ที่ใดมีไฟ ที่นั่นมีควันพิษ

ขณะที่มลพิษจากมหันตภัยไฟป่ารุนแรงขึ้นทุกขณะ นักวิทยาศาสตร์กำลังสืบสาวว่าใน ควันพิษ นั้นมีอะไร และส่งผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร

บนทางหลวงชนบทสายหนึ่งทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย รถยนต์คันหนึ่งที่แล่นผ่านในเดือนกรกฎาคม เกิดยางแตก ขอบโลหะครูดกับไหล่ทาง สะเก็ดไฟเล็กๆกลายเป็นไฟไหม้ลามผืนป่าแห้งแล้ง ลุกฮือเป็นพายุเพลิงที่พัดทำลายพื้นที่หลายร้อยตารางกิโลเมตร ทำให้ทุกสิ่งที่ขวางทางราพณาสูร เมื่อไฟมุ่งหน้าสู่เมืองเรดดิง คีท บีน ก็เตรียมอุปกรณ์ใหม่ให้พร้อม ได้แก่ รถพ่วงที่ขนรถยนต์ไฟฟ้าเล็กๆ สองคัน อุปกรณ์ตรวจวัด และท่อสารพัด กับเครื่องมือสีขาวที่ดูคล้ายประภาคารจำลอง

บีนเป็นนักบรรยากาศศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเดวิส ห่างจากเมืองเรดดิงไปทางใต้ราว 240 กิโลเมตร กว่าเขาจะต่อรถพ่วงเข้ากับท้ายรถของตัวเองและเริ่มขับขึ้นไปทางเหนือของรัฐ ไฟป่าคาร์ (Carr Fire) เมื่อปี 2018 ซึ่งได้ชื่อนี้เพราะเกิดใกล้โรงไฟฟ้าคาร์ ก็กลายเป็นไฟป่าใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์แคลิฟอร์เนียแล้ว มันคร่าชีวิตคนไปหกคน เผาต้นไม้ ทุ่งหญ้า กระท่อมบนภูเขา เสาไฟ และรถที่จอดทิ้งไว้ ที่ชานเมืองเรดดิง ไฟเพิ่งเผาย่านชานเมืองชื่อเลกเคสวิกเอสเตตส์ ซึ่งก็คือโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของบ้านเดี่ยว ทั้งฉนวนกันความร้อน กระเบื้องมุงหลังคา ตู้เย็น และสีทาบ้าน

รอบไฟป่าคาร์มีแต่ควัน ซึ่งลอยคละคลุ้ง ปกคลุม และแผ่ไกลออกไปจากเปลวไฟจริงๆหลายพันกิโลเมตร ในบรรดาสารพัดสิ่งปนเปื้อนในอากาศที่เราหายใจ บีนสนใจ ควันพิษ จากไฟป่ามากที่สุด

ควันพิษ, ไฟป่า, เจ้าหน้าที่ดับเพลิง
ขณะที่ไฟป่ากลาสโหมไหม้นาปาเคาน์ตีและโซโนมาเคาน์ตี ในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว นักผจญเพลิงสกัดไฟเพื่อขจัดเชื้อเพลิง กลยุทธ์ง่ายๆ นี้สร้างควันไฟเช่นกัน และนักผจญไฟป่าไม่ได้ใช้หน้ากากกรองอากาศ

เขาอยากรู้อย่างแน่ชัดว่ามีอะไรอยู่ในนั้นกันแน่ เคมีของไฟป่าแต่ละครั้งต่างกันอย่างไร และไฟขนาดยักษ์ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในศตวรรษนี้ส่งผลอย่างไรต่อมลพิษทางอากาศทั่วโลกและต่อสุขภาพของมนุษย์ ในแถบตะวันตกของอเมริกาเหนือและในออสเตรเลีย เท่าที่วัดจากขนาดและจำนวนครั้งที่เกิดไฟป่า ปี 2018 ถือว่าสาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์ ก่อนที่ปี 2020 จะทำลายสถิตินั้นลง

“เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่งในช่วงชีวิต” บีนบอกและเสริมว่า “ตอนนี้มันเกิดขึ้นทุกฤดูร้อน นั่นคือปัญหาใหญ่ด้านสาธารณสุขเลยครับ”

ด้วยเหตุนี้บีนจึงไปที่ย่านเลกเคสวิกเอสเตตส์ในเมืองเรดดิง ที่นั่นพื้นดินไหม้เกรียม ชาวเมืองอพยพออกไปก่อนแล้ว บ้านหลายหลังเหลือแต่ฐานรากคุกรุ่น เขาผูกรถพ่วงและเสียบปลั๊กเครื่องวัด ซึ่งก็คือชุดเซนเซอร์และเครื่องปั๊มลมที่ซับซ้อน เขาหยิบท่อและจอภาพจากรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่เคลื่อนที่ชาร์จไฟสำหรับป้อนอุปกรณ์ทั้งหมด ตาและจมูกของเขาแสบร้อน “เลวร้ายอย่างที่สุดเลยครับ” เขาบอก

ควันพิษ, ควันไฟ, ไฟป่า, เมฆ
เมฆที่เกิดจากควันไฟป่าบ็อบแคตลอยเหนือสายไฟฟ้ากลางทะเลทรายโมฮาวี มหันตไฟที่เผาทำลายพื้นที่กว่า 250,000 ไร่เหล่านี้มีความรุนแรงจนสร้างระบบลมในตัวเอง ซึ่งพัดอากาศพิษออกไปจากจุดที่เกิดเหตุไฟไหม้ได้ไกลมาก

แต่เหมาะที่สุดสำหรับงานของเขา ถึงแม้เปลวไฟจะลามผ่านจุดนี้ไปแล้ว บีนกับนักวิจัยคนอื่นๆรู้ดีว่า ไอระอุสามารถก่อควันพิษเข้มข้นขึ้นเองได้ พวกเขารู้ว่าการสร้างที่อยู่อาศัยจำนวนมากในละแวกหรือใกล้เคียงผืนป่าทำให้เกิดชุมชนที่เปราะบาง เมื่อภูมิอากาศที่อุ่นขึ้นทำให้ป่าแห้งแล้งกลายเป็นเชื้อไฟอย่างดี พื้นที่ลักษณะนี้เรียกว่า เขตรอยต่อระหว่างป่ากับเมือง (Wildland-Urban Interface: WUI) พวกเขารู้ว่าไฟขนาดใหญ่ที่ไหม้เขตรอยต่อนี้จะก่อให้เกิดควันขนาดใหญ่ นั่นคือมลพิษจากผืนดินที่มอดไหม้บวกกับมลพิษจากวัสดุและสิ่งปลูกสร้าง ก่อให้เกิดส่วนผสมอันตราย

อะไรอยู่ในส่วนผสมนั้นกันแน่ และจะเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์และสัตว์อื่นๆที่สูดควันจากไฟขนาดใหญ่เช่นนั้นเข้าไป คำถามเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วนขึ้นทุกทีในความพยายามทำความเข้าใจและลดมลพิษทางอากาศ และคำตอบอาจยากกว่าที่เราคิด ลองคิดถึงวิธีนำควันจากไฟป่าจริงๆเข้าไปยังห้องปฏิบัติการวิจัยดู เราต้องทำตัวเหมือนนักล่าพายุ อธิบายเหตุผลอย่างชัดเจนให้ตำรวจที่ปิดถนนเข้าใจ หรือไม่ก็ต่อพ่วงท่อดูดควันไว้กับเครื่องบินขนส่งซี-130 ที่บินตรงเข้าไปในควันไฟป่า เหมือนที่ทีมวิจัยทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอนเกิดไฟป่าในรัฐโคโลราโดและไอดาโฮช่วงฤดูร้อนปี 2018

ควันพิษ, ควันไฟ, ไฟป่า
ควันและเปลวไฟปกคลุมป่าสงวนแห่งชาติแอนเจลิส ทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย ในฤดูไฟป่าที่ทำลายสถิติ เมื่อปีที่แล้ว ไฟป่าบ็อบแคตเผาป่าไปกว่า 287,500 ไร่ นี่คือหนึ่งในไฟป่าที่ส่งควันพิษไปทั่วรัฐต่างๆทางภาคตะวันตกและไกลออกไป

“เราเปลี่ยนเครื่องบินเป็นห้องปฏิบัติการเคมีบินได้ค่ะ” เอมิลี ฟิชเชอร์ นักบรรยากาศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดสเตต ผู้นำทีมวิจัยที่วิเคราะห์สิ่งที่พบในควัน บอก ควันนั้นประกอบด้วยคาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ และก๊าซอื่นๆอีกกว่าร้อยชนิด รวมถึงฝุ่นละเอียดอันตรายอย่างพีเอ็ม 2.5 อันตรายเฉียบพลันที่สุดต่อสุขภาพนั้นไม่มีข้อกังขา ไฟป่าก่อมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นควันจาก “ธรรมชาติ” หรือจากเขตรอยต่อระหว่างป่ากับเมือง และแค่สูดควันไม่กี่วันก็มากพอจะส่งผู้ป่วยโรคหืดหรือโรคที่ไวต่อการระคายเคืองอื่นๆเข้าห้องฉุกเฉินได้แล้ว

จากหลักฐานที่นักวิทยาศาสตร์ถือว่า “ยังไม่แน่ชัด” มีความเป็นไปได้เช่นกันว่า การสูดควันจากไฟป่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคปอด โรคหลอดเลือดสมอง และอาจเกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ด้วย แต่การหาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงเหล่านี้คือสิ่งท้าทายยิ่งสำหรับนักวิจัย เราจุดไฟป่าจริงๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการทดลองไม่ได้ พวกเขาต้องคำนึงถึงความเครียดทางกายและทางอารมณ์ที่เกิดจากไฟป่า แม้กระทั่งสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในเส้นทางผ่านของเปลวไฟ และควันเองก็ผันแปรไม่หยุดนิ่งด้วย ขณะที่ส่วนประกอบต่างๆของมันได้รับความร้อน เย็นตัวลง และทำปฏิกิริยากัน

ควันพิษ, ไฟป่า
ไฟป่าที่อยู่ไกลออกไปถึงรัฐออริกอนทำให้ท้องฟ้าเหนือเมืองแซนแฟรนซิสโกดูเหมือนภาพยนตร์แนวดิสโทเปียในวันหนึ่งของเดือนกันยายน เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคต้องประกาศเตือนภันมลพิษทางอากาศเมื่อปี 2020 การเตือนภัยเนื่องจากไฟป่าเกิดขึ้นสูงกว่าสถิติเดิมเกินสองเท่า ภาพถ่ายโดย แกเบรียล ลูรี, SAN FRANCISCO CHRONICLE VIA GETTY IMAGES

แน่นอนว่ามหันตไฟทำลายมากกว่าอากาศที่เราหายใจเข้าไป และหลายครั้งข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาไฟป่าต่างๆ ก็มีทั้งน่าครั่นคร้าม แพงลิ่ว และขัดกับสามัญสำนึก ที่น่าครั่นคร้ามคือ ต้องหยุดภาวะโลกร้อนซึ่งทำให้ป่าร้อนขึ้น ใบไม้แห้ง ต้นไม้ตาย และทำให้เกิดสภาพอากาศพิลึกพิลั่น เช่น ฟ้าผ่า 14,000 ครั้งในปี 2020 ซึ่งจุดชนวนให้เกิดอภิมหาไฟ อันซับซ้อนหรือไฟป่าที่กินพื้นที่กว่า 4,000 ตารางกิโลเมตร เมื่อเดือนสิงหาคมในแคลิฟอร์เนีย

ส่วนราคาแพงลิ่วก็คือ การทำให้ป่าบางลงอย่างยิ่งด้วยการชักลากซากต้นไม้และกำจัดเศษแห้งอื่นๆที่สะสมอยู่มากเพราะเรามัวเสียเวลาดับไฟป่าอยู่หลายปี นี่คืองานช้างที่ต้องใช้เครื่องจักรและแรงงานมหาศาล

และที่ขัดกับสามัญสำนึกคือ การใช้ไฟดับไฟ ปล่อยให้ไฟขนาดเล็กที่ไม่เป็นอันตรายต่อบ้านเรือนได้ลุกไหม้มากขึ้น นี่คือวิธีธรรมชาติที่ช่วยกำจัดเศษซากเชื้อไฟและแผ้วถางเพื่อการระบัดใหม่ ชนพื้นเมืองเข้าใจอย่างดีว่า การชิงเผาคือเครื่องมือหนึ่งในการจัดการที่ดิน และข้อเสนอแก้ปัญหามหันตไฟเกือบทั้งหมดจะมีคำร้องให้ทำการเผาตามกำหนด หรือการจุดไฟเผาป่าที่วางแผนอย่างดีโดยคำนึงถึงลมและผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงอย่างรอบคอบมากขึ้น แน่ละว่าไฟขนาดเล็กเหล่านี้ก็มีควันเช่นกัน แต่ไม่มากเท่า โดนัลด์ ชไวเซอร์ นักวิจัยคุณภาพอากาศจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเมอร์เซด บอกว่า “ไม่มีทางเลือกที่ ‘ไร้ควัน’ จริงๆหรอกครับ”

เรื่อง ซินเทีย กอร์นีย์

ภาพถ่าย สจวร์ต แพลลีย์

สามารถติดตามสารคดี ที่ใดมีไฟ ที่นั่นมีควันพิษ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนเมษายน 2564

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม หมอกควันไฟป่า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรง

เรื่องแนะนำ

ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่

(ซ้าย) ภาพจำลองโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ขอบคุณภาพจาก Facebook: Chao Phraya for All (ขวา) รองศาสตราจารย์ ดร.พนิต ภู่จินดา ‘โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ หรือโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นโครงการที่กรุงเทพมหานครตั้งเป้าจะสร้างเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่ยังมีประเด็นที่น่ากังวลและเสียงคัดค้านมากมายจากหลายฝ่าย โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ “โครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา” เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ของกรุงเทพมหานครที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 มีจุดประสงค์ของโครงการว่า เพื่อพัฒนาพื้นที่ริมน้ำให้ชาวกรุงเทพมหานครได้เข้าถึงแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเท่าเทียมกัน เพิ่มพื้นที่ทำกิจกรรมของสาธารณะ เพิ่มทางสัญจรริมน้ำ เช่น ทางเดินเท้า ทางจักรยานที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ รวมไปถึงพัฒนาทัศนียภาพให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ รายละเอียดการก่อสร้างทางเลียบแม่น้ำดังกล่าวมีระยะทางเส้นทางทั้งสองฝั่งอยู่ที่ 12.45 กิโลเมตร (จากแผนเดิม 14 กิโลเมตร เนื่องจากต้องการหลบหลีกพื้นที่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์) โดยเส้นทางจะเริ่มจากช่วงที่ 1. ช่วงสะพานพระราม 7 ถึงกรมชลประทานในฝั่งพระนคร 2. จากสะพานพระราม 7 ถึงคลองบางพลัดในฝั่งธนบุรี 3. ช่วงจากกรมชลประทานถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าในฝั่งพระนคร และ 4. จากคลองบางพลัดถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าในฝั่งธนบุรี โดยทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเป็น 1 ใน 12 แผนงานใหญ่ของโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในชื่อ […]

ทะเล อันดามัน ของไทยกำลังป่วย

ไข่มุกเม็ดงามนาม อันดามัน กำลังเผชิญภัยคุกคามรอบด้าน ธรรมชาติจะยืนหยัดทัดทานได้อีกนานเพียงใด สัณฐาน อันดามัน ยํ่าคํ่าแล้วที่ “สุสานหอย” ในเขตอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี ชายฝั่งทะเลอันดามันที่บ้านแหลมโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ “สุสานหอยเป็นชั้นของแผ่นหินปูน ซึ่งมีซากของหอยขมนํ้าจืดปริมาณมากทับถมอยู่และปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังพบซากเรณูและสปอร์ของพืชโบราณที่สามารถกำหนดอายุของสุสานหอยว่าอยู่ในช่วงประมาณ 20 – 40 ล้านปี” ดร.สกลวรรณ ชาวไชย อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้กลุ่มนักศึกษาฟังระหว่างการออกภาคสนามในพื้นที่ อาจารย์สกลวรรณอธิบายต่อว่า ที่นี่เคยเป็นหนองนํ้าจืดขนาดใหญ่ มีหอยขมอาศัยอยู่จำนวนมาก ต่อมานํ้าทะเลไหลเข้าท่วมขังจนหินปูนใต้นํ้าทะเลอ่อนตัว หลอมรวมเอาเปลือกหอยใต้นํ้าเข้าเป็นเนื้อเดียว แปรสภาพเป็นแผ่นหินปูนแข็งที่มีซากหอยเกาะแน่นหนาราว 0.5 – 1 เมตร หากสังเกตลานหินของชั้นหอยจะพบแนวรอยแยกเป็นสองทิศทางได้ชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากธรณีแปรสัณฐาน คำอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบริเวณชายฝั่งทะเล อันดามัน ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นพิบัติภัยที่เกิดจากพลังงานใต้พิภพปะทุจนแผ่นดินไหวรุนแรงแรงขยับแผ่นเปลือกโลกให้เคลื่อนที่ไปราวหนึ่งเซนติเมตร แต่ก็รุนแรงพอจะสร้างคลื่นยักษ์สูงกว่า 30 เมตรพุ่งเข้าปะทะชายฝั่ง กวาดกลืนทุกสิ่งจนราพณาสูรไปในชั่วพริบตา ผู้คนใน 14 ประเทศ ชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียเสียชีวิตไปราว 130,000 […]

แผ่นดินทรุดตัวและน้ำทะเลสูงขึ้น – ภัยคุกคามประชากรนับร้อยล้านคนทั่วโลก

เคราะห์ร้ายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการทรุดตัวของแผ่นดินที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งกำลังพบเจอกับภาวะ ระดับน้ำทะเล ที่สูงขึ้นอย่างรุนแรง ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชายฝั่งแห่งต่างๆ ของโลกกำลังพบเจอการเพิ่มขึ้นของ ระดับน้ำทะเล ที่เกินกว่าจะรับได้ อันเป็นผลมาจากการที่พวกเขาอาศัยรวมกันอย่างหนาแน่นในพื้นดินที่กำลังจมอย่างรวดเร็ว ตามงานศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Climate Change เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระดับน้ำทะเลกำลังสูงขึ้นทั่วโลกเนื่องจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งโลก และการขยายตัวของผืนน้ำทะเลที่อบอุ่น (warming sea water) ส่วนในระดับท้องถิ่น พื้นที่ทรุดตัว หรือพื้นที่ที่กำลังจมก็ได้ซ้ำเติมปัญหาให้รุนแรงขึ้นอีก เมืองใหญ่หลายเมือง เช่น นิวออร์ลีนส์ในสหรัฐฯ หรือจาการ์ตาในอินโดนีเซียกำลังเจอปัญหาระดับน้ำทะเลที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับระดับชายฝั่ง-หรือภาวะที่แผ่นดินกำลังจมเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะนี้ ทีมนักวิจัยนานาชาติแสดงให้เห็นว่าสองสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกันนี้เป็นมากกว่าปัญหาของแต่ละท้องถิ่น พื้นดินที่กำลังจมทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งรอบโลกอยู่ในภาวะเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดยพวกเขาต้องพบเจอกับอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลมากกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลก 3 ถึง 4 เท่า “สิ่งที่เรากำลังพูดถึงไม่ใช่การคาดการณ์ เรากำลังพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในวันนี้” Robert Nicholls ผู้นำงานศึกษาจากศูนย์วิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทินดัลล์ มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย (University of East Anglia) สหราชอาณาจักร กล่าว แต่ยังมีข่าวดี นั่นคือ พื้นที่ชายฝั่งที่กำลังจมส่วนใหญ่นั้นเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่นการขุดเจาะน้ำบาดาลมาใช้ ซึ่งบรรดาเมืองชายฝั่งสามารถทำบางอย่างเพื่อแก้ปัญหาได้ จากปัญหาท้องถิ่นสู่ระดับโลก ปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อการลดลง (หรือเพิ่มขึ้น) ของพื้นที่ชายฝั่งบนโลกนั้นอยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ […]

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในไทย​ ผ่านฟีเจอร์ Timelapse โดย Google​ Earth

มองความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่​ของไทย​ ผ่านฟีเจอร์ Timelapse โดย Google​ Earth ที่แสดงความเป็นไปของสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ย้อนหลังได้ถึง 37 ปี การอัปเดตฟีเจอร์ในครั้งนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดของ Google Earth พวกเขากล่าวว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ใช้เวลาในการประมวณผลกว่า 2,000,000 ชั่วโมงกับภาพถ่ายดาวเทียม 24 ล้านภาพที่ถ่ายตั้งแต่ปี 1984 ถึง 2020 และสามารถแสดงผลแบบ 3 มิติได้ด้วย โดยฐานข้อมูลขนาดมหึมานี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Google, โครงการสำรวจด้านธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา Landsat, โครงการ Copernicus โดยสหภาพยุโรป ผ่าน ดาวเทียม Sentinel และห้องปฎิบัติการณ์ของมหา วิทยาลัย Carnegie Mellon จนออกมาเป็นฟีเจอร์ที่น่าตื่นตะลึงนี้ เราจึงอยากชวนคุณมองความเปลี่ยนแปลงด้านพื้นที่ของไทยผ่าน Google Earth เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศ ซึ่งปรากฏผลกระทบอย่างชัดเจนมากขึ้นในแต่ละปีที่ผ่านพ้นไปหลักฐานนี้ง่ายต่อการอธิบายให้เข้าใจมากกว่าข้อความและตัวเลขที่ซับซ้อนเพื่อจุดประสงค์ในการช่วยโลกด้วยการสร้างอนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืน หมู่บ้านป่าแหว่ง โครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หมู่บ้านป่าแหว่ง” ดำเนินการโดยสำนักงานศาลยุติธรรม บนพื้นที่ประมาณ 147 ไร่ อยู่ในเขต อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ […]