สุดยอดภาพถ่าย อุทยานแห่งชาติ จากอวกาศ - National Geographic Thailand

สุดยอดภาพถ่าย อุทยานแห่งชาติ จากอวกาศ

สุดยอดภาพถ่าย อุทยานแห่งชาติ จากอวกาศ

มีสิ่งต่างๆ มากมายที่คุณไม่สามารถมองเห็นจากห้วงอวกาศ เช่น บ้านของคุณ หอไอเฟล และทัชมาฮาล สิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นส่วนใหญ่มองไม่เห็นจากจุดที่อยู่ไกลกว่าขอบวงโคจรใกล้โลก ในทางกลับกัน เรามองเห็นความงดงามของธรรมชาติในแบบที่ต่างออกไปได้จากขอบชั้นบรรยากาศของโลก

เรื่อง มารี แมกโกรรี

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติเครเตอร์เลก / Photograph by NASA

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติโอลิมปิก / Photograph by JEFF WILLIAMS, NASA

เจฟฟ์ วิลเลียมส์ นักบินอวกาศขององค์การนาซา สร้างภาพถ่ายคอมโพสิตของอุทยานแห่งชาติโอลิมปิกภาพนี้ขึ้นโดยเน้นไปที่ธารน้ำแข็งและยอดเขาขรุขระบางแห่งที่มีชื่อเสียงของอุทยาน

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน / Photograph by DIGITALGLOBE/GETTY IMAGES

น้ำพุแกรนด์พริสแมติกและกีย์เซอร์เอกเซลเซียร์อันเป็นสัญลักษณ์ของเยลโลว์สโตน มองเห็นเด่นชัดในภาพถ่ายดาวเทียมภาพนี้ แตบ่อน้ำโอพอลและบ่อน้ำเทอร์คอยส์ซึ่งเป็นที่รู้จักน้อยกว่า ก็มีค่าน่าสำรวจไม่แพ้กัน ลานจอดรถและทางหลวงทางด้านขวาทำให้เห็นมาตราส่วนของสิ่งอัศจรรย์ทางธรรมชาติขนาดโหฬารเหล่านี้

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน / Photograph by MAPS4MEDIA/GETTY IMAGES

ขอบขรุขระของแกรนด์แคนยอนตัดกับหิมะที่แผ่ขยายไปอย่างไพศาล ทำให้ภาพถ่ายดาวเทียมภาพนี้ดูเหมือนภาพนามธรรมอันซับซ้อนอย่างน่าพิศวง

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติคีไนฟยอร์ด / Photograph by NASA

คงเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งที่จะหาตำแหน่งของคุณท่ามกลางความลึกล้ำ สีสัน และพื้นผิวในภาพถ่ายทางอากาศของธารน้ำแข็งแบร์ในอุทยานแห่งชาติคีไนฟยอร์ดภาพนี้ ชิ้นส่วนน้ำแข็งหยักแหลมที่แตกออกมาร่วงลงสู่ผืนน้ำสีฟ้าที่กำลังละลายในภาพถ่ายดาวเทียมภาพนี้

อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติแคตไม / Photograph by JEFF WILLIAMS, NASA

สีฟ้าเข้มและสีขาวจ้าเริงระบำกันผ่านแสงและเงารอบๆอุทยานแห่งชาติแคตไม หมู่เมฆเคลื่อนเข้ามาจากทางขวา แต่จากท้องฟ้ามันดูกลมกลืนไปกับเทือกเขาขาวโพลน

 

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายกับความจริง : มุมมองในประวัติศาสตร์ภาพถ่ายของโลก

ภาพถ่ายกับความจริง : หลังจากที่โลกได้รู้จักกล้องถ่ายรูปเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1839 (182 ปีก่อน) สังคมในเวลานั้นเชื่อว่า นี่คือเครื่องมือที่จะช่วยให้มนุษย์สามารถบันทึกภาพสิ่งต่าง ๆ ในโลกได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างจิตรกรหรือนักวาดภาพที่ถ่ายทอดเหตุการณ์ผ่านฝีแปรงและลายเส้น ซึ่งอาจเจือปนด้วยความคิด ความรู้สึก และจินตนาการของศิลปินแต่ละคน จนกระทั่งปีถัดมา (ค.ศ. 1840) มีการเผยแพร่ภาพถ่ายศพผู้ชายจมน้ำในประเทศฝรั่งเศส ข้างหลังภาพมีคำบรรยายว่า นี่คือศพของอิปโปลีท ไบยาร์ (Hippolyte Bayard) ผู้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดแม่น้ำ เพราะผลงานของเขาไม่ได้รับการยอมรับ เขาตายมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีใครมารับศพ จนศพเริ่มเน่าอืด ท้ายข้อความลงชื่อด้วยตัวผู้ตายเอง สร้างความฉงนให้กับสังคมในเวลานั้น อันที่จริง ภาพถ่ายนี้เป็นภาพที่ไบยาร์จัดฉากถ่ายตัวเองเป็นศพ เพื่อประท้วงการที่รัฐบาลฝรั่งเศสมองข้ามผลงานของเขาที่ได้คิดค้นกระบวนการถ่ายภาพแบบ direct positive ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกระบวนการแบบดาแกโรไทพ์ (daguerreotype) เพียงแต่ใช้กระดาษอาบน้ำยาเป็นตัวรับแสงแทนแผ่นโลหะเคลือบเงิน ภาพนี้ถือเป็น “ภาพถ่ายปลอม” (fake photo) ใบแรกของโลก และที่สำคัญ เป็นครั้งแรกที่มีการตั้งคำถามว่า ภาพถ่ายสามารถสะท้อนความเป็นจริงได้จริงหรือ? คำถามเชิงปรัชญานี้สวนกระแสความเชื่อในยุคนั้นว่า ภาพถ่ายสามารถบันทึกข้อเท็จจริงได้อย่างเป็นกลางแบบวิทยาศาสตร์และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง เพราะเป็นการบันทึกภาพของแสงที่สะท้อนจากวัตถุที่มีอยู่จริงในโลก คนสมัยนั้นเชื่อว่า ภาพที่ปรากฏในกล้องถ่ายรูปมีลักษณะเหมือนกับภาพที่ปรากฏบนจอประสาทตาของมนุษย์ ———– แต่ในยุคนั้นยังไม่มีการถกเถียงประเด็น […]

เต่าทะเล : หยัดยืนได้อีกนานเพียงใด

เต่าทะเลแยกสายวิวัฒนาการจากเต่าบกเมื่อกว่า 100 ล้านปีมาแล้ว พวกมันรอดชีวิตจากดาวเคราะห์น้อยที่ล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์มาได้ และผ่านการสูญพันธุ์ทางทะเลเมื่อสองล้านปีก่อนที่ทำให้เครือญาติของมันหายไปกว่าครึ่ง ทุกวันนี้ เราพบเต่าทะเลได้ตามชายหาดในทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา และมีเต่าแหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก ถึงกระนั้น ภัยคุกคามใหม่ๆ โดยเฉพาะจากมนุษย์กำลังท้าทายความสามารถในการปรับตัวของพวกมัน

The Jumper : เด็กโดดแห่งสังขละบุรี

เรื่องและภาพ วีรวัฒน์  เวียงไชย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) หนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวมักจะมี อ. สังขละบุรี จ. กาญจนบุรี อยู่ในรายการด้วยเสมอ  นอกจากวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาวไทยหลากเชื้อชาติในท้องถิ่นแล้ว นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาเพื่อสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบาย วิวของเขื่อนวชิราลงกรณ์ และการกระโดดสะพานมอญของเด็กโดดแห่งสังขละบุรี ในขณะที่เด็กไทยเชื้อสายมอญบางส่วนแต่งชุดประจำถิ่น อาสาเป็นไกด์บรรยายประวัติความเป็นมาของสะพานมอญหรือสะพานอุตตมานุสรณ์และเมืองสังขละบุรี แต่ยังมีเด็กชายล้วนอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยความกล้าเพื่อกระโดดจากสะพานมอญซึ่งสูงหลายสิบเมตรเพื่อเรียกเสียงฮือฮาจากนักท่องเที่ยว  ทั้งหมดสวมเฉพาะกางเกงและปราศจากอุปกรณ์ป้องกันตัวเมื่อกระโดดจากที่สูงลงสู่พื้นน้ำข้างล่างที่มีเรือแล่นผ่านไปมาไม่ขาดสาย  นอกจากคำถามต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็กๆ ที่แลกกับการท่องเที่ยวแล้ว วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะรายได้พวกเขา เช่น การขาดเรียน การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การทะเลาะวิวาท ใช้ยาเสพติด ฯลฯ ยังทำให้เกิดข้อสงสัยต่ออนาคตของพวกเขาเองด้วย