สึนามิ วิธีรับมืออย่างปลอดภัย - National Geographic Thailand

สึนามิ วิธีรับมืออย่างปลอดภัย

สึนามิ กับข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องเผชิญกับภัยจากคลื่นยักษ์ซึ่งสามารถซัดทุกสิ่งให้ราบเป็นหน้ากลองได้

สึนามิถือเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับผู้อาศัยบริเวณแนวชายฝั่ง เนื่องจากความเร็วมากกว่า 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการเคลื่อนที่เข้าหาฝั่งและความสูงกว่า 30 เมตรของคลื่นยักษ์นี้สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้เป็นจำนวนมาก ตัวอย่างความเสียหายจากภัยสึนามิที่รุนแรงเป็นอันดับต้น ๆ ได้แก่ เหตุภัยสึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2547 และเหตุสึนามิถล่มโทโฮคุในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2554

 

สึนามิ
เฮลิคอปเตอร์บรรทุกอาหารจากหน่วยงานสหรัฐฯ ขณะบินผ่านหาดลำปึก (Lampuuk) บริเวณเกาะสุมาตราเหนือหลังเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ซึ่งคร่าชีวิตชาวบ้านไปกว่า 7,000 รายและผู้อาศัยบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียกว่า 230,000 ราย (ภาพโดย JOHN STANMEYER, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสึนามิ

สึนามึคือคลื่นขนาดมหึมาที่มีพลังทำลายล้างสูง สาเหตุการเกิดคลื่นชนิดนี้มักจะมาจากแผ่นดินไหวใต้พื้นมหาสมุทร และสึนามิยังรุนแรงพอที่จะทำลายชุมชนทั้งชุมชนและพัดซากหมู่บ้านทั้งหมดลงสู่ท้องทะเลได้

สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อต้องเผชิญกับสึนามิหรือภัยพิบัติต่าง ๆ คือ การศึกษาว่าพื้นที่ที่อาศัยอยู่นั้นสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้มากเพียงใด ด้วยเหตุนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในหลายประเทศจึงจัดทำแผนที่แสดงพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ พร้อมระบุเส้นทางสำหรับอพยพให้แก่คนในชุมชนขึ้น หน่วยงานสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ( the U.S. National Weather Service) เองก็จัดทำแผนที่ขึ้น เพื่อติดตามสภาพอากาศและภัยพิบัติที่อาจจะเกิดภายในประเทศ และสำหรับประเทศไทยเองมีหน่วยงานหลักสองหน่วยงานคือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ทำหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับภัยพิบัติและแจ้งให้ประชาชนทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ

เควิน เจ ริชาดส์ เจ้าหน้าที่ด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติประจำสำนักจัดการภาวะฉุกเฉิน ณ เกาะฮาวายได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า “คุณควรรู้ว่าคุณสามารถรับความเสี่ยงได้แค่ไหนเมื่อเกิดภัยธรรมชาติขึ้น และควรประเมินด้วยว่าภัยพิบัติชนิดไหนมีโอกาสจะสร้างความเสียหายให้กับที่พักหรือพื้นที่ที่คุณอาศัย”

 

ซากปรักหักพังหลายเอเคอร์รายล้อมชายชาวอินโดนีเซียที่ขนสินค้าจากร้านค้าที่ได้รับความเสียหายใน Banda Aceh 6 วันหลังเหตุการณ์สึนามิปี 2547 ถล่มเมืองชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียด้วยคลื่นยักษ์สูงถึง 9 เมตร

 

วิธีเตรียมตัวเบื้องต้น

  • รู้จักสัญญาณเตือนการเกิดเกิดสึนามิ

เช่น ระดับน้ำบริเวณชายฝั่งเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว เสียงดังผิดปกติจากใต้ทะเล หรือเสียงแผ่นดินแยกตัว โดยร็อกกี้ โลเปส ผู้บริหารโครงการบรรเทาภัยสึนามิ (National Tsunami Hazard Mitigation Program: NTHMP) หนึ่งในโครงการด้านภัยพิบัติของสหรัฐอเมริกากล่าวว่า “หากเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 2547 ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณแนวมหาสมุทรอินเดียทราบว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นคือสัญญาณเตือนสึนามิ คงมีผู้เสียชีวิตน้อยกว่านี้” โลเปสยังเสริมอีกว่า “คนเชื่อกันว่าจะเกิดสึนามิขึ้นหากน้ำทะเลลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณเกาะต่าง ๆ สัญญาณเตือนเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้นเลย”

  • ฝึกตนเองให้คุ้นชินกับระบบเตือนภัยของรัฐบาลและติดตามการเตือนภัยผ่านช่องทางต่าง ๆ

สำหรับผู้ที่อาศัยในประเทศอเมริกา วิทยุแจ้งเตือนสภาพอากาศโดยหน่วยงานบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศ (National Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และสำหรับผู้ที่อาศัยในประเทศไทยสามารถติดตามการแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือภัยธรรมชาติได้จากช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมอุตุนิยมวิทยา

  • ร่างแผนที่สำหรับอพยพในกรณีฉุกเฉิน

แผนที่สำหรับอพยพนี้ควรมีเส้นทางหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางจากบ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน หรือสถานที่อื่น ๆ ที่คนในครอบครัวมักจะไป นอกจากนี้การรู้วิธีเดินเท้าอย่างปลอดภัยท่ามกลางภัยพิบัติที่เกิดก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากในบางกรณีสภาพแวดล้อมอาจไม่เหมาะสำหรับการเดินทางด้วยยานภาหนะ

  • เตรียมแผนที่สำหรับอพยพให้พร้อมและซ้อมหากมีโอกาส

การเตรียมตัวเช่นนี้จะทำให้สามารถเคลื่อนย้ายไปศูนย์อพยพหรือศูนย์พักพิงได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

  • พกกล่องปฐมพยาบาลหรือกระเป๋าเก็บอุปกรณ์และของใช้ที่จำเป็นไว้ที่บ้านหรือบนรถเสมอ

สภากาชาดสหรัฐอเมริกาแนะนำว่านอกจากการเตรียมของจำเป็นแล้วยังควรเตรียมอาหาร น้ำดื่ม พร้อมทั้งโทรศัพท์มือถือและแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินด้วย

  • ติดต่อกับครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดเป็นระยะ ระหว่างเดินทางมาพบกัน

หากเกิดภัยพิบัติขึ้นขณะที่คนในครอบครัวไม่ได้อยู่สถานที่เดียวกัน ควรติดต่อและหาวิธีที่ทุกคนจะสามารถกลับมารวมตัวกันได้โดยเร็ว

 

สึนามิ
มุมมองภาพถ่ายทางอากาศของเมือง Batticaloa ศรีลังกา แสดงให้เห็นภูมิประเทศรกร้างว่างเปล่าหลังเหตุการณ์สึนามิในมหาสมุทรอินเดียที่กวาดล้างชายฝั่งเข้าไปในแผ่นดินมากกว่าครึ่งไมล์ (1 กิโลเมตร) ในน้ำลึก คลื่นสึนามิสามารถเดินทางได้ด้วยความเร็วถึงถึง 500 ไมล์ (800 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง

 

วิธีปฏิบัติตัวระหว่างเกิดสึนามิ

  • หากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นขณะอยู่ในพื้นที่ประสบภัยสึนามิ ควรหมอบกับพื้น 

ป้องกันบริเวณศีรษะและคอของตนไม่ให้ถูกกระทบกระเทือน และยึดอะไรก็ได้ที่มั่นคงไว้ให้ดี ในกรณีอยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมถึง ควรออกจากบริเวณนั้นโดยเร็วและหาสถานที่อื่นเพื่อหลบภัย 

  • คอยฟังประกาศต่าง ๆ จากทางการและสังเกตสัญญาณเตือนภัยจากธรรมชาติตลอดเวลา

หากพบว่าสถานการณ์ไม่ปกติควรอพยพทันที ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งจากรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • ไม่ควรอพยพไปไกลเกินความจำเป็น

ริชาดส์อธิบายไว้ว่า “ผู้คนมักจะเข้าใจผิดว่าควรอพยพไปไกล ๆ เมื่อเกิดภัยสึนามิ ทว่าจริง ๆ แล้วการอพยพนั้นไม่จำเป็นจะต้องไปไหนไกล เพียงหาสถานที่ปลอดภัยใกล้ ๆ ก็พอแล้ว” นอกจากนี้ริชาดส์ยังแนะนำเพิ่มอีกว่า “สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในโรงแรมที่ตัวอาคารสูงอยู่แล้ว การอยู่ชั้นที่สี่ขึ้นไปถือว่าปลอดภัยกว่าการอพยพไปที่อื่น”

  • อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจนกว่าทางการจะประกาศว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว

อย่างไรก็ดี คลื่นลูกแรกที่ซัดมานั้นอาจจะไม่ใช่คลื่นลูกสุดท้ายหรือคลื่นที่รุนแรงที่สุด และอันตรายจากคลื่นที่ซัดสูงอาจกินเวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน

 

สึนามิ
เรือประมงสีสันสดใสถูกพัดขึ้นฝั่งเมื่อเดือนธันวาคม 2547 ท่ามกลางกลุ่มอาคารที่พังยับเยินในหมู่บ้านน้ำเค็ม หมู่บ้านชาวประมงในประเทศไทย จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 9.0 แมกนิจูด นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อันก่อให้เกิดพิบัติภัยสึนามิ

 

วิธีปฏิบัติตัวหลังเกิดสึนามิ

  • หลีกเลี่ยงบริเวณที่ได้รับความเสียหายรุนแรง น้ำท่วม หรือมีสายไฟขาด
  • รอฟังประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถาณการณ์และศึกษาวิธีไปศูนย์ผู้อพยพหรือศูนย์พักพิงต่าง ๆ
  • ติดต่อครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดด้วยการส่งข้อความแทนการโทร เนื่องจากในขณะนั้นสัญญาณโทรศัพท์อาจยังขัดข้องอยู่หรือยังไม่มีการกู้คืน

 

เมื่อเกิดภัยสึนามิขึ้น นอกจากการปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวไว้ข้างตนแล้ว สิ่งที่ควรปฏิบัติเพิ่มเติมคือการพกน้ำดื่มและอาหารที่สามารถเก็บรักษาได้นานติดตัวไว้ตามคำแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหารจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งสหรัฐอเมริกา

 

เรื่องโดย คริสตินา นูเนซ
แปลโดย พรรณทิพา พรหมเกตุ
โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

 


อ่านเพิ่มเติม 10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

สึนามิ

เรื่องแนะนำ

ปากบารา : มรดกแบบไหนที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เคยนำเสนอสารคดีเรื่อง “ทางแพร่งของปากบารา” ในฉบับเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพ และนักเขียน ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง ในตอนนั้น ข่าวเรื่องโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความพยายามผลักดันทะเลอันดามันของไทยให้เป็นมรดกโลก... วันนี้ เกือบสองปีให้หลัง ความพยายามจะเดินหน้าโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง เราขอความเห็นจาก ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพ และนักอนุรักษ์ ผู้ถ่ายภาพสารคดีชิ้นนี้ว่าเขาคิดอย่างไร

Explorer Awards 2019 : วีรยา โอชะกุล

"ถ้าเราทำอย่างเข้มข้น สม่ำเสมอ ไม่เลือกว่าอันนี้คุณทำได้ อันนี้คุณทำไม่ได้  เอาระเบียบเป็นตัวตั้ง เชื่อมั่นอย่างนั้นก็เลยทำ และรู้ว่าถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่อง เอาจริงเอาจัง ทรัพยากรไม่มีทางจะหดหายไปได้มากขนาดนี้" คือจุดยืนในการทำงานของ วีรยา โอชะกุล "ดอกไม้เหล็กแห่งผืนป่าตะวันตก" ผู้รับรางวัล National Geographic Thailand Explorer Awards ประจำปี 2019

สุดยอดภาพถ่ายจาก ‘ไมเคิล นิโคลส์’ ผู้เปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อสัตว์ป่าไปตลอดกาล

‘ไมเคิล นิโคลส์’ ช่างภาพผู้สร้างสรรค์ภาพถ่ายของสิงโต เสือ ช้าง ชิมแปนซี และกอริลลา ที่โลดแล่นอยู่บนหน้านิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก นักเล่าเรื่องที่ดีคือผู้สังเกตการณ์ที่ดี เขาจะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อตระหนักว่า ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า เขาจะพาตัวเองเข้าไปดื่มด่ำกับประสบการณ์นั้น ไมเคิล “นิก” นิโคลส์ เป็นหนึ่งในคนประเภทนั้น ตลอดเส้นทางอาชีพยาวนานหลายสิบปี เขาหลอมรวมพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวกับสายตาของศิลปินในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายของสิงโต เสือ ช้าง ชิมแปนซี และกอริลลา ที่โลดแล่นอยู่บนหน้านิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แนวทางการทำงานสารคดีของเขา เช่นเดียวกับความยินยอมพร้อมใจที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เช่น กล้องดักถ่ายภาพ และหุ่นยนต์ควบคุมจากระยะไกล มีส่วนสำคัญในการสร้างการตระหนักรู้ของเรา ไม่ใช่แค่เฉพาะในเรื่องของสัตว์ป่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริบทใหญ่กว่าที่พวกมันดำรงอยู่ด้วย นี่คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างการเป็น “ช่างภาพสัตว์ป่ากับช่างภาพสารคดีในธรรมชาติ” ดังที่เมลิสซา แฮร์ริส เขียนไว้ในหนังสือ A Wild Life ชีวประวัติเล่มใหม่ของนิโคลส์ เรื่อง อะเล็กซา คีฟ ภาพถ่าย ไมเคิล นิโคลส์ เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : วัชรบูล […]

ไฟป่า : ภารกิจดิ่งสู่ไฟนรกของเหล่าสโมกจัมเปอร์

ไฟป่า : ภารกิจดิ่งสู่ไฟนรกของเหล่าสโมกจัมเปอร์ ทุกปีเมื่อถึงฤดูร้อน นักผจญเพลิงทางอากาศระดับหัวกะทิที่เรียกกันว่า สโมกจัมเปอร์ (smokejumper) จะเสี่ยงตายกระโดดร่มลงสู่พื้นที่ทุรกันดารของอะแลสกาเพื่อเร่งรุดดับไฟป่า ก่อนจะลุกลามสร้างความเสียหายมหาศาลแก่ผืนป่า ชีวิต และทรัพย์สิน