ลิเทียม : ทองคำสีขาวที่ขับเคลื่อนโลกอนาคต - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ลิเทียม : ทองคำสีขาวที่ขับเคลื่อนโลกอนาคต

ลิเทียม : ทองคำสีขาวที่ขับเคลื่อนโลกอนาคต

เมื่อความต้องการแบตเตอรี่ทรงพลังพุ่งทะยานขึ้น โบลิเวียฝันถึงการสร้างความมั่งคั่งโดยการสกัด ลิเทียม จากชั้นเกลือราบอันกว้างใหญ่ไพศาลของประเทศ แต่ไม่แน่ชัดว่า ชาวโบลิเวียสักกี่คนจะได้ประโยชน์

เรื่อง โรเบิร์ต เดรเพอร์

ภาพถ่าย เซดริก เจอร์บีเฮย์

เช้าวันหนึ่งในกรุงลาปาซ อัลบาโร การ์ซิอา ลีเนรา รองประธานาธิบดีของโบลิเวีย ต้อนรับผมในห้องรับรองกว้างขวางด้านนอกสำนักงานของเขาซึ่งมองลงไปเห็นจัตุรัสมูรีโย นักการเมืองวัย 56 ปี ผมสีเงิน ท่าทางสง่างามผู้นี้เป็นที่รู้จักในประเทศของเขาว่า เป็นนักอุดมคติผู้นิยมลัทธิมากซ์ แต่ปัจจุบันเขาแสดงตนเป็นนักขายสายทุนนิยม

การขายนี้เกี่ยวข้องกับ ลิเทียม ซึ่งนอกจากสำคัญอย่างยิ่งต่อโลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแบตเตอรี่แล้ว ยังเป็นกุญแจไขสู่อนาคตของโบลิเวียด้วย รองประธานาธิบดียืนยันกับผมและทำนายว่า อีกเพียงสี่ปีข้างหน้า มันจะเป็น “จักรกลขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเรา” ชาวโบลิเวียจะได้อานิสงส์กันถ้วนหน้า เขากล่าวต่อ “มันจะฉุดพวกเขาให้พ้นจากความยากจน”

แต่อย่างที่รองประธานาธิบดีทราบดี การขายลิเทียมในฐานะทางรอดทางเศรษฐกิจของโบลิเวียไม่อาจครบถ้วนสมบูรณ์ หากไม่เอ่ยถึงแหล่งที่มาของลิเทียมที่ว่า นั่นคือซาลาร์เดอูยูนี (Salar de Uyuni) ชั้นเกลือราบ (salt flat) อันกว้างใหญ่ไพศาลกว่า 10,000 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้ ถ้าไม่แปรสภาพไปอย่างแทบจะเรียกได้ว่าแน่นอน ก็อาจเสียหายชนิดมิอาจหวนคืน จากการทำเหมืองเพื่อสูบทรัพยากรที่อยู่ใต้ชั้นเกลือขึ้นมา

ลิเทียม
ขณะที่ประชากรชนพื้นเมืองชาวไอมาราเก็บและขายเกล็ดเกลือบนพื้นผิวของชั้นเกลือราบซาลาร์เดอูยูนี ลิเทียมที่ให้กำไรงามกว่าอย่างมหาศาล ละลายอยู่ในน้ำเกลือที่พบอยู่ลึกลงไปใต้ดิน
ลิเทียม
บ่อระเหยที่ขุดลึกลงไปในซาลาร์เดอูยูนี มองเห็นเป็นตารางโมเสกหลากสีที่โรงงานลิเทียมต้นแบบยีปี ซึ่งเริ่มผลิตลิเทียมคาร์บอเนตเมื่อปี 2013 น้ำเกลือที่อุดมด้วยลิเทียมถูกสูบจากใต้ผิวดินลึกลงไปถึง 20 เมตรขึ้นมาพักไว้ในบ่อระเหย ท้ายที่สุดแล้ว โรงงานแห่งนี้จะมีบ่อระเหยทั้งสิ้น 200 บ่อ

 การขับรถทั้งวันไปยังชั้นเกลือราบอันกว้างใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ได้เห็นบรรยากาศข้างทางของประเทศยากจนที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ จากย่านใจกลางเมืองของกรุงลาปาซ ถนนตัดขึ้นสู่ทางลาดชันไปยังเมืองเอลอัลโต ฐานที่มั่นของชนชั้นแรงงานที่ประกอบด้วยชนพื้นเมืองกลุ่มใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโบลิเวีย คือชาวไอมารา ตลอดเจ็ดชั่วโมงต่อมา เส้นทางลาดลงเขาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงทางราบที่ความสูงราว 3,650 เมตรจากระดับทะเล ตัดผ่านทุ่งไม้พุ่มรกร้างว่างเปล่า พอบ่ายคล้อย ประกายวับวาวเรื่อๆของชั้นเกลือราบก็แผ่ไปทั่วที่ราบ

ผมไปถึงซาลาร์ก่อนพระอาทิตย์ตกเล็กน้อย แล้วขับรถไปบนพื้นผิวเรียบแข็งของมันต่อไปอีกราว 1.5 กิโลเมตร กระทั่งรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความไกลปืนเที่ยงของมัน ภาพที่เห็นก็ชวนหลอนมิใช่น้อย ลักษณะภูมิประเทศฟอกขาวกว้างไกลหลายกิโลเมตร ราบเรียบสุดลูกหูลูกตาอย่างน่าอัศจรรย์ ความว่างเปล่าถูกเติมให้ครบสมบูรณ์ด้วยฟ้าสีน้ำเงินไร้เมฆ กับหมู่ยอดเขาสีน้ำตาลแดงของเทือกเขาแอนดีสที่เห็นอยู่ลิบๆ

ใต้ชั้นเกลือราบขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้มีความมหัศจรรย์อีกอย่างซุกซ่อนอยู่  นั่นคือแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งอาจมากถึงร้อยละ 17 ของทั้งหมดในโลก ด้วยการใช้ประโยชน์จากปริมาณลิเทียมสำรองของประเทศ รัฐบาลประเทศโบลิเวียซึ่งประชากรร้อยละ 40 มีชีวิตอยู่อย่างยากจน มองเห็นทางรอดจากทางตันแห่งความอับโชคของตน

ลิเทียม
ที่โรงงานแห่งหนึ่งในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม คนงานตรวจดูแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนที่จะจ่ายพลังงานให้รถออดี้ อี-ทรอน (Audi e-tron) ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นกระตุ้นให้มีการสกัดลิเทียมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ลิเทียม
ทหารนายหนึ่งเฝ้าระวังอยู่ที่ด่านสังเกตการณ์  ซึ่งตั้งอยู่ตรงทางเข้าสู่โครงการนำร่องเพื่อผลิตลิเทียม ถนนทางซ้ายทอดสู่โรงงาน ผู้ขับขี่ยานยนต์ทุกคนต้องหยุดและกรอกแบบฟอร์มที่โต๊ะก่อนจะเข้าโรงงาน

ทองคำสำคัญอย่างไรสำหรับยุคอดีต และปิโตรเลียมสำคัญอย่างไรสำหรับศตวรรษที่แล้ว ลิเทียมอาจสำคัญแซงหน้าทั้งสองอย่างนั้นในหลายปีข้างหน้า ลิเทียมถูกใช้ในยารักษาโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว รวมทั้งในสิ่งของต่างๆ ตั้งแต่เซรามิกไปจนถึงอาวุธนิวเคลียร์ จนกระทั่งปรากฏโฉมเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับแบตเตอรี่ในคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

เมื่อปี 2017 การบริโภคลิเทียมในตลาดโลกอยู่ที่ประมาณ 40,000 ตันต่อปี แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 10 ในทุกๆปี นับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ขณะเดียวกัน ระหว่างปี 2015 ถึง 2018 ราคาลิเทียมขยับสูงขึ้นเกือบสามเท่าตัว นอกจากนี้ ความต้องการที่ว่านั้นมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เมื่อรถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นที่นิยมมากขึ้น

แม้การทำเหมืองลิเทียมจะมีอยู่ในทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา ปริมาณลิเทียมสำรองมากถึงสามในสี่ของทั้งหมดเท่าที่ทราบอยู่ในเขตที่ราบสูงอัลติปลาโน-ปูนา ซึ่งทอดยาว 1,800 กิโลเมตรในเทือกเขาแอนดีส แหล่งชั้นเกลือพบอยู่หนาแน่นในชิลี อาร์เจนตินา และโบลิเวีย ซึ่งเรียกกันว่า “สามเหลี่ยมลิเทียม” (Lithium Triangle) ชิลีสกัดลิเทียมจากน้ำเกลือมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980 และซาลาร์เดอาตากามา (Salar de Atacama) ของประเทศนี้ก็เป็นแหล่งผลิตลิเทียมแหล่งใหญ่สุดในลาตินอเมริกาในปัจจุบัน ที่ผ่านมารัฐบาลชิลีมีความเป็นมิตรที่สุดกับนักลงทุนต่างชาติ อาร์เจนตินาก็เริ่มสกัดลิเทียมจากน้ำเกลือในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เช่นกัน

ปริมาณลิเทียมสำรองของโบลิเวียนั้นยังไม่ถูกแตะต้อง จวบจนกระทั่งไม่นานมานี้ “ในอาร์เจนตินาและชิลี พวกเขามีวัฒนธรรมร่วมหุ้นระหว่างรัฐกับเอกชนมาโดยตลอด” โอสการ์ บายีเบียน ชาเบซ นักธรณีวิทยาชาวโบลิเวีย กล่าว “ที่นี่รัฐบาลไม่อยากลงทุนกับภาคเอกชนเพราะจมอยู่กับความเกลียดชังระบบทุนนิยมครับ”

ลิเทียม
ในโรงงานลิเทียมต้นแบบ  คนงานตรวจดูลิเทียมคาร์บอเนตว่าแห้งดีหรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนสารเคมีดังกล่าวจะถูกบรรจุลงถุงเพื่อขนส่งต่อไป โรงงานที่รัฐกำกับดูแลนี้มีลูกจ้างราว 250 คน พวกเขาสวมชุดหมีสีแดง และอาศัยอยู่ในบ้านสำเร็จรูปข้างโรงงาน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายร้อยคนที่ทำงานก่อสร้างและงานบริการต่างๆ

ชัยชนะในการเลือกตั้งของเอโบ โมราเลส ประธานาธิบดีชาวไอมาราคนแรกของประเทศ เมื่อปี 2006 นับว่าทรงพลังในเชิงสัญลักษณ์สำหรับประชากรพื้นเมืองชาวไอมารา แต่วาทกรรมและการปฏิบัติของประธานาธิบดีผู้นี้ก็ส่อเค้าถึงการผลักไสเงินลงทุนจากต่างชาติ โมราเลสเดินหน้าอย่างรวดเร็วในการแปรรูปอุตสาหกรรมปิโตรเลียมให้เป็นรัฐวิสาหกิจ และเริ่มดำเนินการไปบ้างแล้วสำหรับกิจการเหมืองแร่บางอย่าง

หลักการทำงานของรัฐบาลใหม่ภายใต้โมราเลสเป็นแบบ “เอสตาตัลร้อยเปอร์เซ็นต์!” หรือรัฐบาลโบลิเวียควบคุมโดยสมบูรณ์ “เราตัดสินใจว่าพวกเราชาวโบลิเวียจะต้องยึดครองซาลาร์เอง คิดค้นวิธีการสกัดลิเทียมของเราเอง แล้วร่วมหุ้นกับบริษัทต่างชาติที่หาตลาดโลกมาให้เราได้” รองประธานาธิบดีการ์ซิอา ลีเนรา บอก

คำขวัญนี้มีความหมายอีกอย่างหนึ่งด้วย กล่าวคือเมื่อประธานาธิบดีชาวไอมาราเป็นผู้เอ่ยออกมา ความที่ประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่รอบซาลาร์เป็นชาวไอมารา การประกาศว่าชั้นเกลือราบดังกล่าวจะกลายเป็นศูนย์กลางการปฏิวัติทางเศรษฐกิจของโบลิเวีย เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณว่า งานและการหลุดพ้นจากความยากเข็ญจะมาถึงแล้ว

การ์ซิอา ลีเนรา ให้คำมั่นว่า ลิเทียมของโบลิเวียจะเป็น “พลังงานที่จะป้อนให้โลก” เขาให้คำปฏิญาณกับผมว่า ภายในปี 2030 เศรษฐกิจของโบลิเวียจะอยู่ในระดับเดียวกันกับของอาร์เจนตินาและชิลี โมราเลสทำนายอย่างมั่นใจว่า โบลิเวียจะผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมได้ภายในปี 2010 และรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2015 ปรากฏว่า การประมาณการดังกล่าวคลาดเคลื่อนไปมาก การทำเหมืองลิเทียมเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง ต้องอาศัยทั้งการลงทุนมหาศาลและความช่ำชองทางเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน การดึงดูดบริษัทต่างชาติที่จะยอมยกการควบคุมให้กับรัฐด้วยความเต็มใจนั้น ก็เป็นความท้าทายยิ่ง

จนกระทั่งถึงปี 2018 โบลิเวียจึงหาหุ้นส่วนได้ นั่นคือเอซีไอซิสเตมส์อาเลมาเนีย บริษัทสัญชาติเยอรมันซึ่งมีรายงานว่าจะร่วมลงทุนเป็นเงิน 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการถือหุ้นร้อยละ 49 ในกิจการดังกล่าว

ลิเทียม
ธงชาติต่างๆที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกปักทิ้งไว้ โบกสะบัดอยู่ในสายลมบนซาลาร์เดอูยูนี ผู้มาเยือนโบลิเวียซึ่งถูกดึงดูดด้วยความงามอันเวิ้งว้างของที่นี่  พากันหลั่งไหลมายังภูมิภาคอันห่างไกลแห่งนี้ การท่องเที่ยวกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของเมืองในละแวกนั้น เช่น โกลชานี และอูยูนี

ระหว่างที่ผมเดินทางไปยังหมู่บ้านฝุ่นคลุ้งต่างๆที่อยู่ติดกับซาลาร์เดอูยูนี หากว่ากันถึงความคิดเรื่องลิเทียมของโมราเลส ชาวบ้านจะตอบด้วยความกังขาปนเหนื่อยหน่าย และบางครั้งเจือความกังวล

ชาวไอมาราจำนวนมากในภูมิภาคนั้นทำงานเป็น ซาเลโร หรือคนงานเก็บเกลือและขายให้โรงงานแต่งแร่ เกษตรกรนาเกลือชื่อ อูโก โฟลเรส บอกผมว่า “เราไม่ได้รับข้อมูลอะไรจากรัฐบาลเลยครับ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลิเทียมคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และสร้างผลกระทบอะไรบ้าง” ตรงประเด็นยิ่งกว่านั้น สมาชิกสภาเทศบาลหญิงคนหนึ่งในตาอัวชื่อ ซิเปรียนา กัลล์ปา ดิอัซ บอกว่า “ไม่มีใครในเขตเทศบาลนี้ทำงานอยู่ในโครงการลิเทียม เรานึกว่าจะมีงานสำหรับคนของเราที่นี่ พร้อมกับเงินเดือนดีๆ น่าผิดหวังมากค่ะ”

บางทีความไม่พอใจรุนแรงที่สุดอาจเป็นดังคำกล่าวของริการ์โด อากีร์เร ติโกนา ประธานสภาเทศบาลยีกา เมืองหลวงของจังหวัดดานิเอลกัมโปส ซาลาร์เกือบทั้งหมดทอดตัวอยู่ในจังหวัดนี้

“เราเข้าใจว่าเมื่อโรงงานสร้างเสร็จจนดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์แล้ว มันจะเป็นธุรกิจระดับหลายล้านดอลลาร์น่ะครับ” เขาบอกในบ่ายวันหนึ่งที่สำนักงานของเขา “ข้อกังขาก็คือเราจะมีวันได้มาสักแดงหรือเปล่า คนที่ควรจะได้รับผลประโยชน์ก่อนใคร คือคนในพื้นที่ซึ่งการผลิตดำเนินการอยู่ไม่ใช่หรือ”

อากีร์เรชั่งถ้อยคำถัดมาของเขาอย่างระมัดระวัง “ประชาชนชาวโบลิเวียอดทนกันดีครับ” เขาบอก “แต่ถ้าจำเป็น ประชาชนจะลงมือทำเพื่อบอกว่า พวกเขาต้องการอะไร”

ลิเทียม
อิงกาอัวซี หรือ “บ้านของชาวอินคา” ในเกชัว เคยเป็นเกาะเมื่อครั้งที่ซาลาร์เดอูยูนีเป็นทะเลสาบในยุคก่อนประวัติศาสตร์  ซากภูเขาไฟปกคลุมด้วยต้นกระบองเพชร ซึ่งบางต้นสูงตระหง่านถึง 12 เมตร และสาหร่ายที่กลายเป็นฟอสซิล การสกัดลิเทียมจากใต้ชั้นเกลือราบแห่งนี้จะทำให้ภูมิทัศน์อันน่าตื่นตาเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน

ในโบลิเวีย ถ้อยคำของเขาไม่จำเป็นต้องขยายความอันใด ย้อนหลังไปเมื่อปี 1946 ประชาชนชาวโบลิเวียตัดสินใจว่าพวกเขาหมดความอดทนกับประธานาธิบดีกวลเบร์โต บิยาร์โรเอล ผู้ริเริ่มการปฏิรูปแรงงาน แต่กลับบังคับใช้มาตรการกดขี่ข่มเหง เมื่อคนงานเหมืองเสนอข้อเรียกร้องเพิ่มขึ้น ชาวโบลิเวียผู้โกรธแค้นบุกปล้นสะดมทำเนียบของบิยาร์โรเอล สังหารเขา และแขวนศพของเขากับเสาไฟถนนในจัตุรัสมูรีโย ซึ่งอยู่ติดกับทำเนียบที่ผมไปเข้าพบรองประธานาธิบดี ผมนึกถึงเหตุการณ์เตือนใจอันดำมืดเมื่อครั้งอดีตหนนั้น ขณะขับรถออกจากซาลาร์เดอูยูนี สัญลักษณ์แห่งความเรียบง่ายที่อาจดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้น


อ่านเพิ่มเติม

ซิลิคอนแวลลีย์ : หวนคืนสู่ดินแดนแห่งโอกาส

เรื่องแนะนำ

ปรับปรุงจามจุรียักษ์เมืองกาญจน์ กระทบหนักจากนักท่องเที่ยว

โครงการปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ของจังหวัดกาญจนบุรี มีแผนแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม ทว่าภาพถ่ายเพียงไม่กี่ภาพระหว่างการปรับปรุงช่วงต้นก่อให้เกิดความเข้าใจผิด แท้จริงแล้วรายละเอียดเป็นอย่างไร? ลองชมแผนด้านใน

Explorer Awards 2019 : วีรยา โอชะกุล

"ถ้าเราทำอย่างเข้มข้น สม่ำเสมอ ไม่เลือกว่าอันนี้คุณทำได้ อันนี้คุณทำไม่ได้  เอาระเบียบเป็นตัวตั้ง เชื่อมั่นอย่างนั้นก็เลยทำ และรู้ว่าถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่อง เอาจริงเอาจัง ทรัพยากรไม่มีทางจะหดหายไปได้มากขนาดนี้" คือจุดยืนในการทำงานของ วีรยา โอชะกุล "ดอกไม้เหล็กแห่งผืนป่าตะวันตก" ผู้รับรางวัล National Geographic Thailand Explorer Awards ประจำปี 2019

ในเปรู ชาวบ้านที่เคยล่า กบหนังห้อย จนเสี่ยงสูญพันธุ์ ได้กลับมาเป็นผู้อนุรักษ์

กบหนังห้อย จากทะเลสาบตีตีกากาที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง มักถูกลักลอบล่าเพื่อนำไปปรุงสมูทตี้กบเปรู ซึ่งเป็นเครื่องดื่มกระตุ้นพลังทางเพศประเทศดังกล่าว ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK ผู้หญิงชาวเปรูขายงานหัตถกรรมที่มีแรงบันดาลใจจาก กบ หนังห้อย ซึ่งกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ มีเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมชนิดหนึ่งในเปรู ซึ่งบางคนเรียกว่าสมูทตี้ กบ โดยเครื่องดื่มที่คนมักใช้เป็นยากระตุ้นทางเพศนี้ (แม้จะมีการกล่าวอ้างว่ามันรักษาโรคได้สารพัดอย่าง) ปรุงด้วยกบที่ถูกถลกหนัง กับส่วนผสมอื่นๆ เช่นน้ำผึ้งและรากของต้นมาคา (Maca) แน่นอนว่ากบซึ่งถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มชนิดนี้คือกบหนังห้อย หรือกบน้ำทะเลสาบตีตีกากา (Lake Titicaca Water Frog) แต่สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่เคยพบได้บ่อยประเภทนี้กลับมีจำนวนน้อยลงอย่างมาก Rosa Elena Zegarra Adrianzén นักชีววิทยาประจำสำนักงานอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าแห่งชาติเปรู (Peru’s Forest and Wildlife National Service) กล่าวว่า พวกมันอาจมีจำนวนเพียง 50,000 ตัว (แม้เธอจะกล่าวเสริมว่า การคาดเดาจำนวนที่แน่นอนเป็นสิ่งที่ยาก เนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่ในก้นลึกของทะเลสาบ) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of […]

เสียงเพรียกจากมวลบุปผา

ความสร้างสรรค์ระหว่างธรรมชาติไม่มีที่สิ้นสุดดังจะเห็นได้จากกรณีของค้างคาวกินนํ้าต้อยและเถาไม้เลื้อยที่ผลิดอกยามคํ่าคืน ซึ่งใช้ชีวิตร่วมกันในป่าเขตร้อนลุ่มตํ่าของอเมริกากลาง ค้างคาวลิ้นยาวสีนํ้าตาล (Glossophaga commissarisi) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีปีกตัวเล็กจ้อยที่มีขนาดร่างกาย ไม่ใหญ่กว่านิ้วโป้ง และโผบินท่ามกลางมวลดอกหมามุ่ย (Mucuna holtonii) เพื่อลิ้มเลียนํ้าต้อยเฉกเช่นนกฮัมมิงเบิร์ดและแมลงภู่ โดยผสมเกสรเป็นการแลกเปลี่ยน ในเวลากลางวัน ดอกได้อวดสีสันสดใส แต่ในยามคํ่าคืน กระทั่งเฉดสีสุกสว่างที่สุดก็ยังซีดจางในแสงจันทร์ ดอกหมามุ่ยจึงต้องหันไปพึ่งเสียงเพื่อดึงดูดค้างคาว ที่สถานีชีววิทยาลาเซลวาทางเหนือของคอสตาริกา เถาหมามุ่ยเก่าแก่ที่ยังงอกงามเลื้อยกระหวัดถักทอเป็นเพดานใบไม้เหนือที่ว่างในป่า และทอดกิ่งเขียวยาวที่มี ดอกหมามุ่ยนับสิบ ๆ ดอกลงสู่เบื้องล่าง เมื่อสิ้นแสงอาทิตย์ ดอกตูมของเถาหมามุ่ยเตรียม แต่งองค์ทรงเครื่องรอรับค้างคาว เริ่มจากกลีบดอกสีเขียวอ่อนด้านบนสุดที่หุ้มดอกตูมอยู่ค่อย ๆ เปิดขึ้นในแนวตั้ง ราวกับไฟส่งสัญญาณวับวาม ถัดจากกลีบส่งสัญญาณนี้ ลงไปเป็นกลีบด้านข้างเล็ก ๆ สองกลีบที่สยายออกราวกับปีก เผยให้เห็นร่องด้านบนของฝักถั่วอันเป็นที่มาของกลิ่นคล้ายกระเทียมโชยอ่อนไปไกลเย้ายวนให้ทาสติดปีกรุดมาเยือน ค้างคาวใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเป็นเครื่องมือในการระบุสิ่งกีดขวางหรือเป้าหมาย พวกมันใช้เส้นเสียงสร้างเสียงที่สั้น รัว ส่งผ่านรูจมูกหรือปาก และตีความรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมายังหูที่ไวต่อเสียง ข้อมูลที่กลับเข้ามาได้รับการประมวลอย่างรวดเร็วและ ต่อเนื่อง ช่วยให้ค้างคาวสามารถปรับเส้นทางการบินกลางอากาศได้อย่างคล่องแคล่ว ค้างคาวส่วนใหญ่กินแมลงเป็นอาหาร พวกมันมักส่งสัญญาณเสียงอันทรงพลัง ครอบคลุมระยะทางไกล ๆ ขณะที่ค้างคาวกินนํ้าต้อยส่งสัญญาณเสียงที่แผ่วเบา แต่ ซับซ้อนกว่า ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกว่า การกลํ้าความถี่ (frequency modulation) สัญญาณอย่างหลังนี้ชดเชย […]