ราชาพรางกาย - National Geographic Thailand

ราชาพรางกาย

เรื่อง  แพทริเชีย เอดมอนส์
ภาพถ่าย คริสเตียน ซีกเลอร์

โลกคงมีสัตว์อีกเพียงไม่กี่ชนิดที่เทียบรัศมีกิ้งก่าคาเมเลียนได้ในแง่ของความสามารถทางสรีระอันน่าอัศจรรย์ ตั้งแต่ลิ้นที่ยาวกว่าลำตัวพุ่งออกไปตวัดจับแมลงได้ในชั่วเสี้ยววินาที  สายตาที่มองเห็นได้ชัดแจ๋วราวกับกล้องส่องทางไกลหมุนได้รอบทิศทาง  เท้าที่มีนิ้วเท้าแยกออกเป็นสองชุดทำหน้าที่ยึดจับได้แน่นหนาราวปากคีบ เขาที่ยื่นออกมาจากคิ้วและจมูก ไปจนถึงแผงคอที่สวยงามราวกับผ้าลูกไม้

จากคุณลักษณะพิสดารทั้งหลายแหล่ของกิ้งก่าคาเมเลียน สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดและเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่โบร่ำโบราณคือ ผิวหนังที่เปลี่ยนสีสันได้  ดังความเชื่อที่ว่า กิ้งก่าคาเมเลียนสามารถเปลี่ยนสีผิวหนังไปตามสิ่งที่มันจับต้องหรือสัมผัส แม้การเปลี่ยนสีในบางครั้งจะช่วยให้พวกมันกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมก็จริง แต่สีผิวหนังที่เปลี่ยนไปแท้จริงแล้วเป็นปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาเพื่อการสื่อสารเสียส่วนใหญ่ กิ้งก่าคาเมเลียนเป็นสัตว์ เลื้อยคลานจำพวกกิ้งก่าชนิดเดียวที่ใช้สีสันแทนภาษาและการแสดงออกเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่กระทบมัน ทั้งการเกี้ยวพาราสี การแข่งขัน และความเครียดที่เกิดจากสภาพแวดล้อม

อย่างน้อยนี่คือความเชื่อในปัจจุบัน คริสโตเฟอร์ แอนเดอร์สัน นักชีววิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านกิ้งก่าคาเมเลียนที่มหาวิทยาลัยบราวน์ บอกว่า “แม้กิ้งก่าคาเมเลียนจะเป็นที่สนใจมานานหลายร้อยปี แต่ปัจจุบันยังคงมีปริศนามากมายเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้ เรายังคงพยายามทำความเข้าใจกลไกการทำงานของมันอยู่ครับ” ตั้งแต่การแลบลิ้นออกไปอย่างรวดเร็วไปจนถึงฟิสิกส์ของการเปลี่ยนสีผิวหนัง

เมื่อสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์หรือไอยูซีเอ็น เผยแพร่บัญชีแดง (Red List) ฉบับใหม่เกี่ยวกับสถานะเชิงอนุรักษ์ของกิ้งก่าคาเมเลียนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ชนิดพันธุ์กิ้งก่าคาเมเลียนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจัดว่าถูกคุกคามหรือใกล้ถูกคุกคาม แอนเดอร์สันเป็นสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเรื่องกิ้งก่าคาเมเลียนของไอยูซีเอ็น เช่นเดียวกับคริสตัล ทอลลี นักชีววิทยาผู้ได้รับทุนเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  ทอลลีเดินทางไปค้นคว้าวิจัยทางตอนใต้ของแอฟริกาและบันทึกการค้นพบกิ้งก่าคาเมเลียนชนิดใหม่ๆ รวมถึงแหล่งอาศัยที่กำลังหดหายไป

ในจำนวนชนิดพันธุ์กิ้งก่าคาเมเลียนที่รู้จักกันกว่า 200 ชนิด  ราวร้อยละ 40 พบบนเกาะมาดากัสการ์ นอกนั้นส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา  และมากกว่าร้อยละ 20 ของชนิดพันธุ์ที่รู้จักกันได้รับการระบุชนิดในช่วง 15 ปีที่ผ่านมานี้เอง

แอนเดอร์สันศึกษาการล่าเหยื่อของกิ้งก่าคาเมเลียนอย่างละเอียด โดยใช้กล้องที่จับภาพได้ถึง 3,000 เฟรมต่อวินาทีเขาถ่ายทำฉากการกินจิ้งหรีดนาน 0.56 วินาทีของกิ้งก่าคาเมเลียนและตัดต่อเป็นวิดีโอความยาว 28 วินาทีที่แสดงให้เห็นกลไกการพุ่งและตวัดลิ้นของมัน

ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนสีผิวหนังของกิ้งก่าคาเมเลียนเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลาด้วยเช่นกัน และก้าวหน้าไปอย่างมากเมื่อต้นปีนี้หลังการตีพิมพ์งานวิจัยของไมเคิล มิลินโควิตช์ นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อกันมานานแล้วว่า กิ้งก่าคาเมเลียนเปลี่ยนสีเมื่อสารสีในผิวหนังแพร่กระจายไปตามเซลล์ที่เชื่อมต่อกันเหมือนเส้นเลือด แต่มิลินโควิตช์ ซึ่งเป็นนักพันธุศาสตร์เชิงวิวัฒนาการและนักชีวฟิสิกส์ แย้งว่า ทฤษฏีนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะกิ้งก่าคาเมเลียนสีเขียวจำนวนมากไม่มีสารสีในผิวหนังที่เป็นสีเขียวเลย

ดังนั้นมิลินโควิตช์กับเพื่อนร่วมงานที่มหาวิทยาลัยเจนีวาจึงเริ่ม “ศึกษาทั้งในเชิงฟิสิกส์และชีววิทยาไปพร้อมๆกัน” ภายใต้ชั้นเซลล์ผิวหนังที่มีสารสี พวกเขาพบเซลล์ผิวหนังอีกชั้นหนึ่งที่ประกอบด้วยผลึกขนาดนาโน (นาโนสเกล) เรียงตัวกันเป็นโครงข่ายรูปสามเหลี่ยม

เมื่อนำตัวอย่างผิวหนังของกิ้งก่าคาเมเลียนไปทดสอบภายใต้แรงดันและสารเคมี นักวิจัยกลุ่มนี้พบว่า ผลึกเหล่านี้สามารถ “ปรับแต่ง” เพื่อให้เกิดระยะห่างระหว่างผลึกได้ตามต้องการ ซึ่งจะส่งผลต่อสีของแสงที่สะท้อนจากโครงข่ายผลึกรูปสามเหลี่ยม เมื่อระยะห่างระหว่างผลึกเพิ่มขึ้น สีที่สะท้อนออกมาจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากสีฟ้าเป็นเขียว จากเขียวเป็นเหลือง จากเหลืองเป็นส้มและแดง เป็นเหมือนภาพคาไลโดสโคปซึ่งมักพบได้เห็นในกิ้งก่าคาเมเลียนแพนเทอร์เวลาเปลี่ยนจากอารมณ์สงบไปสู่ความรู้สึกตื่นเต้น หรือความรู้สึกสเน่ห์หา

แม้ว่ากิ้งก่าคาเมเลียนทุกชนิดจะเปลี่ยนสีได้ แต่หลายชนิดไม่สามารถเปลี่ยนสีได้ฉูดฉาดพอที่จะดึงดูดความสนใจของผู้พบเห็น อย่างไรก็ตาม กิ้งก่าคาเมเลียนเกือบทุกชนิดมีเทคนิคอีกอย่างในการข่มขวัญอีกฝ่าย  นั่นคือพวกมันทำให้ตัวเองดูใหญ่ขึ้นด้วยการบีบลำตัวให้ลีบเข้าแต่สูงขึ้นโดยอาศัยการผายซี่โครงที่เชื่อมต่อกันเป็นรูปตัววีเพื่อยกกระดูกสันหลังให้สูงขึ้น  นอกจากนี้ พวกมันยังสามารถทำให้ลำตัวดูใหญ่ขึ้นอีกด้วยการขดหางเข้ามาให้แน่น แล้วใช้กลไกในลิ้นดันให้คอขยายใหญ่

และแม้กิ้งก่าคาเมเลียนจะพรางตัวจากภัยคุกคามบางชนิดได้ แต่ไม่อาจเอาตัวรอดจากการทำเกษตรด้วยวิธีแผ้วถางป่า ซึ่งทำลายถิ่นอาศัยของพวกมัน ไอยูซีเอ็นกำหนดให้กิ้งก่าคาเมเลียน 9 ชนิดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง  37 ชนิด  จัดว่าใกล้สูญพันธุ์  20 ชนิดมีแนวโน้มใกล้สูญพันธ์  และ35 ชนิดใกล้ถูกคุกคาม

 

เรื่องแนะนำ

ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบออดิชั่น

กลุ่มคนที่มีความสนใจด้านการทำธุรกิจเพื่อสังคมได้มารวมกันในรายการ Win Win WAR Season 2 เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดธุรกิจแบ่งปัน และเงินรางวัล 2 ล้านบาท ที่จะนำไปต่อยอดหรือสร้างธุรกิจเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง สัปดาห์นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบออดิชั่น จะนำเสนอแผนธุรกิจและตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีม ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับการช่วยเหลือสังคม Buddy Home Care – คุณเจนวิทย์ วิโสจสงคราม Buddy Home Care เป็นกิจการเพื่อสังคมที่แก้ปัญหา 2 ด้านไปพร้อมกัน คือด้านเด็กและเยาวชนเผ่า (ชาติพันธุ์) และด้านสังคมผู้สูงอายุ ให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านโดยกลุ่มเด็กชาติพันธุ์ที่ผ่านการอบรมการดูแลผู้สูงอายุจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แบบเก็บค่าบริการรายวัน หรือรายเดือน เพื่อให้โอกาสแก่เด็กชาติพันธุ์ในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสร้างรายได้เพื่อศึกษาต่อ เพิ่มโอกาสทางชีวิต จากการดำเนินงานมาระยะหนึ่ง คุณเจนวิทย์เห็นถึงความต้องการเครื่องมือที่จะช่วยให้การทำงานดูแลผู้สูงอายุให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการประเมินและวางแผนการดูแล การลงมือปฏิบัติดูแลผู้สูงอายุ ไปจนถึงการเก็บฐานข้อมูลต่างๆ ทำให้เกิดเป็นระบบการดูแลผู้สูงอายุ อันประกอบไปด้วยส่วน Dashboard เพื่อวางแผนและจัดการแผนการดูแล เจ้าหน้าที่ […]

เซเชลส์ หมู่เกาะแดนสวรรค์

รู้จักประเทศเซเชลส์ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียกันไหม? นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่มีธรรมชาติงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว

ภาษาภาพ : ประจำเดือนตุลาคม

อียิปต์ พีระมิดแห่งกีซา  หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก  คงดึงดูดมากจนทำให้เจ้าอูฐชื่ออเล็กซ์ถึงกับอ้าปากกว้าง  ที่ฝังพระศพของฟาโรห์ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ 4,500 Housewives ปีก่อนนี้ คืออัจฉริยภาพทางสถาปัตยกรรมโดยแท้ พีระมิดขนาดใหญ่ที่สุดสร้างขึ้นจากหิน 2,300,000 ก้อนและมีความสูงถึง 147 เมตร ภาพโดย แคลร์ ทอมัส เม็กซิโก เมื่อมองจากความสูงสามร้อยเมตร ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโคโลราโดดูเหมือนต้นไม้ที่มีลำต้นสีเขียวและกิ่งก้านสีน้ำตาล เมื่อปริมาณน้ำจืดลดลงในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาเนื่องจากการสร้างเขื่อนและการผันน้ำ สัตว์ป่า พื้นที่ชุ่มน้ำ กิจกรรมการเกษตรและการประมง จึงลดลงตามไปด้วย ภาพโดย เอดเวิร์ด เบอร์ทินสกี, NICHOLAS METIVIER GALLERY, โทรอนโต

“ ก่อนหมดสิ้น .. สับขาลาย ”

“         หากไม่เปิดเปลือยจะไม่รู้ว่ามีความงามใดซ่อนอยู่   .. หากไม่สังเกต อาจหลงเข้าใจว่าบุรุษนุ่งเตี่ยว ยืนกลางลำธารใสเย็น .. ” ผมเดินทางมาที่ “อมก๋อย” อำเภอริมสุดด้านใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ด้วย “ความเชื่อ”  จากพื้นราบ สู่เส้นทางคดโค้ง หลายสิบยอดดอย หลายสิบหย่อมชุมชน ของชาวกะเหรี่ยง 2 กลุ่มใหญ่ ที่ตั้งถิ่นฐานมายาวนาน หวังทำความเข้าใจ ใน “คติความเชื่อ” ใน “ราก” ทางความคิด ใน “ศิลปะเฉพาะ” ที่กำลังจะสาบสูญในอีกไม่กี่สิบปี .. ในอดีตทุกชุมชนในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง “บุรุษ” เมื่อย่างเข้าสู่วัยฉกรรจ์ ทุกคนล้วนอยากเป็นส่วนหนึ่ง ในการสืบทอดลวดลายโบราณที่มีแบบแผนคล้ายคลึงจากรุ่นสู่รุ่น หากต้องอดทนต่อความเจ็บปวด ที่อาจต้องแลกด้วยชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในทุกสิบคนจะมีคนเสียชีวิตสองถึงสามคนเสมอ แต่คนส่วนใหญ่ถือว่าคุ้มค่า เป็นความภาคภูมิใจที่จะปรากฏอยู่บนเรือนร่าง และคงอยู่ตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิต สิ่งนี้คือความงามรูปแบบเฉพาะ ถือเป็นตัวแทนของศิลปะบนเรือนร่างของชายชาวกะเหรี่ยง เราเรียกสิ่งนี้ว่า “หมึกขาลาย” หรือ “การสับขาลาย” คือ การสักจากใต้หัวเข่าขึ้นมาจนถึงบริเวณเอวเหนือสะดือ ขาทั้งสองข้างมีกรอบสี่เหลี่ยมหรือกรอบวงกลมเว้นช่องว่างให้เห็นเนื้อหนังบางส่วน ภายในเป็นภาพสัตว์ต่างๆ หมึกดำทึบที่ใช้ มีส่วนผสมจากดีของสัตว์หลายชนิดผสมร่วมกับว่าน ปัจจุบันความภาคภูมิใจเหล่านี้กลายเป็นเพียงสิ่งตกค้างจากวันเวลา […]