ล่องสาละวิน - National Geographic Thailand

ล่องสาละวิน

ล่องสาละวิน

ายน้ำปายเป็นสีน้ำตาล เชี่ยวแรง และดูเถื่อน  เรือของเราแล่นผ่านศพชายคนหนึ่งแถวพงหญ้าห่างจากด่านตรวจของทหารกะเหรี่ยงดาวแดงไม่เกินชะโงกมองเห็น ศพขึ้นอืดคว่ำหน้า  ลอยพะเยิบพะยาบตามระลอกคลื่น เขาน่าจะตายมาสักสองสามวันแล้ว ทหารที่นั่นบอกว่า ไม่กี่วันก่อนมีพลเรือนสามคนแล่นเรือเล็กทวนน้ำขึ้นไปหาปลา ความไม่ชำนาญแก่งทำให้เรือแล่นปะทะหินใหญ่ที่ผาห่มน้ำ เรือล่ม พวกเขาพลัดตกน้ำเชี่ยวกราก หนึ่งในนั้นจมหายไป

“คงเมา” ใครคนหนึ่งแสดงความเห็น “คนขับเรือคงไม่เก่ง” นายท้ายเรือเสริม “หัวคงกระแทกท้องเรือ” อีกคนเดา “ครอบครัวเขาคงเสียใจ”  เรือของเราเบนหัวออกจากด่านทหาร ทิ้งไว้เพียงคำคาดเดาอย่างไม่แยแสคำตอบ

บนสายน้ำตะวันตก เราติดเครื่องเรือจากบ้านผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เบนหัวไปยังพม่า  ล่องร่วมมากับคนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน พรานและคนที่เรียกตนเองว่านักธุรกิจ  มุ่งสู่แม่น้ำสาละวินตามคำเชื้อเชิญของนายพลท่านหนึ่งในรัฐกะยา  เพื่อไปชมต้นสายแร่ซึ่งบังเอิญขุดพบที่นั่น “ครั้งแรกมีคนบอกว่าน่าจะเป็นพลอย” สุริยน สังข์สุข ช่างภาพผู้ชักชวนบอกผมก่อนหน้า “นักธุรกิจที่แม่ฮ่องสอนคนหนึ่งเข้าไปขุดเงียบๆ พักหนึ่งแล้ว เขาเดินป่าหลายวันไปกับกองกำลังทหาร ตั้งแคมป์และกินอยู่ตามสภาพ กองกำลังรักษาความปลอดภัยให้เขา ทำกับข้าว เป็นคนงานเหมืองไปในตัว และจ่ายค่าจ้างกันตรงนั้น”

สาละวิน
พรานท้องถิ่นถือซากหัวเลียงผาริมตลิ่งแม่น้ำสาละวินในเขตรัฐกะยา เลียงผาตัวนี้ถูกล่ามาเมื่อคืนก่อนและถูกแล่เนื้อทันทีเพื่อเป็นอาหารรับรองแขกที่มาเจรจาธุรกิจ ความที่ผืนป่ายังอุดมสมบูรณ์และมีสัตว์ป่าชุกชุม การล่าสัตว์ป่าเพื่อบริโภคจึงถือเป็นเรื่องปกติสำหรับชาวบ้านท้องถิ่น

ตลอดหลายปีมานี้ ทรัพยากรในพม่าส่งกลิ่นหอมยั่วยวนนักธุรกิจต่างชาติให้แห่เข้าไปอย่างคับคั่ง พวกเขาหวังว่าหลังเสียงปืนสงบที่นั่นจะมีขุมทองให้ตักตวงแบบเดียวกับบ้านเราในยุคเก่าก่อน   และแน่นอนว่าอะไรก็ตามที่มีค่า พวกเขาจับและขาย   ส่วนอะไรที่ไม่มีค่า  พวกเขาก็ทำให้มันมีค่า ก่อนจับและขาย “ไม่มีอะไรขายไม่ได้หรอกครับ ผมจับอะไรก็เป็นเงินได้หมด” นักธุรกิจผู้ร่วมเดินทางบอกเรา “แม้แต่สิ่งที่มองไม่เห็น” เขายิ้มพราย  “นั่งเรือแม่น้ำสาละวินสี่ห้าชั่วโมงไม่ใช่เรื่องสนุกนะครับ หาอะไรปิดหน้าด้วย แดดที่นั่นไม่เหมือนที่ไหน และระวัง อย่านั่งหลังคนเคี้ยวหมาก ถ้าน้ำหมากกระเด็นเข้าตา แสบมาก” เขาเตือนก่อนเราออกเดินทาง

เราอาศัยเส้นสายและเครือข่ายความสัมพันธ์ที่สุริยนมีในจังหวัด เพื่อขอร่วมทางไปกับผู้คนหลายกลุ่มซึ่งมีทั้งนักธุรกิจใต้ดิน พระสงฆ์องค์เจ้า  ญาติมิตรของคนฝั่งนั้น  หรือครูบาอาจารย์ที่ทหารยศสูงๆ ในกองกำลังชาติพันธุ์นับถือ หลายครั้งเราถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย  คนประสานงานไม่ติดต่ออย่างไร้ร่องรอย  หรือไม่ก็เงียบหายไปดื้อๆ บางสถานที่ไม่สามารถกลับไปเยือนได้อีกแล้ว  และบางสถานที่ก็เดินทางไปบ่อยจนฝ่ายความมั่นคงจับตาดูเรา

เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์บนรอยร้าวระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และรัฐบาลพม่า ผมพบว่ามีหลายประเด็นที่เรารับรู้เพียงด้านเดียว เราแว่วเสียงปืนจากกรุงเทพฯ จินตนาการถึงสงคราม แต่หลังเสียงปืนมีความจริงอีกมุมว่า ดินแดนแถบนี้กำลังกระตือรือร้นต่อโลกใหม่ การค้า ความสัมพันธ์ระดับนานาชาติ รวมทั้งความหวังทางการเมืองหลังการเลือกตั้งในประเทศ

สาละวิน
เหล่าศรัทธาชนกำลังชุลมุนขณะเก็บเงินจากการโปรยทาน หลังเสร็จสิ้นพิธียกฉัตรใหม่ที่พระเจดีย์แห่งหนึ่งในเมือง ผาซอง รัฐกะยา แม้ผู้คนแถบชายแดนนี้จะประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่มักยึดโยงกันด้วยศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุดในพม่า

ชีวิตกลางลำเนาไพรที่นั่นอวดโฉมความบริบูรณ์ทางทรัพยากรที่ไม่มีอีกแล้วในประเทศไทย  ผมได้เห็นป่าดิบชื้นสลับเบญจพรรณริมฝั่งสาละวิน (ชาวท้องถิ่นเรียกแม่น้ำคง) ซึ่งเป็นตู้เย็นอย่างดีสำหรับชาวบ้านที่นั่น และปืนเป็นเครื่องมือบำบัดความหิวพอๆ กับเบ็ดหรือเครื่องช็อตปลา  ครั้งหนึ่งเรานอนค้างแรมบนหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ผมได้ยินเสียง “เห่า” จากเก้งหวงถิ่นตลอดทั้งคืน รุ่งขึ้นพรานของเราดักปลาเค้าตัวใหญ่ขนาดเท่าเด็กประถมได้จากแม่น้ำสาละวิน การค้างแรมพกไปเพียงมีด ปืน เกลือ และข้าวสาร เพราะที่นั่นเราไม่เคยอดเนื้อสัตว์ แต่ละมื้อมีหมุนเวียนให้กินทั้ง ฟาน (เก้ง) เยือง (เลียงผา) หมูป่า หรือแม้แต่ชะมดเช็ดแผงหางปล้อง และค่าง   ชาวบ้านล่าสัตว์ป่าพวกนี้เพื่ออาหารและใช้ชีวิตกับป่าเหมือนที่ปลาอาศัยลำน้ำ ทว่าไม่มีใครสักคนที่หวังจะร่ำรวยจากมัน

การทวนน้ำสาละวินดูเป็นภาระหนักของเรือเล็ก แต่เรือจากแม่น้ำปายของเรากลับไม่กริ่งเกรงสายน้ำไพศาล มันเล็กไม่สมกับสายน้ำ แต่ปราดเปรียวเหมือนแมงปอล้อลมและตัดแก่งทวนน้ำไปอย่างแคล่วคล่อง ผู้โดยสารต่อลำสี่ถึงห้าคนนั่งสบายเหมือนชั้นธุรกิจ  คนเรือจากหมู่บ้านท่าสบปาย (ปากน้ำจุดเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำปายกับแม่น้ำสาละวิน)จำร่องน้ำได้เหมือนเคยอาศัยอยู่ใต้นั้น  “ไม่ต้องห่วงครับ เรือนี่แข็งแรงมาก” เขาตบท้องเรือดังป้าบ

ป่าเบญจพรรณรกครึ้มเผยโฉมสองฟากตลิ่งไม้บางกอจมน้ำเหลือเพียงยอด มันชูไม้ชูมือราวกับโบกทักทายผู้มาเยือน แต่ยอดไม้อีกหลายยอดมีสวะ รวมทั้งขยะหรือเศษผ้าติดอยู่เหมือนชูธง แสดงถึงระดับน้ำที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลหรือแม้แต่รายวัน

ความภาคภูมิของสาละวินมาจากคำพูดยกย่องว่า  เป็นแม่น้ำนานาชาติหนึ่งเดียวที่ยังปลอดเขื่อน จากหิมะบนที่ราบสูงทิเบตละลายลงมาเป็นสายน้ำไหลผ่านประเทศจีนและพม่ายาวรวม 2,815 กิโลเมตรจรดทะเลอันดามัน มีภูเขาสูง เกาะแก่งและลาดเทน้ำเชี่ยวกราก  เย้ายวนนักผลิตพลังงานว่าทำเลนี้เหมาะแก่การสร้างเขื่อน ทุนใหญ่คือจีนซึ่งจับจ้องโครงการยักษ์นี้ด้วยความหิว  รัฐบาลที่นั่นใช้อำนาจเบ็ดเสร็จกระทำต่อสายน้ำนู่เจียงหรือนามของสาละวินช่วงที่ไหลผ่านประเทศจีน  แบบเดียวกับที่ทำกับแม่น้ำโขง  คือวางเขื่อนผลิตไฟฟ้าถี่ยิบ

สาละวิน
แรงงานชาวพม่าเร่งสร้างถนนใหม่ด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม นั่นคือใช้แรงงานคนและการบดอัด หลังลงนามหยุดยิงกับ กองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่ม รัฐบาลพม่าจึงเร่งก่อสร้างถนนและสะพานจำนวนมากเพื่อเชื่อมต่อกับพรมแดนไทยและขยายเศรษฐกิจ

รัฐบาลพม่าเออออกับเขื่อนเช่นกัน ราวต้นปี พ.ศ. 2553 รัฐมนตรีด้านพลังงานของพม่าอนุมัติสร้างเขื่อนโดยไม่แยแสคนพื้นที่ และเดินหน้าโครงการนี้ลับๆ รัฐบาลไทยกังวลว่าจะตกขบวนจึงโผเข้าร่วมวงแบ่งเค้กด้วย  มีความเป็นไปได้สูงว่าเขื่อนอย่างน้อยสองแห่งใกล้อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน  น่าจะเกิดจากการลงทุนร่วมของบริษัทไม่ก็รัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้าของไทย และพยายามดำเนินไปเงียบๆ

การก่อสร้างเขื่อนเดินหน้าโดยใช้คณะสำรวจเข้าไปในบางพื้นที่อย่างลับๆ  ทว่าหนามยอกอกคือสองฟากฝั่งเป็นถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 14 กลุ่มที่ยังมีปืน และแม่น้ำสายนี้คือชีวิตของพวกเขา รายงานเมื่อไม่นานมานี้เผยว่าชนกลุ่มน้อยไม่ทราบฝั่ง กราดยิงคณะสำรวจนิรนามเสียชีวิตไปถึง 4 ศพ กรณีแบบนี้อาจเป็นไปได้อีกหลายแห่ง เช่นเดียวกับการที่รัฐบาลพม่าส่งทหารมาเอาคืนชนกลุ่มน้อยเหล่านี้  โดยหวังกวาดล้างออกจากพื้นที่สร้างเขื่อน ผลกระทบหลังสร้างเขื่อนคาดว่า  น้ำจะท่วมสูงกินวงกว้าง  นั่นเป็นยุทธการใช้สายน้ำกวาดล้างชนกลุ่มน้อยออกจากฐานที่มั่นรวมถึงชัยภูมิบางแห่ง

นักต่อต้านเขื่อนอ้างว่า  เขื่อนคือปีศาจของความรุ่มรวยทางชีวภาพบนสายน้ำ พันธุ์ปลากว่า 70 ชนิดในสาละวินจะพบกับฝันร้าย เพราะไม่สามารถว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่เมื่อทางน้ำอิสระถูกปิดตาย  วิศวกรรมพยายามคิดแทนธรรมชาติโดยออกแบบรู บันได หรือทางด่วน หรืออะไรก็ตามที่หวังว่าปลาจะใช้มันเหมือนมนุษย์โผลอดประตูเข้าห้องครัวแต่ปัญหาคือนั่นไม่ใช่วิถีทางที่ธรรมชาติคุ้นเคย แน่นอนว่าไม่มีใครสอนปลาว่ายน้ำได้ พวกมันเป็นตัวแทนความอิสระแบบเดียวกับนกบินบนฟ้า

เรื่อง ราชศักดิ์ นิลศิริ

ภาพถ่ายโดย สุริยน สังข์สุข

 

อ่านเพิ่มเติม

เขื่อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เรื่องแนะนำ

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการรับมือกับเจ็ตแล็ก

เจ็ตแล็ก เป็นผลจากการที่เราไม่สามารถปรับร่างกายตามเขตเวลาซึ่งแตกต่างจากเดิมเกินกว่า 3 ชั่วโมงได้ เครื่องบินในภาพนี้ ถูกถ่ายด้วยเลนส์ทิลต์ชิฟต์ (Tilt-Shift) ที่สนามบินเทเทอร์โบโร (Teterboro) ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ภาพถ่ายโดย VINCENT LAFORET, THE NEW YORK TIMES/REDUX PICTURES) ปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่โดยไม่ต้องเสียเวลากับ เจ็ตแล็ก หากคุณต้องโดยสารเครื่องบินข้ามเขตเวลาไปต่างประเทศ คุณอาจประสบกับอาการที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า circadian dysrhythmia หรือที่รู้จักกันในชื่อ เจ็ตแล็ก (Jet Lag) แต่อย่าได้กังวล “คุณสามารถปรับตัวเข้ากับเขตเวลา ณ ที่หมายของคุณได้ หากคุณมีการเตรียมตัวล่วงหน้า” ดับเบิลยู. คริส วินเทอร์ (W. Chris Winter) นักประสาทวิทยาจากเวอร์จิเนียผู้แต่งหนังสือ The Sleep Solution: Why Your Sleep Is Broken and How to Fix It กล่าว “ร่างกายของมนุษย์มีจังหวะนาฬิกาชีวภาพซึ่งถูกปรับมาเป็นอย่างดี” […]

หมู่บ้านแห่งนี้ถูกสร้างจากเปลือกหอย

หมู่บ้านแห่งนี้ถูกสร้างจากเปลือกหอย Fadiouth คือชื่อของหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แห่งหนึ่งบนเกาะนอกชายฝั่งของเซเนกัล ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ที่นี่มีเอกลักษณ์คือมันเป็นหมู่บ้านที่ถูกสร้างจากเปลือกหอย นอกเหนือจากผืนดินของเกาะที่มีเปลือกหอยเป็นส่วนผสมทับถมกันมานานเป็นล้านปีแล้ว หลากหลายสถานที่ของเกาะแห่งนี้ก็มีเปลือกหอยเป็นส่วนผสมในการก่อสร้างเช่นกัน สำหรับสถานที่ที่โดดเด่นที่สุดคือสุสานซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวผู้มาเยือนสามารถมองเห็นภาพของกำแพงที่ก่อขึ้นจากเปลือกหอย และพื้นทะเลเปลือกหอยที่มีความกว้างออกไปได้ไกลเป็นไมล์ๆ นอกจากนั้นสถานที่นี้ยังเป็นที่เดียวในเซเนกัลที่ร่างของชาวคริสต์และมุสลิมถูกฝังเคียงข้างกัน ประชากรบนเกาะราว 90% นับถือศาสนาคริสต์ ส่วนที่เหลือนับถือศาสนาอิสลาม ไม่มีใครทราบแน่ชัดถึงประวัติศาสตร์ของเกาะนี้ว่ากลุ่มคนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานแรกคือใคร ปัจจุบันรายได้หลักของชาวบ้านมาจากการทำประมงและการท่องเที่ยว   อ่านเพิ่มเติม ชีวิตบนเกาะซึ่งหนาแน่นที่สุดในโลก

เที่ยว ฮาวาย ในสายลมหนาว

การเดินทางครั้งนี้ เป็นการออกเดินทางไปทำงานและพักผ่อนในเวลาเดียวกัน เพื่อนร่วมทางครั้งนี้คือลูกชายวัยรุ่นที่อยากลองติดตามพ่อของเขาไปเที่ยว ฮาวาย สักครั้ง การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 เมื่อผมได้รับเกียรติเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันอุคุเลเลนานาชาติ รอบชิงชนะเลิศ ที่เกาะโฮโนลูลู มลรัฐ ฮาวาย จึงถือโอกาสพาลูกชายไปใช้ชีวิตที่ฮาวายเป็นเวลา 9 วัน ในช่วงฤดูหนาวในแถบหมู่เกาะฮาวาย อากาศไม่ได้หนาวเย็นยะเยือก อุณภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25-27 องศาเซลเซียส บวกกับลมพัดเอื่อยตลอดวัน แสงแดดร้อนแรงยังเป็นเอกลักษณ์ของเกาะฮาวายในทุกฤดูกาล สภาพท้องทะเลในช่วงนี้ไม่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเลสักเท่าไหร่ ทางตอนบนของเกาะมีสภาพคลื่นลมแรง เหมาะสำหรับการเล่นกระดานโต้คลื่นแบบเอ็กซ์ตรีมเท่านั้น ส่วนทางใต้ คลื่นลมสงบจนแทบไม่มีคลื่น จึงเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวบางตา ทั้งพ่อลูกจึงไม่ได้วางแผนทำกิจกรรมที่ทะเลมากนัก แต่เน้นไปเดินเที่ยวสำรวจสภาพภูมิทัศน์บนเกาะแทน ครั้งนี้จึงได้มุมและภาพที่ยังไม่ค่อยมีใครได้ไปสัมผัสมาฝากทุกท่านครับ หาด Ke Iki ที่อยู่ทางเหนือของเกาะโอวาฮู เป็นที่ตั้งของรูปสลักหินโบราณ แต่ตอนที่เราสองคนพ่อลูกเดินทางไปถึง เป็นช่วงที่น้ำทะเลได้พัดพาทรายมาทับถมรูปสลักจนมองไม่เห็น แต่เราก็ใช้เวลาด้วยกันบนชายหาดที่เต็มไปด้วยหิน ให้ความรู้สึกสนุกตอนที่ต้องคอยเดินอย่างระแวดระวังเพื่อหลบหินคมๆ ถัดมาไม่ไกล เป็นที่ตั้งของอ่าววายเมีย (Waimea) อันสวยงาม แต่ในฤดูหนาว คลื่นลมแรงและอันตรายมาก ไม่เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ และผมได้ยินมาว่า สัปดาห์ก่อนผมมาถึง นักท่องเที่ยวจมหายไปกับเกลียวคลื่น เราจึงตัดสินใจไป วายเมียวัลเลย์ หุบเขาที่รุ่มรวยด้วยพฤษชาติท้องถิ่น กับเส้นทางเดินเดินป่าง่ายๆ […]