ทะเลจีนใต้ น่านน้ำแห่งข้อพิพาท - National Geographic Thailand

ทะเลจีนใต้ น่านน้ำแห่งข้อพิพาท

ทะเลจีนใต้ น่านน้ำแห่งข้อพิพาท

คริสโตเฟอร์ ทูโบ เคยจับปลากระโทงหนัก 300 กิโลกรัมได้ใน ทะเลจีนใต้ เขาบอกว่า นั่นคือเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ปลาในน่านน้ำนั้นยังอุดมสมบูรณ์ “ที่นี่ไม่เป็นอย่างนั้นเลยครับ” เขาพูดพลางมองไปยังทะเลซูลูที่เขาอาศัยจับปลาตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เรือสองลำของเขาซึ่งเป็นเรือพื้นเมืองของชาวฟิลิปปินส์เรียกว่า บันกา (banca) ลอยลำอยู่ในน้ำตื้นแถวๆนั้น

ทูโบอาศัยอยู่ในเมืองปวยร์โตปรินเซซา ซึ่งมีประชากรราว 255,000 คนบนเกาะปาลาวัน เกาะนี้หันออกสู่ทะเลซูลู มีหมู่เกาะฟิลิปปินอยู่ทางทิศตะวันออก และทะเลจีนใต้ที่กำลังเป็นข้อพิพาทของหลายชาติในเอเชียอยู่ทางทิศตะวันตก เขาเป็นหนึ่งในชาวประมงกว่า 320,000 คนในฟิลิปปินส์ที่ใช้วิธีดั้งเดิมหาเลี้ยงชีพอยู่ในทะเลจีนใต้ และเป็นหนึ่งในผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งต้องไปจับปลาในน่านน้ำอื่นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางนิเวศวิทยาน้อยกว่า

นั่นเป็นเพราะเมื่อประมาณแปดปีก่อน จีนแสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นในภูมิภาคแถบนี้ โดยสำแดงแสนยานุภาพข่มขู่ชาวประมงชาติอื่น และในที่สุดก็สร้างฐานทัพบนเกาะหลายแห่งที่ยังเป็นข้อพิพาทกันอยู่ ทูโบเลิกจับปลาในทะเลจีนใต้ หลังจากเรือป้องกันชายฝั่งของจีนใช้หัวฉีดน้ำแรงดันสูงโจมตีเรือของเพื่อนเขา

ทะเลจีนใต้
ชาวประมงฟิลิปปินส์เดินลุยน้ำเข้าฝั่งพร้อมปลาบางส่วนที่ลูกเรือของเขาจับได้

การตัดสินใจของทูโบสะท้อนให้เห็นความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค ทะเลจีนใต้ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่ 3.6 ล้านตารางกิโลเมตร มีความสำคัญอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจ การทหาร และสิ่งแวดล้อม ในแต่ละปี การค้าระหว่างประเทศในน่านน้ำแห่งนี้มีเงินสะพัดราว 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ระบบนิเวศที่นี่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่าระบบนิเวศทางทะเลอื่นๆ     แทบทุกแห่งในโลก และปลาในน่านน้ำแห่งนี้ก็เป็นแหล่งอาหารสำคัญและสร้างงานให้ผู้คนนับล้านใน 10 ประเทศและดินแดนโดยรอบ

ในบรรดาประเทศเหล่านั้น เจ็ดประเทศ ได้แก่ บรูไน จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และเวียดนาม ต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ หากความขัดแย้งทางทหารปะทุขึ้น อาจเกิดการเผชิญหน้าของสองมหาอำนาจ คือ จีนกับสหรัฐฯซึ่งฝ่ายหลังเป็นพันธมิตรของฟิลิปปินส์มาช้านาน

ภัยคุกคามร้ายแรงอีกอย่างหนึ่ง แต่สาธารณชนทราบกันน้อยกว่า คือการทำประมงเกินขนาด ทะเลจีนใต้เป็นแหล่งประมงสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีการจ้างงานกว่า 3.7 ล้านคน และสร้างรายได้ปีละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่หลังจากการทำประมงอย่างไร้กฎเกณฑ์ตลอดหลายทศวรรษ ปริมาณปลาก็ร่อยหรอลง จนคุกคามความมั่นคงทางอาหารและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศซึ่งกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและต้องพึ่งพาการประมง

ทะเลจีนใต้
ชายชาวฟิลิปปินส์ซ่อมอวนอยู่ในชุมชนชาวประมงที่เมืองปวยร์โตปรินเซซา

จีนอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด โดยกำหนดเขตแดนกินพื้นที่กว้างใหญ่ด้วยการอ้างว่าเคยเป็นของจีนในประวัติศาสตร์ แต่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ พื้นที่ที่จีนอ้างนั้นทับซ้อนน่านน้ำของประเทศอื่นด้วย ประเทศอื่นในทะเลจีนใต้ทุกประเทศคัดค้าน รวมถึงฟิลิปปินส์ซึ่งอ้างสิทธิตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea)

เมื่อปี 2013 ฟิลิปปินส์นำคดีพิพาทกับจีนขึ้นสู่ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ จีนปฏิเสธเข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดี ในวันที่ 12 กรกฎาคม ปี 2016 ศาลตัดสินให้ฟิลิปปินส์ชนะเกือบทุกกรณีที่ยื่นฟ้อง โดยระบุว่า จีนได้สละสิทธิในการกล่าวอ้างใดๆตามประวัติศาสตร์ เมื่อให้สัตยาบันอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลในปี 1996 จีนยืนกรานที่จะเพิกเฉยต่อคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาล

ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้นี้ทำให้การแข่งขันในหมู่ชาวประมงรุนแรงขึ้น และการแก่งแย่งปลาที่เป็นผลตามมายิ่งโหมกระพือความขัดแย้งให้ดุเดือดขึ้น ปัจจุบัน บางน่านน้ำมีปริมาณปลาให้จับน้อยกว่าหนึ่งในสิบจากที่เคยมีอยู่เมื่อหกทศวรรษก่อน

ทะเลจีนใต้
ปลากระโทงและปลามูลค่าสูงอื่นๆ เช่น ทูน่า หายากมากขึ้นเรื่อยๆ ในทะเลจีนใต้ การล่มสลายของอุตสาหกรรมประมงที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจะคุกคามวิถีชีวิตและความมั่นคงทางอาหารของผู้คนนับล้าน

เมื่อน่านน้ำชายฝั่งว่างเปล่า ชาวประมงจำนวนมากต้องเสี่ยงชีวิตออกไปไกลกว่าพรมแดนของประเทศ เข้าไปหาเลี้ยงชีพในพื้นที่พิพาท ขณะเดียวกัน จีนก็เริ่มสนับสนุนการอ้างสิทธิโดยส่งเสริมชาวประมงของตนอย่างก้าวร้าว จีนสนธิกำลังจากกองกำลังป้องกันชายฝั่ง ติดอาวุธให้กองเรือประมง และอุดหนุนทั้งเชื้อเพลิงและเรือที่ดีกว่า และถึงกับให้การอุดหนุนเป็นกรณีพิเศษแก่ชาวประมงจีนให้จับปลาในน่านน้ำรอบหมู่เกาะสแปรตลี (Spratly Islands) ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทอยู่ห่างจากส่วนใต้สุดทางทิศใต้ของจีน (ท่าเรือบนเกาะไหหลำ) ประมาณ 900 กิโลเมตร

“เหตุผลเดียวที่เรือประมงขนาดเล็ก [ของจีน] ไปยังหมู่เกาะสแปรตลี ก็คือพวกเขาได้รับการว่าจ้างให้ไปครับ” เกรกอรี โพลิง จากศูนย์การศึกษานโยบายและยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยหรือองค์กรคลังสมองที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าว และเสริมว่า ท่าทีแข็งกร้าวของจีนยิ่งเร่งให้ปริมาณปลาหมดไปเร็วขึ้น

นอกจากนี้ จีนกำลังสร้างหมู่เกาะเทียมทับแนวปะการังในหมู่เกาะสแปรตลีเพื่อสนับสนุนฐานทัพที่นั่น “การครอบครองคือเก้าในสิบของกฎหมายครับ” แซคารี อะบูซา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองและความมั่นคงทางทะเลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่วิทยาลัยการสงครามแห่งชาติในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. บอก “จีนกำลังพยายามบังคับใช้อำนาจอธิปไตยด้วยการสร้างเกาะเหล่านี้ขึ้น และโดยการห้ามประเทศอื่นเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ”

ทะเลจีนใต้
แสงไฟบนเรือเมลิสซาของฟิลิปปินส์ ดึงดูดปลาให้ขึ้นมาบนผิวน้ำและเข้ามาใกล้เรือ ชาวประมงฟิลิปปินส์ จีน เวียดนาม และไต้หวัน ล้วนตักตวงประโยชน์จากน่านน้ำเหล่านี้ซึ่งแทบไม่มีการควบคุมใดๆ

เมื่อประเทศหนึ่งพยายามปกป้องแหล่งประมงของตน ความตึงเครียดก็ปะทุขึ้น เมื่อปี 2012 เรือรบของกองทัพเรือฟิลิปปินส์พยายามจับกุมเรือประมงชาวจีนที่เกาะปะการังสการ์เบอโร ห่างจากชายฝั่งฟิลิปปินส์ประมาณ 222 กิโลเมตร ด้วยข้อหาการทำประมงผิดกฎหมาย การลักลอบเก็บปะการังหายาก หอยมือเสือยักษ์ และล่าฉลาม เรือป้องกันชายฝั่งของจีนเข้าแทรกแซงเพื่อขัดขวางการจับกุม ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากัน สิบสัปดาห์ต่อมา ทั้งสองฝ่ายตกลงจะประนีประนอม แต่หลังจากเรือรบของฟิลิปปินส์ถอยฉากไป เรือรบของจีนยังคงอยู่ต่อ เท่ากับเป็นการยึดครองเกาะปะการังแห่งนี้อย่างกลายๆ

การทำประมงเกินขนาดส่งผลให้ชาวประมงจับปลาได้น้อยลง และขนาดของปลาก็เล็กลงด้วย ก่อให้เกิดวงจรอันตรายขึ้น ชาวประมงฟิลิปปินส์บางคนหันมาใช้วิธีทำประมงที่อันตรายและผิดกฎหมาย รวมถึงการระเบิดปลาด้วยระเบิดทำเอง และการเบื่อปลาด้วยไซยาไนด์ ทั้งสองวิธีฆ่าปะการังและปลาอื่นๆด้วย เป็นความเสียหายข้างเคียงที่ผลักดันให้ท้องทะเลแห่งนี้ใกล้จะเกิดวิกฤติการณ์การทำประมงเกินขนาดเข้าไปทุกที

เรื่อง เรเชล เบล
ภาพถ่าย แอดัม ดีน

เรื่องแนะนำ

วิวัฒน์แห่งดวงตา

เรื่อง เอด ยอง ภาพถ่าย เดวิด ลิตต์ชวาเกอร์ หากลองถามใครต่อใครว่า ดวงตาสัตว์มีไว้ทำอะไร พวกเขาจะตอบคุณว่า  ก็เหมือนดวงตาคนนั่นแหละ แต่นั่นไม่จริงแม้แต่น้อย ในห้องปฏิบัติการที่มหาวิทยาลัยลุนด์ ประเทศสวีเดน แดน-เอริก นิลส์สัน กำลังพินิจพิจารณาดวงตาของแมงกะพรุนกล่อง  ดวงตาสองดวงของนิลส์สันเองมีสีน้ำเงินสดใสและหันไปทางด้านหน้า แต่แมงกะพรุนกล่องมีดวงตาสีน้ำตาลเข้ม 24 ดวงกระจุกอยู่รวมกันเป็นกลุ่มสี่กลุ่มเรียกว่า โรเพเลียม (rhopalium) นิลส์สันให้ผมดูแบบจำลองของโรเพเลียมในห้องทำงาน  มันดูเหมือนลูกกอล์ฟที่มีเนื้องอกและยึดติดอยู่กับก้านที่ยืดหยุ่นได้ฝังอยู่ในตัวแมงกะพรุน “ตอนเห็นมันครั้งแรก ผมไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยครับ ดูประหลาดมาก” นิลส์สันบอก ดวงตาสี่ดวงจากหกดวงในแต่ละโรเพเลียมเป็นตัวรับแสงอย่างง่ายที่มีลักษณะเป็นช่องและหลุม แต่ดวงตาอีกสองดวงมีลักษณะซับซ้อนอย่างน่าประหลาด เหมือนดวงตาของนิลส์สัน กล่าวคือ มีเลนส์สำหรับรวมแสงและมองเห็นภาพได้ แม้ภาพที่เห็นจะมีความคมชัดต่ำก็ตาม นอกจากใช้มองสิ่งๆต่างๆแล้ว  นิลส์สันยังใช้ดวงตาของเขารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความหลากหลายในการมองเห็นของสัตว์  แล้วแมงกะพรุนกล่องล่ะ  มันเป็นสัตว์ที่มีโครงสร้างเรียบง่ายที่สุดจำพวกหนึ่งในอาณาจักรสัตว์ ลำตัวเป็นเพียงก้อนวุ้นที่ยืดหดเป็นจังหวะคล้ายหัวใจเต้นตุ้บๆ และมีมัดหนวดที่เต็มไปด้วยเข็มพิษสี่มัดห้อยลงมา  แมงกะพรุนกล่องไม่มีแม้กระทั่งสมองที่สมบูรณ์  คงมีเพียงเซลล์ประสาทเรียงเป็นวงแหวนอยู่รอบลำตัวรูประฆัง  แล้วมันจะต้องการข้อมูลอะไรกันเล่า เมื่อปี 2007 นิลส์สันและคณะแสดงให้เห็นว่า แมงกะพรุนกล่องชนิด Tripedalia cystophora ใช้ดวงตามีเลนส์ที่อยู่ด้านล่างมองสิ่งกีดขวางที่เข้ามาหา เช่น รากของพืชชายเลนในบริเวณที่มันว่ายน้ำอยู่  พวกเขาใช้เวลาอีกสี่ปีจึงค้นพบว่า ดวงตามีเลนส์ที่อยู่ด้านบนทำหน้าที่อะไร  เบาะแสสำคัญชิ้นแรกได้จากก้อนถ่วงน้ำหนักที่ลอยอย่างอิสระตรงฐานของโรเพเลียม […]

สงครามพิทักษ์วีรุงกา

ไม่มีอุทยานที่ใดเผชิญปัญหามากมายดังเช่นเขตสงวนวีรุงกา ในคองโก สถานที่แห่งนี้ต้องต่อสู้กับนักรบจากสงครามกลางเมือง, บริษัทขุดหาแหล่งน้ำมัน ตลอดจนพวกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า มาร่วมติดตามกันว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มเล็กๆ จะทำให้แหล่งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้อยู่รอดต่อไปได้อย่างไร

ภาพนี้ต้องขยาย : คนเล็กต้นไม้ใหญ่

ภาพโดย กิลเบิร์ต เอช. โกรฟเนอร์, NATIONAL GEOGRAPHIC CREATIVE บนลาดเขาแห่งหนึ่งของเกาะเมาอี  ใบของต้น อาเปอาเป (‘ape‘ape) ทำให้ชายที่ยืนอยู่ใต้ร่มเงาไม้ดูตัวเล็กลงไปถนัดตา  “ร่างมนุษย์ช่วยให้เห็นสัดส่วนและขนาดของพืชพรรณแปลกประหลาดและสวยงามชนิดนี้” ทีมบรรณาธิการในเวลานั้นคงต้องชื่นชอบภาพนี้เป็นพิเศษ   เพราะมีภาพถ่ายสองแบบ  (กับชายคนเดียวกัน) ปรากฏอยู่ในสารคดีว่าด้วยอัศจรรย์แห่งธรรมชาติของหมู่เกาะฮาวาย— badocams มาร์กาเร็ต จี. แซ็กโควิตซ์

โซเชียลมีเดียปรากฏการณ์ป่วนสังคม

เรื่อง สุวัชรี พรหมบุญมี ภาพถ่าย เอกรัตน์ ปัญญะธารา ทุกการเดินทางมีเรื่องราวเสมอ แน่นอนว่าไม่เว้นแม้แต่การท่องไปใน “โลกออนไลน์” พื้นที่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นโลกเสมือนที่เคียงคู่ไปกับโลกในชีวิตจริงของคนเรา หากย้อนเวลากลับไปหลายปี  ก่อนหน้าที่เทคโนโลยีจะได้รับการพัฒนาจนเราวิ่งตามเกือบไม่ทันอย่างในทุกวันนี้   กิจวัตรยามเช้าของใครหลายคนอาจเริ่มด้วยการนั่งจิบกาแฟร้อนๆ พร้อมขนมปังปิ้งหรือแซนด์วิชอบใหม่  ดื่มด่ำบรรยากาศยามเช้า   นั่งฟังเสียงนกร้อง  มองต้นไม้ใบหญ้าในสวนข้างบ้านที่กำลังผลิดอกออกผล  ราวกับว่ากำลังชาร์จแบตเตอรี่ในตัวเองก่อนเริ่มวันอันเคร่งเครียดอีกครั้ง วิวัฒนาการที่รวดเร็วของเทคโนโลยีทั้งในมิติของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ที่พร้อมสนับสนุนหลากหลายโปรแกรมที่เปิดตัวให้บริการอยู่ในโลกออนไลน์    ทำให้กิจวัตรยามเช้าของผู้คนเปลี่ยนไป สำหรับฉันแม้ว่าจะยังคงใช้เวลาละเลียดกาแฟหอมกรุ่นยามเช้า และดื่มด่ำกับสิ่งต่างๆ รอบตัว  แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือเสียงเตือนที่บ่งบอกว่า  มีข้อความส่งมาจากก๊วนเพื่อนตั้งแต่เมื่อคืนวาน  เมลงาน นัดหมายต่างๆไปจนถึงการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นอื่นๆ หลังเปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อให้พร้อมใช้งาน  ทัชฟังก์ชันหนึ่งเป็นการป้อนคำสั่งเพื่อเชื่อมต่อกับสัญญาณเครือข่าย และเข้าสู่โลกออนไลน์เพื่อเช็คข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา วิวัฒนาการของโลกโซเชียลรุดหน้าอย่างรวดเร็ว  ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเปรียบเสมือนแรงกระเพื่อมของกระแสน้ำที่ส่งผลต่อสิ่งที่คลื่นน้ำไปกระทบเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนและวิ่งตามกระแส เฟซบุ๊ก (Facebook) เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ ปี ค.ศ. 2004  โดยมีมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งร่วมกับเพื่อนๆ ขณะกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระยะเวลาเพียง 10 ปีเศษส่งผลให้เฟซบุ๊กเป็นเครือข่ายโซเชียล (social network) ที่ใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบัน การพัฒนาฟีเจอร์หรือลูกเล่นต่างๆ ในเฟซบุ๊กเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตือนเรื่องราวที่เราเคยโพสต์ แชร์รูป หรือคลิปวิดีโอ […]