นว่าต้นซากุระปรับตัวตามฤดูกาลในสหรัฐอเมริกา เช่น Yoshino Kwanzan และ Akebono ถือเป็นปรากฏการณ์อันน่าทึ่งของซากุระสีชมพูและสีขาว ซึ่งจะมีให้เห็นเพียงสองสัปดาห์ในแต่ละปี เมื่อซากุระที่ร่วงโรยลงคลุมพื้นล่างจนดูคล้ายหิมะปกคลุมตามพิ้นที่อุทยานฯ สวนสาธารณะ และเมืองต่างๆ เมื่อช่วงเทศกาลชมซากุระผ่านไป ความหนาวเย็นในฤดูหนาวจะค่อยๆ จางลง เพื่อต้อนรับเข้าสู่ฤดูร้อนอันแสนยาวนาน เทศกาลซากุระนานาชาติในสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 1935 เพื่อแสดงถึงการให้เกียรติแก่ญี่ปุ่นที่ส่งต้นซากุระมาเป็นของขวัญเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีถึง 3,000 ต้น ในปี 1912 นอกจากนี้ การเฉลิมฉลองในประเพณีชมซากุระของสหรัฐอเมริกายังเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงสันติภาพและมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงต้นกำเนิดของการชมดอกซากุระ หรือที่เรียกว่าฮานามิ คือการเฉลิมฉลองภายใต้ต้นซากุระ เพื่อชมดอกซากุระบานสะพรั่ง โดยญี่ปุ่นได้จัดเทศกาลนี้ขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่แปด ซึ่งซากุระจะบานในระยะเวลาอันแสนสั้น การชมดอกซากุระยังสื่อให้เห็นถึงการอุปมาอุปไมยทางจิตวิญญาณเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า การทำนายช่วงเวลาการผลิบานของดอกซากุระ ภายในหนึ่งสัปดาห์ ซากุระ จะบานสะพรั่งอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน ช่วงระยะเวลาสองวันสุดท้ายของสัปดาห์ซากุระจะค่อยๆ โรยรา การทำความเข้าใจกับการคาดการณ์ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะคุณสามารถเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเข้าร่วมงานเทศกาลชมความงามของธรรมชาติในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ เมืองหลวงอย่างวอชิงตัน ดี.ซี. ซากุระจะผลิบานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมและสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ในนิวอิงแลนด์ ต้นซากุระจะบานสะพรั่งอีกครั้งใน 20 วันต่อมา ในส่วนของรัฐทางตอนใต้ เช่น จอร์เจีย […]