ภูฏาน ประเทศเล็กๆ ที่เน้นดัชนีความสุขในประเทศ และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนต่ำ

ภูฏาน ประเทศที่อัตราปลดปล่อยคาร์บอนเป็นลบ

ภูฏาน หมุดหมายปลายทางที่ใครๆ ก็อยากไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต

ภูฏาน ถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นประเทศที่ร่มรื่นไปด้วยธรรมชาติที่สุดอีกด้วย สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก อดีตกษัตริย์แห่งภูฏานทรงพัฒนาดัชนีความสุขมวลรวมแห่งชาติ ภายใต้หลักการ 4 หลักได้แก่ : การพัฒนาอย่างยั่งยืน, การปกป้องสิ่งแวดล้อม, การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และธรรมาธิบาล ในวันนี้ภูฏานทำให้ประเทศอื่นๆ ต้องหันมาสนใจเพราะอาณาจักรแห่งหิมาลายันนี้ไม่เพียงแต่ไม่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ แต่ประเทศนี้ยังมีค่าการปลดปล่อยคาร์บอนเป็นค่าติดลบอีกด้วย

เรื่อง ซู ยอน

สาระสำคัญ : ทั้งหมดทั้วปวงนี้เกิดขึ้นแม้ว่าอัตราการท่องเที่ยวในภูฏานจะเพิ่มขึ้นด้วยก็ตาม ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่ชาวต่างชาติจะได้เห็นว่าภูฏานอนุรักษ์ทรัพยากรในประเทศอย่างไร ก็คือการเดินทางไปเห็นเองด้วยตา ผ่านการท่องเที่ยว

ในฐานะของจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวแล้ว ภูฏานมีเอกลักษณ์โดดเด่น ประเทศเล็กๆ คั่นกลางระหว่างประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างจีนและอินเดียนี้ เป็นชนชาติที่แยกตัวอย่างสันโดษและเพิ่งจะปิดประเทศต้อนรับคนต่างชาติเมื่อปี 1974 อนุญาตให้มีโทรทัศน์ในปี 1999

ภูฏานพัฒนาความยั่งยืนจนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของชาติ “กษัตริย์ของเราทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อพัฒนาประเทศ สร้างสมดุลในการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม คำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ตลอดจนอนุรักษ์วัฒนธรรม ภายใต้กรอบของธรรมาภิบาล” Tshering Tobgay นายกรัฐมนตรีภูฏานกล่าวเอาไว้บนเวที TED Talk เมื่อปี 2016

ในความเป็นจริงรัฐธรรมนูญของภูฏานกำหนดไว้ว่า 60% ของแผ่นดินต้องเป็นผืนป่าที่ได้รับการปกป้อง หนึ่งในวิธีที่ประเทศนี้จะยังคงควบคุมทรัพยากรของพวกเขาไว้ได้และได้รับผลกระทบที่ต่ำจากการท่องเที่ยว

ถ้าคุณไม่ได้มาจากอินเดีย, บังกลาเทศ หรือมัลดีฟส์ คุณจำเป็นต้องมีวีซ่าสำหรับการออกผจญภัยนอกเหนือจากวีซ่า (ราคา 40 ดอลล่าร์สหรัฐ) แล้ว บรรดานักท่องเที่ยวยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมของแพคเกจรายวันซึ่งมีอัตราอยู่ที่ 200 – 250 ดอลล่าร์สหรัฐ และจองทัวร์ท่องเที่ยวผ่านบริษัท ค่าธรรมเนียมแสนแพงดังกล่าวนี้อาจก่อให้เกิดความสับสนและลดจำนวนนักท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องอธิบายให้กระจ่าง ค่าธรรมเนียมครอบคลุมที่พักในระดับสามดาว (หากต้องการความหรูหรากว่านี้ก็ให้จ่ายแบบพรีเมี่ยม) ครอบคลุมอาหารทุกมื้อ และไกด์พาทัวร์ที่มีใบรับรอง รวมถึงอุปกรณ์ตั้งแคมป์และเดินป่า ค่าเดินทางภายในประเทศ (ไม่รวมเครื่องบิน) ไปจนถึงค่าภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นๆ แล้ว

ค่าธรรมเนียมสำหรับการพัฒนาอันยั่งยืนในราคา 65 ดอลล่าร์สหรัฐนี้ถูกรวมอยู่ในแพคเกจแล้ว มันจะถูกนำไปใช้สำหรับใช้จ่ายเพื่อการศึกษา, การดูแลสุขภาพ, การบรรเทาความยากจน และใช้สำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว

“ค่ารักษาพยาบาลในภูฏานนั้นฟรี การศึกษาก็ฟรีจนถึงระดับมัธยม และสำหรับใครก็ตามที่มีความเชี่ยวชาญพวกเขาจะได้รับการศึกษาฟรีไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย” ผู้แทนสภาการท่องเที่ยวของภูฏานเขียนตอบผ่านอีเมล์

มีหลายเหตุผลที่ว่าทำไมภูฏานถึงกลายมาเป็นประเทศที่มีอัตราการปลดปล่อยคาร์บอนติดลบ หนึ่งในนั้นคือนโยบายการปกป้องผืนป่า ประเทศนี้ยังเป็นผู้ชนะการประกวดต้นไม้มากที่สุดเมื่อเทียบสัดส่วนเป็นชั่วโมงอีกด้วย รายงานจาก Erin Levi ผู้เขียนหนังสือทำเที่ยวในภูฏาน

“อัตราส่วนของประชากรกับดินแดนนั้นเทียบได้กับขนาดเท่าๆ กับประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่มีประชากรเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น ถนนสายแรกของพวกเขาเพิ่งจะเริ่มสร้างขึ้นในปี 1960 นั่นแสดงให้เห็นว่าผู้คนมีความกระตือรือร้นน้อยมากที่จะใช้รถยนต์” Levi กล่าว อย่างไรก็ตามนั่นไม่ได้แปลว่าพวกเขาพอใจหยุดอยู่แค่นั้น “ปัจจุบันนับเป็นครั้งแรกที่มีชั่วโมงเร่งด่วนเกิดขึ้นในกรุงทิมพู เมืองหลวงแห่งเดียวในเอเชียที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร”

 

อ่านเพิ่มเติม : ท่องเที่ยวไปในย่านอันเป็นเอกลักษณ์ของนครเยรูซาเลมโรงแรมแห่งนี้รักษาผืนป่าไว้

เรื่องแนะนำ

รอยต่อชีวิตบางตะบูน

จากกิจกรรมเวิร์คชอปถ่ายภาพ One-Day Photography Workshop & Trip ในรายการ Every Picture Tells a Story Season 2 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 เป็นจุดเริ่มต้นสู่ชุมชนบางตะบูน อ. บ้านแหลม จ. เพชรบุรี อันเป็นชุมชนเก่าแก่ริมทะเลที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ และยังเป็นชุมชนที่ต้องอยู่ร่วมกับลิงแสม  ต่างฝ่ายต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน  การใช้เวลาลงพื้นที่ 4 ครั้งในเวลา 1 เดือน เพื่อทำความรู้จักและผูกมิตรกับลิงแสมอย่างนอบน้อมและใจเย็น ทำให้เกิดพื้นที่ของการสื่อสารในเชิงบวกจนสามารถเก็บภาพถ่ายเสน่ห์ของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับลิงที่บางตะบูน   เรื่องและภาพ ปัณณรัตน์ รัตนากุลสวัสดิ์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7)

สำรวจสถานที่ดีที่สุดในเมือง เกียวโต

เกียวโต เมืองเก่าแก่แห่งแดนอาทิตย์อุทัยที่รุ่มรวยด้วยความงามของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง เกียวโต คุณสามารถจดไว้ใน “รายการต้องไป” ของคุณได้เลย สัตว์ป่า ในการปีนเขาคุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติ และบรรยากาศระหว่างทางตลอดจนถึงยอดเขาอาราชิยามะ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก็จะพบสวนลิงอิวาตะยามะ ซึ่งปกครองไปด้วยฝูงลิงกังญี่ปุ่นมากกว่า 170 ตัว ที่เดินเตร่อยู่ตามธรรมชาติ มันเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบ เพราะว่าไม่ได้มีเพียงสัตว์ที่กระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนานให้คุณเลือกดูเท่านั้น แต่คุณยังสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงามของเมืองได้ด้วยเช่นกัน สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ไซโฮจิ หรือที่เรียกกันว่า โคเคะเดระ เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเซน ในศตวรรษที่แปด และองค์การยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลก ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มาเยือนวัดสวนมอส โดเคะเดระได้ถูกแบ่งเป็นสองชั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในสมัยเอโดะ ปัจจุบันนี้สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอันเขียวชอุ่มนี้ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน สวนของวัดมีมอสกว่า 120 สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน ปกคลุมพื้นด้วยสีเขียวหลากหลายเฉด อุทยานแห่งชาติ บริเวณเชิงเขาอาราชิยามะ เป็นป่าไผ่ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของซากาโนะ เป็นป่าเขียวชอุ่มนักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปโดยผ่านทางวัดเท็นเรียวจิ ในพุทธศตวรรษที่สิบสี่ มีสายลมพลิ้วไหวพัดผ่านต้นไม้ทำให้เกิดเสียงซาวา ซาวา และแสงแดดที่สาดส่องลงมากระทบกับผืนป่าสีเขียวบ่งบอกถึงความเงียบสงบ ประสบการณ์ทางวัฒนธรรม ต้นกำเนิดของซะโด หรือพิธีชงชาญี่ปุ่นย่านประวัติศาสตร์กิออน และย่านฮิกาชิยามะ จัดเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมบ้านพักโบราณมาจิยะ และเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะการชงชาโบราณ  พิธีชงชาจะจัดขึ้นบนเสื่อทาทามิ […]

เที่ยวชมประวัติศาสตร์ในวังคลองเตย หรือ “บ้านปลายเนิน” ของนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม

เรื่องราวหนึ่งวันในหนึ่งปีของการเยี่ยมชม บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเตย สถานที่ประทับของเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ที่เต็มไปด้วยศิลปวัตถุและสถาปัตยกรรมเรือนไทยร่วมสมัยใจกลางกรุง สถานที่ทุกแห่งล้วนมีความทรงจำ จากการตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลา ร่วมด้วยผู้คนที่มาข้องเกี่ยวสร้างสรรค์ เกิดเป็นความผูกพันและบันดาลสถานที่นั้นดูมีชีวิตขึ้นมา จนมีคุณค่า น่าเข้าไปเยี่ยมเยือนเพื่อซึมซับความทรงจำอันสวยงามนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของประเทศ หรือของโลก โดย บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเคย เป็นหนึ่งในสถานที่มีคุณค่าเช่นนั้น บ้านปลายเนินตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ บนถนนพระรามสี่ เป็นตำหนักส่วนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ซึ่งที่คนทั่วไปรู้จักกันในพระสมัญญานามว่า “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” และ “สมเด็จครู” โดยพระองค์ได้เริ่มมาประทับที่ตำหนักไทย บ้านปลายเนินเมื่อ พ.ศ. 2457 และบ้านปลายเนินก็ยังคงตั้งอยู่ที่นี่มาจนถึงปัจจุบัน โดยเหตุที่พระองค์ได้รับพระสมัญญาเช่นนั้น เนื่องจากพระองค์มีความสามารถในศิลปวิทยาหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการนิพนธ์บทโขน ละคร หรือผลงานด้านการนิพนธ์เพลง เช่น เพลงเขมรไทรโยค และคำร้องของเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ยังใช้มาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน นอกจากนี้ พระองค์ยังมีความสามารถในทางศิลปะ เช่น ภาพเขียนสีบนเพดานพระที่นั่งบรมพิมาน และผลงานทางสถาปัตยกรรม เช่น การออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ พระอุโบสถวัดราชาธิวาสฯ เป็นต้น ด้วยผลงานที่มากมายเช่นนี้ องค์การยูเนสโก ได้เชิดชูพระเกียรติยศของสมเด็จครูให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกเมื่อ […]