สุดยอดภาพถ่าย อุทยานแห่งชาติ จากอวกาศ - National Geographic Thailand

สุดยอดภาพถ่าย อุทยานแห่งชาติ จากอวกาศ

สุดยอดภาพถ่าย อุทยานแห่งชาติ จากอวกาศ

มีสิ่งต่างๆ มากมายที่คุณไม่สามารถมองเห็นจากห้วงอวกาศ เช่น บ้านของคุณ หอไอเฟล และทัชมาฮาล สิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นส่วนใหญ่มองไม่เห็นจากจุดที่อยู่ไกลกว่าขอบวงโคจรใกล้โลก ในทางกลับกัน เรามองเห็นความงดงามของธรรมชาติในแบบที่ต่างออกไปได้จากขอบชั้นบรรยากาศของโลก

เรื่อง มารี แมกโกรรี

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติเครเตอร์เลก / Photograph by NASA

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติโอลิมปิก / Photograph by JEFF WILLIAMS, NASA

เจฟฟ์ วิลเลียมส์ นักบินอวกาศขององค์การนาซา สร้างภาพถ่ายคอมโพสิตของอุทยานแห่งชาติโอลิมปิกภาพนี้ขึ้นโดยเน้นไปที่ธารน้ำแข็งและยอดเขาขรุขระบางแห่งที่มีชื่อเสียงของอุทยาน

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน / Photograph by DIGITALGLOBE/GETTY IMAGES

น้ำพุแกรนด์พริสแมติกและกีย์เซอร์เอกเซลเซียร์อันเป็นสัญลักษณ์ของเยลโลว์สโตน มองเห็นเด่นชัดในภาพถ่ายดาวเทียมภาพนี้ แตบ่อน้ำโอพอลและบ่อน้ำเทอร์คอยส์ซึ่งเป็นที่รู้จักน้อยกว่า ก็มีค่าน่าสำรวจไม่แพ้กัน ลานจอดรถและทางหลวงทางด้านขวาทำให้เห็นมาตราส่วนของสิ่งอัศจรรย์ทางธรรมชาติขนาดโหฬารเหล่านี้

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน / Photograph by MAPS4MEDIA/GETTY IMAGES

ขอบขรุขระของแกรนด์แคนยอนตัดกับหิมะที่แผ่ขยายไปอย่างไพศาล ทำให้ภาพถ่ายดาวเทียมภาพนี้ดูเหมือนภาพนามธรรมอันซับซ้อนอย่างน่าพิศวง

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติคีไนฟยอร์ด / Photograph by NASA

คงเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งที่จะหาตำแหน่งของคุณท่ามกลางความลึกล้ำ สีสัน และพื้นผิวในภาพถ่ายทางอากาศของธารน้ำแข็งแบร์ในอุทยานแห่งชาติคีไนฟยอร์ดภาพนี้ ชิ้นส่วนน้ำแข็งหยักแหลมที่แตกออกมาร่วงลงสู่ผืนน้ำสีฟ้าที่กำลังละลายในภาพถ่ายดาวเทียมภาพนี้

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติแคตไม / Photograph by JEFF WILLIAMS, NASA

สีฟ้าเข้มและสีขาวจ้าเริงระบำกันผ่านแสงและเงารอบๆอุทยานแห่งชาติแคตไม หมู่เมฆเคลื่อนเข้ามาจากทางขวา แต่จากท้องฟ้ามันดูกลมกลืนไปกับเทือกเขาขาวโพลน

 

เรื่องแนะนำ

พบซากเรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่สองหลังจมอยู่ใต้ก้นสมุทรนาน 73 ปี

พบซากเรือลาดตระเวน อินเดียแนโพลิส สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจมอยู่ใต้ก้นสมุทรนาน 73 ปี หลังประสบความล้มเหลวในการค้นหาอยู่นานหลายสิบปี ในที่สุด เราก็พบซากเรือรบในตำนาน อินเดียแนโพลิส นอนสงบนิ่งลึกลงไปใต้ทะเลฟิลิปปินส์ ทีมค้นหาระบุตำแหน่งซากเรือที่ระดับความลึก 5,500 เมตร (18,044 ฟุต) จากผิวน้ำ ตามข้อมูลของพอล แอลเลน มหาเศรษฐีพันล้านผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ ซึ่งเป็นผู้นำทีมค้นหา แอลเลนเขียนในข้อความทวิตเตอร์ว่า “บทสำคัญในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้ข้อสรุปแล้ว ผมหวังว่า ผู้รอดชีวิตและครอบครัวผู้สูญเสียจะคลายความโศกเศร้าและความขับข้องที่เกาะกุมจิตใจมายาวนานลงไปได้บ้าง” เรือลาดตระเวน อินเดียแนโพลิส จมเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ปี 1945 หรือเพียง 12 นาทีหลังถูกโจมตีด้วยตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำของญี่ปุ่น จุดจบของเรือ อินเดียแนโพลิส และชะตากรรมของผู้รอดชีวิตที่ลอยคออยู่ในทะเลเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกัน ขณะถูกโจมตี เรือ อินเดียแนโพลิส มีลูกเรือประจำการอยู่  1,200 นาย ในจำนวนนี้ราว 300 คนเสียชีวิตหลังเรือจมลง ขณะที่ผู้รอดชีวิตต้องลอยคออยู่กลางทะเลฟิลิปปินที่เต็มไปด้วยฉลาม การขาดน้ำ อาหาร และภาวะเกลือเป็นพิษ ทำให้อีกหลายร้อยคนต้องจบชีวิตลง เชื่อกันว่า ฉลามครีบขาวหรือฉลามไวต์ทิปและฉลามเสือยังโจมตีผู้รอดชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บด้วย ในที่สุดก็เหลือลูกเรือเพียง 317 คนที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ […]

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ (ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง) ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน

ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

เรื่อง เอไลนา ซาชอส มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเงียบงันในเวลากลางคืน กลุ่มลักลอบล่าสัตว์ป่าท้องถิ่นแอบเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Hluhluwe Imfolozi ของแอฟริกาใต้ พวกเขายิงแรดดำสายพันธุ์หายากตัวหนึ่งด้วยปืนเก็บเสียง ตัดนอทั้งสองของมันออกไปก่อนที่จะเร้นกายหายไปกับความมืด พวกลักลอบเหล่านี้มักขายนอแรดในฐานะสินค้าหนีภาษีแก่ลูกค้าชาวจีนและเวียดนาม เส้นขนอันแน่นที่ถูกสร้างจากเคราตินเหล่านีเจะถูกนำไปสกัดเป็นยาสร้างความกระตุ้นทางเพศหรือยาแผนโบราณ ไม่นานหลังจากที่พวกลักลอบล่าสัตว์หนีไป Brent Stirton ช่างภาพเดินทางถึงที่เกิดเหตุและถ่ายภาพเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเอาไว้ ส่วนหนึ่งของโปรเจคสำรวจการลักลอบล่าแรดผิดกฏหมายในแอฟริกาใต้ ปัจจุบันมีแรดดำเหลืออยู่บนโลกเพียง 5,000 ตัวเท่านั้น และตัวเลขนี้กำลังถูกคุกคาม ด้านพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติมอบรางวัลภาพถ่ายสัตว์ป่าแห่งปีให้แก่ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกคนนี้สำหรับภาพถ่ายอันสะเทือนในที่แสดงให้เห็นว่าบรรดาพวกลักลอบล่าสัตว์ป่าทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง “เพื่อให้ฉากของโศกนาฏกรรมดังกล่าวกระจายไปให้ถึงขีดสุด ภาพถ่ายนี้สมควรได้รับรางวัลสูงสุดเช่นกัน” คำกล่าวจาก Roz Kidman Cox กรรมการผู้ตัดสิน “มันเป็นภาพถ่ายที่ดิบ รุนแรง และสง่างามของยักษ์ใหญ่ ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงหนึ่งในสิ่งที่ไร้ค่าที่สุด นั่นคืออาชญากรรมอันโหดร้ายและไม่ควรต้องเกิดขึ้นเลยกับธรรมชาติ ภาพถ่ายนี้จะกระตุ้นให้เกิดเสียงต่อต้านขึ้นในประชาชน” “สิ่งที่ดีที่สุดก็คืองานของคุณจะช่วยเหลือชีวิตได้อีกมากมาย” Stirton เจ้าของภาพกล่าว “ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะยังต้องต่อสู้ไปอีกยาว”   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, สรรพสัตว์ในสวนสัตว์ซีเรียเอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร