บทเรียนทรงคุณค่าของหญิงสาวผู้เดินทางไปยัง ทุกประเทศ บนโลก

บทเรียนทรงคุณค่าของหญิงสาวผู้เดินทางไปยังทุกประเทศบนโลก

เจสสิก้า นาบงโก หญิงสาวผู้เดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ทั้งหมด 195 ประเทศทั่วโลก โดยเธอเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้บันทึกความสำเร็จของการเดินทาง ทุกประเทศ นี้เอาไว้

ทั้งหมดเริ่มต้นที่บาหลี ในช่วงวันหยุด 2 สัปดาห์ของปี 2017 เจสสิก้า นาบงโก ที่กำลังรู้สึกไร้จุดหมายหลังการเปลี่ยนอาชีพจากคนทำงานนั่งโต๊ะสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจของตนเอง ตอนนั้นเธอได้อ่านบทความเกี่ยวกับนักเดินทางชื่อ แคสซี่ เดอ เปคอล ผู้สร้างสถิติโลกระดับกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด จากการไปเยือนทุกประเทศทั่วโลกภายในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุด

นาบงโกตระหนักถึงการมีอยู่ของผู้คนที่ปรารถนาจะย่างก้าวเข้าไปในทุก ๆ ประเทศเช่นเดียวกับเธอ และนั่นบันดาลใจให้เธออยากเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ทำสำเร็จ

นาบงโกเคยไปมาแล้ว 59 ประเทศ เธอเริ่มเดินทางตั้งแต่อายุ 4 ขวบ โดยการติดสอยห้อยตามพ่อแม่ชาวยูกันดาของเธอในการเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัวจากบ้านของพวกเขาในดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน โดยที่พ่อแม่ของเธอไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขากำลังปลูกฝังการเสพติดการเดินทางให้แก่ลูกสาวของพวกเขาอยู่

วันที่ 6 ตุลาคม ปี 2019 วันเกิดของพ่อผู้ล่วงลับนาบงโก ลุล่วงภารกิจในการเยือน 195 ประเทศทั่วโลก ทันทีที่เธอก้าวเท้าลงสู่ประเทศเซเชลส์ (193 ประเทศเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ รวมกับอีกสองรัฐที่ไม่ได้เป็นสมาชิก คือ นครรัฐวาติกันและปาเลสไตน์) ระหว่างการเดินทาง เธอกลายเป็นนักเขียน ช่างภาพ และผู้สนับสนุนต่อการท่องเที่ยวอย่างครอบคลุมและมีจริยธรรม นอกจากนี้เธอยังเผยแพร่การเดินทางของเธอลงในบล็อกชื่อ Catch Me If You Can บนอินสตราแกรม

ทุกประเทศ, หญิงสาว
จงเดินทางด้วยความอ่อนโยน จงเดินทางด้วยพลังงานเชิงบวกและไร้ซึ่งความกลัว” กล่าวโดยเจสสิก้า นาบงโก ในภูฏานระหว่างภารกิจที่ประสบความสำเร็จของเธอในการเดินทางไปยังทุกประเทศทั่วโลก อนุเคราะห์ภาพถ่ายโดย JESSICA NABONGO

ตอนนี้ นาบงโกกำลังร่วมทำหนังสือกับ National Geographic เกี่ยวกับประสบการณ์ การเดินทางไปทั่วโลก เน้นจุดสำคัญไปยัง 100 ประเทศที่เธอชอบที่สุด โดยหนังสือจะถูกตีพิมพ์ขึ้นในปี 2022

National Geographic ชวนคุณอ่านบทสนทนากับนาบงโก ถึงการเผชิญหน้าที่น่าประหลาดใจ ไปจนถึงวิธีขจัดความกลัว และเคล็ดลับที่ทำให้การเดินทางนั้นเต็มไปด้วยคุณค่าและความน่าอัศจรรย์ใจ

อะไรเป็นแรงบันดาลใจในการออกเดินทางของคุณ

ความอยากรู้อยากเห็น คือสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันเสมอมา ฉันมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นความแตกต่างในความคล้ายคลึงกันของผู้คนแต่ละที่ทั่วโลก พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร แม้แต่ที่บ้านเกิดอย่างสหรัฐอเมริกา ฉันให้ความเชื่อใจแก่คนแปลกหน้าอย่างมาก และฉันเชื่อว่าคุณก็สามารถเดินทางคนเดียวได้ในทุก ๆ ที่

ใครคือคนที่น่าสนใจที่สุดที่ คุณเคยได้พบเจอ

ซากิ ไกด์ของฉันที่ประเทศแอลจีเรีย ขณะนั้นเป็นช่วง ใกล้สิ้นสุดการเดินทาง มีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเกิดขึ้นที่นั่น ส่งผลให้การเดินทางถูกระงับ พวกเราจึงนั่งพูดคุยกันอยู่ในคาเฟ่ และฉันไม่มีวันลืมสิ่งที่เขาพูด “ผมมีชีวิตอยู่แค่เพียงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนที่มีชีวิตอยู่ ในประเทศนี้ คุณไม่สามารถมีความทะเยอทะยานหรือความฝันใด ๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเป็นลูกคนโต” ความจริงที่น่าเศร้านี้ ทำให้ฉันพูดไม่ออก เพียงเพราะสถานที่ที่เขาเกิดมา ทำให้โอกาสของเขาถูกจำกัดในจุดที่เขาไม่สามารถแม้แต่จะคิดถึงเรื่องความสำเร็จ

ทุกประเทศ
นาบงโก (ตรงกลาง) ขี่มอเตอร์ไซค์กับพ่อของเธอและหนึ่งในพี่สาวของเธอระหว่างการเดินทางไปยังยูกันดากับครอบครัวในปี 1991 ประเทศบ้านเกิดของพ่อและแม่ของเธอ

เกี่ยวกับการเดินทาง คุณมีบุคคลตัวอย่างในดวงใจหรือไม่

บาร์บาร่า ฮิลลารี เธอคือผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้ไปเยือนขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ และเธอทำมันได้ตอนอายุ 75 ปีและ 79 ปีด้วย

อีกคนคือ คอรี่ ลี เขาไปเยือน 37 ประเทศ โดยนั่งอยู่บนรถเข็นคนพิการ ฉันอาจไม่สามารถรู้สึกเกี่ยวโยงอะไรกับเขาได้ เพราะฉันไม่ได้เผชิญกับความท้าทายเหล่านั้น แต่ฉันชอบที่เขาไม่ปล่อยให้การนั่งรถเข็นมาหยุดยั้งเขาจากการสำรวจโลก

นอกจากนี้ฉันยังติดตาม Traveling Black Widow บนอินสตราแกรม เธอแต่งงานมา 31 ปี และหลังจากที่คู่สมรสของเธอเสียชีวิต เธอก็เริ่มออกเดินทางสำรวจโลก ฉันรักเธอ

เมื่อพูดถึงความหลากหลาย คนส่วนใหญ่มักคิดถึงความหลากหลายทางเชื้อชาติ แต่มันยังเกี่ยวกับเรื่องของความสามารถ อายุ และกรุ๊ปเลือดด้วยเช่นกัน ความแตกต่างทางความหลากหลายนั้นมีมากมาย และทุกคนควรจะได้เห็นมัน ฉันชอบดูว่าผู้คนเหล่านั้นใช้ชีวิตอย่างไรในความไร้ขอบเขต

ก่อนเริ่มต้นอาชีพในฐานะนักเดินทาง คุณได้เรียนเรื่องของการพัฒนาระหว่างประเทศร่วมกับองค์การสหประชาชาติ สิ่งนี้ช่วยเตรียมความพร้อมให้คุณอย่างไรบ้าง

การได้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน ทำให้ฉันเปิดใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสอนฉันเกี่ยวกับโลกใบนี้ และกับองค์การสหประชาชาติ แน่นอนว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่ง การศึกษานี้ทำให้ฉันเข้าใจถึงพลวัตของแนวคิดแบบหลังอาณานิคม และการใช้อำนาจของประเทศต่าง ๆ

ตัวอย่างง่าย ๆ ว่าเรานำสิ่งนี้ไปใช้กับการเดินทางได้อย่างไร วิธีที่ง่ายที่สุดในการเดินทางไปยังอดีตอาณานิคมของฝรั่งเศส โดยเฉพาะในแอฟริกาจะเป็นการบินผ่านปารีส สายการบินของฝรั่งเศสจะมีเอกสิทธิ์ในการผูกขาด เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างเหล่าอาณานิคมในอดีตและเส้นทางการบินนั่นเอง

ทุกประเทศ, ยูกันดา
ในปี 2017 ในภารกิจเดินทางรอบโลกของเธอ นาบงโกได้กลับไปยังยูกันดา และเยี่ยมชมตลาดงานฝีมือข้างนอกโรงละครแห่งชาติของกัมปาลา

สถานที่สุดโต่งที่สุดที่คุณเคยไปเยือนคือที่ไหน

เรามาพูดถึงเซาท์ซูดานกันดีกว่า สถานทูตสหรัฐฯ กีดกันอย่างมากที่จะไม่ให้พลเมืองของสหรัฐฯ เดินทางไปยังที่นั่น โดยฉันได้รับคำแนะนำจากนักการทูตว่า มันอันตรายเกินไป แน่นอนว่าเรื่องเลวร้ายได้เกิดขึ้น แต่ฉันพูดเสมอว่าไม่มีประเทศไหนบนโลกใบนี้ที่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์ คุณค้นหาสิ่งที่คุณกำลังมองหา สิ่งที่ฉันกำลังมองหาคือ ความเป็นมนุษย์ ฉันกำลังมองหาความรัก ดังนั้นถึงอย่างไรก็ตามฉันจึงไปอยู่ดี

ฉันใช้เวลาอยู่ที่นั่นกับผู้หญิงชาวเซาท์ซูดานที่มีชื่อว่า เนียนคูเออร์ ฉันไปยังสถานที่ชุมนุมของปศุสัตว์ โคและวัวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของวัฒนธรรมดินคา ฉันใช้เวลาไปกับการพูดคุยกับคนเฒ่าคนแก่และเด็ก ในท้ายที่สุดฉันก็ได้พบว่าราคาสินสอดของฉันอย่างมากที่สุดนั้นเท่ากับโค 30 ตัว เพราะด้วยความสูง 5 ฟุต 7 นิ้ว เมื่ออยู่ที่นั่นฉันถือว่าตัวเตี้ย

อีกสถานที่คือที่ตลาดของเซาท์ซูดาน ที่นั่นมีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงกลาง หน้าของเขาเหี่ยวย่นมาก และฉันก็พบว่า ฉันกำลังจ้องมองเขาอยู่ ตอนนั้นฉันคิดว่าเขาคือขอทาน แต่ความจริงแล้ว เขาเป็นเพียงแค่คนแก่ที่ไม่ชอบการอยู่บ้านเพียงลำพัง เพราะลูก ๆ ของเขาโตเป็นผู้ใหญ่และออกจากบ้านกันไป ดังนั้นในทุก ๆ วันเขาจึงมานั่งอยู่ที่ตลาดเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ฉันขอถ่ายรูปเขา เขาบอกให้ฉันรอ เพราะเขาอยากที่จะใส่แว่นก่อน ตอนนี้ฉันจึงมีรูปถ่ายบุคคลสองรูปนี้ อันแรกคือ รูปในแบบที่เขาต้องการจะให้เรารับรู้ อีกอันหนึ่งคือ รูปที่รับรู้เขาผ่านสายตาของฉัน

ทั้งสองครั้งเป็นประสบการณ์ที่สวยงามและเรียบง่าย ฉันไม่เคยรู้สึกกลัว มันเป็นเครื่องเตือนใจว่าคุณควรจะฟังหูไว้หูกับทุกสิ่งที่คุณได้ยินมา

ยูกันดา
ลวดลายดอกไม้ช่วยเติมเต็มภูมิทัศน์ที่แห้งแล้งทางตอนเหนือของยูกันดา

อุปกรณ์เดินทางอะไรที่คุณขาดไม่ได้

ฉันชอบกล้องดิจิตอลแบบ Mirrorless เพราะพวกมันมีน้ำหนักเบา ไม่ว่าจะเป็นของโซนี่หรือแคนนอน ฉันคิดว่าเลนส์ 24-70 มม. เป็นเลนส์ที่สมบูรณ์แบบในแง่ของการถ่ายรูปมุมกว้าง ตั้งแต่ภาพทิวทัศน์ไปจนถึงภาพบุคคลอันสวยงาม และทำให้สามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยเลนส์เพียงอันเดียว แน่นอนว่าคุณสามารถเอาเลนส์ไปได้มากกว่า 1 อัน แต่ถ้าคุณเดินทางด้วยระเวลาที่ยาวนาน คุณควรที่ใช้เลนส์ 24-70 มม. นอกจากนี้ในการเดินทาง ฉันยังมีโดรน DJI Mavic Air ซึ่งมีน้ำหนักเบา และไม่เป็นที่สะดุดตามากนักเมื่อต้องใช้มัน

คุณเคยประสบกับความล้มเหลวหรือไม่

ฉันไม่เชื่อในความล้มเหลว และฉันไม่มีทักษะที่เรียกว่าความอับอาย ความอับอายไม่ใช่ลักษณะตามธรรมชาติของมนุษย์ ในมุมมองของฉัน มันมาจากการขัดเกลาทางสังคม ถ้าฉันล้มลงกลางสถานีแกรนด์เซ็นทรัล ฉันคงจะหัวเราะตัวเอง ฉันเชื่ออย่างแท้จริงว่า ทุกความล้มเหลวในชีวิตคือโอกาสในการเรียนรู้

คุณเก็บสะสมอะไรบ้างระหว่างการเดินทาง

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเปรูฉันได้ปิสโก ฉันซื้อไวน์ในจอร์เจียร์และนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังมีวารากิที่เป็นเหมือนจินประเภทหนึ่งในยูกันดา และจินอีกมากมายในเอริเทรีย จากนั้นก็รัมในบาร์เบโดส และแน่นอนว่าต้องมีราเคียของไซบีเรีย

 หากคุณสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งหนึ่งในโลกของการเดินทางได้ สิ่งที่คุณจะเปลี่ยนคืออะไร

พลาสติกใช้แล้วทิ้ง ฉันหวังให้มันไม่มีอยู่จริง ในการเดินทาง ฉันได้เห็นถึงผลกระทบของมัน ครั้งหนึ่งฉันไปดำน้ำที่นาอูรู หนึ่งในประเทศที่คนไปเยือนน้อยที่สุด และมันมีขยะมากมายภายในน้ำ มันทำฉันใจสลาย ฉันเห็นมันทุกหนแห่งตลอดเวลา เป็นเรื่องโชคร้ายที่โดยส่วนใหญ่นั้นอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา บริษัทมากมายนำเข้าพลาสติกเหล่านี้ แต่ไม่ได้บอกใครเลยถึงวิธีการกำจัดมัน ชุมชนเหล่านี้คุ้นชินกับขยะอินทรีย์เหมือนเปลือกกล้วยที่ถูกโยนทิ้ง พวกเขาไม่มีระบบกำจัดของเสียที่จะจัดการกับมัน

(ชมวิดีโอ เราจะกำลังพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวในการเดินทางท่องเที่ยวของเราได้อย่างไร ได้ที่นี่)

คำแนะนำที่ดีที่สุดที่คุณได้รับคืออะไร

แม่ของฉันมักพูดเสมอว่า “จงถ่อมตัวเข้าไว้” ฉันรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากเพราะเมื่อคุณเดินทาง หนังสือเดินทางของคุณ ฐานะทางสังคมของคุณ และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ทำให้คุณสามารถไปยังสถานที่ต่าง ๆ ด้วยความถือตนเป็นสำคัญ

แต่ในขณะเดียวกัน หากคุณถ่อมตัวและรู้ว่าทุกคนนั้นเท่าเทียมกัน มันจะช่วยให้คุณเชื่อมโยงกับผู้คนทุกประเภทได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นชายที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นใจกลางตลาด หรือจะเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมโฟร์ซีซั่น มันก็แค่การได้เห็นผู้คนในแบบที่พวกเขาเป็น หรือก็คือความเป็นมนุษย์ ความอ่อนน้อมถ่อมตนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก

คุณมีคำแนะนำสำหรับคนที่กำลังคิดจะออกไปผจญภัยในลักษณะเดียวกันนี้หรือไม่

จงเดินทางด้วยความอ่อนโยน จงเดินทางด้วยพลังงานเชิงบวกและไร้ซึ่งความกลัว ฉันคิดว่าสิ่งที่ฉุดรั้งผู้คนเอาไว้คือความกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้ สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ตลอดการเดินทางคือ ผู้คนส่วนใหญ่เป็นคนดี เพราะฉะนั้นแล้ว มันจึงไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องกลัวคนแปลกหน้า ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการที่จะช่วยคุณอย่างแท้จริง หลายครั้งที่ผู้คนเหล่านั้นมีความสุขมากเพียงแค่เพราะคุณอยู่ในประเทศของพวกเขา

โรคระบาดทำให้คุณมีความคิดที่แตกต่างเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหรือไม่

ฉันคิดว่า ฉันใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างแน่นอน ฉันมักใช้ขวดน้ำที่ใช้ซ้ำได้แทนขวดพลาสติกเล็ก ๆ เหล่านั้นอยู่เสมอ ถึงแม้ฉันจะพบว่ามันน่ารำคาญอยู่บ้าง แต่มันก็เป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฉันสามารถทำได้ บนเครื่องบินฉันก็ใช้ถ้วยที่สามารถใช้ซ้ำได้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องใช้ถ้วยพลาสติก

นักท่องเที่ยว, ปั่นจักรยาน, อิตาลี
นักปั่นคนหนึ่งกำลังมองไปยังเมืองอัสซีซีในอิตาลีจากหุบเขาด้านล่าง ภาพถ่ายโดย AARON HUEY

อีกอย่างหนึ่งคือ โรคระบาดทำให้ทุกอย่างในโลกเคลื่อนช้าลง ฉันต้องการใช้เวลาอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ มากกว่าที่จะต้องกลับบ้านเสมอ แล้วทำไมฉันต้องรีบกลับบ้านในเมื่อปัจจุบันเรามี Wi-Fi ที่ทำให้คุณสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้บนโลก ฉันคิดว่าพวกเรากำลังจะได้เห็นเทรนด์นี้กลายเป็นรูปแบบปกติของการทำงานของคนส่วนใหญ่ในโลก

มีอะไรอีกบ้างที่ผู้คนสามารถทำได้เพื่อการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น

พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งเป็นหนึ่งในสิ่งใหญ่หลวงที่กำลังทำร้ายโลกในขณะนี้ ฉันจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่ฉันคิดว่าสิ่งสำคัญอีกอย่างคือการดูว่าคุณสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์มากน้อยแค่ไหน หากคุณอยู่ในร้านอาหารและคุณไม่มีความอยากอาหารมากนัก ให้สั่งเพียงแค่ครึ่งเดียว มันเกี่ยวกับการเป็นนักเดินทางที่ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเพื่อคิดว่า ฉันจะลดผลกระทบต่อสถานที่ที่ฉันอยู่และโลกใบนี้ได้อย่างไร

คุณได้ขับรถท่องเที่ยวในสหรัฐฯ ในฤดูร้อนที่ผ่านมา คุณได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศบ้านเกิดของคุณบ้าง

ฉันไปมา 25 รัฐ ในปี 2020 ก่อนที่ฉันจะออกจากมิชิแกน ฉันเข้ารับการตรวจโควิด-19 จากนั้นจึงขับรถไปนิวยอร์ค และเริ่มต้นด้วยนิวอิงค์แลนด์ จากนั้นก็ต่อด้วยเดลาแวร์, แมริแลนด์ นอกจากนี้ฉันยังขับรถเที่ยวรอบ ๆ ยูทาห์และอีกมากมายในทางใต้

ชาวอเมริกันอาศัยอยู่ในประเทศที่ใหญ่ที่สุดและมีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่หลายคนกลับไม่เคยไปอุทยานแห่งชาติในรัฐของตนหรือรัฐใกล้เคียงด้วยซ้ำ

แกรนด์แคนยอน, อุทยานแห่งชาติ, สหรัฐอเมริกา
อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน, สหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมย่อยอย่างเช่น คนตกกุ้งก้ามกรามในรัฐเมน ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม กีชีร์/กัลลาห์ ในเซาท์แคโรไลนา ฉันเดินทางไปโอคลาโฮมาและเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของคาวบอยผิวสี พวกเราควรหันมาสำรวจประเทศของตนเอง ไม่ว่าที่นั่นจะเป็นสหรัฐฯ เคนย่า หรือแคนาดา

สถานที่ใดบ้างในโลกที่คุณยังคงอยากไปเยือน

สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอคาวังโก ในบอตสวานา ฉันเคยเดินทางไกลเกือบจะทั้งหมดในประเทศแอฟริกา แต่ผู้คนต่างบอกว่าที่นั่นเป็นหนึ่งในที่ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเดินป่าดงดิบตามหากอริลลาในยูกันดา และชายหาดอันสวยงามบริสุทธิ์ของมาดากัสการ์ ฉันคิดว่าฉันจะทำทั้ง 3 อย่างในปีนี้ Bucket List หรือสิ่งที่ต้องทำก่อนตายของฉันนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

เรื่อง BROOKE SABIN และ NORA WALLAYA

แปลโดย พัทธนันท์ สวนมะลิ

โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

เรื่องแนะนำ

สัมผัสประสบการณ์เดินทางบน รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย

ภาพทิวทัศน์ของรัสเซียนั้นดูเลือนราง เมื่อมองผ่านหน้าต่างของรถไฟสุดหรูอย่าง โกลเด้น อีเกิล ทรานส์–ไซบีเรีย เรื่องราวและภาพ: DANIELLE AMY ฝนโปรยปรายขณะที่เราขึ้นรถไฟใน เมืองวลาดีวอสตอค หรือเมืองสถานีปลายทางทรานส์-ไซบีเรียอันห่างไกลที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของรัสเซีย ซึ่งเดินทางโดยการนั่งเรือจากเกาหลีเหนือใช้เวลานานถึงเก้าชั่วโมง รถไฟถูกทาด้วยสีเทาและน้ำเงิน โดยแต่ละขบวนจะประดับตราสัญลักษณ์ “Golden Eagle Trans-Siberian Express” เป็นตัวอักษรแบบทองคำอันแวววาว เส้นทางรถไฟแล่นผ่านทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ของมองโกเลีย และเทือกเขายูรัลที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ รถไฟแล่นผ่านกระท่อมไม้ในไซบีเรียไปยังแหล่งสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าแห่งมอสโก กลุ่มของเราได้ร่วมเดินทางรถไปกับ National Geographic Expeditions เป็นเวลา 16 วัน จากการสังเกตพบว่ามีคู่รักที่เกษียณอายุราชการเป็นส่วนใหญ่ คือชาวอเมริกันห้าคน ชาวแคนาดาหนึ่งคน หัวหน้าทัวร์รัสเซีย นักประวัติศาสตร์ และฉันที่เป็นผู้ประสานงานภาพถ่ายที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีพนักงานรถไฟประมาณ 50 คน ตั้งแต่พนักงานต้อนรับผู้โดยสาร ผู้เข้าร่วมประชุม บริกร บาร์เทนเดอร์ ผู้จัดการ ไปจนถึงวิศวกร คนทำอาหาร หัวหน้าพ่อครัว คนทำขนม คนอบขนมปัง หรือแม้แต่นักเล่นฮาร์ปและนักเปียโน เมื่อรถไฟเร่งความเร็วผ้าม่านสีเบจกลายเป็นกระจกเงาสะท้อนภาพห้องโดยสารแต่ละห้องที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องเรือนแบบโบราณ รวมถึงการเลือกใช้พรมและผนังสีแดงเพื่อเพิ่มความหรูหราแบบมีระดับ นี่เป็นระยะทางกว่าเก้าพันกิโลเมตร จนกว่าจะถึงมอสโกซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก […]

การท่องเที่ยวช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมและผู้อื่นได้มากขึ้นจริงหรือ

ในขณะที่นักวิจัยกล่าวว่าการท่องเที่ยวส่งผลต่อวิถีประสาท (neural pathways) ของสมอง แต่การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริง (จากการท่องเที่ยว) ยังคงเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบาย ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) โดยปกติมักถูกนิยามว่าเป็น “การเอาใจเขามาใส่ใจเรา” หรือ “การรู้สึกถึงสภาวะอารมณ์ของผู้อื่น” มันเป็นเครื่องมือทางสังคมที่สำคัญที่สามรถสร้างสะพานทางสังคมโดยการส่งเสริมการแบ่งปันประสบการณ์จนก่อให้เกิดพฤติกรรมความเห็นอกเห็นใจได้ในที่สุด ทว่า คนเราสามารถเรียนรู้ความเห็นอกเห็นใจได้หรือไม่ และการท่องเที่ยวสามารถมีส่วนช่วยการเรียนรู้นี้ได้หรือไม่ คำตอบนั้นซับซ้อน “การวิจัยแสดงให้เห็นว่าความเห็นอกเห็นใจไม่ได้มีมาตั้งแต่กำเนิด แต่สามารถสอนกันได้” นักจิตบำบัด F. Diane Barth ได้เขียนไว้ในวารสาร Psychology Today หลายงานวิจัยในอดีตบ่งชี้ว่าความเห็นอกเห็นใจเป็นคุณลักษณะที่ไม่สามารถสอนกันได้ แต่งานวิจัยเมื่อปี 2017 ได้แนะว่า “ความสามารถทางประสาทวิทยา” ที่เกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่สามารถสอนกันได้ภายใต้สถานการณ์อันเหมาะสม ไม่ว่าการได้เห็นโลกจะสามารถเปิดใจนักท่องเที่ยว จนทำให้นักท่องเที่ยวมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นได้จริงหรือไม่ สิ่งนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ในปี 2018 Harris Poll ได้ทำการสำรวจนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (business travelers) ราว 1,300 คน ร้อยละ 87 กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจช่วยให้พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นมากขึ้น และในการศึกษาเมื่อปี 2010 Adam Galinsky […]

เลือกเป้เดินป่า โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ไทยแลนด์

เลือกเป้เดินป่า อย่างไรให้เหมาะสม จะแบกเป้ท่องเที่ยวให้สบายต้องเลือกเป้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน โดยก่อนอื่นต้องถามตัวเองก่อนว่าเราจะเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบไหน เพราะการแบกเป้เที่ยวมีตั้งแต่เที่ยววันเดียวเที่ยวหลายวันจนถึงเกินหนึ่งสัปดาห์การเดินทางในระยะทางที่ต่างกัน เป้ที่ใช้ก็จะมีขนาดต่างกัน ถ้าเป็นแบบสั้นๆวันเดียวไปเช้าเย็นกลับ หรือนอนค้างคืนเดียว เป้ไม่ต้องใบใหญ่มาก แต่ถ้าเป็นทริปที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางค้างแรมหลายวัน ก็จะต้องเป็นเป้ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยมีความจุมากๆสิ่งสำคัญอีกอย่างเมื่อเราได้เป้ที่มีความจุเหมาะสมกับการเดินทางแล้ว อุปกรณ์ที่บรรจุลงในเป้ก็สำคัญเช่นกันเพราะมีผลในเรื่องน้ำหนักที่ต้องแบก เรื่องอุปกรณ์จะขอเอาไว้เขียนถึงอีกครั้งในคราวหน้า กลับมาที่เรื่องเป้ต่อเราแบ่งประเภทการใช้งานของเป้ไว้ดังนี้ เป้ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (DAY PACK) ส่วนใหญ่เป้ชนิดนี้มีไว้ใส่โน้ตบุ๊ก ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นในชีวิตประจำวันขนาดความจุประมาณ 20 ลิตรเป็นเป้อเนกประสงค์ก็ว่าได้ที่สามารถนำพาไปได้ทุกที่ เป้ท่องเที่ยว (ALL MOUNTAIN) เป็นเป้ที่ออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวแบกขึ้นรถทัวร์ เครื่องบินได้อย่างสบายหรืออาจจะเดินป่าสักคืนสองคืนก็ยังรับได้ขนาดไม่ใหญ่มากประมาณ 30 ลิตร น้ำหนักเบาเพราะโครงสร้างไม่มีอะไรซับซ้อนมาก เป้เดินป่า (TREKKING PACK) เป็นเป้ที่ออกแบบมาเพื่อแบกรับน้ำหนักได้มากขึ้น และมีระบบรองรับแผ่นหลังที่ดีเทคโนโลยีในการกระจายความร้อนจากการเดินป่าก็จะมีประสิทธิภาพกว่าเป้ชนิดอื่น ช่วยให้เดินระยะทางไกลได้สบายมากขึ้น ตัวเป้มีน้ำหนักมากกว่าเป้ ALL MOUNTAIN มีระบบซัพพอร์ตหลัง ไหล่และสะโพกที่ดีมาก รับน้ำหนักสัมภาระได้ 18 – 22 กิโลกรัม เมื่อเรารู้แล้วว่าจะเลือกซื้อเป้เพื่อกิจกรรมอะไร อันดับต่อมาเป็นเรื่องของขนาดเป้และเพศของผู้ใช้ สรีระของผู้หญิงกับผู้ชายต่างกันมาก ช่วงกระดูกสันหลัง ความกว้างของไหล่ และสะโพก สิ่งเหล่านี้มีผลต่อการเลือกซื้อเป้ทั้งสิ้น แต่เพื่อความชัวร์ก็ต้องวัดขนาดครับ วิธีการวัดขนาดเป้ให้วัดจากกระดูกต้นคอถึงกระดูกเอว หน่วยวัดเป็นนิ้วขั้นตอนนี้ไปวัดที่ร้านขายก็ได้นะครับให้ทางร้านวัดให้ […]

กระเบนราหู รวมตัวกันในงานเลี้ยงโกลาหล

การสะพรั่งของแพลงก์ตอนและคริลล์ เป็นเหมือนบัตรเชิญของเหล่า กระเบนราหู เมื่อกระแสน้ำขึ้นลงเปลี่ยนอ่าวเล็กจ้อยให้กลายเป็นอ่างแพลงก์ตอน กระเบนราหู ในหมู่เกาะมัลดีฟส์จึงยกโขยงมาร่วมงานปาร์ตี้กลางวังวน เรื่อง บรูซ บาร์คอตต์ ภาพ โทมัส พี. เพสแชก จากชายฝั่งทางใต้ของอินเดียออกไป 708 กิโลเมตร ณ ชาติที่เป็นกลุ่มเกาะนาม “มัลดีฟส์” มีเกาะร้างผู้คนอยู่แห่งหนึ่งชื่อว่า ฮานีฟารู หากมองจากเบื้องบน เกาะแห่งนี้คงไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจมากนัก นอกจากหย่อมไม้พุ่มเขตร้อนบนผืนทรายปริมาตรพอๆ กับหนึ่งคันรถบรรทุก เกาะฮานีฟารูมีขนาดกะทัดรัดจนเด็กตัวเล็กๆ สามารถเดินรอบแนวชายฝั่งโค้งเว้าของเกาะจนทั่วในเวลาเพียง 10 นาที ขนาดของเกาะแห่งนี้ไม่ใช่สิ่งผิดปกติสำหรับหมู่เกาะมัลดีฟส์ที่ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อย 1,192 เกาะ รวมตัวกันเป็นเกาะปะการังวงแหวน 26 เกาะที่โอบล้อมด้วยมหาสมุทรอินเดียอันกว้างใหญ่ แต่มีหลายครั้งต่อปี เมื่อฤดูกาลและกระแสน้ำขึ้นน้ำลงประจวบเหมาะกัน กระเบนราหูจากทั่วทั้งหมู่เกาะมัลดีฟส์จะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อหาอาหาร จนดูราวกับงานเริงระบำกลางดงปะการัง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายน เมื่อน้ำขึ้นลงตามดวงจันทร์ (lunar tide) ผลักดันกระแสน้ำมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (southwestern monsoon current) ในมหาสมุทรอินเดีย แรงดึงดูดของกระแสน้ำทั้งสองทำให้คริลล์เขตร้อนและแพลงก์ตอนอื่นๆ จากน้ำลึกลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ กระแสน้ำจะกวาดต้อนคริลล์เข้าไปยังก้นอ่าวฮานีฟารู หากคริลล์ยังอ้อยอิ่งอยู่บนผิวน้ำ กระแสน้ำจะพัดพาพวกมันขึ้นไปเหนือแนวปะการังของอ่าวและออกไปสู่ทะเลเปิดอย่างปลอดภัย แต่สัญชาตญาณบอกให้พวกมันดำน้ำหนีแสงอาทิตย์ และเมื่อทำเช่นนั้น […]