ชีวิตหลัง ไอซิส - National Geographic Thailand

ชีวิตหลังไอซิส

ชีวิตหลัง ไอซิส

กองกำลังรัฐอิสลามถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2006 จากการรวมตัวของมุสลิมซุนนีหลายกลุ่ม ก่อนจะเป็นรูปเป็นร่างและสร้างแสนยานุภาพในช่วงครึ่งทศวรรษต่อมา โดยรับอดีตนักรบพรรคบะอัษ (หรือพรรคบาท) ที่ตกค้างหลังจากประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ถูกโค่นอำนาจเมื่อเดือนเมษายน ปี 2003  ในช่วงปี 2012 และ 2013 ไอซิส กระจายไปทั่วซีเรีย และในช่วงวันแรกๆของเดือนมกราคม ปี 2014 ก็เปิดฉากสู้รบในเราะมะดี เมืองหลวงของจังหวัดอันบาร์ในอิรัก กองกำลังสองสามร้อยนายยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองไว้ได้ กองทัพรัฐบาลแตกพ่าย แม้จะรักษาพื้นที่บางส่วนไว้ได้ก็ตาม หนังม้วนเดียวกันนี้เกิดซ้ำในโมซุล ตลอดระยะเวลาส่วนใหญ่ในช่วงสองปีต่อมา ชาวเมืองเราะมะดีต้องเผชิญสงครามยืดเยื้อเป็นช่วงๆ

ทหารอิรักระดมพล โดยมีกองกำลังชีอะฮ์และกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯเข้าร่วมด้วย พอถึงปลายปี 2015 เราะมะดีก็ได้รับการ “ปลดปล่อย” ตามที่โทรทัศน์แห่งชาติรายงาน พื้นที่ทั้งหมดในหลายเขตไม่เพียงไร้ผู้อยู่อาศัย แต่ยังมีสภาพยับเยินจนจำไม่ได้ ไม่มีใครคิดว่าผู้คนจะย้ายกลับไป แต่พวกเขาก็กลับ

เราะมะดีเสียหายหนักสุดในบรรดาเมืองต่างๆของอิรัก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก ไอซิสและสงครามต่อต้านไอซิส ทำให้พื้นที่ทางเหนือและตะวันตกของอิรักเป็นซากปรักอันกว้างใหญ่ไพศาลมาแล้ว ความรุนแรงลุกลามจากทางใต้ของกรุงแบกแดดไปถึงชายแดนตุรกี ซีเรีย และซาอุดีอาระเบีย ครอบคลุมพื้นที่หลายสิบเมือง รวมทั้งเมืองเล็กๆและหมู่บ้านหลายร้อยแห่ง ไอซิสทำลายขุมทรัพย์ทางโบราณคดีในเมโสโปเตเมียที่นิเนเวห์และหมู่บ้านชาวคริสต์โบราณ และพยายามกวาดล้างชนเผ่ายาซิดีซึ่งไอซิสถือเป็นพวกนอกรีต บ่อน้ำมันถูกจุดไฟเผานานหลายเดือน ก่อความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมอย่างมิอาจประมาณได้ พอถึงต้นปี 2017 องค์การสหประชาชาติ พันธมิตร และองค์กรอื่นๆ ตั้งค่ายผู้พลัดถิ่นและผู้ลี้ภัยขึ้น 86 แห่งทั่วอิรัก ชาวอิรักกว่าสามล้านคนต้องหนีตายจากบ้านเกิดเมืองนอน

ไอซิส
หลังไอซิสถอนกำลังออกจากฟัลลูญะฮ์ หลักฐานความโหดเหี้ยมก็ปรากฏ คฤหาสน์ของผู้รับเหมาก่อสร้างผู้มั่งคั่งหลังนี้ถูกใช้เป็นเรือนจำ ขณะที่วิทยาลัยครูอีกแห่งกลายเป็นศาลและลานประหาร ซากศพถูกฝังในหลุมรวมใต้หินปูพื้นและ ไม้กระดาน

กองกำลังรัฐอิสลามแยกตัวจากกลุ่มอัลกออิดะห์ เพราะอาบู บักร์ อัล บัฆดาดี ผู้นำไอซิส มีใจกระหายเลือดเกินไป แม้กระทั่งสำหรับอัลกออิดะห์ แต่มีความเชื่อหนึ่งที่เขากับผู้นำอัลกออิดะห์คิดตรงกัน นั่นคือสิ่งที่เดวิด คุก นักประวัติศาสตร์ญิฮาด สรุปไว้ว่า “โลกทั้งมวลผสานเป็นหนึ่งเดียวกันในความพยายามที่จะทำลายศาสนาอิสลาม” ทว่าในขณะที่อุซามะห์ บิน ลาดิน ตั้งกลุ่มด้วยความเชื่อว่า ศัตรูสำคัญที่สุดของศาสนาอิสลามคือ “ศัตรูที่อยู่ไกล” หรือจักรวรรดิตะวันตก แต่จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ บัฆดาดีพุ่งความสนใจไปที่ “ศัตรูใกล้ตัว” หรือรัฐบาลที่ไร้ศรัทธาในโลกมุสลิม

บัฆดาดีสั่งสอนคนของเขาว่า สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าคือนิกายชีอะฮ์ เขายึดแนวทางการแบ่งแยกนิกายซึ่งดำเนินสืบเนื่องมาหลายสิบปีในอิรัก ย้อนหลังไปในช่วงทศวรรษ 1970 พรรคบะอัษ [พรรครัฐบาลของอิรักภายใต้การนำของซัดดัม ฮุสเซน] เนรเทศคนที่เชื่อว่าเป็นชาวอิหร่านโดยกำเนิดออกนอกประเทศ ตอนที่ซัดดัม ฮุสเซน ทำสงครามกับอิหร่านเมื่อปี 1980 เขาประกาศตนเป็นผู้ปกป้องศาสนาอิสลามที่แท้จริง บุรุษผู้มุ่งหมายจะปกป้องพี่น้องชาวอาหรับที่เป็นมุสลิมนิกายซุนนีจากผู้รุกรานชาวเปอร์เซียที่นับถือนิกายชีอะฮ์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามมาตั้งแต่ศตวรรษที่เจ็ด (ทั้งที่ในความเป็นจริง ชาวอิรักที่นับถือนิกายชีอะฮ์จำนวนมากรับใช้เขาอย่างจงรักภักดี) บัฆดาดีคือผลผลิตของความจงเกลียดจงชังนี้ ซึ่งหวนกลับมาอีกครั้งระหว่างสงครามแบ่งแยกศาสนาในช่วงกลางทศวรรษ 2000 พอๆกับที่เขาเป็นผลผลิตจากการยึดครองของสหรัฐฯ และนั่นทำให้ทรรศนะที่เขามีต่อมุสลิมนิกายชีอะฮ์ไม่อาจใช้คำใดได้นอกจากฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ไอซิส
ในอัลอะลัม เมืองเล็กๆใกล้ติกริต ชายชาวเมือง 11 คนถูกประหารในที่สาธารณะใกล้สี่แยกซึ่งตอนนี้มีอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงพวกเขาตั้งอยู่ อนุสาวรีย์ ป้ายโฆษณา โปสเตอร์ และงานศิลปะซึ่งอุทิศให้เหยื่อความรุนแรงของไอซิสเป็นสิ่ง ที่พบเห็นได้ทั่วไปมากขึ้นรอบๆอิรัก

ขณะที่ไอซิสถอยร่นไปยังซีเรีย หลักฐานการใช้ความรุนแรงของกองกำลังดังกล่าวก็ปรากฏชัดที่สุดในเมืองฟัลลูญะฮ์  เมื่อเดือนมกราคม ปี 2014 ไอซิสยึดฟัลลูญะฮ์ได้ ปลายเดือนมิถุนายน ปี 2016 หลังการต่อสู้นานหนึ่งเดือนทหารอิรักก็ยึดคืนได้ หลายวันหลังจากนั้น กลุ่มทหารและตำรวจเดินตามถนนที่เกลื่อนกล่นด้วยซากปรักหักพังเพื่อไปยังวิทยาลัยครูสตรีฟัลลูญะฮ์ซึ่งไอซิสใช้เป็นศาลและลานประหาร อากาศคละคลุ้งด้วยกลิ่นเนื้อเน่า แฟ้มของหญิงสาวที่เคยเรียนหนังสือที่นี่กระจายอยู่ทั่วพื้น

เมื่อไปถึงลานเล็กๆ พวกเขาก็ยกมืออุดจมูก ตำรวจนายหนึ่งเลื่อนกระดานดำที่วางอยู่บนดินไปด้านข้าง เผยให้เห็นกระดูกน่องที่โผล่ขึ้นมาจากหลุมใต้หินปูพื้น ในหลุมเต็มไปด้วยซากศพซึ่งกำลังเน่าเปื่อย มีจำนวนเท่าใดไม่สามารถบอกได้ ในโถงทางเดินติดกันมีหลุมศพรวมอีกหลุมอยู่ใต้พื้นที่ปูพรมและมีโซฟาวางทับ ผู้บัญชาการตำรวจบอกว่า ศพเหล่านี้เชื่อว่าเป็นสมาชิกไอซิสที่ถูกประหารเพราะต้องสงสัยว่าทรยศ ขี้ขลาด หรือข้อหาอื่นๆ

ไอซิส
อิรักมีทรัพยากรไม่เพียงพอจะช่วยคนกว่าสามล้านคนซึ่งพลัดที่นาคาที่อยู่จากสงครามต่อต้านไอซิส ค่ายผู้ลี้ภัย ขาดแคลนอาหารและเครื่องใช้ต่างๆ แรงงานรายวันที่เดินไปตามถนนฝุ่นคลุ้งคนนี้โชคดีที่ได้งานทำใกล้ค่ายผู้ลี้ภัยซึ่งเขาอาศัยอยู่

ตอนที่ไอซิสยึดเมืองนี้ นักรบไอซิสใช้โรงพยาบาลกลางขนาดใหญ่เป็นกองบัญชาการ ทหารอิรักกลุ่มหนึ่งไปสำรวจที่นั่น พวกเขาเดินเข้าไปในลาน มีเปลจากห้องดับจิตวางบนพื้นใกล้หลุมศพเล็กๆที่เพิ่งกลบฝัง ทหารยกมือระดับเอวเพื่อระบุความสูงของศพที่อยู่ในหลุม ระหว่างการต่อสู้ ชาวบ้านไม่กล้านำศพลูกหลานออกไปฝังในสุสาน พวกเขาจึงฝังศพเด็กๆไว้ตามพื้นดินที่พอหาได้ในโรงพยาบาล

ในตึกแผนกฉุกเฉิน โครงและกระเบื้องเพดานห้อยต่องแต่งเหมือนเถาวัลย์ในป่า ตำรวจนายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า อะบู เนบะฮ์ ค้นหาของที่ระลึกและเก็บไว้ในถุงพลาสติก บนผนังมีภาพถ่ายเอกสารแตกๆของตราสัญลักษณ์ไอซิสและบันทึกอย่างเป็นทางการบนกระดาษที่มีหัวจดหมายของไอซิสแปะเทปกาวไว้ ข้อความในบันทึกบ่งนัยถึงช่วงวันท้ายๆอันสิ้นหวังของการยึดอำนาจ “ถึงพี่น้องและหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ขอพระเจ้าคุ้มครองพวกเขา” บันทึกเขียนไว้ “พี่น้องทุกคนควรพาครอบครัวกลับเขตฟัลลูญะฮ์ทันทีภายใน 20 วันหลังจากวันที่ในประกาศนี้ ผู้ฝ่าฝืนจะไม่ได้รับสิทธิลาพัก”

เรื่อง เจมส์ เวอรินี

ภาพถ่าย โมยเซส ซามัน

อ่านเพิ่มเติม

ชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองโมซูล

เรื่องแนะนำ

สารอาหารใดบ้างที่มีส่วนช่วยให้ สมอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สารอาหารเหล่านี้ต่างมีส่วนช่วยในการประมวลผลของ สมอง ให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ว่าแต่สารอาหารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ไปหาคำตอบกัน

มนตราแห่งนครที่สาบสูญ

เรื่อง ดักลาส เพรสตัน ภาพถ่าย เดฟ โยเดอร์ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 2015 เฮลิคอปเตอร์ทหารลำหนึ่งทะยานขึ้นจากลานบินใกล้เมืองกาตากามัส ประเทศฮอนดูรัส บ่ายหน้าไปทางเทือกเขาลามอสกีเตีย เบื้องล่าง เรือกสวนไร่นาค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นลาดเนินสูงชันอาบแสงอาทิตย์ บ้างปกคลุมด้วยป่าดิบชื้น  บ้างถูกแผ้วถางเป็นฟาร์มปศุสัตว์  นักบินมุ่งหน้าไปยังช่องเขาเล็กๆรูปตัววี (V) ฝูงนกยางบินอยู่เบื้องล่าง  ยอดไม้สั่นไหวจากการเคลื่อนไหวของฝูงวานรที่มองไม่เห็นตัว  ที่นี่ไม่มีร่องรอยกิจกรรมใดๆของมนุษย์ นักบินบังคับเครื่องให้โฉบลงด้านข้างก่อนจะลดระดับลง  เป้าหมายคือพื้นที่โล่งริมฝั่งแม่น้ำ ในกลุ่มผู้ที่ก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์มีนักโบราณคดีคนหนึ่งชื่อ คริส ฟิชเชอร์ หุบเขาแห่งนี้อยู่ในภูมิภาคซึ่งเล่าลือกันมาช้านานว่าเป็นที่ตั้งของเมือง “ซิวดัดบลังกา” (Ciudad Blanca) มหานครในตำนานที่สร้างด้วยศิลาสีขาว หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า นครสาบสูญแห่งวานรเทพ  ฟิชเชอร์ไม่เชื่อตำนานเหล่านั้น แต่เชื่อว่าในหุบเขาที่เขาและเพื่อนร่วมงาน เรียกกันง่ายๆว่า ที1 (T1) นี้มีซากปรักนครสาบสูญของจริงซึ่งถูกทิ้งร้างมาอย่างน้อยครึ่งสหัสวรรษ จะว่าไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เขาแน่ใจด้วยซ้ำ ในการเดินทางครั้งนี้ ทีมสำรวจใช้เทคนิคที่เรียกว่าไลดาร์ [lidar ย่อมาจาก light detection and ranging หรือการตรวจหาและวัดระยะทางด้วยแสง] เทคนิคนี้ใช้ทำแผนที่นครการากอลของชาวมายาในประเทศเบลีซ ไลดาร์ทำงานด้วยการสะท้อนลำแสงเลเซอร์อินฟราเรดนับแสนๆลำกลับขึ้นมาจากป่าดิบชื้นเบื้องล่าง และบันทึกตำแหน่งของจุดการสะท้อนแสงในแต่ละครั้ง […]

เพชรยอดมงกุฎแห่งทะเลแคริบเบียน

เพชรยอดมงกุฎแห่ง ทะเลแคริบเบียน เรื่องและภาพถ่าย เดวิด ดูบิเลต์ และเจนนิเฟอร์ เฮย์ส สิบห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่เรามาสำรวจการ์เดนส์ออฟเดอะควีน (Gardens of the Queen) ครั้งสุดท้าย ในหมู่เกาะปริ่มน้ำซึ่งเรียงตัวคล้ายสายสร้อย เกาะเล็กๆที่มีป่าชายเลนขึ้นอยู่ และแนวปะการังห่างจากชายฝั่งประเทศคิวบาประมาณ 80 กิโลเมตรแห่งนี้ เราค้นพบทะเลอันพิสุทธิ์ที่ชวนให้เราพิศวงด้วยสรรพชีวิตอันน่าตื่นตา เรากลับมาคิวบาด้วยความกังวลถึงผลพวงจากกาลเวลาและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เราจะพบเห็นในอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,200 ตารางกิโลเมตร ในการดำน้ำครั้งแรก เราลงไปยังกลุ่มปะการังเขากวางขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่งและลดจำนวนลงมากทั่วทะเลแคริบเบียน เราเข้าไปอยู่ในดงปะการังหนา พลางรู้สึกทึ่งเมื่อเห็นปลากะพงแสมแถบน้ำเงินและปลากะพงต่อสู้แย่งชิงพื้นที่ท่ามกลางกิ่งปะการังที่แผ่กว้าง นี่ตรงกับสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะเห็น เราหวนคืนสู่โลกแห่งปะการังอันรุ่มรวยไปด้วยฝูงปลา เช่นเดียวกับที่ทะเลแคริบเบียนปรากฏแก่สายตาเราเมื่อกว่าทศวรรษก่อน เช้าวันหนึ่ง เราเข้าไปในป่าชายเลน และแหวกว่ายผ่านป่าน้ำขังที่เต็มไปด้วยฝูงปลาข้างเงิน เราออกไปสู่น่านน้ำเปิดเพื่อดำน้ำกับฉลามซิลกีที่ปราดเปรียวหลายสิบตัว ตกค่ำเรากลับไปยังป่าชายเลนอีกครั้ง และดำลงไปในน้ำอันมืดมิด  ด้วยไฟฉายกำลังแรงสูง  เราแกะรอยตามจระเข้พันธุ์อเมริกันตัวหนึ่ง การได้พบกับเหยื่อมากมายขนาดนั้นและสัตว์นักล่าอันดับสุดยอดภายในระบบนิเวศเพียงระบบเดียว อย่าว่าแต่ในเวลาเพียงวันเดียว เป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ ฟาเบียน ปีนา อามาร์โกส นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล เน้นย้ำว่า โอเอซิสกลางมหาสมุทรแห่งนี้อุดมสมบูรณ์เพราะคิวบาให้ความคุ้มครองอย่างแข็งขันแก่เขตอนุรักษ์ จวบจนปัจจุบัน ระบบนิเวศทางทะเลแห่งนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถฟื้นตัวจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว แต่ยังคงเผชิญภัยคุกคามแบบเดียวกับที่แนวปะการังอื่นๆประสบ เมื่อมหาสมุทรอุ่นขึ้น มีความเป็นกรดมากขึ้น และระดับทะเลสูงขึ้น […]

ภาพนี้ต้องขยาย : จุดจบของทีมสำรวจ

ภาพ เฮอร์เบิร์ต จี. พอนติง, NATIONAL GEOGRAPHIC CREATIVE แม้ว่าพวกเขาจะปักธงชาติสหราชอาณาจักร (ซ้ายสุด) หลังมาถึงขั้วโลกใต้เมื่อเดือนมกราคม ปี 1912 แต่สมาชิกใน คณะสำรวจภูมิภาคแอนตาร์กติกของโรเบิร์ต ฟอลคอน สกอต ก็พบธงชาตินอร์เวย์โบกสะบัดอยู่ที่นั่นแล้ว  คณะสำรวจภายใต้การนำของโรอัลด์ อามุนด์เซน คู่แข่งของสกอต มาถึงขั้วโลกใต้ก่อนหน้านั้นเพียงเดือนเศษ  ทว่าเอดเวิร์ด วิลสัน, สกอต, เอดการ์ เอแวนส์, ลอว์เรนซ์ โอตส์ และเฮนรี เบาเวอร์ส (จากซ้ายไปขวา) ยังคงบันทึกความสำเร็จของพวกเขาด้วยภาพถ่ายภาพนี้  การมองผ่านแว่นขยายเผยให้เห็นว่า  พวกเขาบันทึกภาพนี้ได้อย่างไร  นั่นคือสายลั่นชัตเตอร์ที่อยู่ในมือของวิลสัน ภาพนี้เป็นหนึ่งในภาพถ่ายท้ายๆ ของพวกเขา  ไม่มีใครในภาพรอดชีวิตกลับถึงบ้านเลยสักคน ภายในหนึ่งเดือนหลังถ่ายภาพนี้ เอแวนส์ก็เสียชีวิต  หนึ่งเดือนต่อมา โอตส์ซึ่งถูกความเย็นกัดก็ออกจากทีมและไม่มีใครเห็นเขาอีก ร่างที่ถูกแช่แข็งของคนที่เหลือถูกพบอยู่ในเต็นท์เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1912  พร้อมกับฟิล์มเนกาทิฟของภาพนี้ — มาร์กาเร็ต จี. แซ็กโควิตซ์