ภารกิจสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวของยาน Voyager - National Geographic Thailand

ภารกิจสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวของยาน Voyager

ภารกิจสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวของยาน Voyager

ย้อนหลังไปเมื่อเดือนสิงหาคมและกันยายน ค.ศ. 1977 ยานอวกาศฝาแฝด Voyager 1 และ Voyager 2 ถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศโดยมีภารกิจคือ สำรวจระบบสุริยะ “จากดาวพฤหัสบดีถึงดาวเนปจูน” ก่อนจะออกจากระบบสุริยะมุ่งหน้าสู่อวกาศระหว่างดาว (interstellar space) และดินแดนที่ไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อน สิ่งที่ยานทั้งสองนำติดไปด้วยคือแถบบันทึกฉาบทองคำบรรจุข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตบนโลก ทำนองเดียวกับเป็นสารในขวดแก้วที่รอให้สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกหรือมนุษย์ต่างดาวมาพบเข้า

สิ่งที่บรรจุอยู่ในแถบบันทึกข้อมูลดังกล่าวมีอาทิ ไฟล์เสียงชื่อว่า “สรรพเสียงจากโลก” หรือ “Sounds of Earth” (ฟังได้ที่ http://voyager.jpl.nasa.gov/spacecraft/sounds.html) บทเพลง Cavatina ของบีโทเฟ่น คำพูดทักทายใน 54 ภาษา และที่สำคัญที่สุด (อย่างน้อยสำหรับเรา) ก็คือ ภาพถ่ายที่สามารถสื่อสารข้อเท็จจริงให้แก่มนุษย์ต่างดาวเกี่ยวกับฟิสิกส์ ชีววิทยา สังคมวิทยา และความงดงามของดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่เราเรียกว่า “บ้าน”

ภาพที่ได้รับการคัดเลือกจากทีมงานมาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ  แต่ที่เราภาคภูมิใจคือ 10 ภาพประวัติศาสตร์ต่อไปนี้จาก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  ที่จนถึงวินาทีนี้ยังคงมุ่งหน้าสู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น   แต่ละภาพมีเหตุผลอธิบายว่า เพราะเหตุใดจึงได้รับการคัดเลือก

ภาพที่ 1 “ฝูงปลา” (School of Fish) โดย เดวิด ดูบิเลต์

มนุษย์ต่างดาว

ลำพังภาพถ่ายแนวปะการังและฝูงปลาอาจไม่มีทางบอกได้อย่างสิ้นข้อสงสัยว่า  เป็นภาพใต้น้ำ วิธีที่ดีและชัดเจนที่สุดในการแสดงให้เห็นโลกใต้น้ำก็คือ  ต้องมีนักดำน้ำรวมอยู่ด้วย เพราะฟองอากาศที่พวยพุ่งขึ้นจากเรกูเลเตอร์น่าจะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนของสื่อกลางที่เป็นน้ำ ยิ่งไปกว่านั้น การปรากฏตัวของนักดำน้ำยังบ่งบอกว่า มนุษย์สนใจในการสำรวจและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมต่างๆ… ภาพนี้ถ่ายที่แนวปะการังในทะเลแดงนอกชายฝั่งอ่าวนามาบนคาบสมุทรไซนาย

ภาพที่ 2 “นักวิทยาศาสตร์กับชิมแปนซี” (Scientists and Chimpanzees) โดย แวนน์ มอร์ริส-กูดอลล์

มนุษย์ต่างดาว

ภาพนี้แสดงญาติใกล้ชิดที่สุดของเราระหว่างที่นักวิทยาศาสตร์สองคนกำลังเฝ้าสังเกตและศึกษา หนึ่งในนั้นคือ เจน กูดอลล์ ผู้โด่งดัง ในสายตาของสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือมนุษย์ต่างดาว ชิมแปนซีและมนุษย์อาจดูเหมือนกันจนแยกไม่ออก ข้อเท็จจริงที่ว่า  มนุษย์ในภาพกำลังศึกษาชิมแปนซีอาจเป็นเบาะแสที่ไม่แข็งแรงพอจะชี้ชัดลงไปว่า ชิมแปนซีหาใช่เผ่าพันธุ์ผู้สร้างยาน Voyager ในทางกลับกัน ยังอาจเข้าใจไปได้ด้วยว่า ชิมแปนซีเป็นเจ้านาย เพราะมนุษย์เป็นฝ่ายที่ยุ่งกับเครื่องไม้เครื่องมือ กระนั้น เราก็ไม่สามารถตัดไพรเมตเหล่านี้ออกไปได้  ยิ่งไปกว่านั้น ฉากหลังในภาพยังแสดงพืชพรรณที่ไม่พบเห็นในที่อื่น นั่นคือ ป่าดงรกชัฏ

ภาพที่ 3 “ใบไม้ร่วงโรย” (Fallen Leaves) โดย โจดี คอบบ์  

มนุษย์ต่างดาว

ความงอกงามร่วงโรยจากต้นไม้  และมนุษย์คนหนึ่งกำลังเก็บกวาด ข้อเท็จจริงที่ว่าใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาเปลี่ยนสีจากสีเขียวที่เห็นบนต้นไม้อื่นๆที่อยู่รอบข้าง อาจบ่งบอกแก่ผู้พบว่า  ต้นไม้ต้นนี้อยู่ในช่วงผลัดใบ และอาจรวมไปถึงสีสันต่างๆ ที่เกิดจากกระบวนการสังเคราะห์แสง

 


ชมความงดงามของเนบิวลาในแบบสามมิติ

บินทะยานชมเนบิวลาแบบ 3 มิติ


 

ภาพที่ 4 “กำแพงเมืองจีน” (Great Wall of China) โดย เอช. เอดเวิร์ด คิม

มนุษย์ต่างดาว

กำแพงเมืองจีนเป็นหนึ่งในความสำเร็จทางวิศวกรรมอันยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ และยังเป็นผลงานของวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดและสำคัญที่สุดวัฒนธรรมหนึ่งของมนุษย์ ภาพถ่ายจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ช่วยให้เห็นมิติทั้งในแง่ขนาด สัดส่วน และภาพระยะใกล้ของกำแพงเมืองจีน

ภาพที่ 5 “นางรำจากบาหลี” (Dancer from Bali) โดย ดอนนา โกรฟเนอร์  

มนุษย์ต่างดาว

ภาพถ่ายภาพนี้แสดงให้เห็นลักษณะต่างๆ บนใบหน้าและมือของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน และยังอาจบ่งบอกถึงความซับซ้อนของเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่พบในวัฒนธรรมต่างๆของมนุษย์

 

เรื่องแนะนำ

เยือนหลุมหลบภัยลับสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

เยือนหลุมหลบภัยลับสมัย สงครามโลกครั้งที่สอง อดีตอันลึกลับของสวิตเซอร์แลนด์ยังคงหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ โดยฝังตัวซ่อนเร้นอยู่ในเทือกเขาและเชิงเขาของภูมิทัศน์ที่ภายนอกดูงดงามไร้พิษภัย หลุมหลบภัยในอุโมงค์นับพันแห่งเป็นป้อมปราการทางกลยุทธ์ในการต่อต้านการรุกรานของฮิตเลอร์ ซึ่งรู้จักกันในนามกลยุทธ์ “เดฟองส์ดูเรดุย” (Defense du Réduit หรือภาษาอังกฤษคือ Swiss National Redoubt) หลุมหลบภัยเหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยของผู้บังคับบัญชาของกองทัพและรัฐบาลในกรณีที่มีการรุกราน วอร์รูม (war room) หรือห้องประชุมในภาวะไม่ปกติเหล่านี้มีการใช้งานมาจนถึงปลายศตวรรษที่ยี่สิบ และเป็นความหวังสุดท้ายของสวิตเซอร์แลนด์ในการหาทางรอด ทว่าสิ่งที่ทำให้เรโต สเตอร์คี ช่างภาพ ต้องการไปเก็บภาพสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความลี้ลับแห่งขุนเขาสวิส” คือความลึกลับ หาใช่ประวัติศาสตร์ เขาเคยเล่นอยู่ตรงริมแม่น้ำตรงเชิงเขาเทือกเขาแอลป์ และเห็นซากของหลุมหลบภัยหลุมหนึ่งโผล่พ้นน้ำขึ้นมา “มันดูเหมือนหินกลมมนใหญ่ก้อนหนึ่ง เพียงแต่สิ่งที่โผล่ขึ้นมากลับเป็นปืนกล” สเตอร์คีบอกเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก “ผมรู้สึกประมาณว่า นั่นมันอะไรกันน่ะ มีอะไรอยู่ข้างในกันนะ” แต่เขาถูกผู้ใหญ่ห้ามไม่ให้ไปยุ่มย่ามแถวนั้นอีก หลายปีต่อมา โลกที่ซ่อนเร้นอยู่ก็เผยกายให้เขาเห็น ในตอนที่เขามีอายุได้ 20 ปีและเป็นทหาร ในช่วงการฝึก จ่าคนหนึ่งบอกพลทหารให้ไต่ลงไปตามบันไดที่อยู่เชิงเขา “เราลงไปสัก 300 ขั้นได้ และพบว่าตัวเองอยู่ข้างในภูเขาแล้ว” สเตอร์คีบอก เขาไม่ได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอยู่นานสามสัปดาห์ด้วยกัน “ผมจำได้ว่าหลงทางกับเพื่อนๆ ใช้เวลาสี่หรือห้าวันนี่แหละครับกว่าจะรู้ผังของอุโมงค์ คิดดูก็แล้วกันว่าใหญ่ขนาดไหน คุณไม่มีทางรู้เวลาได้เลย แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกครับ” […]

๖๐ ปี พระไพศาล วิสาโล

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้พระไพศาล วิสาโล ได้รับความเคารพรักและศรัทธามากมาย? เพราะความสมถะเรียบง่าย เพราะพระธรรมเทศนาที่เข้าถึงคนทั่วไป หรือเพราะท่านเป็นพระนักกิจกรรม คำตอบอาจเริ่มต้นจากการมองช่วงชีวิต 60 ปีที่ผ่านมา