เหยื่อใน ปอมเปอี คนนี้ ไม่ได้ตายเพราะหินทับ - National Geographic Thailand

เหยื่อในปอมเปอีคนนี้ ไม่ได้ตายเพราะหินทับ

เมื่อร่างของชายผู้นี้ถูกค้นพบ นักโบราณคดีเชื่อกันว่าเขาน่าจะเสียชีวิตจากการถูกก้อนหินทับ ระหว่างหลบหนีภูเขาไฟวิสุเวียสที่กำลังปะทุอย่างรุนแรง
ภาพถ่ายโดย Ciro Fusco

เหยื่อใน ปอมเปอี คนนี้ ไม่ได้ตายเพราะหินทับ

เมื่อร่างของเขาถูกค้นพบ ว่ากันว่าบรุษผู้นี้น่าจะเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดแห่งนครโศกนาฎกรรม ชายผู้ที่ศีรษะของเขาถูกบดทับโดยหินก้อนยักษ์ ระหว่างการอพยพออกจากเมือง ปอมเปอี เมื่อภูเขาไฟวิสุเวียส ในอิตาลีเกิดปะทุขึ้นมาในคริสต์ศักราชที่ 79 และล่าสุดมีรายงานจากเจ้าหน้าที่อุทยานโบราณคดีปอมเปอีว่ากะโหลกของเขาถูกค้นพบแล้ว

ทีมนักโบราณคดีพบกะโหลกศีรษะไม่ไกลจากจุดที่พบร่างของเขาเมื่อเดือนพฤษภาคม และนำไปสู่ข้อสันนิษฐานใหม่ที่ล้มล้างทฤษฎีเดิมที่ว่าชายผู้นี้เสียชีวิตจากก้อนหินที่ถูกพ่นออกมาจากภูเขาไฟ “ตอนนี้เราทราบแล้วว่าสาเหตุการตายไม่ได้เกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรง แต่เกิดจากการขาดอากาศหายใจระหว่างที่กรวด และเถ้าภูเขาไฟถูกปลดปล่อยออกมา (Pyroclastic flow)” รายงานจากเฟซบุ๊กเพจของอุทยานโบราณคดีปอมเปอี

ไม่ใช่แค่ลาวาเท่านั้นที่ถูกพ่นออกมาจากภูเขาไฟ ย้อนกลับไปเมื่อ 2,000 ปีก่อน ในตอนที่ภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิด มันพ่นเอากรวด และเถ้าถ่านปริมาณมหาศาลออกมาด้วย และในวันต่อมาเถ้าถ่านเหล่านั้นก็เดินทางถึงเมืองปอมเปอี และกลืนกินทุกชีวิตที่มันเคลื่อนผ่าน

จินตนาการว่ากรวด และเถ้าถ่านที่ถูกพ่นออกมานั้นไม่ต่างกับ “เฮอริเคนที่ร้อนมากๆ ซึ่งจะกวาดล้างเอาทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในเส้นทางของมัน” Benjamin Andrews ผู้อำนวยการโครงการภูเขาไฟ จากสถาบันสมิธโซเนียนกล่าว เมื่อภูเขาไฟปะทุมันจะพ่นเอาสายน้ำมรณะของแก๊สร้อน, เถ้าถ่าน และกรวด ที่พุ่งด้วยความเร็วสูงออกมา (ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเทียบได้กับเครื่องบิน)

(แมกมากับลาวา ต่างกันอย่างไร? วิทยาศาสตร์มีคำตอบ)

“ถ้าคุณอยู่ในเส้นทางการไหลของมัน คุณไม่มีโอกาสรอด” Andrews กล่าว และโครงกระดูกของชายผู้โชคร้ายจากปอมเปอีนี้บ่งชี้ว่าเขาไม่อาจต้านทานความร้อนอันเร็วสูงไว้ได้ ปอดของเขาละลายทันทีเมื่อเผชิญกับอากาศที่เต็มไปด้วยแก๊สพิษซึ่งร้อนระอุมากกว่า 500 องศาเซลเซียส

ทีมนักโบราณคดีค้นพบกะโหลกศีรษะของชายผู้นี้ลึกลงไปในชั้นดินกว่าที่ร่างของเขาอยู่ สันนิษฐานว่าเป็นเพราะการขุดค้นอุโมงค์ในปอมเปอีครั้งแรกเมื่อปี 1740 ส่งผลให้ดินถล่มลง และพาเอากะโหลกศีรษะลงมาด้วย

ทุกวันนี้นักโบราณคดีขุดพบหลักฐานมากมายที่ช่วยเปิดเผยปริศนาของเมืองแห่งนี้ และล่าสุดทีมนักโบราณคดีเพิ่งจะลงพื้นที่สำรวจยังบริเวณพื้นที่ Regio 5 ซึ่งยังไม่เคยขุดค้นมาก่อน พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองปอมเปอี และถูกทำลายล้างโดยภูเขาไฟจนเรียบเป็นหน้ากลอง ทั้งนี้ในกระบวนการค้นหาได้ใช้เทคโนโลยีอย่างโดรน, แสงเลเซอร์ และ VR (เทคโนโลยีสร้างภาพเสมือนจริง) เพื่อการขุดค้นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทว่าแม้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดบนโลกก็ไม่อาจบอกความจริงได้ 100% ว่า เกิดอะไรขึ้นกับเมืองปอมเปอีกันแน่ เมื่อภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิด โชคดีที่วิทยาศาสตร์ยังพออนุมานได้ว่า ชายผู้โชคร้ายเห็นอะไรเมื่อขึ้นไปบนภูเขา “หมู่เมฆขนาดใหญ่จากภูเขาไฟกำลังพุ่งตรงมาหาคุณ” Andrews จินตนาการ ซึ่งคุณคงพอเห็นภาพว่ามันจะน่าสะพรึงกลัวมากแค่ไหน เมื่อภาพที่คุณเห็นก่อนตาย (แน่นอนว่ายังมีศีรษะอยู่บนบ่า) คือกลุ่มควันมรณะที่ไม่มีทางหนีพ้น

เรื่อง Erin Blakemore

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมหลายคนเลือกสร้าง บ้านใกล้ภูเขาไฟ?

 

เรื่องแนะนำ

75 ปีของการสืบหาผู้ทรยศ แอนน์ แฟรงค์

แม้การจับกุม แอนน์ แฟรงค์ ผู้เขียนบันทึก บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์ อันลือลั่น จะผ่านมาแล้ว 75 ปี บรรดานักสืบสวนยังคงสืบหาว่า เจ้าหน้าที่นาซีสามารถพบเจอที่ซ่อนของเด็กหญิงชาวดัตช์และครอบครัวได้อย่างไร หลังจากต้องหลบซ่อน ในห้องบนโกดังของบิดามานานกว่าสองปี แอนน์ แฟรงค์ และสมาชิกในครอบครัวอีก 7 คน ได้ถูกค้นพบโดยทหารนาซีเยอรมันและเจ้าหน้าที่ชาวดัตช์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 1994 การค้นหาว่าใคร หรืออะไร ที่ทำให้ที่หลบซ่อนของพวกเขาถูกเปิดเผยยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 75 ปี ทุกวันนี้ บรรดานักประวัติศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล แม้กระทั่งนักนิติวิทยาศาสตร์ยังคงใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อระบุตัวเปิดเผยที่อยู่ของแอนน์ แฟรงค์ รวมไปถึงอีกสมมติฐานหนึ่งว่า บางที แอนน์ แฟรงค์ อาจถูกพบเจอตัวโดยบังเอิญ ไดอารี่ของแอนน์ หรือที่รู้จักกันในนาม บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ ซึ่งเธอเขียนขึ้นเมื่อตอนอายุ 13-15 ปี เป็นหนังสือเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวที่แพร่หลายไปทั่วโลก สำหรับชาวเนเธอร์แลนด์ เรื่องราวของเธอ ซึ่งเป็นประชาชนธรรมดาที่เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยผู้อื่นซึ่งกำลังเดือดร้อนได้กลายมาเป็นเรื่องราวอันโดดเด่นของชาวดัตช์ในหน้าประวัติศาสตร์ช่วงการถูกยึดครองของเนเธอร์แลนด์ในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยในช่วงเวลานั้นมีการสังหารชาวดัตช์เชื้อสายยิวมากกว่าร้อยละ 80 สูงเป็นอันดับสองรองจากประเทศโปแลนด์ หลายปีผ่านไป มีผู้ต้องสงสัยราว […]

พระเจ้าอโศก เป็นใคร

พระเจ้าอโศกได้รับการยกย่องในฐานะผู้น้อมรับพุทธศาสนา และเปลี่ยนแปลงราชวงศ์เมารยะจากเครื่องจักรสงครามไปเป็นสังคมแห่งความอดกลั้นและสันติ ภาพวาดจาก PRIVATE COLLECTION/DINODIA/BRIDGEMAN IMAGES พระเจ้าอโศก แห่งอินเดีย ทรงโศกเศร้าจากการพิชิตดินแดนต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ชีวิตเรือนแสนต้องจบลง สิ่งนี้ทำให้พระองค์น้อมรับพุทธศาสนาและปฏิบัติต่อราษฎรอย่างเป็นธรรม พระเจ้าอโศก ผู้เป็นหลานชายของพระเจ้าจันทรคุปต์ เมารยะ (Chandragupta Maurya) มีชีวิตอยู่ในช่วงประมาณ 304 ถึง 233 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์ทรงนำจักรวรรดิเมารยะ (Mauryan) ไปสู่ยุคที่มีอาณาเขตกว้างขวางและเรืองอำนาจมากที่สุด กระนั้น การเปลี่ยนแปลงราชอาณาจักรของพระองค์มิได้มาจากการใช้ความรุนแรงอันดุเดือดเหมือนเมื่อครั้งต้นรัชสมัย ตรงกันข้าม มันเป็นผลจากการน้อมรับพุทธศาสนา และสารแห่งขันติธรรมและสันติวิธีที่พระองค์เผยแผ่ไปทั่วทั้งจักรวรรดิอันกว้างขวาง แปดปีหลังการยึดอำนาจในช่วง 270 ปีก่อนคริสตกาล พระเจ้าอโศกได้นำกองทัพเข้าพิชิตราชอาณาจักรกลิงคะ (Kalinga) ในบริเวณชายฝั่งในภาคตะวันออก-กลางของอินเดีย และยังส่งผลให้พระองค์สามารถขยายอาณาจักรให้กว้างใหญ่กว่ากษัตริย์องค์ก่อนหน้าทุกองค์ มีการบันทึกไว้ว่า ผู้คนกว่า 100,000 ถึง 300,000 คนเสียชีวิตระหว่างการศึกครั้งนี้ ความสูญเสียดังกล่าวส่งผลต่อสภาพจิตใจของพระเจ้าอโศกอย่างรุนแรง พระองค์ได้บันทึกไว้ว่า “การฆ่าฟัน ความตาย และการเนรเทศที่เกิดขึ้นเมื่อดินแดนที่ไม่เคยถูกพิชิตกลับถูกพิชิตลง ได้ยังความเจ็บปวดอย่างหนักหนา [ต่อตัวเรา]” หลังจากนั้น พระเจ้าอโศกทรงละทิ้งทั้งการใช้กำลังทหารพิชิตผู้อื่น และความรุนแรงในรูปแบบอื่น รวมถึงการทารุณสัตว์ พระองค์กลายเป็นผู้อุปถัมภ์พุทธศาสนา ซึ่งสิ่งนี้ได้ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาดังกล่าวในทั่วทั้งอินเดีย […]

แผนที่กรุงโรมอายุเก่าแก่ 100 ปี ยังคงเป็นผังเมืองที่ดีในปัจจุบัน

โรดอลโฟ ลันเซียนี นักโบราณคดีในสมัยนั้นเป็นผู้ประดิษฐ์แผนที่ดังกล่าว ตัวเชาลงบันทึกรายละเอียดต่างๆ ของสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่ในยุคโบราณจนถึงศตวรรษที่ 19 ไว้อย่างพิถีพิถัน

พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์: ทหาร-นายกฯ-องคมนตรีแห่งประวัติศาสตร์ไทย

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ขอบคุณภาพจาก https://www.posttoday.com/politic/news/590212 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ คือผู้ที่ไต่เต้ามาจากสามัญชน มาสู่ประธานองคมนตรี และเป็นผู้ที่มีบทบาทและอิทธิพลในประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัยมาตลอดช่วงชีวิต หลังจากที่ประเทศไทยได้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปเมื่อวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 ก็ได้มีข่าวสำคัญที่สร้างความสั่นสะเทือนเป็นอย่างยิ่งในประเทศไทย นั่นคือข่าวที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ได้ถึงแก่อสัญกรรม ในวัย 98 ปี 9 เดือน ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อเช้าวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคนไทยในยุคสมัยใด ก็คงจะมีภาพจำของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะประธานองคมนตรี ที่ทำงานสนองเบื้องพระยุคคลบาท รัชกาลที่ 9 และ รัชกาลที่ 10 และได้มีบทบาทสำคัญทั้งในการทหารและการเมืองไทยมาหลายทศวรรษ จากสามัญชนจากจังหวัดสงขลา พลเอกเปรมฯ ได้กลายมาเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ไทยได้อย่างไร นักเรียนทหารบกจากจังหวัดสงขลา พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 […]