ขบวนการปล้นอดีต - National Geographic Thailand

ขบวนการปล้นอดีต

ขบวนการปล้นอดีต

ารขุดอดีตขึ้นมาเพื่อแสวงกำไรเป็นอาชีพที่มีมานานหลายพันปีแล้ว การดำเนินคดีโจรปล้นสมบัติครั้งแรกสุดเท่าที่ทราบกันในอียิปต์เกิดขึ้นในเมืองทีบส์เมื่อ 1113 ปีก่อนคริสต์ศักราช  โจรปล้นสมบัติกลุ่มหนึ่งนำโดยคนงานเหมืองหินหัวใสชื่อ อเมนพาเนเฟอร์ ลักลอบปล้นสมบัติจากหลุมศพที่สกัดเข้าไปในผาหิน สุดท้ายคนงานเหมืองหินคนนั้นกับผู้สมรู้ร่วมคิดถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง และน่าจะต้องโทษประหารชีวิตด้วยการเสียบกับหลาวทั้งเป็น

กองทัพผู้รุกรานเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ฉกชิงโบราณวัตถุไปจากอียิปต์  ผู้พิชิตชาวโรมันส่งเสาโอเบลิสก์ลงเรือกลับบ้านไปทั้งต้น จากศตวรรษที่สิบหกถึงกลางศตวรรษที่ยี่สิบซึ่งเป็นช่วงที่อียิปต์ตกอยู่ใต้อำนาจต่างชาติ ศิลปวัตจำนวนนับไม่ถ้วนถูกส่งไปยังศูนย์วัฒนธรรมหลายแห่งในต่างประเทศเพื่อเป็นของขวัญ การแลกเปลี่ยน และเป็นเครื่องมือบีบบังคับ นักโบราณคดีต่างชาติได้รับส่วนแบ่งศิลปวัตถุที่พวกเขาขุดพบตามข้อตกลงอย่างเป็นทางการกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของอียิปต์ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังซื้อโบราณวัตถุจากผู้ค้าที่มีใบอนุญาตทั้งในไคโร ลักซอร์ และเมืองอื่นๆ

การเปลี่ยนแปลงในอียิปต์และประเทศอื่นๆเริ่มต้นขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 เมื่อจักรวรรดิอาณานิคมต่างๆสลายตัวและอดีตประเทศเมืองขึ้นกลับมาปกครองตนเองอีกครั้ง แรงบันดาลใจที่ก่อเกิดจากความตระหนักถึงอัตลักษณ์ของชาติระลอกใหม่ ส่งผลให้หลายประเทศปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่แล้วให้เข้มงวดยิ่งขึ้น หรือไม่ก็ออกกฎหมายฉบับใหม่ๆเพื่อคุ้มครองอดีตของชาติ ซึ่งรวมถึงศิลปวัตถุที่ยังฝังอยู่ในดินด้วย เมื่อปี 1983 อียิปต์ประกาศว่า วัตถุทุกชิ้นที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมและมีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปีถือเป็นสมบัติของรัฐ ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 1970 องค์การยูเนสโกออกอนุสัญญาว่าด้วยวิธีการห้ามและป้องกันการนำเข้า การส่งออก และการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีประเทศร่วมลงนามแล้ว 131 ประเทศ

อำนาจสามารถชี้ผิดเป็นถูกได้ในพื้นที่ซึ่งขาดเสถียรภาพ โดยเฉพาะในยามศึกสงคราม ระหว่างสงครามกลางเมืองในกัมพูชา  เขมรแดงและกลุ่มกองกำลังอื่นๆมักกำกับดูแลโจรปล้นสมบัติที่ทำงานอยู่ในอาณาเขตของตน ในทำนองเดียวกัน ทุกวันนี้ในซีเรีย กลุ่มไอซิส (ISIS) ได้ส่วนแบ่งกำไรจากการปล้นโบราณวัตถุ แต่กลุ่มต่างๆที่ เข้าร่วมกับกองทัพของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซัด กลุ่มกองกำลังชาวเคิร์ด และฝ่ายตรงข้าม ก็ล้วนทำเช่นเดียวกัน

ในอียิปต์เช่นเดียวกับในประเทศต้นทางอื่นๆ อัตรากำไรจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อศิลปวัตถุเลื่อนลำดับขึ้นไปตามห่วงโซ่อุปทาน  มีรายงานว่าโจรในลำดับชั้นที่สองอาจขายศิลปวัตถุต่างๆในราคาสูงกว่าที่จ่ายให้นักขุดถึง 10 เท่า ในพื้นที่ขาดเสถียรภาพ โบราณวัตถุอาจซื้อขายผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายเดียวกันกับที่พวกลักลอบค้าอาวุธใช้กัน “ผมมักจะพบคลังโบราณวัตถุคู่กับเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีและอาวุธอื่นๆครับ” แมตทิว บอกดานอส เล่า เขาเป็นพนักงานอัยการเขตนิวยอร์กและนาวาเอกหน่วยนาวิกโยธินที่ออกรบในอิรักช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด

โบราณวัตถุที่ปล้นมาเริ่มต้นอย่างสกปรก  แต่ลงท้ายอย่างขาวสะอาด (อย่างน้อยก็เท่าที่เห็นจากเปลือกนอก) เมื่อที่มาอันผิดกฎหมายได้รับการฟอกระหว่างเดินทางผ่านเครือข่ายขบวนการค้าโบราณวัตถุ หากปราศจากประวัติแหล่งที่มาอันละเอียดลออ เช่น ลำดับความเป็นเจ้าของที่เป็นลายลักษณ์อักษร ย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าวัตถุชิ้นใดได้มาโดยชอบธรรมหรือไม่ กระนั้น แม้แต่โบราณวัตถุที่เก็บสะสมกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายจำนวนมากก็ไม่มีประวัติแหล่งที่มาอันชัดแจ้ง

ปล้นอดีต
การปล้นหลุมศพในอียิปต์เป็นเรื่องเก่าแก่พอๆกับองค์ฟาโรห์ หลุมพระศพของรามเสสที่ห้าและรามเสสที่หกใน หุบผากษัตริย์ใกล้เมืองลักซอร์ถูกปล้นเมื่อราว 3,000 ปีก่อน ระหว่างที่เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจและการรุกรานจากต่างชาติ

โจเซฟ ลูอิส นักสะสมโบราณวัตถุ เชื่อว่า การร่วมมือกันมากขึ้นระหว่างแวดวงนักสะสมกับนักวิชาการจะนำไปสู่การจัดทำทะเบียนสากลของโบราณวัตถุถูกกฎหมาย อันจะเป็นเครื่องมือทรงพลังในการต่อต้านการปล้นสมบัติ “ถ้าไม่อยู่ในบัญชี ใครจะซื้อหรือขายไม่ได้” เขาพูดถึงฐานข้อมูลสมมุติ “ถ้าไม่ใช่ของมีทะเบียน ก็ต้องเป็นของที่ปล้นมา จบ!”

ลูอิสไม่ใช่ผู้สนับสนุนนักสะสมฝีปากกล้าเพียงผู้เดียว เจมส์ คูโน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกองทุน เจ. พอลเกตตี กล่าวว่า การส่งโบราณวัตถุคืนประเทศต้นทางหลายกรณีเมื่อไม่นานมานี้นับเป็นความผิดพลาด เพราะภารกิจของพิพิธภัณฑ์คือการรวบรวม อนุรักษ์ และแบ่งปันมรดกทางวัฒนธรรมของโลกต่างหาก ขณะเดียวกัน โบราณวัตถุที่ส่งกลับไปยังพื้นที่ซึ่งมีความขัดแย้งก็มักตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ เขาบอกว่า เราไม่ควรห้ามซื้อศิลปวัตถุที่ปล้นมาเสียทีเดียว หากการซื้อไว้จะช่วยรักษาศิลปวัตถุเหล่านั้นจากการสูญหายหรือการถูกทำลายได้

ขณะที่การค้าโบราณวัตถุอาจช่วยรักษาผลงานชิ้นเอกจำนวนมาก พื้นที่สีเทาซึ่งกิจการนี้ดำเนินอยู่ก็เปิดช่องว่างให้เกิดข้อกล่าวหาว่า นี่คือธุรกิจที่กระตุ้นให้เกิดการปล้นสมบัติ และดูเหมือนจะส่งเสริมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลอกตัวเองเรื่องแหล่งที่มาของของรักของหวงของตน

สัญญาณความหวังเริ่มปรากฏให้เห็นเมื่อปี 2010 หลังพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์บอสตันสร้างงานใหม่ขึ้นมาหนึ่งตำแหน่งคือ “ภัณฑารักษ์ฝ่ายประวัติแหล่งที่มา” ซึ่งเป็นตำแหน่งแรกและมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในสหรัฐฯ ต่อมาในปี 2013 เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทนสมัครใจส่งรูปสลักขอมที่โดดเด่นสองชิ้นกลับประเทศต้นทาง อันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะคลีฟแลนด์และพิพิธภัณฑ์อื่นๆในสหรัฐฯปฏิบัติตามในเวลาต่อมา ถัดจากนั้น พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทนยังจัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งใหญ่ โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลกัมพูชาอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์และกลุ่มนักสะสมเช่นลูอิสก็ร่วมกันเรียกร้องให้มีการจัดทำฐานข้อมูลโบราณวัตถุเพื่อช่วยป้องปรามการปล้นสมบัติ และเสนอให้นัดประชุมหารือกับกลุ่มนักโบราณคดีเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันต่อไป

เรื่อง ทอม มึลเลอร์

ภาพถ่าย โรเบิร์ต คลาร์ก

 

อ่านเพิ่มเติม

แผนที่เก่าแก่ของชาวแอซเท็กฉายภาพวิถีชีวิตในอดีต

เรื่องแนะนำ

โซเชียลมีเดียปรากฏการณ์ป่วนสังคม

เรื่อง สุวัชรี พรหมบุญมี ภาพถ่าย เอกรัตน์ ปัญญะธารา ทุกการเดินทางมีเรื่องราวเสมอ แน่นอนว่าไม่เว้นแม้แต่การท่องไปใน “โลกออนไลน์” พื้นที่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นโลกเสมือนที่เคียงคู่ไปกับโลกในชีวิตจริงของคนเรา หากย้อนเวลากลับไปหลายปี  ก่อนหน้าที่เทคโนโลยีจะได้รับการพัฒนาจนเราวิ่งตามเกือบไม่ทันอย่างในทุกวันนี้   กิจวัตรยามเช้าของใครหลายคนอาจเริ่มด้วยการนั่งจิบกาแฟร้อนๆ พร้อมขนมปังปิ้งหรือแซนด์วิชอบใหม่  ดื่มด่ำบรรยากาศยามเช้า   นั่งฟังเสียงนกร้อง  มองต้นไม้ใบหญ้าในสวนข้างบ้านที่กำลังผลิดอกออกผล  ราวกับว่ากำลังชาร์จแบตเตอรี่ในตัวเองก่อนเริ่มวันอันเคร่งเครียดอีกครั้ง วิวัฒนาการที่รวดเร็วของเทคโนโลยีทั้งในมิติของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ที่พร้อมสนับสนุนหลากหลายโปรแกรมที่เปิดตัวให้บริการอยู่ในโลกออนไลน์    ทำให้กิจวัตรยามเช้าของผู้คนเปลี่ยนไป สำหรับฉันแม้ว่าจะยังคงใช้เวลาละเลียดกาแฟหอมกรุ่นยามเช้า และดื่มด่ำกับสิ่งต่างๆ รอบตัว  แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือเสียงเตือนที่บ่งบอกว่า  มีข้อความส่งมาจากก๊วนเพื่อนตั้งแต่เมื่อคืนวาน  เมลงาน นัดหมายต่างๆไปจนถึงการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นอื่นๆ หลังเปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อให้พร้อมใช้งาน  ทัชฟังก์ชันหนึ่งเป็นการป้อนคำสั่งเพื่อเชื่อมต่อกับสัญญาณเครือข่าย และเข้าสู่โลกออนไลน์เพื่อเช็คข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา วิวัฒนาการของโลกโซเชียลรุดหน้าอย่างรวดเร็ว  ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเปรียบเสมือนแรงกระเพื่อมของกระแสน้ำที่ส่งผลต่อสิ่งที่คลื่นน้ำไปกระทบเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนและวิ่งตามกระแส เฟซบุ๊ก (Facebook) เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ ปี ค.ศ. 2004  โดยมีมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งร่วมกับเพื่อนๆ ขณะกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระยะเวลาเพียง 10 ปีเศษส่งผลให้เฟซบุ๊กเป็นเครือข่ายโซเชียล (social network) ที่ใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบัน การพัฒนาฟีเจอร์หรือลูกเล่นต่างๆ ในเฟซบุ๊กเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตือนเรื่องราวที่เราเคยโพสต์ แชร์รูป หรือคลิปวิดีโอ […]

ถ้าไม่ทิ้งขว้าง ก็มีเหลือเฟือ

เรื่อง เอลิซาเบท รอยต์ ภาพถ่าย ไบรอัน ฟิงก์ การทิ้งอาหารถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม   ทั่วโลกมีคนต้องทนทุกข์จากความหิวโหยอยู่เกือบ 800 ล้านคน ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือเอฟเอโอระบุว่า  โลกทิ้งอาหารรวมกันถึงปีละ 1,300 ล้านตัน อาหารเหลือทิ้งซึ่งเท่ากับราวหนึ่งในสามของปริมาณที่โลกผลิตได้หายไปไหนกัน  ในประเทศกำลังพัฒนา อาหารปริมาณมากสูญเสียไปหลังการเก็บเกี่ยว เนื่องจากขาดแคลนโรงเก็บผลผลิตและถนนหนทางที่ดี  ตลอดจนไม่ได้ถนอมอาหารด้วยการแช่เย็น ขณะที่ในประเทศพัฒนาแล้ว การทิ้งอาหารเกิดขึ้นในช่วงท้ายๆของห่วงโซ่อุปทาน เมื่อผู้ค้าปลีกสั่งซื้อพืชผลหรือผลิตภัณฑ์อาหารมากเกินไป  และเมื่อผู้บริโภคไม่สนใจอาหารเหลือค้างที่ซุกอยู่ในตู้เย็นหรือโยนอาหารที่เน่าเสียได้ทิ้งไปก่อนหมดอายุ การทิ้งอาหารยังเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย การผลิตอาหารที่ไม่มีใครกิน ล้วนแล้วแต่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เมล็ดพันธุ์ เชื้อเพลิง และผืนดินสำหรับเพาะปลูก ในแต่ละปี การผลิตอาหารที่ไม่มีใครกินใช้น้ำรวมกันทั่วโลกเท่ากับปริมาณน้ำที่ไหลตลอดทั้งปีของแม่น้ำวอลกา ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีปริมาณน้ำมากที่สุดในยุโรป ตัวเลขน่าตระหนกนี้ยังไม่รวมการสูญเสียที่เกิดจากเรือกสวนไร่นา เรือประมง และโรงฆ่าสัตว์ ทริสแทรม สจวร์ต ผู้จัดการขององค์กรฟีดแบ็ก (Feedback) ที่รณรงค์ต่อต้านการทิ้งอาหาร กล่าวไว้ในหนังสือเรื่อง ความสูญเปล่า: เปิดโปงเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับอาหารทั่วโลก (Waste: Uncovering the Global Food Scandal) ว่า ในโลกที่มีทรัพยากรจำกัด ขณะที่จำนวนประชากรคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยสองพันล้านคนเมื่อถึงปี 2050 […]

มรดกสีครามของโอบามา

มรดกสีครามของ โอบามา ราว 160 กิโลมตรทางตะวันออกเฉียงเหนือของอ่าวบอสตัน วาฬแกลบครีบดำซึ่งมีสถานะใกล้สูญพันธุ์หกตัวผุดขึ้น  มาเหนือน้ำเป็นระลอก ลำท้องเรียวขาวสะท้อนวาวอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ  แต่ละครั้งที่พุ่งเสยขึ้นมาสูงสุด พวกมันจะอ้าปากขนาดมหึมาเพื่อกรองกินโคพีพอดขนาดเล็กจิ๋ว  ถัดจากกราบซ้ายของเรือวิจัยชื่อ แพลนบี ฝูงปลาเฮร์ริงกำลังไล่กิน ครัสเตเชียนชนิดเดียวกันนี้จนผิวน้ำแตกกระจาย  ขณะเดียวกัน บนสันหินใต้ทะเลลึกลงไปเบื้องล่าง 15 เมตร นักวิทยาศาสตร์จากเรือดังกล่าวก็กำลังเฝ้าดูปลาพอลล็อก ปลาค้อด และปลาคันเนอร์ กินอาหารอยู่ท่ามกลางสายริบบิ้นเส้นยาวของสาหร่าย  เคลป์สีทอง แคชเชสเลดจ์ (Cashes Ledge) เป็นภูเขาใต้ทะเลที่สูงที่สุดในอ่าวเมน และเป็นแหล่งอาหารเคลื่อนที่อันน่าทึ่ง คลื่นใต้น้ำที่เคลื่อนปะทะแนวสันเขาแกรนิตและยอดแบนราบจะลากพาคลื่นจากชั้นผิวน้ำอันอบอุ่นที่อุดมด้วยแพลงก์ตอนลงไปยังท้องน้ำลึก  กระแสน้ำที่พัดลงสู่เบื้องล่างนี้เปิดโอกาสให้เหล่าปลาที่หากินตามหน้าดินที่อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลหากินกันอย่างคึกคักพอๆกับปลาที่หากินอยู่ช่วงน้ำลึกระดับปานกลาง วาฬ ปลาเฮร์ริง และนกที่ผิวน้ำ  กระแสน้ำขึ้นน้ำลงและภูมิประเทศที่นี่ทำงานสอดประสานกันเพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งร่องรอยแห่งความอุดมสมบูรณ์  ซึ่งเคยเป็นนิยามของอ่าวเมนจวบกระทั่งการประมงทำให้เหือดหายไป “หากว่ากันตามจริงแล้วแคชเชสเลดจ์คือเครื่องจักรย้อนเวลากลับไปสู่ชายฝั่งนิวอิงแลนด์เมื่อ 400 ปีก่อน” จอน  วิตแมน นักนิเวศวิทยาทางทะเลผู้ศึกษาพื้นที่อุดมด้วยความหลากหลายทางชีวภาพแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี   บอก  ขณะที่ซิลเวีย เอิร์ล นักสมุทรศาสตร์ และนักสำรวจประจำของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟิก เรียกแคชเชสเลดจ์ว่า “เยลโลว์สโตนแห่งแอตแลนติกเหนือ” และถือเป็นสมบัติแห่งชาติที่ควรค่าแก่การพิทักษ์ไว้  แม้เราจะไม่สามารถขับรถไปเยี่ยมชมได้ก็ตาม ขณะที่มหาสมุทรได้รับความเสียหายจากการทำประมงเกินขนาด  มลภาวะ […]

ภาพนี้ต้องขยาย : ความยิ่งใหญ่ของขุนเขา

ทัศนียภาพอันน่าทึ่งที่รายล้อม ไม่ว่าจะเป็นเมานต์เรเนียร์ที่เป็นฉากหลังหรือน้ำตกเมอร์เทิลที่อยู่ด้านหน้า อาจทำให้นักท่องเที่ยวในภาพนี้ถูกมองข้ามไป แต่พวกเขาอยู่ตรงนั้น ในเครื่องแต่งกายอย่างที่สวมใส่ทุกวี่วัน ถือไม้เท้าท่องเที่ยวอยู่ในเขตพาราไดซ์ของอุทยานแห่งชาติเมานต์เรเนียร์ในรัฐวอชิงตัน ภาพถ่ายที่ไม่อาจระบุอายุได้นี้น่าจะบันทึกไว้ภายหลังการก่อตั้งอุทยานแห่งนี้เมื่อปี 1899 ราวสิบปี เป็นผลงานของช่างภาพ แอซาเฮล เคอร์ติส และวอลเตอร์ มิลเลอร์ เคอร์ติสอุทิศตนให้เมานต์เรเนียร์ เขาถ่ายภาพที่นี่หลายพันครั้ง และช่วยก่อตั้งเมาเทนเนียร์ส สโมสรปีนเขาเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้ รายงานของเขาซึ่งเก็บรักษาไว้ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันมีข้อความต่อไปนี้รวมอยู่ด้วย “สิ่งไร้สาระในชีวิต ความใส่ใจเล็กๆน้อยๆที่เราให้ความสำคัญกันนักหนา ดูจะเร้นหายเมื่ออยู่ต่อหน้าขุนเขาอันยิ่งใหญ่นี้” — อีฟ โคแนนต์