ออกผจญภัยจากนิวยอร์กด้วย แคมเปอร์แวน

ขับ แคมเปอร์แวน จากนิวยอร์กขึ้นเหนือไปปีนผา ตามล่าใบไม้เปลี่ยนสี วิถีค่ำไหนนอนนั่นที่ New Hamshire (แล้วปิดทริปด้วยการเดินขึ้นเขาสูงสามพันฟีตเหนือระดับน้ำทะเล) 

Leaving New York CIty / ขับ แคมเปอร์แวน ออกนอกเมือง

นับจากต้นปี 2020 มาเชื่อว่าหลายๆคนทั่วทั้งโลกคงมีความเครียดสะสมจากสถานการณ์ต่างๆเรื่อยมาไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราชาวเมืองนิวยอร์กกับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่นำโด่งแซงหน้าทุกประเทศ ต้องเผชิญกับการล็อคดาวน์ที่สิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างถูกปิด เมืองนิวยอร์กที่เคยมีชีวิตชีวาตลอด 24 ชั่วโมงกลับกลายเป็นเมืองร้างเงียบเหงา

แผนการขับ campervan เที่ยวอเมริกาช่วงเดือนพฤษภาคมของเราก็ล่มอย่างไม่ต้องสงสัย แต่แล้วเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ผู้ว่าการรัฐทั้งนิวยอร์กและใกล้เคียงเริ่มทะยอยให้เปิดเมืองโดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติต่างๆ เพื่อให้ผู้คนได้ไปบำบัดความเครียดบ้าง เราจึงตัดสินใจนำแผนการเที่ยวกลับมา เพียงแต่ว่าต้องเปลี่ยนจุดหมายปลายทางให้ใกล้ขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง

ผลจากการที่ Climbing gym เจ้าประจำถูกปิดชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก๊วนปีนผาเล็กๆอย่างพวกเราก็ต้องออกไปเสาะหาที่ปีนผาจริงที่ไม่ไกลจากนิวยอร์กมากนัก หลังจากปีนผาใกล้ๆเมืองมาได้สักพักเพื่อนคนหนึ่งก็ชักชวนว่าเราน่าจะออกไปไกลจากนิวยอร์กอีกนิดเพื่อจะได้ไปปีนในสิ่งแวดล้อมที่แปลกออกไปบ้าง

แผนการขับรถ แคมเปอร์แวน เที่ยวเปิดหูเปิดตาก็ถูกสรุปลงมาทันที จุดหมายปลายทางของเราครั้งนี้จะเริ่มต้นที่ Rumney, New Hamshire จุดปีนผาอันขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของเหล่านักปีน

เราเช่ารถจาก Escape Campervans* โดยไปรับรถจาก Jersey City ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนิวยอร์ก ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เราเช่ารถกับที่นี่ทำให้ช่วยย่นระยะเวลาการดำเนินการต่างๆไปได้บ้าง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเราก็มุ่งหน้าสู่ New Hamshire ทันที โชคไม่ดีอากาศในวันนั้นมีพายุฝนตลอดทั้งวัน จากการคาดการณ์ปกติที่จะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงในการขับรถ กลายเป็น 7 ชั่วโมงของการขับรถฝ่าพายุฝนตลอดระยะทาง 300 ไมล์เศษ

เมื่อเวลาเกือบๆห้าทุ่มเราก็มาถึง Rumney Rattlesnake Campground ซึ่งจะเป็นที่พักของเราสองคืนข้างหน้านี้ เราขับรถผ่านโรงนาและสนามหญ้าขนาดใหญ่เข้ามาถึงด้านใน ไฟหน้ารถฉายให้เห็นว่ามีรถและเตนท์อยู่ตามจุดต่างๆใต้ต้นไม้ เราเลือกจอดจุดที่ไม่ไกลจากห้องน้ำก่อนทำธุระต่างๆ จัดการเปลี่ยนที่นั่งหลังรถให้เป็นที่นอน พรุ่งนี้เช้าจะต้องไปตามหาเตนท์ของเพื่อนๆที่ล่วงหน้ามาก่อน 1 วันและเตรียมตัวปีนผา อดนึกไม่ได้ว่าครั้งนี้โชคดีที่ได้นอนอุ่นและแห้งสบายอยู่ในรถ ก่อนจะเผลอหลับไปพร้อมกับเสียงลมและฝนที่แม้จะซาลงมากแต่ก็ยังไม่หยุดสนิทตลอดคืน

ช่วงเวลากลางดึกที่ Rumney Rattlesnake Campground เมื่อเมฆฝนหายไปเปิดให้เห็นดาวอย่างชัดเจน

 

เรื่องแนะนำ

ลับแล … ปิดตำนานเมืองเร้นลับ

ลับแล … ปิดตำนานเมืองเร้นลับ เปิดประตูเมืองท่องเที่ยวเลิศล้ำ สายหมอกบางเบา…ขาวขุ่น ค่อยๆโปรยตัวเองลงจากแผ่นนภา คลี่ห่มคลุมครอบไปทั่วทั้งหุบเขาตั้งแต่เมื่อดื่นดึก…เมืองทั้งเมือง อยู่ในความสลัวลาง แลเหน็บหนาว ราวกับภาพวาดอันวิจิตรจากปลายพู่กันของจิตรกร มากฝีมือ ถึงเวลาตีนฟ้าเปิด ดวงตะวันสาดแสงทอง สายหมอกก็ยังมิเจือจาง  เสมือนอยากจะโอบกอดเมืองนี้ไว้อย่างทะนุถนอม ด้วยความรักอันเลอค่าดุจนิรันดร์ สายหมอกยัง โลมไล้อยู่บนยอดรวงข้าวสีทองอย่างอ้อยอิ่ง ชีวิตเรียบง่ายในอ้อมกอดของหุบเขาอันพิสุทธิ์ เริ่มต้นวันใหม่ ตามครรลองของสารบาญแห่งชีวิตและจิตวิญญาณ จนละอองหมอกค่อยๆ เลือนสลาย เมื่อสายแดดใสสกาว ซุ้มประตูเมืองค่อยๆปรากฏ ตัวอักษรเริ่มกระจ่างชัด ในสายตา ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าที่นี่คือ  “เมืองลับแล” ……………………. ดินแดนแห่งนี้คือแผ่นดินอันสงบเงียบ ที่ถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์ หมดจดงดงาม วิถีชีวิตชาวบ้านเรียบง่าย  ชุมชนที่มีประเพณี วัฒนธรรมมั่นคงยืนยงยาวนาน วัดวาอารามเก่ากาลตระการตามากมี พรั่งพร้อมด้วยตำรับอาหารโอชารส ผลหมากรากไม้อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี  ผู้เฒ่าผู้แก่ใจอารี ยิ้มแย้มแจ่มใส ลูกหลานรักถิ่นฐานบ้านเกิด ในหัวใจเปี่ยมล้นพุทธศรัทธา ตระหนักในคุณค่าแห่งภูมิปัญญาที่บรรพชนถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ลับแล เป็นที่รู้จักมาเนิ่นนานหลายร้อยปี แต่น้อยคน จะได้มาสัมผัสถึงแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณของแผ่นดิน ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเมืองลับแล ปรากฏมากมายหลากหลายเรื่องราว…ทั้งลี้ลับ ลึกเร้น อัศจรรย์ ถ่ายทอดกันมาแบบปากต่อปาก  แต่วันนี้ “ลับแล”หาเป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว […]

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี ซิซิลี – ณ วัดของบาทหลวงคณะกาปูชินในเมืองปาแลร์โม เมืองหลวงของแคว้น ซิซิลี ซึ่งตั้งอยู่ ณ จัตุรัสอันเงียบสงัดใกล้กับสุสาน หากเดินลงบันไดผ่านรูปสลักไม้ของแม่พระมหาทุกข์ เราจะพบประตูที่นำไปสู่ห้องเก็บศพใต้ดิน ห้องนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร พร้อมเพดานโค้งและทางเดินที่ทอดยาวไปทางมุมด้านขวา อากาศภายในห้องเย็นเยียบ อับชื้น และเหม็นเปรี้ยวจากกลิ่นฝุ่นและเสื้อผ้าที่เปื่อยยุ่ย ตามหิ้งบนผนังมีศพร่วม 2,000 ศพตั้งเรียงรายอยู่ในหีบที่ผุพัง พวกเขาแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดหรือเครื่องแบบชุดเก่งราวกับจะแต่งตัวไปอวดใคร เรื่อง        เอ. เอ. กิลล์ ภาพถ่าย วินเซนต์ เจ. มูซี ในยุโรป การผึ่งศพให้แห้งและการรักษาสภาพศพเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของซิซิลี แม้จะพบในพื้นที่อื่นๆของอิตาลีบ้างก็ตาม แต่ส่วนใหญ่อยู่ในซิซิลีที่ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายเหนียวแน่นเป็นพิเศษ ปรากฏการณ์นี้ก่อให้เกิดคำถามว่า พวกเขาทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร และเพราะเหตุใดจึงนำซากศพเหล่านี้มาจัดแสดง ร่างไร้วิญญาณเหล่านี้อยู่ในอากัปกิริยาต่างๆที่บ่งบอกถึงบุคลิกและอุปนิสัยใจคอของแต่ละคน ขากรรไกรของพวกเขาอ้าค้างราวกับกำลังกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ฟันที่ผุกร่อนแสยะยิ้มคุกคาม เบ้าตาจ้องมองออกมาอย่างสิ้นหวัง ผิวหนังหยาบกร้านหุ้มกระดูกแก้มที่แห้งตอบและข้อนิ้วที่หลุดลุ่ย ซากศพเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นของคนร่างเล็ก แขนทั้งสองข้างอยู่ในท่ากอดอก ขณะที่ลำตัวถูกรั้งให้ตั้งตรงด้วยลวดและตะปู ศีรษะตกพับอยู่บนไหล่ ร่างกายค่อยๆเสื่อมสภาพลงพร้อมๆกับท่วงท่าฝืนสังขารลอกเลียนคนเป็น คูหาเก็บศพเหล่านี้แบ่งแยกชัดเจนระหว่างนักบวชกับฆราวาส ด้านหนึ่งเราจึงพบบรรดาแพทย์ ทนาย และตำรวจในเครื่องแบบ แล้วยังมีคูหาสำหรับสตรีที่มัคคุเทศก์บอกว่า เราสามารถชื่นชมแฟชั่นของวันวานได้ แต่ซากศพเหล่านั้นสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ขะมุกขะมอม […]

บินทะยานเหนือลาวาอันร้อนแรง

ภูเขาไฟปีตงเดอลาฟูร์แนซ (Piton de la Fournaise) มาจากภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “จุดสุดยอดของเตาไฟ” ภูเขาไฟลูกนี้ เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังมีพลังมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะรเรอูนียง บนมหาสมุทรอินเดีย ใกล้กับเกาะมาดากัสการ์ เตาไฟอันร้อนแรงขนาดมหึมานี้ปะทุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 150 ครั้ง นับตั้งแต่มีการตั้งถิ่นฐานบนเกาะ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา ฟุตเทตอันมหัศจรรย์นี้ถูกถ่ายจากโดรน ควบคุมโดย Jonathan Payet ช่างภาพที่จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับความงดงามอันร้อนแรงของภูเขาไฟแบบใกล้ๆ ในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน   อ่านเพิ่มเติม : มาเติมสีสันให้ชีวิตไปกับสถานที่เหล่านี้, 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในแอฟริกา

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล: ขึ้นรถไฟไปปีนผาและเดินป่าในม่านหมอกจาง

เรื่องราวการลุยเส้นทางเดินป่าภายในอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ และประสบการณ์ของการเดินป่าครั้งแรกในชีวิต หลังจากอายุ 25 ปีได้ไม่นาน ผมตัดสินใจออกไปเดินป่าครั้งแรกในชีวิต แม้การทำงานที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จะทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวและความสำคัญของธรรมชาติและโลกใบนี้มากขึ้น แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติโดยการไปปีนเขา ตั้งแคมป์ หรือเดินป่าอย่างจริงจัง และการมีสถานะเป็น “คนในเมือง” ก็ยิ่งทำให้โอกาสในการออกไปพบกับธรรมชาติดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลออกไป จนกระทั่งผมได้รับการชักชวนจากรุ่นพี่ในออฟฟิศท่านหนึ่งที่ทำงานในนิตยสารเพื่อนบ้าน เขาเป็นนักเดินป่าตัวยง และได้เขียนเรื่องราวการท่องเที่ยวธรรมชาติ การเดินป่า ให้กับเว็บไซต์ของนิตยสารมาได้ระยะหนึ่ง เขากำลังหาเพื่อนร่วมทางในการสำรวจเส้นทางเดินป่าที่ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล” เขาเล่าว่า ความน่าสนใจของที่แห่งนี้ คือการเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถเดินทางได้โดยขนส่งสาธารณะ (รถไฟ) ในขณะที่อุทยานแห่งชาติอื่นๆต้องพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวในการเข้าถึง เขาจึงเอ่ยปากชวนผม ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์ในการเดินป่าอย่างจริงจังให้ร่วมทางไปด้วยกัน คำชักชวนนี้อาจมองได้ว่าเป็นหนึ่งในภาระงานของผมเช่นกัน ผมจึงรีบดำเนินการจองตั๋วรถไฟตามคำแนะนำของเขา โดยมีกำหนดเวลาเดินทาง 3 วัน 2 คืน และนอกเหนือไปจากนี้ ผมไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม นอกเสียจากเตรียมตัวเพื่อรับประสบการณ์การออกเดินป่าครั้งแรกในชีวิต “ไม่ต้องเอาอะไรไปนอกจากของใช้ส่วนตัว เต็นท์ อุปกรณ์เดินป่า เราใช้ด้วยกันได้” ผมรับฟังชายนักเดินป่าผู้มากประสบการณ์ และเมื่อวันเดินทางมาถึง เราสองคนจับรถไฟเที่ยวเย็นจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลที่เรากำลังมุ่งหน้าไปนี้ มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และอำเภอห้างฉัตร อำเภอเมือง […]