ไขปริศนาเบื้องหลัง ภูเขาน้ำแข็ง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าน่าอัศจรรย์ - National Geographic

ไขปริศนาเบื้องหลังภูเขาน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าน่าอัศจรรย์

ไขปริศนาเบื้องหลัง ภูเขาน้ำแข็ง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าน่าอัศจรรย์

ในโลกที่ปั่นป่วนไปด้วยปรากฏการณ์อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาพภาพหนึ่งที่ดูดีเป็นระเบียบก็ปรากฏแก่สายตา นั่นคือ ภูเขาน้ำแข็ง ลูกหนึ่งที่องค์การนาซาถ่ายและแชร์บนโลกออนไลน์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แทนที่จะเป็น “ภูเขา” สมชื่อ แต่ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้กลับเป็นแผ่นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแทบจะสมบูรณ์แบบ ผนังด้านข้างเรียบเสมอกันทำมุม 90 องศา มันช่างดูเหมือนเค้กน้ำแข็งก้อนหนึ่งที่ลอยอยู่ใกล้ชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรแอนตาร์กติก

เครื่องบินสำรวจของปฏิบัติการที่เรียกว่า IceBridge ขององค์การนาซ่าพบเห็นภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ระหว่างการบินสำรวจทางอากาศปกติ โครงการนี้เป็นความคิดริเริ่มด้านงานวิจัยที่มุ่งทำความเข้าใจว่า ความเปลี่ยนแปลงในขั้วโลกส่งผลต่อภูมิอากาศของโลกอย่างไร โดยอาศัยเครื่องบินของกองบินวิจัยในการรวบรวมข้อมูล

นาซ่าทวีตข้อมูลว่า “มุมตัดที่เรียบคมของภูเขาน้ำแข็งลูกนี้และพื้นผิวที่ราบเรียบบ่งบอกว่า มันน่าจะเพิ่งแตกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็ง (ice shelf)” หิ้งน้ำแข็งที่ว่าคือ หิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C) นั่นเอง

Ted Scambos นักวิจัยอาวุโสจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด วิทยาเขตโบลเดอร์ กล่าวว่า ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้วัดสัดส่วนคร่าวได้คือ สูง 40 เมตร ยาวระหว่าง 1.5 ถึง 3 กิโลเมตร “ถ้าคุณคำนวณปริมาตรน้ำแข็งทั้งหมดของมัน คงพอเอาไปเติมสระว่ายน้ำทั้งหมดที่มีอยู่ในแคลิฟอร์เนียได้หลายเท่า” เขาบอกและเสริมว่า แต่มันเป็นเพียงน้ำแข็งชิ้นเล็กๆ เมื่อเทียบกับน้ำแข็งอื่นๆ ที่ล่องลอยอยู่ในแอนตาร์กติกา

หิ้งน้ำแข็งเต็มไปด้วยรอยแตกและรอยแยก Kristin Poinar นักธรณีฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยบัฟฟาโล อธิบาย ภูเขาน้ำแข็งรูปร่างแบนพบเห็นได้บ่อยกว่าที่คนทั่วไปคิดกัน เธอเสริมว่า “หากมองจากระยะไกล ภูเขาน้ำแข็งอาจดูเหมือนอะไรที่ขาวบริสุทธิ์ แต่ถ้าดูใกล้ๆ คุณจะเห็นว่ามันเต็มไปด้วยริ้วรอยและรอยแตก”

(รู้จักกับทวีปแอนตาร์กติกา)

Poinar เสริมว่า “หิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี เป็นหิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ น้ำแข็งมีเวลามากพอที่จะแผ่ขยาย และกลายเป็นพื้นผิวที่เรียบอย่างสมบูรณ์แบบ” ดังนั้นเมื่อภูเขาน้ำแข็งแตกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ตามแนวรอยแยกที่มีอยู่เดิม  มันจึงดูเหมือนแผ่นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ โดยทั่วไปเราจะเห็นภูเขาน้ำแข็งเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ที่โผล่พ้นน้ำ ขณะแตกตัวออก ด้านล่างของภูเขาน้ำแข็งอาจมีลักษณะราบเรียบ แต่ในไม่ช้ากระแสน้ำมหาสมุทรจะเปลี่ยนแปลงมันไปอย่างรวดเร็ว

Eric Rignot นักวิจัยที่ห้องปฏิบัติการจรวดขับดัน (Jet Propulsion Lab) ของนาซ่าเห็นด้วยว่า ขนาดที่ใหญ่โตของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ทำให้เกิดภูเขาน้ำแข็งรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้า “ภูเขาน้ำแข็งที่แตกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี นั้นมีขนาดใหญ่มาก พวกที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าสมบูรณ์หรือมีลักษณะเป็นแนวตรงยาว เกิดจากรอยแยกที่ทอดตัวพาดผ่านหิ้งน้ำแข็งเป็นแนวตรงยาวหลายร้อยกิโลเมตร” เขาบอกและเสริมว่า “ในกรีนแลนด์ เราไม่พบเห็นภูเขาน้ำแข็งลักษณะนี้มากนัก เพราะอากาศที่นั่นอุ่นกว่า ภูเขาน้ำแข็งจึงแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อีกทั้งธารน้ำแข็งต่างๆ ยังมีขนาดเล็กกว่าด้วย”

(ชมรอยแตกของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี กันแบบชัดๆ)

ภูเขาน้ำแข็ง
ภาพถ่ายจากภารกิจบินสำรวจ Ice Bridge พบภูเขาน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนราบทางขวา โดยล่องลอยอยู่ท่ามกลางน้ำแข็งทะเลในน่านน้ำนอกหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี มุมตัดที่เรียบคมและพื้นผิวที่ราบเรียบของภูเขาน้ำแข็งลูกนี้บ่งชี้ว่า มันอาจเพิ่งแตกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็ง (ภาพถ่าย: NASA ICE)

 

แอนตาร์กติกากำลังละลาย

หิ้งน้ำแข็ง (ice shelf) คือน้ำแข็งลอยน้ำก้อนมหึมาที่ยึดติดอยู่กับมวลแผ่นดินที่อยู่ใกล้ๆ และหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ก็เป็นหิ้งน้ำแข็งล่าสุดที่อยู่ในแนวหน้าของวิกฤติโลกร้อน   หิ้งน้ำแข็งลาร์เซน เอ พังทลายลงเมื่อปี 1995 ตามมาด้วยหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน บี ในปี 2002

เมื่อปี 2017 ภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ยักษ์เทียบเท่ารัฐเดลาแวร์ (5,130 ตารางกิโลเมตร) แตกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ก้อนน้ำแข็งหนักล้านล้านตันเป็นการแตกตัวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่บันทึกได้ เมื่อน้ำแข็งแตกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี มากขึ้นเรื่อยๆ ย่อมทำให้หิ้งน้ำแข็งมีเสถียรภาพน้อยลง และนักวิทยาศาสตร์เกรงว่า เราอาจเห็นการพังทลายอีกครั้ง เช่นที่เคยเกิดกับหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน เอ และลาร์เซน บี มาแล้ว

หิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี เป็นหิ้งน้ำแข็งหนึ่งในจำนวนมากมายที่นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศกำลังจับตามอง ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้อุณหภูมิที่ขั้วโลกอุ่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิทยาศาสตร์ก็เป็นกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า แอนตาร์กติกากำลังละลาย

โดย ซาราห์ กิบเบนส์

 

อ่านเพิ่มเติม

แอนตาร์กติกาที่คุณไม่เคยเห็น

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายบุคคลแห่งความหวังและการฟื้นตัวหลังจากเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์

ภาพถ่ายบุคคลแห่งความหวังและการฟื้นตัวหลังจาก เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ ทุกวันนี้ ผู้คนราว 40,000 คนอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงทั่วรัฐเทกซัส ลุยเซียนา และเทนเนสซี หลังจาก เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ พัดถล่ม วิลเลียม วิดเมอร์ ช่างภาพ เดินทางไปยังศูนย์การประชุมจอร์จ อาร์. บราวน์ ในเมืองฮิวสตัน เพื่อบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นบางส่วนให้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พายุลูกนี้พัดถล่มเมืองฮิวสตันและภูมิภาคโดยรอบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย ตอนนี้นอกจากผู้คนหลายพันคนที่อยู่ในศูนย์พักพิง คนอีกมากยังต้องการความช่วยเหลือในการสร้างที่พักอาศัยขึ้นใหม่ หน่วยงาน Federal Emergency Management Agency กล่าวว่า ผู้คนกว่า 500,000 คนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงการซ่อมแซมและการสูญเสียทรัพย์สิน ตอนที่วิดเมอร์มาถึง น้ำลดลงจากย่านใจกลางเมืองฮิวสตันแล้ว ผู้คนนับหมื่นส่วนใหญ่ซึ่งมาหลบภัยที่ศูนย์การประชุมในช่วงที่ภัยพิบัติรุนแรงที่สุดได้เริ่มย้ายออกไปแล้ว ส่วนคนที่ยังอยู่ล้วนมีความบอบช้ำในระดับต่างๆกัน ภาพถ่ายบุคคลของวิดเมอร์คือบทพิสูจน์ของประสบการณ์แห่งความโศกเศร้า ความสูญเสีย และความอยู่รอด ที่มนุษย์แบ่งปันกัน ภาพถ่าย วิลเลียม วิดเมอร์, National Geographic อ่านเพิ่มเติม : เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี […]

ชีวิตสมัยใหม่เปลี่ยนโลกธรรมชาติอย่างไร

เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพ เอ็ดเวิร์ด เบิร์นไทนสกี้ เมื่อ  4 – 5 พันปีก่อน ในยุคสำริด มนุษย์เริ่มที่จะรู้จักนำทรัพยากรที่มีค่าจากโลกมาใช้ ขณะที่การทำงานด้วยสำริด ทอง หรือ ทองแดง หมายถึงการทำงานด้วยมือ และเป็นแรงงานที่แรงของคน ๆ หนึ่งจะสามารถทำได้ แต่ในศตวรรษที่ 20 จนถึง 21 สิ่งที่เรียกว่า การปะทะของอุตสาหกรรมนำเราไปสู่เส้นทางใหม่ที่จะตักตวงธรรมชาติโลกได้ ซึ่งมันเปลี่ยนภูมิทัศน์ไปอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งของชีวิตสมัยใหม่สัมผัสกับเทคโนโลยี และทุกส่วนของเทคโนโลยี ต้องการบางสิ่งที่มาจากพื้นดิน ซิลิคอนไดออกไซด์(silicon dioxide) ในมือถือ ฟอสฟอรัสที่ช่วยให้ธัญญาหารเติบโต ทองแดงในสายไฟซึ่งนำบทความนี้มาสู่สายตาของผู้อ่าน และตัวอย่างอีกหลายพันอย่าง นี่คือรอยประทับซึ่งช่างภาพ เอ็ดเวิร์ด เบิร์นไทนสกี้ อดใจไม่ได้ที่จะจับภาพเหล่านี้ไว้ในหนังสือเล่มล่าสุดของเขาที่ชื่อว่า Essential Elements เบิร์นไทนสกี้ อายุ 61 ปี ใช้อาชีพช่างภาพของเขาเปลี่ยนโลก และอย่างไรก็ตาม เขายังคงจับภาพของการเปลี่ยนแปลงของโลกจากเราด้วยเช่นกัน เขาไม่ได้พยายามที่จะแสดงความโหยหาของการทำลายล้างที่น่าสิ้นหวัง แต่เพื่อบันทึกร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจลบเลือนได้ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นไปในทางที่ไม่ดีก็ตาม การสำรวจนำเขาไปสู่ทั่วมุมโลก เขาบันทึกภาพเหมืองหิน  […]

ปลาพลวง ถั่วฝักยาว หรือ เสือโคร่งแห่งสายน้ำ

ปลาพลวง อาจจะเป็นปลาที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักเพียงว่าเป็นปลาที่อาศัยอยู่ตามน้ำตก รอคอยกินถั่วฝักยาวหรืออาหารปลาที่นักท่องเที่ยวโยนลงไปให้ แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ด้านปลาน้ำจืดทั่วโลก ปลาพลวง เป็นมากกว่านั้น พวกมันมีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้ปลาแซลมอน และบางพื้นที่ถึงกับเรียกปลาพลวงว่า “เสือโคร่งแห่งสายน้ำ” เลยทีเดียว รอบกองไฟที่อบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็นริมน้ำเงา ผมเอ่ยถามจูลี คลัสเสน นักวิจัยเรื่องปลาจากมูลนิธิอนุรักษ์ปลา (Fisheries Conservation Foundation) ว่า “ทำไมต้องเป็นมาห์เซียร์ครับ ทำไมไม่เป็นปลาอื่นอย่างปลาคัง ปลาสวาย หรือปลาอะไรที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจกว่านี้ครับ” มาห์เซียร์คือชื่อภาษาฮินดีที่ใช้เรียกปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่กระจายพันธุ์อยู่มากทางตอนเหนือของอินเดีย ปลาชนิดนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาในฐานะปลาเกมชั้นดีเมื่อนักตกปลาชาวอังกฤษได้สำรวจเจอ ปลาชนิดนี้อยู่ในสกุล Tor ต่อมาก็ได้มีการใช้คำว่ามาห์เซียร์กับปลาในสกุล Neolissochilus ไปด้วย ในเมืองไทยเรามีปลาในกลุ่มมาห์เซียร์ อยู่ 2 ชนิดคือ ปลาพลวง (Neolissochilus) และปลาเวียน (Tor) ใช่ครับ ปลาที่คนส่วนใหญ่เคยเห็นตามน้ำตกเมื่อมีคนให้อาหาร หรือว่ายมากินถั่วฝักยาวจากมือนั่นละครับ จูลีอธิบายให้ฟังว่า วงการนักวิทยาศาสตร์ทางด้านปลาให้ความสนใจมาห์เซียร์ เป็นเพราะสามเหตุผลคือ มาห์เซียร์นั้นเป็นอาหารที่สำคัญของผู้คนที่อาศัยอยู่กับสายน้ำ มาห์เซียร์เป็นปลาที่มีคุณค่าในทางกีฬาตกปลาที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประเทศ และที่สำคัญที่สุด มาห์เซียร์เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในลำน้ำใสสะอาดและมีการย้ายถิ่นตลอดลำน้ำ ขึ้นไปวางไข่ที่ต้นน้ำเหมือนปลาแซลมอน ทำให้การอนุรักษ์ปลามาห์เซียร์ส่งผลไปถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศทั้งลำน้ำ “แม่น้ำเงาเป็นแม่น้ำสายเดียวของลุ่มน้ำสาละวินที่ยังคงใสสะอาด” ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้ซึ่งทุ่มเทให้กับการวิจัยและการอนุรักษ์ปลาน้ำจืดในภาคเหนือ บอก […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.